Isekai WTF ต่างโลก ดับเบิลยู ที เอฟ - ตอนที่ 32 เกิดใหม่เป็นตัวบั๊ก ตอนจบ
[ชื่อ: โนเวล อัลเซค (ชื่อเดิม)]
[สายพันธุ์: อินพินิตีบั๊กเดมอน]
[ฉายา: ตัวบั๊ก (ขั้นต้น)]
[HP 1345/1451 MP 103/349]
[พลังกาย: 249 ปัญญา: 44 ว่องไว: 352 ทนทาน: 156 พลังเวท: 89]
[สกิล: ผู้มาจากต่างโลก, วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด, สกิลผิดพลาด, บิน, มองเห็นในที่มืด, พ่นไฟต่อเนื่อง, ต้านทานความร้อน (สูง), เพิ่มความทนทาน, หลบเลี่ยงเวท (ขั้นต้น), ผู้ก้าวข้าม]
ร่างใหม่ของฉันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขายังมีหกขา ไม่สิต้องบอกว่ากลายเป็นสี่แขนกับขาสองข้างมากกว่า ลำตัวของฉันยังดูเป็นปล้องเหมือนแมลง ปีกก็ยังเป็นปีกของคาโคแต่ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นปีกขนาดยักษ์ รูปร่างโดยรวมไม่ได้ผอมเพรียวแบบแมลงแล้ว ถ้าจะให้อธิบายแบบง่าย ๆ คือฉันได้โครงร่างแบบมินิเดมอนมาผสมเข้ากับร่างแมลงเดิม
สรุปคือเป็นกึ่งอมนุษย์กึ่งแมลงนั่นเอง เพียงแค่ยังเป็นมนุษย์แมลงที่ยังดูเหมือนกับเด็กเล็ก ๆ
สเตตัสเองก็ก้าวกระโดดจนน่าตกใจ แถมมองดูดี ๆ สกิลมีการพัฒนาอีกหลายตัว พ่นไฟก็กลายเป็นพ่นไฟต่อเนื่อง ต้านทานความร้อนก็เพิ่มขึ้นเป็นระดับสูง ที่เด็ดดวงที่สุดคือฉันได้ผู้ก้าวข้ามของมินิเดมอนมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
คงเพราะทุ่มสมาธิกับการต่อสู้จนลืมสังเกต
“เดี๋ยวสินะ ถ้ามีผู้ก้าวข้ามด้วยกันทั้งสองฝ่าย แบบนี้จะกลายเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีทางจบสิ้นไหมน่อ ไม่สิ ฉันมีวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด ยังไงสุดท้ายก็ต้องชนะแหละ หวังว่าน่อ”
เวลาผ่านไปกว่าสิบชั่วโมงนับแต่เริ่มสู้ ทั้งฉันและศัตรูใกล้ถึงขีดจำกัดเพราะความเหนื่อยล้า ฉันโชคดีกว่าหน่อยเพราะมีฟื้นฟูในพริบตา แต่ทางฝ่ายศัตรูก็อาศัยการเลเวลอัพเพื่อรักษาตัวเช่นกัน
มินิเดมอนบารอนกลายร่างอีกครั้งเป็นมินิเดมอนไวเคานต์ ส่วนฉันถึงยังไม่เปลี่ยนสายพันธุ์แต่ก็เติบโตขึ้นจากร่างที่เหมือนเด็กเล็ก กลายเป็นร่างเด็ก
สี่ชั่วโมงต่อมา
