I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 596 แตกหัก! (2)
อย่างไรก็ตามอู่จย่งก็ไล่บรรดาสมาชิกกลุ่มที่มาส่งเหล่านี้กลับไปเหมือนกับหลิงหลาน ถึงยังไงตอนนี้ก็เป็นเวลาเข้าเรียน ถ้าเกิดลาหยุดก็ยังโอเค แต่ถ้าโดดเรียนออกมา พอกลับไปแล้วย่อมไม่มีจุดจบดีๆ อะไรแน่นอน และอู่จย่งรู้ดีว่าคนเหล่านี้จะต้องโดดเรียนออกมา เขารู้ว่าวันนี้สมาชิกกลุ่มเกือบทั้งหมดล้วนมาส่งลูกพี่
อู่จย่งมองส่งพวกสมาชิกจากไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมบนใบหน้า เป็นเพราะการมาส่งของพวกเขาทำให้ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ของเขาหายไปเล็กน้อย และรู้สึกว่าการแยกจากลูกพี่ออกมาเดินทางเพียงลำพังไม่ใช่เรื่องที่ยากจะทานทนขนาดนั้นเลย
เมื่ออู่จย่งตัดสินใจก้าวขึ้นไปบนยานรบของกองทัพที่สิบห้าในที่สุด เขากลับเห็นคนที่อยู่เหนือความคาดหมายยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของท่าจอดยาน ฝีเท้าของอู่จย่งเชื่องช้าลงทันที ใบหน้าที่เดิมทียังคงมีรอยยิ้มพลันบึ้งตึง
“เยี่ยซวี่ นายมาทำไม?” ฉินอี้เห็นเยี่ยซวี่ โทสะก็ลุกโชนขึ้นมาก่อนจะเอ่ยปากถามเป็นคนแรก
“มาส่งพวกนายไง” เยี่ยซวี่ตอบกลับอย่างใจเย็น
“ฮ่าๆ ส่งพวกเราเนี่ยนะ? นายยังมีหน้ามาส่งพวกเราอีกเหรอ?” ฉินอี้ยิ้มหยันออกมา แววตาแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เจ็บปวดใจและงุนงง
“ถึงแม้พวกนายจะไม่ยกโทษให้ฉัน แต่ฉันก็ยังอยากมาส่งพวกนายอยู่ดี” สีหน้าของเยี่ยซวี่ดูเรียบนิ่ง ไม่ได้เสียกิริยาเพราะท่าทีเยาะหยันของฉินอี้
ฉินอี้กำลังคิดจะตอบกลับ แต่อู่จย่งยื่นมือออกมาขวางไว้ จากนั้นอู่จย่งก็มองเยี่ยซวี่อย่างจริงจัง เพื่อนที่ร่วมมือกันตอนปีหนึ่งในสถาบันลูกเสือเพื่อต่อกรกับกลุ่มของหลิงหลานที่โผล่พรวดขึ้นมาคนนี้ เขาพบว่าตลอดระยะเวลาสิบห้าปีที่อยู่ด้วยกันมาเขาไม่เคยเข้าใจอีกฝ่ายอย่างแท้จริงเลย
อู่จย่งยังคงจำได้ว่าตอนปีสองในโรงเรียนทหาร เขาเคยบอกกับพวกสมาชิกในหน่วยรบตัวเองแล้วว่า ต่อไปเขาจะสมัครสอบเข้ากองทัพที่สิบห้า เพราะว่านี่เป็นขุมกำลังของพวกตระกูลอู่ เขาเลยจำเป็นต้องไปที่นั่น แต่เขาจะไม่บังคับพวกสมาชิกในหน่วยรบ ถ้าเกิดไม่อยากตามเขาไปกองทัพที่สิบห้าก็บอกได้ เขาจะจัดการขั้นตอนแบ่งหน่วยรบแต่เนิ่นๆ และแยกจากกันด้วยดี
