I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 594 รักษา! (2)
สรุปว่า หลี่ซื่ออวี๋ที่ไม่มีข้ออ้างที่ดีกว่านี้เลยได้แต่ลากนายพลหลิงเซียวขึ้นมา ถึงอย่างไรนายพลหลิงเซียวกับหัวหน้าทีมก็เป็นพ่อลูกกัน ให้มาเป็นแพะรับบาปนี้ก็สมควรแล้ว
“ตราเสียงหลง คำเชิญเข้าร่วมหน่วยรบพิเศษเสียงหลง? นายพลหลิงเซียวออกคำสั่งยกเว้นการสอบ?” เมื่อได้ยินสิ่งเหล่านี้ ม่านตาของเมิ่งจื่ออวิ๋นก็หดลง เขารู้ดีว่าตราเสียงหลงหมายถึงอะไร หน่วยรบพิเศษเสียงหลงหมายถึงอะไร คำสั่งยกเว้นการสอบของนายพลหลิงเซียวหมายถึงอะไร ทั้งหมดบ่งบอกว่าเด็กตรงหน้านี้มีความสามารถล้ำเลิศด้านการแพทย์ทหาร ถึงขนาดที่ไปถึงระดับสุดยอดแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาไม่มีทางได้รับการยอมรับจากคนเหล่านี้แน่นอน
“แบบนี้ก็ดี แบบนี้ก็ดี” เมิ่งจื่ออวิ๋นตื่นเต้นสุดขีด บางทีเขาอาจจะได้ต่อสู้ร่วมกับเพื่อนของตัวเองอีกจริงๆ
“ยังอยากเปลี่ยนคนมั้ยครับ?” หลี่ซื่ออวี๋เลิกคิ้วขึ้นแล้วทอดมองลงมาที่เมิ่งจื่ออวิ๋น
“ไม่แล้ว ไม่เปลี่ยนแล้ว หมอหลี่ ต้องขอให้คุณช่วยรักษาผมแล้ว หวังว่าผมจะหายสนิทได้ภายในหนึ่งอาทิตย์” เมิ่งจื่ออวิ๋นไฉนเลยจะกล้าคิดเล็กคิดน้อยกับท่าทีเย่อหยิ่งจองหองของหลี่ซื่ออวี๋ ถึงขนาดที่เขาดูอ่อนน้อมถ่อมตนเล็กน้อย ถึงอย่างไรความหวังของเขาก็อยู่ในมือของหลี่ซื่ออวี๋โดยสิ้นเชิงแล้ว
“อืม ในเมื่อยอมรับผมแล้ว งั้นผมจะเตรียมการรักษาให้คุณทันที” หลี่ซื่ออวี๋ก็รวบรัดมากเช่นกัน จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องอ่านเวชระเบียนออกมาอีกครั้ง แล้วเปิดหน้าจอเสมือนจริงด้านบนขึ้นมา ก่อนจะเริ่มยืนยันสภาพของเมิ่งจื่ออวิ๋น
“คุณสมบัติร่างกายระดับ S? งั้นก็ลองยาระดับ S ได้” หลี่ซื่ออวี๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็กล่าวเช่นนี้
พยาบาลน้อยที่อยู่ด้านหลังได้ยินว่ายาระดับ S สี่คำนี้ ร่างกายก็สั่นเทาทันที เธอย่อมเคยเห็นสภาพอเนจอนาถตอนที่ใช้ยารักษาชนิดนี้มาก่อน เธอรู้สึกสงสารพันโทเมิ่งที่น่าชิงชังตรงหน้านี้ขึ้นมานิดๆ หวังว่าท้ายที่สุดเขาจะเอาชีวิตรอดต่อไปได้นะ
“จูชิงชิง เตรียมยา ทำการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ” พยาบาลน้อยยังไม่ทันได้สติกลับมาก็ได้ยินหลี่ซื่ออวี๋เอ่ยปากออกคำสั่ง
“รับทราบค่ะ คุณหมอหลี่” พยาบาลน้อยจูชิงชิงตื่นตัวขึ้นมา ก่อนจะเปิดกล่องยาที่ตัวเองพกมาทันที จากนั้นก็หยิบหลอดยาที่ถูกแปะตัวอักษรภาษาอังกฤษ ‘S’ ออกมาจากด้านใน แล้วหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา เริ่มเตรียมความพร้อม
หลังจากที่บรรจุยาเข้าไปในเข็มฉีดยาจนหมดแล้ว จูชิงชิงค่อยเดินมาที่ข้างๆ เมิ่งจื่ออวิ๋น แล้วเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มหวานว่า “พันโทเมิ่ง รบกวนอดทนหน่อยนะคะ ฉันจะฉีดยาแล้ว”
เมิ่งจื่ออวิ๋นไม่ได้สังเกตเห็นถึงความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มใสบริสุทธิ์ของจูชิงชิงเลย และยื่นแขนขวาออกไปอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