มินิเดมอนไวเคานต์กลายเป็นมินิเดมอนเอิร์ล ส่วนฉันก็กลายเป็นร่างก่อนวัยรุ่น
สองวันต่อมา
มินิเดมอนเอิร์ลกลายเป็นมินิเดมอนมาร์ควิส ส่วนฉันก็กลายเป็นร่างวัยรุ่นเต็มวัย
คุณเลขาเตือนให้ฉันถอย แต่ฉันเชื่อว่าถ้าฝืนอีกนิดอาจชนะก็ได้
ระหว่างที่ฝืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทั้งฉันและศัตรูก็ได้สกิลมาอีกหลายสกิลราวกับเป็นการประชดประชันกัน ฉันได้รับสกิล ‘ราตรีไร้สิ้นสุด’ สกิลที่ทำให้ฉันสามารถพักผ่อนได้ ผ่อนคลายและสดชื่นขึ้น ขณะที่ร่างกายยังสู้ต่อไป ส่วนเจ้ามินิเดมอนมาร์ควิสก็ได้สกิล ‘อิ่มทิพย์’ ที่ทำให้ทุกครั้งที่เลเวลอัพ ค่าความเหนื่อยล้าและความหิวจะหายเป็นปลิดทิ้ง
<เป็นความผิดของฉันเองค่ะ ไม่คิดว่ามินิเดมอนจะพัฒนามาได้ไกลขนาดนี้ รีบถอยก่อนที่มันจะไปถึงระดับจอมมารดีกว่านะคะ>
“ฉันคิดว่ามันไปได้ไม่ไกลจากนี้หรอก เต็มที่ก็คงได้อีกร่างเดียว”
<แค่เฉพาะตอนนี้ก็ผิดปกติมากแล้วค่ะ อีกนิดเดียวก็จะระดับขุนพลของจอมมารแล้วนะคะ>
คุณเลขาเตือนให้ฉันมองดูสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกพลังทำลายเหลือเชื่อของทั้งฉันและมินิเดมอนมาร์ควิสทำลายจนเละเทะ คุณเลขาไม่ได้กังวลแค่เรื่องบ้านหรือแหล่งอาหารของฉันจะหายไป เธอคิดว่าการต่อสู้ระดับนี้จะต้องดึงดูดปัญหาอื่นตามมาอย่างแน่นอน
ขณะที่กำลังไตร่ตรองข้อเสนอของคุณเลขา มินิเดมอนก็พัฒนาร่างเป็นมินิเดมอนดยุก นี่คือระดับที่คุณเลขาเตือนไว้ เดมอนที่เก่งกาจระดับขุนพลของจอมมาร
ตัวแบบนี้ตัวเดียวก็คงถล่มทั้งอาณาจักรราบคาบได้ง่าย ๆ
สัญชาตญาณบอกฉันว่านี่คือปลายทางของมินิเดมอนตนนี้ มันไม่สามารถไปจนถึงระดับคิงได้ แต่สำหรับตัวมันคงไม่คิดว่าขีดจำกัดนี้คือปัญหา ร่างนี้เพียงพอต่อการเรียกตัวเองว่าภัยพิบัติได้เต็มปาก
“แกนี่สุดยอดเลยแฮะ แต่เสียใจด้วยน่อ ฉันมันตัวบั๊กของจริงเว้ย”
[ฉายาถูกเปลี่ยนจาก ตัวบั๊ก (ขั้นต้น) เป็น ตัวบั๊ก (ขั้นสูง)]
[‘สกิลผิดพลาด’ ถูกเปลี่ยนเป็น ‘ผู้ไร้สมดุล’]
สเตตัสดีดขึ้นสูงจากฉายาใหม่ แต่เรื่องนั้นไม่ได้มีผลอะไรกับการต่อสู้นี้เลย ฉันสัมผัสได้ว่าศัตรูชนเข้ากับกำแพงความสามารถที่มันผ่านไปไม่ได้แล้ว ในขณะที่ตัวฉันความเป็นไปได้ยังมีอีกมาก
