I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 600 สัตว์ประหลาด? (2)
เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารใหม่ของกองทัพที่ยี่สิบสาม มีรอยยิ้มที่สดใสมากบนใบหน้า ราวกับว่าการที่เขาลงมือเป็นเพราะกลัวว่าเหลียงฉีจะทำเรื่องเลวร้ายด้วยความหวังดีจริงๆ
เหลียงฉีไม่ได้ถูกรอยยิ้มของอีกฝ่ายหลอก จากนั้นเขาหรี่ตา “ระดับพลังปราณ”
เหลียงฉีดูเหมือนใจเย็น แต่ความจริงแล้วในใจเขาตกตะลึงมาก มีระดับพลังปราณปรากฏตัวขึ้นสักคนก็เป็นเรื่องที่หายากมากแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีระดับปราณปรากฏตัวขึ้นอีกคน ทหารใหม่ปีนี้ดูท่าจะมีสัตว์ประหลาดอยู่ไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคนสองคนที่มาจะเป็นระดับพลังปราณกันหมดได้อย่างไร?
หลังจากที่ลั่วล่างกับลู่เหว่ยปะทะหมัดกันแล้ว ทั้งคู่ดูเหมือนไม่เป็นอะไร ขณะที่เหลียงฉีกำลังคิดจะให้ลู่เหว่ยหยุดมือ เขาก็เห็นลู่เหว่ยล้มกระเด็นออกไปฉับพลัน และตอนที่อยู่กลางอากาศก็กระอักเลือดสาดลงพื้นอย่างควบคุมไม่อยู่ ต่อมาร่างของเขาก็ล้มกระแทกพื้น เนื่องจากพละกำลังมากเกินไป เขาเลยกลิ้งอย่างควบคุมไม่อยู่หลายรอบถึงค่อยหยุด และครั้งนี้ ลู่เหว่ยไม่ได้ลุกขึ้นมาอีก
ลั่วล่างลดกำปั้นลงช้าๆ ก่อนจะยืนตัวตรง เลือดค่อยๆ ไหลลงมาจากมุมปาก ถึงแม้จะทำร้ายอีกฝ่ายจนบาดเจ็บหนัก แต่ท่าไม้ตายของฝ่ายตรงข้ามก็ร้ายกาจมากเช่นกัน มันทำร้ายอวัยวะของเขาโดยตรง อย่างไรก็ตาม สภาพของเขาก็ดีกว่าคู่ต่อสู้มากนัก อย่างน้อยที่สุดเขายังคงยืนอยู่ได้ ยังสามารถต่อสู้ได้ ส่วนอีกฝ่ายกลับล้มลงไปแล้ว และไม่มีความเป็นไปได้ที่จะต่อสู้อีก
ลั่วล่างใช้มือปาดเลือดตรงมุมปาก จากนั้นก็เดินมาที่เบื้องหน้าลู่เหว่ยช้าๆ แล้วค้อมตัวลงมาจ้องมองลู่เหว่ยพลางกล่าวว่า “เมื่อกี้ขาข้างไหนของนายทำร้ายน้องสาวฉัน?”
ลู่เหว่ยไม่ตอบ เขาเพียงแต่ใช้ดวงตาแดงก่ำถลึงใส่ลั่วล่างอย่างโหดเหี้ยม ราวกับอสูรร้ายที่ต้องการกัดเนื้อของอีกฝ่าย แต่เขาที่บาดเจ็บสาหัสไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลย
“ขาขวาใช่หรือเปล่า?” ลั่วล่างยิ้มหยัน “ฉันจะหักมัน น้องสาวของลั่วล่างไม่ได้รังแกกันง่ายๆ นะ”
กล่าวจบ ลั่วล่างพลันยกขาขวาขึ้นมา แล้วเตะไปที่น่องขาข้างขวาของลู่เหว่ยอย่างอำมหิต
“บังอาจ!” หัวหน้าทีมคนนั้นตาแดงก่ำแวบหนึ่ง ร่างกายของเขาพลันหายตัวไป พริบตาเดียวก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าลั่วล่าง และส่งเท้าไปรับเท้าที่ลั่วล่างเตะมาข้างนั้น
ลั่วล่างหน้าถอดสี ไอพลังที่แฝงมาของหมอนี่เหนือกว่าความสามารถที่เขาจะรับไหวอย่างสิ้นเชิง เขาไม่มีทางต้านทานได้เลย แต่ลั่วล่างไม่ล้มเลิกการล้างแค้นของตัวเอง ยังคงเตะไปที่น่องขาของลู่เหว่ยอย่างห้าวหาญ
‘ปัง!’ ทันใดนั้นก็มีขาที่กำยำข้างหนึ่งปรากฏขึ้น สกัดขาของหัวหน้าทีมไว้
‘กรอบ’ ลั่วล่างเตะน่องขาของลู่เหว่ยอย่างโหดเหี้ยม หักกระดูกขาของอีกฝ่ายทันที
ส่วนคนที่ขวางการโจมตีของหัวหน้าทีมมีผมสั้นสามนิ้ว หน้าตาดูเป็นคนเปิดเผยซื่อตรง เวลานี้เขาไม่มีรอยยิ้มเลยสักนิดเดียว และก็ดูน่าสะพรึงกลัวอยู่บ้าง