จูชิงชิงแทงแล้วก็ดึงออกมาทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าขออภัยว่า “ขอโทษด้วยค่ะ พันโทเมิ่ง ฉันแทงผิดที่” ใครใช้ให้นายด่าคนอื่นล่ะ ตอนนี้ตกอยู่ในมือของฉันแล้วก็อย่าโทษที่ฉันจะเอาคืน ปีศาจน้อยในใจจูชิงชิงเริ่มกางเล็บแยกเขี้ยว
เมิ่งจื่อวิ๋นกำลังคิดจะถลึงตาใส่ ทว่าเขาเหลือบเห็นหลี่ซื่ออวี๋เลิกคิ้วมองเข้ามา บ่งบอกชัดเจนว่าถ้าเกิดไม่พอใจก็จะไม่รักษาแล้ว เขาไฉนเลยจะกล้าบันดาลโทสะ ถ้าเกิดไม่รักษาขึ้นมาจริงๆ และพลาดช่วงเวลาออกเดินทาง ถ้าไม่มีการคุ้มครองของเขาจนทำให้เพื่อนของเขาได้รับบาดเจ็บหรือว่าเสียชีวิตละก็ เช่นนั้นเขาคงต้องนึกเสียใจอย่างยิ่ง…ก็แค่โดนแทงไม่กี่ทีเองไม่ใช่หรือไง? ร่างกายฉีกขาดไปทั่วทั้งร่างยังไม่ทำให้เขาเจ็บถึงตายเลย เขายังจะกลัวความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ นี้อีกเหรอ?
ในที่สุดหลังจากที่แทงไปได้ห้าหกครั้ง จูชิงชิงก็ทำไม่ลงแล้ว ถึงอย่างไรก็แค่โดนต่อว่าไม่กี่ประโยคเท่านั้น เขาไม่ได้ทำร้ายเธอจริงๆ เมื่อเธอได้ระบายความขุ่นเคืองในใจออกมา พอใจเย็นลงก็รู้ว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย ดังนั้นเธอเลยเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “พันโทเมิ่ง ขอบคุณสำหรับการให้อภัยของคุณนะคะ เดี๋ยวฉันจะฉีดเสร็จแล้วค่ะ”
เพิ่งจะกล่าวจบ เธอก็แทงเข้าไปในหลอดเลือดดำอย่างแม่นยำก่อนฉีดยาเข้าไป เพื่อชดเชยความละอายใจ เธอเลยทำการฉีดยาเป็นส่วนๆ เพื่อลดการแบกรับแรงดันของหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม ยาระดับ S ก็มีฤทธิ์ยาที่รุนแรงเกินไป เส้นเลือดอาจจะรับรวดเดียวไม่ไหว
การเอาใจใส่อย่างกะทันหันของจูชิงชิงทำให้เมิ่งจื่ออวิ๋นมองเธอด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่ง ถึงอย่างไรจูชิงชิงยังคงเป็นทหารใหม่ที่เพิ่งเรียนจบออกมาจากวิทยาลัยพยาบาล ยังไม่ค่อยรู้จักการเก็บงำอารมณ์นัก การเอาคืนของเธอก็ทำอย่างโจ่งแจ้งมาก เมิ่งจื่ออวิ๋นที่เป็นทหารเก่าแก่มีประสบการณ์ย่อมมองออกในแวบเดียว เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่า แทงแค่ห้าหกครั้ง สาวน้อยก็ถอยและนึกเสียใจแล้ว เมิ่งจื่ออวิ๋นนึกว่าเขาต้องโดนแทงยี่สิบสามสิบทีถึงค่อยทำให้พยาบาลน้อยคนนี้พึงพอใจเสียอีก เป็นเด็กใหม่อย่างที่คิดไว้จริงๆ ดูใสซื่อบริสุทธิ์น่ารักนิดๆ
เมิ่งจื่ออวิ๋นที่ขบคิดเช่นนี้ก็รู้สึกว่าก่อนหน้านี้ตัวเองอารมณ์ไม่ดีเลยด่าทอสาวน้อยคนนี้มากเกินไปหน่อย เขาที่รู้สึกละอายใจก็ตอบกลับเสียงแผ่วเบาว่า “ขอโทษทีนะ ตอนเที่ยงฉันลืมตัวไป”
จูชิงชิงได้ยินคำกล่าวก็ยิ้มหวานโดยพลัน สื่อความหมายว่าหัวเราะพลางปล่อยวางความแค้น
เพิ่งจะฉีดยาเสร็จ เมิ่งจื่ออวิ๋นก็รู้สึกเจ็บปวดและคันตามร่างกายขึ้นมาอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่ความเจ็บปวดเพียงอย่างเดียวที่สามารถทานทนได้ ภายในความคันไปจนถึงกระดูกนั้นก็มีความเจ็บปวดไปจนถึงกระดูกด้วยเช่นกัน แทบจะทำให้เขารู้สึกอยากตายเลยทีเดียว