ฉันกลายเป็นร่างสมบูรณ์ของกึ่งปีศาจกึ่งแมลง กลายเป็นวัยผู้ใหญ่เต็มตัวและได้ลักษณะหลาย ๆ อย่างที่คล้ายมนุษย์เพิ่มขึ้นมา
แบบนี้สักวันจะได้กลับเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ไหมน่อ
ฉันรีบสลัดความคิดนี้ทิ้งไป อย่าไปหวังอะไรลม ๆ แล้ง ๆ จะดีกว่า จากแมลงอ่อนแอที่ทำอะไรแทบไม่ได้ มาจนถึงจุดนี้ก็ควรพอใจแล้ว
สู้กันมานานโดยไม่รู้ผล แต่เมื่อเวลาแห่งการตัดสินมาถึงมันก็สั้นจนน่าใจหาย มินิเดมอนดยุกบีบอัดพลังเวททั้งหมดไว้และเปลี่ยนมันเป็นดาบ ส่วนฉันก็ตัดสินใจลองใช้สกิลใหม่ที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ผู้ไร้สมดุลคืออัลติเมตสกิลที่ฉันได้มาตั้งแต่เริ่มแต่อยู่ในสภาพของ ‘สกิลผิดพลาด’ และใช้งานไม่ได้มาตลอด ฉันเดาว่าการวิวัฒนาการหลายครั้งหลายหน เป็นตัวกระตุ้นทำให้สกิลที่เสียหายนี้กลับมาใช้งานได้อย่างที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรก
ผู้ไร้สมดุลเป็นสกิลที่สามารถปรับแต่งค่าสเตตัสและสกิลของฉันได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ฉันสามารถลดค่าสเตตัสค่าหนึ่งและนำไปเพิ่มสเตตัสอีกค่าแทนได้ หรือแม้แต่การลด ‘คุณภาพ’ ของสกิลบางตัวและนำไปเพิ่มให้สกิลอีกตัวก็ทำได้เช่นกัน
ฉันลองลดค่าที่ไม่จำเป็นในตอนนี้ลง ถ้าฉันเร็วจนหลบความเสียหายได้ทั้งหมด ความทนทานก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป ส่วนเวทมนตร์ฉันก็ไม่มีเวทที่มีประสิทธิภาพสูงไปกว่าพ่นไฟต่อเนื่อง ฉันจึงลดทั้งสองค่านี้จนถึงจุดต่ำสุดซึ่งก็คือเหลือค่า 1 หน่วย
จากนั้นก็เอาค่าที่ได้คืนมา ไปเติมให้กับพละกำลังและความเร็ว
สกิลเองก็เช่นกัน ฉันปรับเกือบทุกสกิลจนไปอยู่ในสภาพ ‘ปิดผนึก’ แล้วเอาค่าที่ไม่แสดงเป็นตัวเลขพวกนี้ยัดเข้าไปในสกิลเดียวที่เหลือไว้
[‘ผู้ก้าวข้าม’ ถูกเปลี่ยนเป็น ‘ผู้เหนือล้ำ’]
ฉันใช้ความเร็วที่เหนือกว่าไปโผล่ข้างหลังของมินิเดมอนดยุก ฉันเร็วมากจนแม้แต่ตัวเองก็ยังต้องตกใจ ส่วนกำปั้นจากแขนทั้งสี่ข้างก็ทรงพลังจนเหลือเชื่อ แค่ต่อยออกไปแบบไม่เต็มแรง ศัตรูก็ถึงกับกระอักเลือด
“กี๊…..”
