Isekai WTF ต่างโลก ดับเบิลยู ที เอฟ - ตอนที่ 28 เกิดใหม่เป็นตัวบั๊ก ตอนที่ 2
<มีแค่การกัดค่ะ>
“เอ่อ ไม่มีพิษเหรอ”
<ไม่มีค่ะ ถ้าอยากมีก็ต้องเริ่มจากการกินพืชหรือสัตว์มีพิษ>
“นั่นสิ พืชก็ได้ด้วยนี่ น่าสนใจ”
<น่าเสียดาย แถว ๆ นี้ไม่มีพืชที่มีพิษรุนแรงเลยค่ะ อย่างยางของต้นโมลลีโมลลีก็มีพิษแค่ทำให้ระคายเคือง>
“ไม่ไหวหรอก ฉันมีเวลาแค่เจ็ดวันน่อ ไม่มีเวลาสำหรับพิษที่ทำได้แค่นั้นหรอก”
ขณะที่กำลังครุ่นคิดวางแผน กระเพาะที่ว่างเปล่าก็เริ่มประท้วง ถึงจะไม่ได้ส่งเสียงออกมาเหมือนกับกระเพาะมนุษย์แต่มันก็ทำให้ฉันคิดว่าไม่ควรรอนานไปกว่านี้
อินฟินิตีบั๊กอาจถือว่าตัวเล็กเมื่อเทียบกับคน แต่ในโลกของแมลงแล้ว สายพันธุ์ของฉันเป็นแมลงที่ค่อนข้างตัวใหญ่ทีเดียว ยิ่งถ้ารอจนถึงวันที่สามซึ่งเป็นเวลาที่ฉันจะกลายเป็นตัวเต็มวัย มันจะใหญ่ยิ่งกว่านี้เป็นเท่าตัว
แน่นอนว่าไม่คิดจะรออยู่เฉย ๆ จนถึงเวลานั้นหรอก ตอนนี้ควรต้องกินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อาหารมื้อแรกในต่างโลกของฉันคือปลวก คุณเลขาส่วนตัวบอกฉันว่ามันเป็นแมลงสายพันธุ์อื่นที่ชื่อ ‘คาโค’ แต่ดูจากลักษณะของรังที่เหมือนจอมปลวก การอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ตัวขาว ๆ ส้ม ๆ หัวโต ๆ ดูยังไงรูปร่างหน้าตาของมันก็คือปลวกชัด ๆ ฉันจึงขอเรียกพวกมันว่าปลวกนี่แหละ
ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมลงจึงบอกไม่ได้ว่าในโลกของฉันมีปลวกตัวใหญ่ขนาดไหน ปลวกที่ฉันกำลังมองมีขนาดใหญ่ราว ๆ นิ้วหัวแม่โป้งของมนุษย์ ใหญ่ขนาดนี้กินแค่สามสี่ตัวก็น่าจะอิ่มแล้ว
…อร่อยกว่าที่คิดแฮะ หรือว่าเเพราะอยู่ในร่างแมลง ของแบบนี้เลยกลายเป็นอร่อยไป…
…เอ ไม่อิ่มแฮะ งั้นอีกสามสี่ตัวแล้วกัน…
…อ๊ะ ยังไหวแฮะ งั้นอีกนิดคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ…
ฉันประมาทกระเพาะของอินฟินิตีบั๊กเกินไป ถ้าจะกินแค่เพื่ออิ่ม ปลวกห้าหรือหกตัวคงเพียงพอ แต่หากต้องการกินเพื่อวิวัฒนาการ ฉันสามารถกินได้เกินกว่าที่คิดว่ากินไหว
ไม่รู้หรอกว่ากินเกินขีดจำกัดได้แค่ไหน เรื่องบางเรื่องถามคุณเลขาไปก็ไม่ได้คำตอบ ดูเหมือนว่าหากฉันเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็จะเริ่มหิวใหม่ นี่ระบบเผาผลาญก็เจ๋งใช้ได้เลยน่อ
กินไปกินมาอย่างเพลิดเพลิน เจ้าปลวกพวกนี้ก็พยายามสู้กลับ แต่คงเพราะขนาดตัวที่แตกต่างกันมากหรือเปล่าน่อ พวกมันจึงทำอะไรไม่ได้เลย แต่กำลังจะสรุปแบบนั้น ก็ดันมีปลวกตัวบิ๊กเบิ้มโผล่ออกมา
ไม่สิ ไอ้ตัวที่โผล่มานี่จะเรียกว่าปลวกก็เรียกได้ไม่เต็มปากแฮะ มันเป็นปลวกยักษ์ที่ตัวใหญ่พอ ๆ กับฉัน เขี้ยวใหญ่กว่าฉันเท่าตัว แถมยังมีปีกอีกด้วย
<ขอยืนยันอีกครั้ง คาโคไม่ใช่ปลวกค่ะ>
“เออ ไม่ต้องย้ำหรอกน่า”
[สายพันธุ์: คาโค (โซลเยอร์)]
[ไม่สามารถประเมินได้]
“ประเมินไม่ได้แฮะ เก่งขนาดนั้นเชียว”
