I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 605 เกราะป้องกันระดับสุดยอด!
ห้องโถงเหลือเพียงทหารรักษาความปลอดภัยไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ล้วนเป็นทหารใหม่จากโรงเรียนทหารต่างๆ ที่สอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสาม พวกเขามองพวกหลิงหลานด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ความโหดเหี้ยมของหลิงหลานและการร่วมใจกันของทุกคนทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่ากลุ่มคนตรงหน้านี้ไม่ใช่คนที่ยั่วยุได้ง่ายๆ และพวกเขาก็ไม่กล้ายั่วยุด้วย
คนจากโรงเรียนทหารชายที่สามปรึกษากันสักพัก ในที่สุดก็มีคนออกหน้ามาทักทายฉีหลง หลิงหลานที่เป็นผู้นำของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งดูเย็นชามากเกินไปจริงๆ เลยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ง่ายๆ พวกเขามองไปมองมา มีเพียงฉีหลงเท่านั้นที่มีหน้าตาซื่อตรงจริงใจทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ดังนั้นทุกคนเลยพร้อมใจกันเลือกฉีหลงเป็นประตูฝ่าด่านมิตรภาพ
ฉีหลงย่อมไม่ปฏิเสธความเป็นมิตรที่โรงเรียนทหารชายที่สามส่งมาให้เองแน่นอน ไม่นานบุคลิกที่สดใสใจกว้างของฉีหลงก็ทำให้อีกฝ่ายคลายความกังวล ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายจึงปรองดองกันมากขึ้น จากนั้นภายใต้ข้อเสนอแนะของหานจี้จวิน ทั้งสองฝ่ายก็บรรลุความตั้งใจที่จะร่วมมือกันในตอนต้นอย่างเป็นมิตรมาก นักเรียนจากโรงเรียนทั้งสองแห่งมีความสุขและกลมเกลียวกัน ทำให้โรงเรียนอื่นๆ ที่คอยเฝ้ามองการกระทำของโรงเรียนทหารชายที่สามนึกเสียใจอย่างยิ่ง ลอบแค้นใจที่ตัวเองมีความกล้าเพียงน้อยนิด จนพลาดโอกาสผูกมิตรกับโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งก่อน
อย่างไรก็ตาม คนที่สอบเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามได้ล้วนไม่ใช่คนโง่งม พวกเขารู้ว่าอาศัยแค่กำลังของคนเพียงคนเดียวย่อมใช้ชีวิตอยู่ในกองทัพได้ยาก ไม่นานก็มีนักเรียนจากโรงเรียนอีกหลายแห่งทยอยกันออกมา…บรรดาทหารใหม่ในห้องโถงที่รอให้ท่าอวกาศกำหนดขั้นตอนการเดินทางถัดไปของพวกเขาก็หลอมรวมเป็นกลุ่มเดียวกันอย่างรวดเร็ว และก่อตั้งกลุ่มความร่วมมือทหารใหม่ สัญญาต่อกันว่าเมื่อพบสมาชิกกลุ่มถูกทหารเก่าจงใจรังแก ทุกคนจะต้องคอยเฝ้าสังเกตการณ์และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
การที่ทำให้พวกทหารใหม่รวมตัวกันเองได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ก็เป็นเพราะความสามารถล้ำเลิศของหลิงหลาน พวกเขาเชื่อว่า ในเมื่อหลิงหลานเอาชนะหัวหน้าหน่วยรบในกองพิเศษอย่างเหลียนเซ่าจิ่งได้ เช่นนั้นก็ยิ่งไม่มีปัญหาในการต่อกรกับพวกหัวหน้าทีมทั่วไปในกองทัพ
พวกทหารใหม่รู้ดีว่าหลังจากที่พวกเขาผ่านช่วงฝึกฝนทหารใหม่แล้วก็จะถูกบรรจุไปยังค่ายทหารต่างๆ ค่ายทหารทั่วไปเช่นนี้ไม่มีทางได้เจอกับหน่วยรบที่แข็งแกร่งสุดยอดเหมือนอย่างกองพันรบพิเศษ อีกอย่าง ไม่นานเรื่องราวในวันนี้ก็จะถูกเผยแพร่ไปทั่วทั้งกองทัพ มีหลิงหลานนั่งรักษาการณ์อยู่ด้านหลังเหมือนต้นไม้ใหญ่ ทหารเก่าเหล่านั้นอยากลงมือรังแกพวกเขาก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าหลังจากที่จบเรื่องแล้วจะแบกรับการแก้แค้นอย่างโหดเหี้ยมของหลิงหลานได้หรือเปล่า
