I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 593 รักษา! (1)
พี่สวีเห็นหลี่ซื่ออวี๋ไม่พูดไม่จาก็คิดว่าตกลงแล้ว เธอเลยเอ่ยด้วยความตื่นเต้นว่า “มาสิ ฉันจะไปหาผู้อำนวยการเป็นเพื่อนนายเอง” กล่าวจบก็ลากหลี่ซื่ออวี๋ไปหาผู้อำนวยการเพื่อดำเนินแผนการของเธอ
บางทีหนึ่งปีที่ผ่านมาหลี่ซื่ออวี๋อาจจะแสดงผลงานได้ดีมากเกินไปจริงๆ พี่สวีเพิ่งจะบอกเรื่องที่หลี่ซื่ออวี๋ต้องการผู้ได้รับบาดเจ็บมาทดสอบยาฟื้นฟูตัวใหม่ ผู้อำนวยการก็โบกมือใหญ่ๆ ว่าให้พี่สวีจัดเตรียมรายชื่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้เขา…
พี่สวีร่างรายชื่อเสร็จอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอส่งให้ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการก็ไม่อ่านเช่นกัน และมอบให้หัวหน้าแผนกผู้ป่วยในซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทที่อยู่ข้างกายทันที
พี่สวีเห็นแบบนั้นหัวใจก็เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เดิมทีเธอคิดจะฉวยโอกาสตอนที่ผู้อำนวยการมีงานเยอะมากไม่มีเวลาอ่านรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บให้ละเอียด ใส่ชื่อเมิ่งจื่ออวิ๋นปนเข้าไปข้างในมั่วๆ ให้ผ่านด่าน ตอนนี้ผู้อำนวยการส่งให้หัวหน้าแผนกตรวจสอบ เธอรู้สึกว่าบางทีแผนการของตัวเองอาจจะไม่สำเร็จก็ได้
คนที่เป็นตัวทดลองยาใหม่แทบจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือว่าทหารระดับต่ำกันหมด ซึ่งปกติแล้วจะไม่ถึงตาทหารระดับพัน เว้นแต่กรณีพิเศษ ดังนั้นถ้าเกิดตั้งใจตรวจสอบรายชื่อของพี่สวีละก็ มันจะไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบเลย
ขณะที่พี่สวีกำลังกังวลใจ หัวหน้าแผนกเห็นชื่อของเมิ่งจื่ออวิ๋น มุมปากก็เผยรอยยิ้มเล็กน้อย เขามองพี่สวีกับหลี่ซื่ออวี๋แวบหนึ่ง แววตาปรากฏร่องรอยความพึงพอใจออกมา คิดว่าสองคนนี้กำลังช่วยเขาระบายความแค้น เขายื่นรายชื่อให้ผู้อำนวยการโดยไม่ลังเลแล้วกล่าวว่า “ยาตัวใหม่ของหลี่ซื่ออวี๋มีประสิทธิภาพด้านการฟื้นฟูที่น่าทึ่ง ผมคิดว่าพันโทเมิ่งคงจะยินดีรับการรักษามากๆ เลยครับ”
เขารู้ดีมากกว่าพี่สวีว่าต้องทำอย่างไรถึงไร้ข้อผิดพลาด ดังนั้นเลยจี้จุดสำคัญไปตรงๆ โดยไม่มีการปิดบัง แน่นอนว่าที่เขากล้าทำแบบนี้ก็เป็นเพราะเขารู้ใจผู้อำนวยการดี
ผู้อำนวยการเห็นชื่อของเมิ่งจื่ออวิ๋นเช่นกัน แววตาก็เผยร่องรอยความเข้าอกเข้าใจออกมา เขาพยักหน้ากล่าวว่า “เป็นอย่างนี้จริงๆ เสี่ยวสวี เสี่ยวหลี่ พวกเธอช่างสังเกตดีมาก ดำเนินเรื่องเคสคนไข้ที่เร่งด่วนทันที ไม่เลวๆ ก็เอาตามรายชื่อนี้เลย”
เมิ่งจื่ออวิ๋น นายอยากหายไวๆ ไม่ใช่เหรอ? ฉันก็จะมอบโอกาสนี้ให้นาย ขอเพียงนายรอดพ้นเงื้อมมือของเจ้าหนูน้อยหลี่มาได้นะ…
ผู้อำนวยการนึกถึงผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถูกหลี่ซื่ออวี๋รักษา ทุกคนล้วนคร่ำครวญหาฟ้าดินร้องห่มร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดในระหว่างการรักษา ต่อให้เป็นคนอึดที่แข็งแกร่งอีกสักแค่ไหน ต่อให้ไม่ได้เสียกิริยาในตอนนั้น ทว่าหลังจากที่หายดีจากอาการบาดเจ็บแล้ว พวกเขาก็หน้าถอดสีเมื่อเอ่ยถึงหลี่ซื่ออวี๋เช่นกัน เห็นได้ว่าวิธีการรักษาของหลี่ซื่ออวี๋นั้นค่อนข้างโหดร้าย…ถึงขนาดที่ทหารมากมายจากกองกำลังทหารต่างรู้ว่า ภายในโรงพยาบาลของกองทัพ ห้ามล่วงเกินหมอปีศาจหลี่ซื่ออวี๋เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคุณก็จะอยู่ไม่สู้ตายดีกว่า
ผู้อำนวยการอารมณ์ดีขึ้นมาก เขามองหลี่ซื่ออวี๋กับพี่สวีด้วยแววตาที่อ่อนโยนสนิทสนมมากยิ่งขึ้น ดูสิ ทหารใต้บังคับบัญชาของเขาเป็นคนเฉลียวฉลาดรู้จักเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน พอรู้ว่าเขากลัดกลุ้มใจก็ส่งวิธีการแก้ไขมาทันที มีจิตใจเช่นนี้ ต่อไปเขาต้องเอาใจใส่ดูแลให้มากๆ แล้ว
