I'M THE BOSS ลูกพี่หุ่นเทวะ - ตอนที่ 606 สมดั่งใจ! (1)
ทันทีที่สิ้นเสียงนี้ก็มีภาพหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอเสมือนจริงอย่างรวดเร็ว มันเป็นฉากที่พวกหานซู่หย่าถูกรังแกนี่เอง ต่อจากนั้นก็เห็นลั่วล่างลงมือ และหลิงหลานที่ลงมืออย่างอำมหิต ท้ายที่สุดก็เห็นหลิงหลานคิดวิธีแก้ไขปัญหาออกมา
หลานลั่วเฟิ่งที่ยิ่งดูก็ยิ่งโมโหพลันตบโต๊ะหนังสือทีหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “นั่นมันอะไร ถึงกับกล้ารังแกลูกสาวของฉันเรอะ หลิงเซียว คุณต้องสั่งสอนเขาให้ดีนะ”
หลิงเซียวหรี่ตา ถึงแม้ว่าเขายังคงดูอ่อนโยนราวกับหยก แต่ว่าไม่มีกลิ่นอายอบอุ่นที่ควรมีแล้ว ตรงกันข้ามกลับมีไอเย็นเยียบผุดขึ้นมารางๆ หลิงหลานเป็นเกล็ดย้อนของเขา เหลียนเซ่าจิ่งลอบโจมตีก่อนทำให้เขาฉุนขาด ถ้าเกิดเหลียนเซ่าจิ่งรู้ว่าสิ่งใดควรมิควร ไม่ไปหาเรื่องพวกหลิงหลานอีกในอนาคต บางทีครั้งนี้เขาอาจจะยังยอมปล่อยอีกฝ่ายไปได้
กลุ่มต่างๆ ในกองทัพมักจะเกิดความขัดแย้งและปะทะกันเช่นนั้นเช่นนี้มาตลอด ทหารที่กลับมาจากสนามรบมักจะมีอารมณ์ที่ไม่มั่นคงอยู่บ้าง อาการตกค้างหลังจากการเข่นฆ่าผู้คนไม่ใช่สิ่งที่กำจัดง่ายดายขนาดนั้น บางครั้งเมื่อเจอการยั่วยุก็อาจจะทำให้พวกเขาไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ จนเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับทหารคนอื่นๆ…ดังนั้นตราบใดที่ไม่ถึงแก่ชีวิต ทางกองบัญชาการก็จะเลือกชมดูอยู่ด้านข้าง ให้พวกเขาจัดการแก้ไขกันเอง
สาเหตุที่ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก็เพราะความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงสามารถระบายอารมณ์ด้านลบในใจทหาร และลดผลกระทบจากอาการตกค้างหลังจากการเข่นฆ่าได้มาก ขณะเดียวกันความขัดแย้งแบบนี้สามารถกระตุ้นจิตวิญญาณต่อสู้ของทหารได้เช่นกัน ทำให้กำลังรบของเหล่าทหารก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้เสมอ ต่อให้เกิดศึกใหญ่ขึ้นกะทันหัน กองทัพก็สามารถเข้าสู่สนามรบได้ทุกเวลาโดยที่ไม่จำเป็นต้องปรับตัว…กองทัพทั้งยี่สิบสามกอง กองกำลังอิสระ กองทัพพิเศษรวมถึงกองกำลังพิเศษหลายแห่งจากทั่วทั้งสหพันธรัฐล้วนมีทัศนคติเช่นนี้
นี่เป็นประสบการณ์ที่สรุปออกมาได้หลังจากที่สั่งสมมานานหลายปี ผู้บัญชาการกองทัพทุกคนและผู้บัญชาการกองพันรบต่างๆ ล้วนยึดถือธรรมเนียมปฏิบัตินี้ ไม่เคยห้ามปรามมาก่อน
ดังนั้นหลิงเซียวจึงไม่สามารถหาเรื่องเหลียนเซ่าจิ่งเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ แต่เขาก็ให้โอกาสเหลียนเซ่าจิ่งแค่ครั้งนี้เท่านั้น ถ้าเกิดต่อไปเหลียนเซ่าจิ่งไม่เลิกรา หาเรื่องหลิงหลานต่อ หลิงเซียวก็จะตัดสินใจลงมือแล้ว ถึงแม้เขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพ แต่เขาก็เป็นพ่อของหลิงหลานด้วย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีค่านิยมโดยการนำบิดาไปข่มคนอื่นเสมอ