ชายคนนั้นค่อยๆ ลดขาของตัวเองลง ปากก็กล่าวอย่างเรียบนิ่งว่า “คู่ต่อสู้ของนายก็คือฉัน”
“ฉีหลง นายเกือบมาไม่ทันแล้วนะ” ลั่วล่างเห็นเขาก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ลูกพี่ให้พวกเขาสามคนมาด้วยกัน ฉีหลงที่เดิมทีมีความสามารถสูงสุดกลับมาช้าที่สุด ไม่เหมือนเขากับเซี่ยอี๋ที่มาถึงก่อน
“มาเร็วไม่สู้มาได้จังหวะพอดีนะ” ฉีหลงตอบกลับอย่างเฉยชา
อันที่จริงเขามาถึงนานแล้ว แต่ลูกพี่สั่งว่าต้องปล่อยให้ลั่วล่างต่อสู้ดีๆ สักยก ระบายความโกรธของเขาหน่อย ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดไม่ระบายโทสะนี้ออกมา ลั่วล่างที่เป็นพวกบ้าน้องสาวจะต้องคลุ้มคลั่งแน่นอน
“พวกนายเป็นใคร” หัวหน้าทีมมองเห็นความสามารถของฉีหลงชัดเจน ม่านตาของเขาก็หดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขั้นสูงสุดของระดับพลังปราณ ด้อยกว่าเขาแค่เล็กน้อย อายุเท่านี้ ไม่นึกเลยว่าทักษะการต่อสู้มือเปล่าจะไปถึงระดับนี้ได้ ดูท่าเขาน่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดของทหารใหม่กลุ่มนี้
“อดีตนักเรียนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง ปัจจุบันทหารใหม่ของกองทัพที่ยี่สิบสาม ฉีหลง” ฉีหลงเอ่ยเรียบๆ
“นายล่ะ?” หัวหน้าทีมมองไปยังทหารใหม่อีกคนที่ขวางเหลียงฉีไว้
“อดีตนักเรียนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง ปัจจุบันทหารใหม่ของกองทัพที่ยี่สิบสาม เซี่ยอี๋” เซี่ยอี๋ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
หัวหน้าทีมมองไปทางลั่วล่าง เด็กหนุ่มที่ดูเปราะบางคนนี้มีความโหดเหี้ยมไม่ด้อยไปกว่าทหารผ่านศึกอย่างพวกเขาเท่าไหร่เลย ใครเป็นคนอบรมสั่งสอนสัตว์ประหลาดเหล่านี้ออกมากันนะ?
“อดีตนักเรียนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่ง ปัจจุบันทหารใหม่ของกองทัพที่ยี่สิบสาม ลั่วล่าง” ลั่วล่างถลึงตามองหัวหน้าทีมด้วยความโกรธเกรี้ยว ถ้าเกิดเป็นไปได้ เขายังอยากให้หัวหน้าทีมคนนี้จ่ายค่าตอบแทนสักหน่อย ถึงอย่างไรก็เป็นเพราะการปล่อยปละละเลยของเขา ทำให้น้องสาวของเขากับพวกเพื่อนๆ ได้รับบาดเจ็บ
“ฉันคือหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อ เหลียนเซ่าจิ่ง” เหลียนเซ่าจิ่งแนะนำตัวเองอย่างเย่อหยิ่ง “พวกนายทำร้ายลูกทีมของฉันก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน” แววตาของเขามีจิตสังหารพาดผ่าน ความจริงแล้ว การต่อสู้ติดต่อกันของลูกทีมได้กระตุ้นจิตวิญญาณในการต่อสู้ของเขาแล้ว เขาที่คลุ้มคลั่งเล็กน้อยอยากเปื้อนเลือดของลูกรักจากสวรรค์เหล่านี้ด้วยมือตัวเองเหลือเกิน นี่คงทำให้เขารู้สึกดีมาก
“สวรรค์ เขาก็คือหัวหน้าของหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อ นี่ท่าไม่ดีแล้ว” เมื่อได้ยินเหลียนเซ่าจิ่งแนะนำตัวเอง บรรดาทหารใหม่ที่มาจากโรงเรียนทหารต่างๆ ลอบเอ่ยว่า ‘แย่แล้ว’ ในใจ