“อดทนไว้นะครับ ไม่งั้นยาก็จะออกฤทธิ์ไม่ได้ทั้งหมด บาดแผลของคุณก็จะไม่สามารถรักษาให้หายได้ภายในห้าวัน” หลี่ซื่ออวี๋มองเมิ่งจื่ออวิ๋น แล้วเอ่ยเตือนโดยที่ไม่เปลี่ยนสีหน้า
จูชิงชิงเห็นแบบนั้นก็หันหน้ามองไปทางอื่น เธอกลัวว่าตัวเองจะอดทนไม่ไหวแล้วบอกพันโทเมิ่งว่า ความจริงต่อให้สลบไป คุณสมบัติของยาก็ยังคงมีผลอยู่ ไม่ได้ลดลงเพราะเหตุนี้เลย นี่เป็นเพียงวิธีการที่คุณหมอหลี่หลอกลวงคนเท่านั้น
เมิ่งจื่ออวิ๋นตกใจกลัวกับคำพูดหลี่ซื่ออวี๋ ไม่กล้าปล่อยให้ตัวเองสลบแน่นอน เขากัดฟันแน่น ไม่ง่ายเลยกว่าจะอดทนผ่านไปได้ระลอกหนึ่ง เขาเพิ่งจะรู้สึกดีขึ้น ความเจ็บปวดก็มาอีกระลอก… ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะเขาสัมผัสได้จริงๆ ว่าสภาพร่างกายของตัวเองกำลังดีขึ้นละก็ เขาย่อมสงสัยว่าเขากำลังถูกหลี่ซื่ออวี๋หลอกลวงอยู่หรือเปล่า
ถึงแม้เมิ่งจื่ออวิ๋นดีใจที่ร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ แต่ความเจ็บปวดในระหว่างการรักษานี้กลับท้าทายระดับความอดทนของเขาอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เขาแข็งแกร่งอีกสักแค่ไหนก็อดเจ็บจนน้ำตาร่วงไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากร้องไห้ หากแต่เขาควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณของร่างกายเช่นนี้ไม่ได้เลย…พอเขามองเห็นแววตาประหลาดใจของจูชิงชิง เขาก็หงุดหงิดใจ ขายหน้าต่อหน้าสาวน้อย อ๊าก ให้เขาตายเถอะ!
เอาเถอะ สุดท้ายเขาก็ไม่ตาย แต่ว่าหลังจากที่ทำการรักษา เขาก็หดตัวอยู่ในแคปซูลรักษาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาประหนึ่งนกกระจอกเทศก็ไม่ปาน เขากลัวที่จะเห็นสายตาดูถูกของพยาบาลน้อยอีก เขาเป็นพันโทนะ แต่ดันถูกพลทหารตัวเล็กๆ เห็นสภาพน่าอับอายของตัวเอง อ๊าก ให้เขาตายเถอะ!
เช่นนี้เอง ตลอดห้าวันเต็มๆ ทุกครั้งที่เมิ่งจื่ออวิ๋นถูกรักษา เขาไม่อาจรักษากิริยาเอาไว้ได้เลย อับอายขายหน้าอย่างสิ้นเชิง ทุกครั้งเขารู้สึกว่าตัวเองเกือบจะโดนทรมานจนตาย แต่ในช่วงเวลาวิกฤติก็ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง
เมื่อการรักษาในวันที่ห้าสิ้นสุดลง เมิ่งจื่ออวิ๋นรู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายของตนหายดีเกือบหมดแล้ว มีเพียงจุดเล็กจุดน้อยบางส่วนที่ยังคงมีปัญหานิดหน่อย แต่ว่าไม่ส่งผลกระทบต่อเขาในการควบคุมหุ่นรบเข้าต่อสู้ เวลานี้เขาอยากออกไปจากโรงพยาบาลเหลือเกิน ไม่อยากขายขี้หน้าอีกต่อไป
อันที่จริงเขาก็ไม่มีหน้าอะไรในโรงพยาบาลของกองทัพที่ยี่สิบสามแล้ว ทั่วทั้งโรงพยาบาลล้วนรู้ว่าพันโทแซ่เมิ่งคนหนึ่งกลัวการฉีดยาจนร้องไห้น้ำตาร่วง แต่เขาไม่สามารถโต้แย้งได้ เนื่องจากตอนที่ฉีดยาเขาร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดยามที่ยาออกฤทธิ์เสมอจริงๆ
แต่ว่าเขาจะได้ออกจากโรงพยาบาลหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอหลี่ซื่ออวี๋ยืนยันในตอนสุดท้ายอยู่ดี
——————–