I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 599 สัตว์ประหลาด? (1)
“ระดับพลังปราณ? ไม่นึกเลยว่าเพิ่งกลับมาถึงกองทัพที่ยี่สิบสามก็ได้เจอของเล่นน่าสนุกแบบนี้” ทหารที่ต่อยหมัดกับลั่วล่างคนนั้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างตื่นเต้น แววตาเผยรัศมีความกระหายเลือด เขาที่ถูกยั่วโทสะคล้ายกับหวนกลับไปยังสนามรบนองเลือดแห่งนั้นอีกครั้ง จิตสังหารในใจยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ระดับของลั่วล่างถูกเปิดเผยออกมาในการปะทะกันของหมัดนั้น กลุ่มทหารที่มีกลิ่นอายชั่วร้ายบนตัวซึ่งกำลังชมการต่อสู้อยู่นั้น เวลานั้นพวกเขาก็อดทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาไม่ได้ พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมียอดฝีมือระดับพลังปราณในหมู่นักเรียนทหารที่เพิ่งจะสอบเข้ากองทัพกลุ่มนี้ โดยทั่วไปแล้วคนที่สามารถกลายเป็นยอดฝีมือระดับพลังปราณได้ขณะที่เป็นนักเรียนทหารล้วนได้รับการเน้นอบรมบ่มเพาะจากกองทัพ ความรู้นี้ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำเกินเลยมากไปนัก จะได้ไม่ต้องยั่วโทสะกองบัญชาการของกองทัพ
ขณะที่พวกเขากำลังคิดว่าจะหยุดเรื่องนี้อย่างไร หนึ่งในนั้นก็มองเห็นความกระหายเลือดในแววตาของเพื่อนร่วมรบ ก่อนจะร้องอุทานทันทีว่า “หัวหน้า แย่แล้ว ลู่เหว่ยน่าจะคลั่งแล้ว”
พวกเขาเป็นอาวุธสังหารของกองทัพ เมื่อเคลื่อนพลก็เป็นเพชฌฆาตสังหารหมู่ ผลจากการเข่นฆ่าผู้คนมากเกินไปทำให้พวกเขามีปัญหาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ยกตัวอย่างเช่น ทุกครั้งที่กลับมาจากภารกิจก็จะขี้โมโหง่าย ไม่ว่าเห็นอะไรก็รู้สึกขัดหูขัดตาทั้งนั้น ถ้าเกิดไม่หาเรื่องมาระบายอารมณ์ก็จะกลับมาเป็นปกติไม่ได้เลย
ทหารเก่าในกองทัพต่างรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้โชคร้ายเจอพวกเขาหาเรื่องก็ต้องอดทน ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดยั่วโมโหพวกเขาขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นการหาเรื่องใส่ตัวให้ตัวเองโดนทำร้ายแล้ว นี่ก็คือสาเหตุที่ทหารประจำการไม่พูดอะไรเมื่อพวกเขามาหาเรื่องที่นี่ อันที่จริงแล้วมันไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลย แต่กองบัญชาการก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงอย่างไรทั้งหมดก็เป็นเพราะผลสืบเนื่องที่เกิดขึ้นจากภารกิจ ตราบใดที่ไม่เกิดผลร้ายแรงก็ปล่อยพวกเขาไป ด้วยเหตุนี้เอง คนเหล่านี้จึงถูกขนามนามว่าเป็นอันธพาลในกองทัพ ทหารเก่าทั่วไปไม่กล้ายั่วยุพวกเขาเลย
เพียงแต่ว่าวันนี้เจอกลุ่มทหารใหม่ ซึ่งทหารใหม่ที่ไม่เคยได้รับความพ่ายแพ้ย่อมไม่อาจกล้ำกลืนความอัปยศนี้ได้ ผลจากการบันดาลโทสะก็คือโดนพวกเขาทุบตีอย่างรุนแรงสักครั้ง ถ้าเกิดให้มันผ่านพ้นไปแบบนี้ก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าขัดขวางหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้งก็จะกระตุ้นทหารที่อารมณ์ไม่มั่นคงเหล่านี้ เมื่อพวกเขาตกอยู่ในความคลุ้มคลั่งก็จะไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น ถึงขนาดที่อาจจะทำการฆาตกรรมได้