<ถ้าเป็นศัตรูที่เคยพบแล้วจะประเมินได้ง่ายขึ้นค่ะ>
“กะอยู่แล้วเชียว”
คาโคโซลเยอร์ไม่ได้เร็วนัก แต่ถึงจะช้ากว่า การที่บินได้ช่วยให้มันคล่องตัวมากกว่า ฉันมั่นใจว่ามันพยายามจะบินอ้อมมาด้านหลังเพื่อกัดจากมุมอับที่ฉันตอบโต้ไม่ได้ แต่ที่มันทำไม่สำเร็จก็เพราะว่าฉันรู้ทัน แถมยังเร็วกว่าเล็กน้อยด้วย
ไม่มีอะไรการันตีว่าจะไม่มีคาโคโซลเยอร์มากกว่าหนึ่งตัว ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจบศึกนี้ให้เร็วที่สุด
“บ้าจริง อยากได้อาวุธอย่างอื่นบ้างแฮะ”
แล้วสิ่งที่ฉันกังวลก็เกิดขึ้นจริง วินาทีที่ฉันฉวยจังหวะกัดเจ้าคาโคโซลเยอร์และปลิดชีพมันได้ เจ้าคาโคแบบเดียวกันอีกสองตัวก็แหวกรังของมันออกมาเพิ่ม
“เฮ้ย ไม่เอาสิ”
จะหนีก็น่าจะได้ แต่ฉันเสียดายเจ้าคาโคโซลเยอร์ที่เพิ่งจัดการไปแต่ยังไม่มีโอกาสได้กิน ฉันตัดสินใจสู้ต่อแม้จะมั่นใจแค่ครึ่งต่อครึ่งว่าถึงถูกรุมก็ยังไหว
คงจะเพราะทักษะทางกีฬาของชาติก่อน ฉันอ่านการเคลื่อนไหวของคาโคพวกนี้ออกจนได้ ขอแค่ไม่เสียสมาธิ การต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งก็ไม่เป็นปัญหา
ส่วนที่ลำบากที่สุดของการต่อสู้นี้คือพลังทำลาย แรงกัดของฉันน้อยกว่าของศัตรูมาก ฉันต้องหามุมกัดเหมาะ ๆ และนิ่งค้างอยู่หลายวินาทีเพื่อให้ศัตรูตายสนิท พอถูกรุมอยู่ การทำแบบนั้นโดยไม่ให้เจ็บตัวเลยเป็นเรื่องยาก
แล้วปัญหาก็เกิดขึ้น ระหว่างรีบร้อนจะจัดการเจ้าตัวที่สอง ฉันพลาดเข้าอย่างจัง เจ้าคาโคโซลเยอร์ตัวที่สามกัดเข้าที่ขาหน้าของฉันจนขาด
เจ็บจนแทบขาดใจ แต่แล้วความเจ็บนั้นกลับหายไปเป็นปลิดทิ้งในชั่วอึดใจ โชคเข้าข้างฉันเพราะโลกนี้มีระบบที่เรียกว่า ‘เลเวลอัพ’ ฉันรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น และหลังจากการจัดการเจ้าตัวที่สอง บาดแผลทั้งหมดยังหายดีอีกด้วย
ไม่รู้เพราะเลเวลอัพหรือว่าออกแรงมากไป อยู่ ๆ ก็หิวซกเลยซะงั้น ดีเลยงั้นรีบเผด็จศึกตัวที่สามให้เสร็จก่อน จะได้มีเวลาสวาปามร่างที่ตายแล้วของเหยื่อเข้าไป
วิธีการเข้าจู่โจมของคาโคโซลเยอร์แต่ละตัวเหมือนกันจนสังเกตได้ง่าย ฉันแกล้งถอยเข้าถอยออกเพื่อก่อกวนจังหวะโจมตีของศัตรู แล้วในจังหวะหนึ่งที่ศัตรูลังเลว่าควรตามหรือถอย ฉันก็พุ่งเข้าไป
เขี้ยวของอิฟินิตีบั๊กกัดเข้าที่ลำคอของศัตรูพอดี คงเพราะเพิ่งเลเวลอัพไป แม้แต่เขี้ยวเล็ก ๆ ก็ยังทรงพลังขึ้น ฉันใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อให้เจ้าคาโคโซลเยอร์ขาดใจ
ที่นี่คือถิ่นศัตรู ดังนั้นอาจจะมีพวกมันโผล่ออกมาอีกก็ได้ แต่ฉันไม่มีปัญญาจะลากเอาร่างทั้งสามออกไปกินที่อื่น ฉันเลยกินพวกมันทั้งสามตัวตรงนี้แหละ
ฉันรีบสวาปามทุกอย่างนอกจากเจ้าโซลเยอร์ที่ตัวใหญ่เท่า ๆ กับตัวฉัน คาโคตัวเล็กอีกหลายตัวที่ไม่ยอมหนีก็ถูกฉันกินไปด้วย
ตอนนั้นเองที่เริ่มเข้าใจว่าสกิล ‘วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด’ คืออะไร
