I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 586 แค้น!
“ถ้าตอนนี้นายไม่ลุกขึ้นมา ไม่ต้องรอให้ถึงวันนี้หรอก นายจะตายเดี๋ยวนี้เลย” หานจี้จวินมองดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยของลูกพี่ที่ปรายตามองพวกเขาอยู่ จากนั้นก็กัดฟันลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาที่รู้จักลูกพี่รู้ว่า ถ้าเกิดไม่ลุกขึ้นมาวิ่งต่อ จุดจบย่อมไม่ดีแน่นอน
ฉางซินหยวนเองก็อยากลุกขึ้นมาเช่นกัน แต่เขาไม่มีแรงแล้วจริงๆ ต่อให้พยายามยังไงก็ลุกขึ้นมาไม่ได้ ก็เหมือนกับเต่าที่ถูกพลิกคว่ำพยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่มีประโยชน์
พวกฉีหลงที่อยู่ด้านหน้าได้ยินเสียงจากทางด้านหลังก็ชะงักเท้าทันที พวกเขาหันหน้ากลับมามองแวบหนึ่ง ใบหน้าเผยร่องรอยความทนไม่ไหว หลายคนปรึกษากัน ก่อนจะเห็นฉีหลงวิ่งกลับมาที่ข้างกายฉางซินหยวน กำลังเตรียมดึงฉางซินหยวนขึ้นมา เวลานี้เองก็ได้ยินหลิงหลานที่เงียบมาตลอดเอ่ยว่า “ฉีหลง ดูเหมือนนายยังมีแรงเหลือนะ…”
เธอคว้าของสองชิ้นที่อยู่ข้างกายแล้วโยนเข้ามา
‘ตุ๊บๆ’ ของกระแทกลงที่ข้างเท้าของฉีหลง ดินทรายกระเด็นขึ้นมา ทำเอาฉีหลงสะดุ้งโหยง
“ช่วยขาสองข้างของตัวเอง แล้ววิ่งต่อซะ” หลิงหลานเอ่ยอย่างเย็นชา
เมื่อฉีหลงก้มตัวลงไปหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย น้ำหนักของเจ้านี่เกินห้าร้อยกิโลกรัม เมื่อก่อนหลิงหลานแค่ใช้ทรมานพวกเขาหนักๆ ตอนที่ฝึกการต่อสู้เท่านั้น ไม่ได้ทำเหมือนกับวันนี้ที่ใช้วิธีการเหี้ยมโหดเช่นนี้มาบีบเค้นพลังแฝงที่เหลืออยู่เพียงนิดหน่อยของพวกเขา
ฉีหลงรู้ว่าต้องเป็นเพราะเขาอยากช่วยฉางซินหยวนเลยกระตุ้นโทสะของลูกพี่เข้า เขาเองก็รู้ว่าถ้าเกิดอ้อนวอน วิธีการของลูกพี่ก็จะโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาเลยผูกสายรัดถ่วงน้ำหนักสองอันบนขาของตัวเองอย่างเงียบงัน แล้วหันหน้ากลับไปวิ่งต่อ
ฉางซินหยวนเสียใจมาก เป็นเพราะเขาไร้ความสามารถเลยลากฉีหลงที่อยากช่วยเขาไปด้วย แต่ว่าให้ตายเถอะ เขาไม่มีแรงแล้วจริงๆ
“เซี่ยอี๋!” พอจัดการฉีหลงเสร็จแล้ว หลิงหลานก็หันหน้ามองไปทางเซี่ยอี๋ที่กำลังมองฉีหลงด้วยสีหน้าเป็นห่วง เสียงนี้ทำให้หัวใจของเซี่ยอี๋เต้นกระหน่ำ ก่อนจะลอบเอ่ยว่า ‘ลูกพี่อยากลงมือใส่เขาแล้วเหรอ?’