นี่ก็คือสาเหตุที่ทหารคนนั้นคิดว่าสถานการณ์ท่าไม่ดีแล้ว ถ้าเกิดลู่เหว่ยบ้าขึ้นมาจริงๆ เด็กหนุ่มงดงามที่ขัดขวางเขาคนนั้นอาจจะกลายเป็นหยกแหลกสลายก็ได้
ทหารคนนั้นกำลังคิดจะลงมือห้ามปราม หัวหน้าของพวกเขากลับยื่นมือมาขวางไว้พลางกล่าวว่า “เหลียงฉี รอเดี๋ยว”
“แต่ว่า!” ใบหน้าของเหลียงฉีเผยความกังวลใจออกมา เขากลัวว่าลู่เหว่ยจะสูญเสียการควบคุมจริงๆ และจะสร้างเรื่องน่าโศกเศร้าที่ไม่อาจกู้คืนกลับมาได้อีก
“ไม่เป็นไร ทหารใหม่คนนั้นไม่น่าจะถูกจัดการง่ายขนาดนั้น” หัวหน้าทีมตอบกลับอย่างสบายๆ
เวลานี้เอง นักเรียนทหารรอบๆ ที่โกรธเคืองมากเห็นลั่วล่างปรากฏตัวขึ้น ในใจก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง พวกเขารู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทหารเหล่านี้ แม้ว่าในใจจะขุ่นเคืองอย่างมาก แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องอดทน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเห็นว่าคนที่ปรากฏตัวมีแค่ลั่วล่างคนเดียวเท่านั้น ในใจพลันวิตกกังวลขึ้นมา หวังว่าคนอื่นๆ จากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งจะออกมาไวๆ ไม่เช่นนั้นอาศัยแค่ลั่วล่างเพียงคนเดียว ไม่สามารถต้านทานการลงมืออย่างอำมหิตของคนเหล่านี้ได้เลย
คนของโรงเรียนทหารชายที่สามก็ร้อนใจมากเช่นกัน หนึ่งในนั้นถามหัวหน้าของพวกเขาอย่างเงียบๆ ว่า “พี่อู่ มาแค่เขาคนเดียว กลัวว่าจะหัวเดียวกระเทียมลีบ ไว้เดี๋ยวพวกเราจะลงมือกันมั้ย?”
สีหน้าของพี่อู่ที่เป็นหัวหน้าเปลี่ยนไป ท้ายที่สุดเขาก็กัดฟัน “คอยสังเกตการณ์เงียบๆ ไว้ ถ้าเกิดคนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไม่มา พวกเราค่อยขัดขวาง”
เป็นนักเรียนทหารเหมือนกัน ทหารใหม่เหมือนกัน พวกเขาจะยืนอยู่ด้านข้างได้ยังไง จะให้ทหารเก่าเหล่านี้ดูแคลนพวกเขาจริงๆ ไม่ได้เด็ดขาด
“เข้าใจแล้ว พี่อู่” คนจากโรงเรียนทหารชายที่สามลอบเตรียมตัว ถ้าเกิดคนอื่นๆ จากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งมาช่วยไม่ทันจริงๆ พวกเขาก็จะลงมือช่วยเหลือลั่วล่าง
ลั่วล่างสัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่ากลิ่นอายของคู่ต่อสู้เปลี่ยนไป เขาทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาแล้วเตรียมการป้องกันอย่างระมัดระวัง
ทั้งสองสบตากันอยู่ไม่กี่วินาที ทันใดนั้นพวกเขาก็เคลื่อนไหวพร้อมกันก่อนที่จะหายตัวไป
“ปังๆๆ!” ทั้งคู่ประมือกันกลางอากาศอยู่หลายกระบวนท่า ต่อสู้กันอย่างรวดเร็วสุดขีด บางคนที่มีสายตาอ่อนด้อยไม่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ชัดเจน ได้ยินเพียงเสียงหมัดและลูกเตะของพวกเขาปะทะกัน
“รับหมัดฉันไปซะ!” ลู่เหว่ยตะโกนดังลั่น ออกแรงต่อยใส่คู่ต่อสู้
ลั่วล่างกำหมัดเข้าไปรับโดยไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เสียง ‘ตูม!’ ดังอื้ออึง พลังปราณสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อนจะระเบิดขึ้นมาฉับพลัน คราวนี้เนื่องจากทั้งสองฝ่ายทุ่มอย่างสุดกำลังโดยที่ไม่มีการยั้งมือ พลังมหาศาลจึงส่งพวกเขาทั้งสองกระเด็นออกไป