“ลั่วเฟิ่ง ฟังความเห็นของลูกกันก่อนเถอะ” หลิงเซียวกล่าวคำพูดประโยคนี้อย่างใจเย็น บรรเทาโทสะที่พุ่งเสียดฟ้าของหลานลั่วเฟิ่ง
“จริงด้วย ต้องฟังหลานน้อยสุดที่รักก่อน” หลานลั่วเฟิ่งมองหลิงเซียวตาปริบๆ บ่งบอกชัดเจนว่าเดี๋ยวค่อยพูดกันอีกที รีบติดต่อลูกสาวสุดที่รักของบ้านเรากันเถอะ
หลิงเซียวยิ้มเจื่อนๆ จากนั้นเขาก็ติดต่อไปที่อุปกรณ์สื่อสารของหลิงหลาน
“พ่อโทรมาแล้วละ” เสี่ยวซื่อตะโกนอย่างตื่นเต้น เขารู้ว่าเมื่อพ่อได้รับคลิปวิดีโอนั้นแล้วจะต้องติดต่อหาพวกเขาเองแน่นอน เขาจะได้ฟังเสียงของพ่ออีกครั้งแล้ว เสียงของพ่อไพเราะมากเหลือเกิน
สีหน้าเคลิบเคลิ้มของเสี่ยวซื่อทำให้หลิงหลานลอบกลอกตา ก่อนที่เธอจะเอ่ยเตือนอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “จำไว้นะว่า ต้องเข้าสู่ภาพหน้าจอที่ติดตั้งภายใน”
เสี่ยวซื่อยิ้มตาหยีพลางผงกศีรษะ ต่อให้เขาหลงใหลในตัวพ่ออีกสักแค่ไหนก็ไม่ลืมเรื่องนี้เช่นกัน ดูจากความสัมพันธ์ของลูกพี่กับพ่อ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยเรื่องราว
ไม่นาน ภาพหน้าจอของอุปกรณ์สื่อสารที่เดิมทีควรปรากฏบนหน้าจอเสมือนจริงก็ถูกเสี่ยวซื่อเอาเข้ามาในมิติการเรียนรู้ นี่เป็นความสามารถที่ได้มาหลังจากที่เสี่ยวซื่อวิวัฒนาการ สามารถทำการควบคุมอุปกรณ์สื่อสารจากในมิติการเรียนรู้ได้
คนภายนอกมองเห็นเพียงหลิงหลานนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ แต่ความจริงแล้ว หลิงหลานในตอนนี้กำลังทำการวิดีโอคอลกับหลิงเซียวในมิติการเรียนรู้
“คุณพ่อ” หลิงหลานเห็นร่างของหลิงเซียวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าก็ร้องเรียกด้วยความเคารพนับถือทันที
“หืม?” หลิงเซียวเลิกคิ้วขึ้น แววตามีความไม่พอใจเล็กน้อย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
หลิงหลานพูดไม่ออก ก็มีความหมายว่าพ่อเหมือนกันหมดเลยไม่ใช่หรือไง ทำไมหลิงเซียวถึงใส่ใจคำเรียกขานว่า ‘คุณพ่อ’ ขนาดนี้ด้วย? หลิงหลานรู้สึกจนปัญญา แต่ก็ตัดสินใจตอบสนองความต้องการของหลิงเซียว “ก็ได้ พ่อครับ”
หลิงเซียวถึงค่อยยิ้มขึ้นมา ยังไม่ทันกล่าวอะไรก็มีร่างสวยสดงดงามปรากฏตัวขึ้นด้านข้างเขา “หลานน้อยสุดที่รัก คิดถึงแม่หรือเปล่า?”
ยังไม่ทันที่หลิงหลานตอบกลับ หลานลั่วเฟิ่งก็กล่าวต่อว่า “แม่ก็คิดถึงหนูมากๆ เหมือนกัน ลูกสาวอกตัญญูนี่ จะกลับมาเมื่อไหร่กันแน่?” คำพูดประโยคสุดท้าย หลานลั่วเฟิ่งพลันเปลี่ยนจากคุณแม่ผู้อ่อนโยนมาเป็นราชินีที่เหี้ยมโหดทันใด
หลิงหลานมองหลิงเซียวอย่างพูดไม่ออก นับตั้งแต่ที่คุณพ่อกลับมา คุณแม่ที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำในความทรงจำของเธอก็วิวัฒนาการกลายเป็นราชสีห์คำรามมากขึ้นเรื่อยๆ หรือว่านี่จะเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของแม่? หรือว่าช่วงนี้พ่อฝีมือแย่เกินไป เติมเต็มความต้องการของเธอไม่ได้?