จากนั้นก็เห็นหลิงหลานชี้ไปยังฉางซินหยวนที่อยู่บนพื้น แล้วเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ใช้สายฟ้าปรนนิบัติเขาหน่อย”
เซี่ยอี๋โล่งใจ เมื่อหันหน้ามองไปทางฉางซินหยวน ดวงหน้าก็เผยร่องรอยความสงสารออกมา เอาเถอะ พี่น้องนายตายเถอะนะ ฉันไม่อยากตาย พี่ซินหยวนยกโทษให้น้องชายด้วย เซี่ยอี๋ปล่อยสายฟ้าจากพรสวรรค์ของเขาออกมา ก่อนจะเห็นสายฟ้าสายเล็กๆ พุ่งออกมาจากนิ้วมือของเซี่ยอี๋ก่อนจะไปหาฉางซินหยวน
เซี่ยอี๋ยังคงยั้งมือด้วยความปรานี ที่เขาใช้คือสายฟ้าที่มีอานุภาพน้อยที่สุดที่เขาสามารถปล่อยออกมาได้ แต่สายฟ้านี้กลับทำให้ฉางซินหยวนตัวสั่นอยู่บนพื้นหลายครั้ง สีหน้าดูทุกข์ทรมาน
“ยังลุกขึ้นมาไม่ได้อีกเหรอ?” หลิงหลานปรายตามองฉางซินหยวน ฉางซินหยวนมองเห็นจิตสังหารในดวงตาของลูกพี่อย่างชัดเจน ฮือๆๆ ฉันไม่อยากตาย! ฉางซินหยวนที่หวาดกลัวเด้งตัวขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะพุ่งไปที่ด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง แซงคนอื่นๆ จนกลายเป็นคนนำทันที
“บอกแล้วไงว่า ไม่ใช่เพราะไม่มีพลังแฝง แต่ว่ายังทรมานไม่พอ” หลิงหลานยกมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย แววตาเผยความพึงพอใจออกมา
เสี่ยวซื่อในห้วงจิตใจได้ยินคำพูดนี้ก็อดตัวสั่นเทิ้มไม่ได้ ฮือๆๆ ลูกพี่กลับมาจากการไปเจออาจารย์หมายเลขสามแล้ว ก็เปลี่ยนเป็นน่ากลัวมากขึ้น ฉันต้องเชื่อฟังให้มากๆ พยายามให้มากๆ ไม่อยากโดนสายฟ้าโดนทรมานนะ…เสี่ยวซื่อเริ่มแอบปาดน้ำตา เขารู้สึกว่าสภาพของฉางซินหยวนในตอนนี้ก็คือสภาพของเขาในอนาคต
เพื่อไม่ให้โดนทรมานในอนาคต เสี่ยวซื่อเลยเปลี่ยนเป็นเชื่อฟังมาก หลิงหลานสั่งอะไรก็ทำอย่างนั้น ทำให้หลิงหลานแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมเสี่ยวซื่อถึงทำตัวดีขนาดนี้ แต่พอสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วกลับหาสาเหตุที่เป็นรูปธรรมไม่พบ หลิงหลานครุ่นคิด แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ก็เลยปล่อยไปแบบนี้ ไม่ได้ตรวจสอบลึกขึ้นอีก
การฝึกฝนที่คล้ายคลึงกับโหมดนรกเช่นนี้เกิดขึ้นเกือบทุกวันในตอนปีสี่ ทุกคนต่างฝึกฝนจนสลบ น่าเสียดายที่ยาต่างๆ ที่หลี่ซื่ออวี๋ทิ้งไว้นั้นยอดเยี่ยมมากเหลือเกิน ระยะเวลาฟื้นฟูสิบวันแต่เดิม อาศัยยาอันยอดเยี่ยมที่เขาคิดค้นก็ลดลงไปจนเหลือแค่วันสองวัน พวกฉีหลงมีเรี่ยวมีแรงอีกครั้ง ต่อให้อยากฉวยโอกาสแอบขี้เกียจ ก็ไม่มีโอกาสเลย
ดังนั้นความทรมานของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป พวกฉีหลงไม่กล้าแค้นลูกพี่ แต่ก็อดแค้นหลี่ซื่ออวี๋ที่อยู่ในกองทัพที่ยี่สิบสามไม่ได้ “พี่ซื่ออวี๋! นายจะทิ้งยาไว้เยอะขนาดนี้ทำไม? จะทำร้ายคนก็ไม่เห็นต้องทำร้ายกันแบบนี้เลย พวกเราแค้นนาย!”