พวกสมาชิกต่างเลือกไปกองทัพที่สิบห้าด้วยกันกับเขา รวมถึงรองหัวหน้าทีมเยี่ยซวี่ด้วย และจากประสบการณ์ที่เติบโตมาด้วยกันก็ทำให้อู่จย่งเชื่อใจเยี่ยซวี่ คิดว่าเยี่ยซวี่จะต้องไปกองทัพที่สิบห้าเป็นเพื่อนเขาแน่นอน แล้วเริ่มต้นยุคสมัยของพวกเขาด้วยกัน อย่างไรก็ตามความคิดที่สวยงามเช่นนี้กลับพลิกคว่ำในช่วงเวลาสุดท้าย ตอนที่สมัครสอบเข้ากองทัพ จู่ๆ เยี่ยซวี่ก็ยื่นคำขอแยกตัวออกจากทีม ทำให้เขารับมือไม่ทัน
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังพาสมาชิกอีกห้าคนไปจากหน่วยรบด้วย และก็เป็นสมาชิกแกนหลักที่สุดในหน่วยรบของอู่จย่ง ทำให้อู่จย่งที่กว่าจะเลื่อนขั้นเป็นหน่วยรบสองดาวตกไปอยู่ที่หน่วยรบหนึ่งดาวอีกครั้ง และสิ่งที่น่าชิงชังกว่านั้นคือหน่วยรบที่เดิมทีมีสมาชิกครบกลับต้องมีจำนวนคนเกินขีดจำกัดเพราะดาวลดลง ทำให้สมาชิกทีมหลายคนต้องกลายเป็นสมาชิกภายนอกแทน…
อู่จย่งแค้นเคืองเยี่ยซวี่นัก ถ้าเกิดบอกเรื่องแยกตัวแต่เนิ่นๆ ต่อให้เยี่ยซวี่พาคนไปครึ่งหนึ่ง เขาก็มีเวลาเติมสมาชิกในหน่วยรบให้เต็ม เลื่อนระดับดาวของหน่วยรบไปถึงระดับที่เขาต้องการ เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อย หลังจากเข้าสู่กองทัพที่สิบห้าแล้วถึงค่อยมีความมั่นใจว่าจะแสดงความสามารถออกมาและข่มคู่แข่งคนอื่นๆ ในกองทัพที่สิบห้าได้ภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด…
แต่ทุกอย่างนี้กลับถูกเยี่ยซวี่ทำพังในช่วงเวลาสุดท้าย แผนการทั้งหมดสูญเปล่า ไม่เพียงแค่นั้นมันยังทำให้เขาอยู่ในกองทัพที่สิบห้าได้ยากลำบากมากขึ้น อู่จย่งรู้ว่าพวกสายรองของตระกูลอู่รออยู่ในกองทัพที่สิบห้าเตรียมตัวกดข่มเขามานานแล้ว และเรื่องนี้ คุณพ่อกับคุณปู่ของเขาต่างไม่อาจสอดมือ ทำได้เพียงอาศัยตัวเขาไปรับมือเองเท่านั้น
อู่จย่งมองเพื่อนที่ร่วมมือกันอย่างสนิทสนมมาสิบห้าปีนี้ ก่อนจะเก็บความเจ็บปวดรวดร้าวในแววตากลับไป จากนั้นเขาก็เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำว่า “เพราะอะไร?”