หลิงเซียวไม่รู้เลยว่าลูกสาวตัวเองกำลังกังขาอยู่ในใจเกี่ยวกับความสามารถด้านผู้ชายของเขา พอเห็นลูกสาวตัวเองมองเข้ามา เขาก็ได้แต่ยักไหล่ บ่งบอกถึงความจนปัญญา…
เอาเถอะ ตอนกลางวันพ่อไม่เพียงแต่ต้องกังวลเรื่องของกองทัพที่ยี่สิบสาม ตอนกลางคืนยังต้องปรนนิบัติแม่วัยสี่สิบที่ต้องการกิจกรรมบนเตียงเหมือนกับเสือ พอคิดว่าวีรบุรุษต้องสูญเสียความกล้าหาญเพราะลุ่มหลงในความรัก…หลิงหลานก็รู้สึกว่าตัวเองได้พิสูจน์ยืนยัข้อเท็จจริงแล้ว ทุกวันนี้พ่อของเธอใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานมากจริงๆ
หลิงหลานเลยเอ่ยปากตอบเพื่อช่วยเหลือพ่อตัวเองสักครั้งว่า “แม่ครับ ตอนเย็นผมน่าจะไปถึงบ้านแล้ว” แบบนี้แม่น่าจะรอคอยการกลับมาของเธออย่างสุดจิตสุดใจ ไม่ไปวอแวกับพ่ออีก
หลิงหลานชายตามองพ่อตัวเองอย่างเห็นใจ เธอช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้ว หวังว่าพ่อของเธอจะคว้าโอกาสนี้พักผ่อนให้ดีๆ สักคืน หลังจากนั้นก็รีบขึ้นครองความเป็นใหญ่แทนภรรยา ทำให้แม่กลับมาอ่อนโยนดุจสายน้ำเหมือนในตอนแรกอีกครั้ง
สายตาที่แปลกประหลาดของหลิงหลานทำให้หลิงเซียวรู้สึกงุนงง ยังไม่ทันที่เขาจะขบคิดให้ละเอียด หลานลั่วเฟิ่งที่อยู่ข้างกายก็กอดเขาไว้ด้วยความประหลาดใจแกมยินดี การกระทำที่ตื่นเต้นร้อนแรงทำให้ในสมองของเขาหลงเหลือเพียงร่างกายที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกเต็มไปด้วยความเด้งดึ๋งของหลานลั่วเฟิ่งเท่านั้น ร่างของหลิงเซียวสั่นคลอนขึ้นมา…
เอาเถอะ ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เขาถูกหลานลั่วเฟิ่งไล่ออกจากห้องอีกครั้งเพราะเรื่องของหลิงหลาน หลายวันแล้วที่ไม่ได้ทำรักกับภรรยาสุดที่รักของเขา เมื่อเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่โผล่พรวดขึ้นมาของหลานลั่วเฟิ่ง เขาก็สูญเสียการควบคุมเล็กน้อย
ถึงอย่างไรหลิงเซียวก็คือหลิงเซียว เขาสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง แล้วไล่ความคิดวุ่นวายในสมองออกไปจนหมด ตอนนี้ต้องแก้ไขปัญหาของลูกสาวเขา เรื่องอื่นๆ ให้เลื่อนไปก่อน แม่งเอ๊ย เขาจำเป็นต้องเลื่อน
“ตัดสินใจไม่ไปค่ายทหารใหม่แล้วเหรอ?” หลิงเซียวเอ่ยถาม
หลิงหลานตอบกลับว่า “ใช่แล้วครับ ผมได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่ไปค่ายทหารใหม่ก็เป็นเรื่องปกติมากเลยไม่ใช่เหรอ?” เธอมองหลิงเซียวแวบหนึ่ง แล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาเผยความเจ้าเล่ห์ออกมา “คิดดูแล้วพ่อก็ไม่อยากให้ผมไปค่ายทหารใหม่เหมือนกันนี่ครับ”
เธอเคยสอบถามหลี่หลานเฟิงมาแล้วว่าในค่ายทหารใหม่ ไม่ว่าคุณเป็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์หรือว่าเป็นทายาทของทหารนักการเมือง หรือว่าเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน อยู่กันแบบแปดคนต่อหนึ่งหอพัก ไม่มีข้อยกเว้นเด็ดขาด ถ้าเกิดเธอไปค่ายทหารใหม่ขึ้นมาจริงๆ ละก็ พ่อได้คลุ้มคลั่งและคิดหาวิธีย้ายเธอออกมาแน่นอน
——–——–