หลี่ซื่ออวี๋ที่อยู่ในกองทัพที่ยี่สิบสามกำลังอยู่ในห้องวิจัยของโรงพยาบาลกองทัพบก เขาวิจัยยาชนิดใหม่อยู่ ทันใดนั้นก็รู้สึกหนาว มือสั่นขึ้นมาฉับพลัน เขาเทยาที่ถูกควบคุมอย่างระมัดระวังมาตลอดลงไปเยอะทันที…
“ซ่า!” ยาที่ผสมกันเกินปริมาณสูงสุดของสูตรยาส่งเสียงแสบแก้วหูในภาชนะ หลี่ซื่ออวี๋ถลาออกมาจากในห้องวิจัยโดยไม่ครุ่นคิดเลยสักนิดเดียว จ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิงที่คุ้มกันอยู่ตรงหน้าประตูมาตลอดเห็นแบบนั้นก็ตกใจ ยังไม่ทันที่จะถามก็ได้ยินเสียงหลี่ซื่ออวี๋ตะโกนว่า “หมอบลง เปิดใช้งานโล่กระจก”
ทั้งสองคนกระโดดเข้ากำบังหลี่ซื่ออวี๋โดยไม่ใคร่ครวญเลยสักนิดเดียว ขณะเดียวกันเปิดใช้งานโล่กระจกบนแขน ก่อนจะเห็นโล่กระจกสองด้านกำบังอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
เสียง ‘ตูม!’ ดังสนั่น พลังงานมหาศาลระเบิดห้องวิจัยทันที โชคดีที่มีพลังงานป้องกันของโล่กระจกมากพอที่จะป้องกันพลังงานระเบิดนี้
‘เคล้งๆ’ โล่กระจกแตก อุปกรณ์ปล่อยโล่กระจกที่รัดอยู่บนแขนของหลี่หลานเฟิงกับจ้าวจวิ้นก็แตกละเอียดเช่นกัน
ทั้งสองคนสัมผัสได้ว่าวิกฤติผ่านพ้นไปแล้วถึงค่อยเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะเห็นห้องวิจัยเบื้องหน้าราบเป็นหน้ากลอง หลี่หลานเฟิงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “หลี่ซื่ออวี๋ นายวิจัยของบ้าอะไรกันเนี่ย?”
หลี่ซื่ออวี๋ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ฉันคิดว่าฉันสามารถควบคุมได้ดีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมทำพลาดได้” เขาสามารถล่าถอยมาได้ในสภาพสมบูรณ์ล้วนเป็นเพราะปฏิกิริยาตอบสนองของจ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิงรวดเร็วมาก
จ้าวจวิ้นลุกขึ้นมา เขามองฉากที่เป็นซากปรักหักพังเบื้องหน้าแล้วมองไปที่อุปกรณ์ปล่อยโล่ที่ชำรุด จากนั้นก็เอ่ยด้วยสีหน้าหวาดกลัวว่า “โชคดีที่พวกเรามีโล่กระจกที่ฉางซินหยวนออกแบบนะ ไม่งั้นเมื่อกี้ไม่ตายก็คงหนังหลุด น่าเสียดายที่ตอนนั้นพวกเราเอามาแค่อันเดียว…”
“ไม่ต้องห่วง ฉันส่งข้อความให้ฉางซินหยวนว่าให้เขาส่งมาให้อีกหลายๆ อันแล้ว” หลี่ซื่ออวี๋เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ตอนนี้เขาคิดไม่ถึงว่า ทีมหลิงหลานกำลังแค้นเขาจนกัดฟันกรอดแล้ว รวมไปถึงฉางซินหยวนด้วย ไม่น่าจะทำตามคำขอของเขาง่ายดายขนาดนั้น
หลี่ซื่ออวี๋ลุกขึ้นมาเช่นกัน เขาคล้ายกับนึกอะไรบางอย่างได้ “ฉันเข้าไปดูหน่อยจะว่า การระเบิดครั้งนี้จะมีของน่าสนใจอะไรโผล่ขึ้นมา” ถึงแม้ยาส่วนใหญ่จะหายไปเพราะการระเบิด แต่มันจะต้องเหลืออะไรไว้บ้างแน่นอน และเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาอยากวิจัยพอดี ดังนั้น หลี่ซื่ออวี๋เลยเดินเข้าไปในซากปรักหักพังด้วยความตื่นเต้น แล้วเริ่มค้นหาภาชนะที่เขาใช้วิจัย
“ดูเหมือนจะมีคนมาแล้ว” จ้าวจวิ้นรู้สึกได้ถึงเสียงเครื่องยนต์ไอพ่นของหุ่นรบจากไกลๆ
หลี่ซื่ออวี๋ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเกิดไม่มีคนเข้ามาตรวจสอบสิถึงเรียกว่าแปลก เขานวดคิ้ว “ตอนนี้ฉันกำลังคิดว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้ระดับสูงของกองทัพที่ยี่สิบสามยังไงดี” เขาแค่ยืมห้องวิจัยชั่วคราวกลับทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ได้ และการเข้ามาในโรงพยาบาลกองทัพบกไม่สามารถพกอาวุธพลังงานที่ทรงพลังได้
———————-