เลเวลเพิ่มทุกครั้งที่โจมตีถูก ศัตรูเลเวลสูงกว่าฉันอยู่ประมาณหนึ่ง แต่หลังจากโจมตีสำเร็จไม่กี่ครั้งฉันก็แซงกลับแล้ว ที่สุดยอดที่สุดคือแม้เลเวลจะมากกว่า ผลของผู้เหนือล้ำก็ยังให้ค่าประสบการณ์มหาศาลผิดกับตอนที่เป็นสกิลผู้ก้าวข้ามที่จะให้ประสบการณ์เฉพาะเมื่อเลเวลต่ำกว่าคู่ต่อสู้
สกิลอีกหลายสกิลตามมาอย่างต่อเนื่อง ไร้ความปรานี เร็วเหนือเสียง เจตจำนงแห่งราชา อนัตตา และอีกมากที่ฉันอ่านไม่ทันด้วยซ้ำ เดี๋ยวสิ… นี่มันใช่เรื่องปกติเหรอ หรือว่า ‘ผู้เหนือล้ำ’ ส่งผลไปถึงการได้รับสกิลใหม่ ๆ ด้วยเนี่ย
ไม่มีอะไรที่ไร้จุดสิ้นสุด หลังจากถลุงอีกฝ่ายอยู่ข้างเดียวเป็นเวลาหลายนาที เลเวลและสกิลของฉันก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว เมื่อคู่ต่อสู้มาถึงทางตัน ฉันก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพิ่มเช่นกัน
มินิเดมอนดยุกหมดสภาพแล้วร่วงลงสู่พื้นดิน ฉันทำตามที่คุณเลขาเตือนไว้ว่าจะต้องให้แน่ใจว่าเหยื่อจะไม่มีโอกาสวกกลับมาแว้งกัดภายหลัง ฉันจัดการกับมันด้วยการโจมตีที่น่าจะทำให้เจ็บปวดน้อยที่สุด
การโจมตีครั้งสุดท้าย ฉันกระชากหัวใจของศัตรูออกมา แล้วการต่อสู้ที่กินเวลานานนี้ก็จบลง
<มีอะไรรึเปล่าคะ>
“ไม่น่อ ทำไมเหรอ”
<คุณดูเศร้าน่ะค่ะ>
“งั้นเหรอ นั่นสิน่อ ถึงจะบอกว่าทำเพื่อให้ตัวเองรอดก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ได้ชอบฆ่าหรอก”
<ฉันไม่แน่ใจว่าเข้าใจรึเปล่า>
“ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลย เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้ฉันเหลือเวลาชีวิตเท่าไหร่”
<ยินดีด้วยค่ะ ฉันคิดว่าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นไปอีกนาน จากการคำนวณ คุณสามารถอยู่ต่อได้อีกราว ๆ 200,000 วันค่ะ>
“200,000 วัน หลายร้อยปีเลยเรอะ”
<ถ้าไม่ถูกจัดการไปซะก่อนนะคะ>
หลายวันต่อมา สิ่งที่คุณเลขาเตือนไว้ก็เกิดขึ้นจริง ป่าที่นาน ๆ ครั้งถึงจะมีมนุษย์โผล่ให้เห็น วันนี้กลับมีคนกลุ่มใหญ่ปรากฏตัวขึ้น
<นักผจญภัยค่ะ เลเวลปานกลางน่าจะเป็นระดับบรอนซ์ถึงระดับซิลเวอร์>
“แค่เผลอทำป่าแหว่งไปส่วนเดียว ต้องแห่กันมาขนาดนี้เลยเรอะ”
รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงถอนหายใจของคุณเลขา แต่น่าจะคิดไปเองละมั้ง
ฉันไม่แน่ใจว่าควรจัดการกับนักผจญภัยกลุ่มนี้ยังไงดี พวกเขาน่าจะถูกส่งมาเพื่อตรวจสอบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ป่าแถบนี้ถูกทำลายจนเหี้ยน บางทีพวกเขาอาจจะกลับไปโดยที่ไม่ได้ข้อสรุป หรือบางทีหลังจากที่พวกเขารายงานไปแล้วนักผจญภัยที่เก่งกาจกว่านี้อาจถูกส่งตัวมาแทนก็ได้