ลู่เหว่ยล้มกระแทกพื้นอย่างหนักหน่วง แล้วไถลออกไปหลายเมตรโดยที่ควบคุมร่างกายไม่อยู่ เขาดีดขาสองข้างก่อนจะยืนขึ้นมา เวลานี้ภาพลักษณ์ของเขาไม่ได้ดูงดงามแล้ว ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นเลย มุมปากของเขาก็มีเลือดไหลซิบๆ การปะทะกันเมื่อสักครู่นั้นทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายใน
ส่วนทางด้านลั่วล่าง ตอนที่เขากำลังจะล้มลงถึงพื้นนั้น เขาพลิกตัวแล้วใช้สองมือยันพื้นไว้ อาศัยแรงยันนี้ดีดตัวขึ้นมา สุดท้ายก็ลงสู่พื้นอย่างมั่นคงแล้วยืนตัวตรง ถึงแม้ลั่วล่างรู้สึกว่าเลือดลมตัวเองปั่นป่วน แต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างแท้จริง การต่อสู้รอบนี้ เขาเหนือกว่าคู่ต่อสู้เล็กน้อย
พอเห็นว่าตัวเองถูกทำร้ายโดยทหารใหม่ที่เขาดูแคลน เส้นประสาทที่เรียกว่าสติสัมปชัญญะในสมองของลู่เหว่ยขาดผึง แววตาเผยความคลุ้มคลั่งออกมา เขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “บัดซบ ไปตายซะ”
สิ้นเสียงนี้ กล้ามเนื้อแขนขวาของเขาพลันปูดออกจนแขนเสื้อปริทันที ยังไม่ทันที่ผู้คนจะร้องอุทาน เขาก็หายตัวไป จากนั้นวินาทีถัดมาก็ปรากฏตัวตรงหน้าลั่วล่าง แขนขวาที่ใหญ่โตกำยำโจมตีใส่ลั่วล่างอย่างโหดเหี้ยม
“หยุดนะ!” เหลียงฉีตกใจมากก่อนจะพุ่งออกไปทันที เขาไม่คาดคิดว่าลู่เหว่ยจะคลั่งจนถึงขั้นปล่อยทักษะสุดยอดของหน่วยรบพิเศษพวกเขาออกมา การโจมตีนี้ ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่ตายก็กึ่งเป็นกึ่งตายแล้ว
ทว่าในขณะที่อยู่กลางอากาศ ทันใดนั้นก็มีร่างเงาคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาขวางเขาไว้
“บัดซบ หลบไป” เหลียงฉีเดือดดาล และออกหมัดโจมตี
‘ปัง’ กำปั้นทั้งสองปะทะกัน เหลียงฉีถอยหลังติดต่อกันหลายก้าวอย่างควบคุมไม่อยู่ จากนั้นค่อยยืนอย่างมั่นคง เขามองไปทางคู่ต่อสู้อย่างตกตะลึง หมัดที่แฝงไปด้วยความโกรธนี้ของเขามีพลังปราณของเขาอยู่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่คาดคิดว่านอกจากอีกฝ่ายจะรับได้แล้ว แถมยังกระแทกกลับมาจนทำให้เขาถอยร่นไป
ขณะที่ทางด้านเหลียงฉีถูกสกัดไว้ ทางฝั่งลั่วล่างเห็นฝ่ายตรงข้ามโจมตีมาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี เขาพลันสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง เขย่ามือขวาเบาๆ ไม่กี่ที ก่อนจะออกหมัดหนึ่งนิ้วขั้นสี่ที่เป็นท่าไม้ตายของเขาซึ่งแฝงพลังปราณทั้งร่างของเขาไว้อย่างเงียบงัน รับการโจมตีอันโหดเหี้ยมของอีกฝ่าย
เสียง ‘ตูม!’ ดังสนั่น แทบจะทะลุแก้วหูของทุกคนในที่นี้
หลังจากที่คลื่นพลังปราณที่แข็งแกร่งสองสายปะทะกันมันก็ระเบิดออก พลังงานที่รุนแรงทำให้ผู้ชมรอบๆ ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างควบคุมไม่อยู่ คนที่สามารถยืนอย่างมั่นคงภายในรัศมีพลังปราณมีเพียงทหารที่แกร่งกล้าเหล่านั้น รวมถึงคนที่ขัดขวางเหลียงฉีเมื่อสักครู่นี้
เมื่อพลังปราณสายนี้กระจายหายไป ในที่สุดคนที่ประจันหน้ากับเหลียงฉีก็ส่งเสียงออกมาว่า “นี่ พวกเขาสองคนกำลังสนุกกับการต่อสู้อยู่ ถ้านายลงมือ พวกเขาจะโกรธเอาได้นะ”
—————-