เอาเถอะ ท่านผู้อำนวยการไม่ชอบเมิ่งจื่ออวิ๋นที่ชอบหาเรื่องคนนั้นมากๆ เหมือนกัน เพียงแต่อาศัยฐานะของเขาลงมือสั่งสอนอีกฝ่ายดูจะเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กไปหน่อย แต่พูดออกไปก็ดูไม่ดีนัก ดังนั้นเลยได้แต่อดทนไว้ ตอนนี้พอเห็นหลี่ซื่ออวี๋ลงมือ เขาย่อมเปิดไฟเขียวอำนวยความสะดวกให้หลี่ซื่ออวี๋แน่นอน
เช่นนี้เอง ภายใต้การควบคุมร่วมกันของผู้กุมอำนาจที่แท้จริงจากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ในโรงพยาบาลของกองทัพ เมิ่งจื่ออวิ๋นก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของหลี่ซื่ออวี๋โดยไม่ได้เกินความคาดหมายใดๆ
หลี่ซื่ออวี๋เห็นแบบนั้นก็ทอดถอนใจด้วยความจนปัญญา จังหวะเวลาชัยภูมิที่ตั้งและมานะคนอยู่ทางฝั่งพี่สวีหมดเลย บอกได้แค่ว่าพันโทเมิ่งคนนั้นรนหาที่ตายเอง ใครใช้ให้เขาล่วงเกินทุกคนในโรงพยาบาลกองทัพล่ะ
เมิ่งจื่ออวิ๋นรู้สึกว่าวันนี้สายตาของแพทย์ทหารและพยาบาลที่มาห้องผู้ป่วยของเขาดูแปลกๆ คล้ายกับมีความเวทนาอยู่ภายในนั้นนิดหน่อย หรือว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะแย่ลงอีกแล้ว? เมิ่งจื่ออวิ๋นอารมณ์เสียมากขึ้น เขาอยากหาคนมาสอบถามมากๆ แต่กลับพบว่าพยาบาลข้างกายที่ดูแลเขาวิ่งหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“ยัยพวกนี้รู้จักแต่นินทา ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยสักนิดเดียว ฉันจะสั่งสอนพวกเธอให้ดีๆ แน่” เมิ่งจื่ออวิ๋นกดกริ่งเรียกที่อยู่ข้างแคปซูลรักษาโดยพลัน เรียกพยาบาลที่ดูแลให้เข้ามาเร็วๆ
ผ่านไปไม่กี่วินาที ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มหล่อเหลาที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น ส่วนคนที่ตามหลังก็คือพยาบาลที่ดูแลเขาโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือพยาบาลน้อยที่หายตัวไปหลังจากโดนเขาด่าจนร้องไห้คนนั้นนี่เอง
เขาเห็นเธอชะโงกหัวออกมาจากด้านหลังชายหนุ่มแล้วถลึงตามองเขาอย่างอำมหิต หลังจากนั้นก็หดกลับไปอยู่ด้านหลังชายหนุ่มราวกับแฮมสเตอร์ตัวน้อยก็ไม่ปาน ทำเอาเขาโมโหจนอกแทบจะระเบิด…พยาบาลของโรงพยาบาลกองทัพก็เป็นเสียอย่างนี้ เขาเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่นะ ไม่รู้จักเคารพกันเลยสักนิดเดียว กองทัพที่ยี่สิบสามเก็บทหารตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้จักดีชั่วแบบนี้ได้ยังไง เขาจะต้องทำให้เธอปลดประจำการให้ได้ ปลดประจำการไปเลย เมิ่งจื่ออวิ๋นคลุ้มคลั่งแล้ว
เมิ่งจื่ออวิ๋นกำลังคิดจะสั่งสอนพยาบาลน้อยก็ได้ยินชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยถามเรียบๆ ว่า “เมิ่งจื่ออวิ๋น พันโทเมิ่ง สวัสดีครับ ผมคือหลี่ซื่ออวี๋หมอเจ้าของไข้คุณ ต่อไปคุณจะอยู่ในความรับผิดชอบของผมครับ”
“ชิ กองทัพที่ยี่สิบสามแม่งกากจริงๆ ให้เด็กมาเป็นหมอเจ้าของไข้เนี่ยนะ ไปซะ เรียกหัวหน้าแผนกพวกนายเข้ามา ฉันอยากเปลี่ยนคน” โทสะของเมิ่งจื่ออวิ๋นโหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้น ส่งพยาบาลตัวน้อยที่ไม่รู้อะไรเลยมาดูแลก็แล้วไปเถอะ แต่กระทั่งแพทย์เจ้าของไข้ก็เป็นเด็กไม่มีหนวดไร้ประสบการณ์ นี่เป็นการดูถูกเขาโดยสิ้นเชิง
“เปลี่ยนคน? ได้สิครับ ถ้าเกิดคุณไม่อยากหายไวขึ้น” หลี่ซื่ออวี๋ไม่ได้โกรธเช่นกัน เขาปิดหน้าจอเวชระเบียนอย่างเฉยชา แล้วเตรียมตัวจากไปพร้อมพยาบาลน้อย
“ช้าก่อน เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ?” เมิ่งจื่ออวิ๋นมองหลี่ซื่ออวี๋อย่างตื่นเต้น เมื่อกี้เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม แพทย์ทหารน้อยคนนี้บอกเขาว่าสามารถช่วยให้เขาหายดีไวขึ้นได้?