เยี่ยซวี่เงียบไป แล้วจ้องมองอู่จย่งเท่านั้น
“เยี่ยซวี่ สิบห้าปีแล้วนะ ถึงแม้อาจจะเป็นแค่การร่วมมือกันตั้งแต่แรก แต่ว่าสิบห้าปีที่ผ่านมานี้ ฉันเห็นนายเป็นพี่น้องจริงๆ เห็นแก่มิตรภาพสิบห้าปีมานี้ นายบอกคำตอบที่แท้จริงมาเถอะว่าทำไมนายต้องทำแบบนี้ด้วย?” อู่จย่งตะคอก เขาตะโกนความเจ็บปวดที่ข่มกลั้นภายในใจในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ออกมาจนหมด
นอกจากคนในหน่วยรบของเขาแล้ว คนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องการทรยศหักหลังของเยี่ยซวี่เลย และเขาเองก็ห้ามไม่ให้พวกสมาชิกทีมเปิดเผย กระทั่งลูกพี่หลิงหลานก็โดนปิดบังเช่นกัน อู่จย่งไม่อยากให้ลูกพี่กังวลใจ นอกจากนี้ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องของหน่วยรบพวกเขา อู่จย่งไม่อยากขายหน้าไปถึงทางลูกพี่เช่นกัน ว่ากันตามตรง การที่เยี่ยซวี่หักหลังก็ยังคงเป็นเพราะเขาไร้ความสามารถ
“อุดมการณ์แตกต่างกัน ก็ร่วมงานกันไม่ได้” เยี่ยซวี่มองอู่จย่ง แววตาดูซับซ้อนมาก ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยปากบอกเหตุผลที่ทำร้ายคนอื่น
“อุดมการณ์แตกต่างกันก็ร่วมงานกันไม่ได้? อุดมการณ์แตกต่างกันก็ร่วมงานกันไม่ได้?” อู่จย่งหัวเราะขึ้นมา “ที่แท้พวกเราร่วมมือกันอย่างสนิทสนมมาสิบห้าปี สุดท้ายก็ได้รับแค่คำตอบนี้เท่านั้นเนี่ยนะ นายมีอุดมการณ์อะไรที่แตกต่างกับพวกเรากันแน่?” อู่จย่งเก็บรอยยิ้ม แล้วมองไปทางเยี่ยซวี่อย่างเย็นชา
“ฉันจะไม่ก้มหัวให้ใคร” เยี่ยซวี่ตอบกลับ
อู่จย่งได้ยินคำกล่าวก็ตบหน้าอกโดยพลัน จากนั้นก็เอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “สิบห้าปีมานี้ฉัน อู่จย่งไม่เคยเห็นนายเป็นลูกน้อง ถ้าเกิดนายอยากเป็นหัวหน้าทีม นายก็สามารถทำได้” ตอนแรกที่ก่อตั้งหน่วยรบ เขาเคยถามเยี่ยซวี่แล้วว่า เขาอยากเป็นหัวหน้าทีมหรือไม่ แต่เยี่ยซวี่ปฏิเสธทันที บอกว่าไม่สนใจ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสาเหตุที่เขาหักหลังเนี่ยนะ? ในใจอู่จย่งรู้สึกยอมรับไม่ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับความเดือดดาลของอู่จย่ง เยี่ยซวี่ก็หลุบตาลง “ฉันจะไม่ก้มหัวให้ใคร นี่ไม่ได้พูดถึงนาย”
ม่านตาของอู่จย่งหดลง “นายหมายถึงลูกพี่เหรอ?”
เยี่ยซวี่เงยหน้าขึ้น แววตาที่คมกริบส่องประกายแวบหนึ่ง “ใช่ ถ้าฉันอยู่กับพวกนาย ต่อให้หน่วยรบแข็งแกร่งอีกสักแค่ไหน พอปรากฏตัวต่อหน้าหลิงหลาน พวกนายก็จะก้มหัวโดยธรรมชาติ แต่ฉันต้องการเพื่อนที่ไม่หวาดกลัวหลิงหลาน”
“ดังนั้นนายถึงได้ทิ้งพวกเราสินะ?” อู่จย่งใจเย็นลงฉับพลัน ก่อนจะจ้องมองสีหน้าของเยี่ยซวี่
เยี่ยซวี่ผงกศีรษะช้าๆ สีหน้าดูเคร่งขรึมจริงจัง
อู่จย่งหลับตาสองข้างลงด้วยความเจ็บปวด “อุดมการณ์แตกต่างกันก็ร่วมงานกันไม่ได้จริงๆ ด้วย สิบห้าปีแล้วนะ นายยังคิดว่านายจะเอาชนะลูกพี่ได้อีกเหรอ?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? การเป็นลูกชายของหลิงเซียวกำหนดให้เขาไม่มีอนาคตแล้ว” แววตาของเยี่ยซวี่ดูเย็นชามาก และก็เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
อู่จย่งลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาของเขาดูกระจ่างใสอย่างยิ่ง “ได้ ได้ ได้ เยี่ยซวี่ นายมีความฝันอันยิ่งใหญ่ ฉัน อู่จย่งก็จะไม่ถ่วงแข้งถ่วงขานายไว้ ฉันจะอยู่ในกองทัพที่สิบห้ารอให้ความฝันของนายกลายเป็นจริง” จากนั้นเขาหันหน้ามองไปทางพวกฉินอี้แล้วกล่าวว่า “พวกเราไป!”