หลิงหลานไม่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เลย เธอมักจะโยนเรื่องการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับภายนอกเช่นนี้ให้พวกฉีหลงรับผิดชอบเสมอ เวลานี้เธอหลับตาสองข้างดูเหมือนกับพักผ่อน แต่ความจริงแล้วกำลังปรึกษาหารือกับเสี่ยวซื่อว่าจะจัดการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดีให้สมบูรณ์แบบ ทำให้กองพันรบพิเศษไม่สามารถลงมือจัดการพวกเขาภายในระยะเวลาสั้นๆ
หลิงหลานรู้ดีว่าสำหรับทหารใหม่อย่างพวกเขา กองพันรบพิเศษคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าสุ่มใครจากในหน่วยรบพิเศษทางการออกมา พวกเขาก็เป็นยอดฝีมือระดับสุดยอด ไม่ใช่คนที่ทหารใหม่เหล่านี้สามารถต้านทานได้เลย
แน่นอนว่าหลิงหลานไม่ได้นึกเสียใจที่สั่งสอนพวกเหลียนเซ่าจิ่ง ถึงขนาดที่เธอจงใจลงมืออย่างอำมหิต ทำร้ายเหลียนเซ่าจิ่งจนบาดเจ็บสาหัส อันที่จริงแล้ว ถ้าเกิดเธออยากทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กและทำเรื่องเล็กให้หายไป ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี เธอสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้โดยไม่ทำร้ายหน้าตาของเหลียนเซ่าจิ่ง ทำให้เขามีหนทางลง ไม่ต้องก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ตบหน้ากองพันรบพิเศษอย่างรุนแรง
หลิงหลานอยากมอบความรู้สึกถึงวิกฤติให้พวกฉีหลงเล็กน้อย หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเขาคิดว่าพอมาถึงกองทัพที่ยี่สิบสามแล้วก็จะราบรื่นไปหมดทุกอย่าง ควรรู้เอาไว้ว่าพวกฉีหลงจะต้องไปที่สนามรบ เวลานั้นไม่รู้ว่าเธอจะได้อยู่ข้างกายพวกเขาหรือเปล่า หลิงหลานได้แต่เพิ่มแรงกดดันจนถึงขีดสุด ทำให้พวกฉีหลงรู้ว่าต่อให้เข้ามาในกองทัพที่ยี่สิบสามแล้ว พวกเขายังต้องพยายาม…กองพันรบพิเศษจึงเป็นหินลับมีดที่แข็งแกร่งที่สุดที่หลิงหลานช่วยเลือกให้กับพวกเขา
ตอนนี้ถึงแม้เธอให้หลี่ซื่ออวี๋ออกใบรับรองอาการบาดเจ็บแล้ว ตัดเหตุผลที่กองพันรบพิเศษจะตามตรวจสอบอย่างเปิดเผย แต่นี่ก็แค่ไม่ลงมืออย่างโจ่งแจ้งเท่านั้น ถ้าเกิดกองพันรบพิเศษอยากจัดการพวกเขาเป็นการส่วนตัว ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่เธอจะไม่ได้อยู่ข้างกายพวกเขาในช่วงเวลาฝึกอบรมทหารใหม่สามเดือน ดังนั้น เธอต้องทำให้กองพันรบพิเศษไม่สามารถลงมือเป็นการส่วนตัวภายในระยะเวลาสามเดือนนี้ นี่ก็คือปัญหาที่หลิงหลานจำเป็นต้องแก้ไขในตอนนี้
แน่นอนว่าถ้าเกิดกองพันรบพิเศษเตรียมตัวจัดการเธอละก็ หลิงหลานย่อมไม่เกรงกลัวอยู่แล้ว ด้วยความสามารถของเธอ ต่อให้ผู้บัญชาการกองพันรบพิเศษมาด้วยตัวเอง เธอก็มั่นใจว่าสู้ได้ ต่อให้ตีกันอย่างรุนแรง เธอก็ยังมีพ่อของเธอ—ผู้บัญชาการกองทัพที่ยี่สิบสาม ผู้ยิ่งใหญ่ระดับสุดยอดนี้แบกรับเรื่องราวไว้ย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน
อย่างไรก็ตาม การที่เธอไม่กลัวก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเพื่อนๆ ตัวน้อยของเธอจะไม่กลัวด้วย ถ้าเกิดไม่จัดการให้ดี ทำให้เหลียนเซ่าจิ่งหาโอกาสลงมือได้จริงๆ จนไม่ระวังทำให้เพื่อนสักคนได้รับบาดเจ็บพลาดพลั้ง เธอเสียใจไปก็เปล่าประโยชน์แล้ว หลิงหลานย่อมไม่อยากให้เรื่องน่าเศร้าแบบนี้เกิดขึ้น
หลังจากใคร่ครวญอยู่เนิ่นนาน หลิงหลานก็ตั้งใจจะใช้อาวุธระดับสุดยอดของเธอแล้ว
“เสี่ยวซื่อ” หลิงหลานร้องเรียกเสี่ยวซื่อในห้วงจิตใจ เวลานี้เสี่ยวซื่อน่าจะยังอยู่ในโลกเสมือนจริงพูดคุยอย่างออกรสกับออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักของท่าอวกาศ แต่เสี่ยวซื่อไปมาได้อย่างอิสระ พอเรียกทีเดียวก็มาแล้ว
“ลูกพี่ เธอหาฉันเหรอ?” เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ วินาทีถัดมาเสี่ยวซื่อก็ปรากฏตัวขึ้นในห้วงจิตใจพร้อมกับรอยยิ้มเริงร่า
“ส่งคลิปวิดีโอเมื่อกี้ให้พ่อทั้งหมด” หลิงหลานสั่ง
เสี่ยวซื่อตาเป็นประกาย รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “ลูกพี่ เธอตั้งใจเรียกหาพ่อแล้วเหรอ?”
เมื่อก่อนลูกพี่ไม่อยากรบกวนพ่อแม้แต่น้อย ทำให้เขาไม่มีโอกาสพูดคุยกับพ่อเลย…ความจริงแล้ว ต่อให้หลิงหลานติดต่อหลิงเซียวจริงๆ เสี่ยวซื่อก็ไม่มีโอกาสเผยตัวตนที่แท้จริงมาพูดคุยกับอีกฝ่ายอยู่ดี…แต่เสี่ยวซื่อโดนความสุขซัดใส่จน СРU ค้างไปแล้วอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้นึกถึงเรื่องเรื่องนี้ไปชั่วขณะ
“อื้อ เพื่อความปลอดภัยของพวกเพื่อนๆ ฉันจำเป็นต้องใช้เกราะป้องกันระดับสุดยอดอย่างพ่อแล้ว” หลิงหลานไม่ได้เล่นตัวเลย ในเมื่อมีสุดยอดคุณพ่อที่สามารถพึ่งพาได้ ทำไมเธอจะไม่พึ่งพ่อล่ะ? อีกอย่าง เธอก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนไร้เหตุผล ทำให้พ่อปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวด้วย
……
ภายในกองทัพที่ยี่สิบสาม ที่พักของผู้บัญชาการกองทัพ
หลิงเซียวกำลังนั่งอยู่ในห้องหนังสืออ่านข้อมูลภายในที่กองทัพส่งมาล่าสุด จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงประตูถูกเปิดออกอย่างแรง ร่างสวยสดงดงามร่างหนึ่งพุ่งมาที่เบื้องหน้าเขาราวกับลมกรดก็ไม่ปาน (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“หลิงเซียว ฉันอยากไปรับยาน” หลานลั่วเฟิ่งทำหน้าโกรธเกรี้ยว แววตาเต็มไปด้วยการตำหนิติเตียน ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะเมื่อสักครู่นี้เธอติดต่อกับเสนาธิการเหอ เธอก็คงไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองมาถึงท่าอวกาศวันนี้ คนสารเลวนี่ปกปิดเธอเรื่องวันที่ลูกสาวมาถึงกองทัพที่ยี่สิบสาม เธอทนไม่ได้จริงๆ
“ลั่วเฟิ่ง อดทนต่ออีกหน่อยนะ” เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่ใกล้จะแผดเผาของหลานลั่วเฟิ่ง หลิงเซียวก็นวดหว่างคิ้วอย่างทุกข์ใจ ถ้าเกิดให้หลานลั่วเฟิ่งไปรับยานจริงๆ ละก็ เขายังจะซ่อนลูกสาวของตัวเองได้อีกอย่างไร แล้วจะให้ลูกสาวกลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริงได้อย่างไร?