[คุณได้รับ ‘ปีกคาโคโซลเยอร์’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
“เอาเลย”
[คุณได้รับ ‘ระบบย่อยคาโค’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
“แน่นอน”
ฉันตอบไปโดยไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วน เพิ่งมานึกได้ทีหลังว่าการเปลี่ยนร่างของแมลงอาจจะกลายเป็นปัญหาได้ แมลงบางชนิดจะต้องอยู่ในสภาพดักแด้ก่อนเปลี่ยนสภาพ ถ้าฉันดันมาเปลี่ยนร่างเอาตรงนี้มีหวังได้กลายเป็นอาหารปลวกกันพอดี
แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่กังวล ฉันวิวัฒนาการในระหว่างที่กำลังกินอยู่เลย ปีกบางใสที่ซ้อนกันสองคู่งอกออกมาจากด้านหลังโดยที่แทบไม่รู้ตัว ส่วนระบบย่อยอาหารที่อยู่ภายในถึงจะเปลี่ยนไปแต่ก็มองไม่เห็นอยู่ดี
[วิวัฒนาการเสร็จสิ้น]
“บะ บินได้แล้ว” ฉันว่าพร้อมกับลองขยับปีก เป็นความรู้สึกประหลาดที่บินได้ แถมยังบินได้โดยที่รู้สึกราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติ
<ระบบย่อยอาหารก็เปลี่ยนไปแล้วนะคะ นอกจากเนื้อสัตว์แล้ว คุณยังสามารถกินอาหารประเภทซากพืช สัตว์หรือแม้แต่มูลสัตว์ได้ด้วยนะคะ>
“เอ่อ ในฐานะที่เคยเป็นมนุษย์ มีบางอย่างที่ถึงกินได้ก็ไม่อยากลองล่ะน่อ”
…เหล่าโปรโตซัวที่อยู่ในกระเพาะเอ่ย เสียใจด้วยน่อ ฉันไม่กินทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะไม้หรือมูลสัตว์น่ะ…
กินไปได้พักหนึ่งเจ้าคาโคโซลเยอร์กลุ่มใหม่ก็โผล่ออกมาเพิ่ม ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่ารังที่อยู่ตรงนี้เป็นแค่กึ่งก้านส่วนหนึ่งของรังขนาดยักษ์
ฉันบินห่างออกมา ไม่ใช่ว่ากลัวที่จะสู้ต่อ ฉันแน่ใจว่าตอนนี้ถึงถูกรุมห้าต่อหนึ่งก็ยังชนะได้ แต่ฉันไม่มีธุระอะไรกับเจ้าคาโคนี่แล้ว ถ้าอนาคตฉันพบว่ามีส่วนไหนของพวกมันที่ฉันอยากได้ ถึงตอนนั้นค่อยกลับมาสู้อีกทีก็แล้วกัน
อิ่มแล้ว แถมยังเหนื่อยด้วย แต่พอคิดว่ามีเวลาเหลือแค่เจ็ดวันก็ทำใจพักไม่ได้ บางคนอาจคิดว่าทำไมต้องดิ้นรนมีชีวิตขนาดนี้ทั้งที่กลายเป็นแมลงไปแล้ว ฉันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ มันคงเป็นแค่ความคิดที่ว่าถ้ายอมแพ้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามทำมาก็จะสูญเปล่า
ไม่รู้ว่าปลายทางจะเจออะไร แต่ยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ จะตายไม่ได้เด็ดขาด
คิดแบบนั้นแล้วก็เริ่มออกล่าอะไรอย่างอื่นต่อทันที เหยื่อลำดับถัดมาคือจิ้งเหลนเรืองแสง คุณเลขาบอกว่ามันไม่ใช่สัตว์ที่แข็งแกร่งอะไรนัก แต่พอลองสู้จริงก็พบว่าเจ้านี่โหดหินเอาการ มันดิ้นสู้และพยายามใช้ปากที่ไม่มีฟันกัดกลับ ส่วนเกล็ดของมันก็แข็งจนฉันกัดเกือบไม่เข้า
หลังจากโรมรันพันตูจนปีกของฉันเกือบจะหลุด เจ้าจิ้งเหลนเรืองแสงก็เป็นฝ่ายถอย แถมยังถอดหางของตัวเองทิ้งไว้ให้ด้วย
ดีแล้วล่ะที่มันถอย ฉันก็เกือบไปแล้วเหมือนกัน