แต่ละกองทัพล้วนมีกองพันรบพิเศษ ซึ่งในกองพันรบพิเศษมีหน่วยรบทางการอยู่มากมาย อย่างไรก็ตาม หน่วยรบพิเศษที่มีชื่อซึ่งได้รับการเปิดเผยออกมามีอยู่แปดหน่วย ส่วนที่เหลือกลับลึกลับมาก ต่อให้เป็นคนของกองทัพที่ยี่สิบสามก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่ากองพันรบพิเศษของกองทัพตัวเองมีหน่วยรบทางการอยู่กี่หน่วยกันแน่ นอกจากนี้มันยังมีหน่วยรบสำรองอีกสิบสองหน่วย เมื่อเงื่อนไขครบก็จะเลื่อนขั้นเป็นหน่วยรบทางการได้
เทียบกับความลึกลับของหน่วยรบทางการแล้ว หน่วยรบพิเศษสำรองสิบสองหน่วยเปิดเผยชัดเจนกว่ามาก มีชื่อของหน่วยรบอยู่แปดหน่วย ซึ่งทหารเก่าแก่ของกองทัพที่ยี่สิบสามล้วนรู้จัก และไม่ใช่ความลับอะไรสำหรับคนที่สนใจกองทัพที่ยี่สิบ อย่างไรก็ตาม ต่อให้เป็นหน่วยรบพิเศษสำรอง ก็เป็นอาวุธสังหารที่โหดร้ายสุดขีดในกองทัพ เป็นตัวตนที่หน่วยรบทั่วไปต่างต้องแหงนหน้ามอง
และหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อก็เป็นหนึ่งในหน่วยรบพิเศษสำรองสิบสองหน่วยนี้ และยังเป็นหน่วยรบที่อยู่สามอันดับแรกด้วย สองปีมานี้พวกเขาทำภารกิจเสี่ยงอันตรายมากมาย สังหารศัตรูนับไม่ถ้วน ผู้คนจำนวนมากคาดการณ์ว่าผ่านไปอีกสักระยะ พวกเขาก็จะกลายเป็นหนึ่งในหน่วยรบทางการได้
ต่อให้เป็นนักเรียนทหารเหล่านี้ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของเจวี๋ยซื่อมาก่อน การที่ล่วงเกินอีกฝ่ายก็หมายความว่าพวกเขาจะก้าวเดินในกองทัพที่ยี่สิบสามได้ยากลำบาก ทุกคนต่างเป็นห่วงคนจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งแล้ว
ลั่วล่างกับเซี่ยอี๋สบตากันแวบหนึ่ง ขณะกำลังคิดจะเข้าไปใกล้ฉีหลงเพื่อต่อกรกับเหลียนเซ่าจิ่งด้วยกัน พวกเขาก็ถูกลูกทีมของเหลียนเซ่าจิ่งขวางไว้
“หน้าไม่อายเกินไปแล้ว พวกนายคิดจะอาศัยคนมากรังแกคนน้อยหรือไง?” ตอนนี้เอง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งอย่างโผงผางเข้ามาในห้องโถง พอเห็นลั่วล่างกับเซ่ยอี๋ถูกคนของหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อล้อมเอาไว้ เขาก็ตะโกนดังลั่นขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที
เขามองซ้ายมองขวา จากนั้นก็รีบหยิบขาเก้าอี้หักๆ ท่อนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาจากพื้น แล้วออกแรงเหวี่ยงสองที ก่อนจะตวาดว่า “ฉันจะร่วมด้วย”
“ฉางซินหยวน เรื่องต่อสู้ ยังไม่ถึงตานายลงมือ” ทันใดนั้นก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้นที่ด้านหลังของเขา หลินจงชิงกับหานจี้จวินค่อยๆ เดินเข้ามาจากหน้าประตู
ทันทีที่พวกเขาทั้งสองเข้ามาก็มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามากว่าสองร้อยคน เป็นคนจากโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งจริงๆ ไม่นานสองร้อยกว่าคนนี้ก็ห้อมล้อมคนของหน่วยรบพิเศษเจวี๋ยซื่อไว้
หัวหน้าทีมเห็นแบบนั้นก็เผยรอยยิ้มเยาะหยันตรงมุมปาก คนที่อยู่ระดับขัดเกลาเหล่านี้ ต่อให้มีคนเยอะอีกสักแค่ไหนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหน่วยรบพวกเขา แต่แล้วจู่ๆ เขาก็หน้าถอดสี ก่อนจะมองไปทางหน้าประตูอย่างตกตะลึง
จากนั้นก็เห็นเด็กหนุ่มเย็นชาคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าประตู ดวงตาเย็นเยียบของเด็กหนุ่มกวาดมองมาที่เขา ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
—————-