“ฉันไม่ได้เจอลูกนานแล้วนะ หลิงเซียว” หลานลั่วเฟิ่งตบโต๊ะหนังสือฉับพลัน บ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราดในใจเธอ ทั้งหมดเป็นเพราะผู้ชายคนนี้ ทำให้เธอได้แต่อาศัยอุปกรณ์สื่อสารคลายความคิดถึงที่มีต่อลูกสาวเกือบห้าปี แต่นี่มันพอได้อย่างไร? เธออยากกอดลูกสาวของเธอ อยากหอมลูกสาวของเธอจริงๆ มากกว่า บัดซบ!
“ลั่วเฟิ่ง รออีกหน่อยนะ ถ้าเธอไปตอนนี้จะสะดุดตาเกินไป เธอเองก็รู้ว่าฉันมีศัตรูอยู่มากมาย ถ้าเกิดปล่อยให้คนอื่นล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของหลิงหลานละก็ ศัตรูจัดการฉันไม่ได้ ก็อาจจะลงมือใส่ลูกนะ” หลิงเซียวลุกขึ้นมากดบ่าของหลานลั่วเฟิ่งไว้ และเอ่ยอย่างจริงจัง
คำพูดของหลิงเซียวทำให้ความขุ่นเคืองในใจหลานลั่วเฟิ่งหายไปเล็กน้อย และสติก็กลับมาแล้ว เธอเม้มปาก เลิกคิ้วขึ้น “งั้นคุณจะให้ฉันเจอลูกได้เมื่อไหร่”
“ไว้เธอผ่านช่วงฝึกทหารใหม่แล้วเป็นยังไง? ฉันจะจัดการให้เธอมากองบัญชาการ คนในฐานที่มั่นของกองบัญชาการเป็นคนของฉันทั้งหมด เวลานั้นเธอก็ไปเจอได้ตามที่ต้องการแล้ว” หลิงเซียวมองหลานลั่วเฟิ่งอย่างประหม่า เอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง กลัวหลานลั่วเฟิ่งไม่สบอารมณ์และบันดาลโทสะทันที
“สามเดือน? ไม่ได้ มันนานเกินไป! หลิงเซียว ฉันรอได้มากสุดแค่ไม่กี่วัน พอลูกเข้ามาในค่ายทหารใหม่ ฉันจะต้องได้เจอลูก” หลานลั่วเฟิ่งย่อมไม่พอใจอยู่แล้ว ก่อนจะออกคำสั่งสุดท้ายทันที
หลิงเซียวปวดหัวแล้ว เขาครุ่นคิดสักพักก่อนจะกัดฟันกล่าวว่า “ได้ ฉันจะจัดให้เธอเข้าไปเยี่ยมเยือนค่ายฝึกทหารใหม่” ในฐานะที่เป็นภรรยาของผู้บัญชาการ การเยี่ยมเยือนทหารใหม่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ หลิงเซียวตัดสินใจใช้อำนาจส่วนตัวเพื่อภรรยาของตัวเอง
การตกลงอย่างตรงไปตรงมาของหลิงเซียวกลับทำให้หลานลั่วเฟิ่งระแวงขึ้นมา เธอจ้องมองเขาด้วยสีหน้าสงสัย “คุณไม่ได้หลอกฉันใช่มั้ย?”
นี่เป็นประสบการณ์ที่หลานลั่วเฟิ่งสั่งสมมาแรมเดือนแรมปี ทุกครั้งที่หลิงเซียวจอมเจ้าเล่ห์รู้ว่าไม่สามารถปฏิเสธเธอได้แน่นอน เขาก็จะทำการผัดวันประกันพรุ่ง การถ่วงเวลาของเขาไม่ได้เป็นการบอกชัดเจนว่าให้รอต่อไปแล้วค่อยว่ากันทีหลัง หากแต่รับปากคุณแล้ว ต่อมากลับเกิดเรื่องบังเอิญอย่างนั้นอย่างนี้ สุดท้ายก็ทำไม่ได้แล้ว ถ้าเกิดเป็นครั้งสองครั้ง หลานลั่วเฟิ่งก็ยังคิดว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ แต่พอหลายครั้งเข้า ต่อให้เป็นคนโง่อีกสักแค่ไหนก็รู้ว่ามีปัญหาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหลานลั่วเฟิ่งแค่ใสซื่อ ไม่ได้โง่งม
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันไม่หลอกเธอหรอกน่า” หลิงเซียวยิ้มขื่น ประวัติศาสตร์ดำมืดเมื่อก่อนใกล้จะทำให้เขาไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว แต่ตอนนี้เขาที่เป็นผู้นำของกองทัพไม่ได้ถูกผูกมัดเหมือนกับในตอนแรกแล้ว ตอนนี้เขาอยากเอาใจใส่ภรรยา ใครจะกล้าพูดว่าไม่?