“ผมบอกว่าถ้าเกิดคุณไม่อยากหายไวๆ งั้นก็ไปหาหัวหน้าแผนกแล้วเปลี่ยนผมก็ได้ครับ” หลี่ซื่ออวี๋เผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา รอยยิ้มนั้นทำให้เมิ่งจื่ออวิ๋นรู้สึกขัดหูขัดตามาก แต่นอกจากเขาแล้ว ก็ไม่มีแพทย์ทหารคนไหนกล้าพูดประโยคนี้อีกจริงๆ ขนาดผู้อำนวยการโรงพยาบาลของกองทัพที่ยี่สิบสามก็ยังไม่กล้าเลย
“นายไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?” เมิ่งจื่ออวิ๋นใจเย็นลงทันที เขาที่สามารถกลายเป็นพันโทได้ย่อมไม่มีทางเป็นคนกักขฬะจริงๆ แน่นอน
“ทำไมผมต้องหลอกคุณด้วย? ถ้าเกิดผมทำไม่ได้ก็ถูกคุณร้องเรียน แล้วผมก็จะอยู่ในกองทัพที่ยี่สิบสามไม่ได้ ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกครับ” หลี่ซื่ออวี๋ตอบอย่างเรียบนิ่ง บ่งบอกถึงความมั่นใจของตัวเอง
พยาบาลน้อยได้ยินว่ามีคนกังขาในตัวหมอหลี่ เธอที่เดิมทีเกลียดเมิ่งจื่ออวิ๋นก็ชะโงกหัวออกมาจากหลังของหลี่ซื่ออวี๋ทันที แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าดูถูกว่า “หมอหลี่เป็นแพทย์ทหารที่เก่งที่สุดของกองทัพที่ยี่สิบสามเรา ยาที่เขาคิดค้นมีประสิทธิภาพเหนือกว่ายาทั่วไปหลายเท่า แถมเขายังเคยได้รับตราเสียงหลงด้วย แต่หมอหลี่นับถือนายพลหลิงเซียวมาก ก็เลยปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมหน่วยรบพิเศษเสียงหลง แล้วเปลี่ยนมาสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามของพวกเราแทน แถมยังได้รับคำสั่งยกเว้นการสอบจากนายพลหลิงเซียวเป็นพิเศษด้วยนะคะ…”
พยาบาลน้อยกล่าวถึงตรงนี้ก็ทำหน้าภาคภูมิใจราวกับเธอเป็นคนได้รับเกียรติยศเหล่านี้ก็ไม่ปาน
ถึงแม้หลี่ซื่ออวี๋มักจะทำภารกิจหรือว่าศึกษาวิจัยยาตัวใหม่ในห้องวิจัยเป็นประจำ แต่ผลงานของเขาเคยถูกบรรดาพยาบาลในโรงพยาบาลของกองทัพพูดกันจนรู้ไปทั่วนานแล้ว นางพยาบาลแทบทุกคนต่างรู้ดี กอปรกับหลี่ซื่ออวี๋มีหน้าตาหล่อเหลาและเป็นกันเอง เลยได้รับความชื่นชอบจากเหล่าพยาบาลสาว พูดได้ว่าเขาเป็นขวัญใจของพวกนางพยาบาลถัดจากนายพลหลิงเซียว
ส่วนเรื่องที่หลี่ซื่ออวี๋ชื่นชอบนับถือนายพลหลิงเซียวนั้น หลี่ซื่ออวี๋เป็นคนพูดออกมาเองจริงๆ ถึงอย่างไรเขาต้องมีคำอธิบายที่สมบูรณ์แบบว่าทำไมถึงปฏิเสธหน่วยรบพิเศษเสียงหลงและสมัครสอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสาม เขาไม่อาจพูดว่า เขามาเพราะลูกชายของนายพลหลิงเซียวซึ่งเป็นหัวหน้าทีมของเขา…เอ่อ นี่ยังต้องให้คนอื่นๆ รู้เรื่องที่นายพลหลิงเซียวมีลูกชายด้วยนะ
———————