อู่จย่งพาลูกทีมของเขาขึ้นไปบนยานรบของกองทัพที่สิบห้าโดยที่ไม่เหลียวมองกลับมาเช่นนี้เอง
“คุณชายสิบสาม ใกล้จะถึงเวลาที่ยานรบของกองทัพที่เก้าจะออกเดินทางแล้ว พวกเราต้องรีบไปโดยเร็วที่สุดครับ” ลูกทีมคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเยี่ยซวี่เอ่ยปากพูด
“โจวหลิง? ไม่สิ ควรเรียกนายว่าเยี่ยหลิงสินะ” แววตาของเยี่ยซวี่มีร่องรอยความเย็นชาพาดผ่าน มุมปากเผยความเยาะหยันจางๆ เมื่อเผชิญหน้ากับตระกูลเยี่ยที่ยิ่งใหญ่นี้ เขาที่ตอนนี้ยังคงอ่อนแอเลยได้แต่ทำเรื่องที่ตัวเองไม่อยากทำ อย่างไรก็ตาม…
เยี่ยซวี่มองไปยังทิศทางที่พวกอู่จย่งขึ้นยาน ในใจผุดความรู้สึกขมขื่นขึ้นมา แตกหักกับพวกเขาแล้ว บางทีอาจจะไม่ส่งผลกระทบไปถึงพวกเขาก็ได้
“ในเมื่อคุณชายสิบสามยินดีทำตามการจัดการของตระกูล ไปกองทัพที่เป็นขุมกำลังของตระกูลเยี่ย เช่นนั้นผมย่อมกลับมาใช้แซ่เยี่ยตามเดิมได้แล้วครับ” เยี่ยหลิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
เขาเป็นทายาทข้ารับใช้ของตระกูลหลี่ เนื่องจากมีศักยภาพไม่เลว ทำให้ตระกูลเยี่ยวางแผนทำการเปลี่ยนนามสกุลของเขาแล้วส่งเขาไปที่โรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง จากนั้นก็แอบซุ่มอย่างเงียบเชียบอยู่ข้างกายคุณชายสิบสามโดยที่ปกปิดความสามารถของตัวเองเสมอมา จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจจากคุณชายสิบสามถึงได้ล่วงรู้ว่าคุณชายสิบสามเก็บงำความสามารถที่แท้จริงมาตลอด
เยี่ยหลิงเป็นคนของตระกูลเยี่ย และจงรักภักดีต่อตระกูลเยี่ยเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงบอกเล่าพรสวรรค์อันโดดเด่นของคุณชายสิบสามให้ตระกูลเยี่ยรับรู้ ดังนั้นในช่วงเวลาสุดท้ายถึงได้บังคับให้เยี่ยซวี่เปลี่ยนการสมัครสอบมาเป็นกองทัพที่เก้าซึ่งมีขุมกำลังของพวกตระกูลเยี่ยอยู่ และทำให้คุณชายสิบสามแตกหักกับตระกูลอู่ได้สำเร็จ จนได้แต่พึ่งพาตระกูลเยี่ยเพื่อปีนป่ายขึ้นไปเท่านั้น
————————