นอกจากนี้เขาเองก็คิดถึงลูกสาวของเขาเหมือนกัน และเขายังต้องคิดหาวิธีว่าจะช่วยลูกสาวออกมาจากในค่ายทหารใหม่ที่มีแต่หมาป่าทั้งหมดอย่างไรดี ค่ายทหารใหม่ไม่เหมือนกับโรงเรียนทหารที่มีห้องส่วนตัว ที่นั่นเป็นแปดคนต่อหนึ่งห้อง พอคิดว่าลูกสาวสุดที่รักของตัวเองต้องฝึกฝนใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้ชายอีกเจ็ดคน ถอดเสื้อผ้าเผยแผงอก...หลิงเซียวก็รู้สึกว่าเขาไม่ไหวแล้ว เขาไม่มีทางยอมให้ลูกสาวสุดที่รักของตัวเองใช้ชีวิตสามเดือนในค่ายทหารใหม่เป็นอันขาด ไม่มีทางแน่นอน
ถึงแม้หลานลั่วเฟิ่งยังคงสงสัย แต่สุดท้ายเธอก็ถูกหลิงเซียวปลอบโยนจนสงบลง
ทั้งสองคนเริ่มหารือกันว่าจะไปเมื่อไหร่ดี ความคิดของหลานลั่วเฟิ่งคือยิ่งเร็วยิ่งดี ทางที่ดีคือไปวันแรกที่ทหารใหม่เข้ามาในค่ายเลย หลิงเซียวย่อมเห็นด้วย อันที่จริงแล้ว เขาเองก็อยากเข้าไปช่วยลูกสาวตัวเองเร็วๆ เหมือนกัน
หลิงเซียวตัดสินใจแล้ว ถ้าเกิดไม่ได้จริงๆ เขาก็จะส่งทหารใหม่สี่คนไปคุ้มครองหลานลั่วเฟิงในฉากหน้าเดินทางท่องเที่ยวในสหพันธรัฐ ไม่ว่ายังไงก็ต้องผลาญเวลาสามเดือนนี้ให้หมด ถึงแม้นี่ดูเหมือนใช้อำนาจในเรื่องส่วนตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกสาว ต่อให้ถูกฝ่ายตรวจการฟ้องร้อง เขาก็ไม่รู้สึกเสียดาย
ขณะทั้งสองคนค่อยๆ เปลี่ยนหัวข้อว่าจะเอาอะไรไปให้ลูกสาวดี อุปกรณ์สื่อสารบนมือของหลิงเซียวก็ส่งเสียงดังติ๊ดๆๆ ขึ้นมา
หลานลั่วเฟิ่งถลึงตามองหลิงเซียวอย่างไม่พอใจ พักผ่อนอยู่ในบ้านแต่ไม่มีเวลาว่างเลย แถมยังมีคนมารบกวนโลกของพวกเขาสองคนอีก
หลิงเซียวยิ้มให้หลานลั่วเฟิ่งอย่างเอาใจ ก่อนจะกดปุ่มแจ้งเตือนในมือโดยไม่ลังเล
“นายพลหลิงเซียว คุณมีจดหมายหนึ่งฉบับ ผู้ส่งคือหลิงหลาน ไม่ทราบว่าจะรับหรือไม่”
หลานลั่วเฟิ่งได้ยินก็ตื่นเต้นแล้ว ยังไม่ทันที่หลิงเซียวจะตอบกลับ เธอก็รีบตะโกนว่า “รับเลย รับเลย”
น่าเสียดายที่ออปติคัลคอมพิวเตอร์ในอุปกรณ์สื่อสารของหลิงเซียวไม่ยอมรับเสียงของหลานลั่วเฟิ่ง หลิงเซียวจึงรีบเอ่ยต่อทันทีว่า “รับ”
——————-