“ฉันในตอนนี้น่าจะสู้กับนักผจญภัยได้ถึงขั้นไหน”
<ถ้านักผจญภัยระดับทองคำ ฉันคิดว่ามีคนที่สู้กับคุณได้ไม่มากค่ะ แต่ถ้าเป็นระดับทองคำขาว หรือพวกที่สูงกว่านั้นอย่างปาร์ตีของผู้กล้า คุณยังห่างอยู่อีกหลายขั้น>
“ว่าแล้วเชียว”
<อย่ากังวลไปเลยค่ะ ถ้านับจากเวลาในการพัฒนาแล้ว ฉันแน่ใจว่าไม่มีใครเร็วไปกว่านี้แล้วละค่ะ>
ฉันรู้ว่าคุณเลขาพูดจริงแต่ไม่ได้พูดทั้งหมด
เธอรู้อยู่แก่ใจว่าการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดมาถึงจุดที่สามารถเป็นไปได้ ต่อจากนี้ฉันยังเก่งขึ้นได้อีก แต่ก็ไม่มีทางเก่งขึ้นพรวดพราดเหมือนที่ผ่านมา
ถ้ายังอยู่ในป่านี้ต่อไป ช้าหรือเร็วก็ต้องถูกจอมมารหรือนักผจญภัยระดับทองคำขาวหมายหัว ฉันไม่อยากถูกบังคับให้ร่วมกองทัพจอมมาร และแน่นอนว่าไม่อยากถูกนักผจญภัยปราบในฐานะมอนสเตอร์ลึกลับด้วย
ทางเลือกของฉันเหลือแค่ไม่กี่ทาง…
“ฮ่า! ฉันคือตัวบั๊คของแท้” ฉันหัวเราะร่าในการวิวัฒนาการสุดท้าย “ที่สุดของความเจ๋ง”
สกิลที่ฉันอยากได้โผล่มาอย่างถูกจังหวะอีกแล้ว สกิลนี้คงช่วยฉันให้อยู่อย่างสงบไปได้อีกสักพัก…
หลายเดือนต่อมา ภายในกิลด์นักผจญภัยสาขาเมืองหลวงสาธารณรัฐวากาอิน นักผจญภัยหน้าใหม่กำลังถูกชายร่างใหญ่กระชากคอเสื้อจนขาลอยจากพื้น
“แก! ปากดีนักนะ พูดกับข้าแบบนี้อยากตายใช่ไหม”
“โมโหอะไรกัน แกเป็นฝ่ายมาปากดีก่อนน่อ”
นักผจญภัยหน้าใหม่ออกแรงบีบข้อมือของรุ่นพี่จอมอาละวาด อีกฝ่ายทำหน้าเหยเกเพราะแรงบีบที่ไม่ธรรมดา เขาจำใจต้องปล่อยอีกฝ่ายลง
“เฮ้ย ดาเบน! เลิกได้แล้วไอ้นิสัยเชย ๆ อย่างชอบรับน้องคนใหม่เนี่ย”
ดาเบนกัดฟันแน่น เขาไม่สนใจคำพูดของเพื่อน ตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เด็กใหม่ มันมีอะไรที่ผิดปกติในตัวหมอนี่ อะไรสักอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้
นักผจญภัยหน้าใหม่แสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ดูปลอมและน่าขนลุก วินาทีนั้นไม่ได้มีแค่ดาเบนที่รู้สึกเสียวสันหลัง พวกเขาหลาย ๆ คนรู้สึกเหมือนกำลังจ้องและถูกจ้องบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์โดยสิ้นเชิง
“เอาแบบนี้ดีไหม ฉันจะเลี้ยงเหล้านายสักแก้วเป็นการขอโทษ แล้วถือว่าพวกเราหายกันดีไหม รุ่นพี่…”
“อึก…”
เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า นักผจญภัยระดับทองแบบเขาถึงกับถอยหลังออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาเผลอจินตนาการว่าหากตนยังหาเรื่องต่อ เรื่องมันจะไม่ได้จบลงแค่เป็นการทะเลาะวิวาท…
“อะ เออ ถือว่าหะ หายกันก็ได้” ดาเบนตอบ
ในอนาคตหลังจากนี้นักผจญภัยหน้าใหม่ผู้นั้นจะค่อย ๆ สร้างชื่อขึ้นในฐานะของ ‘ตัวบั๊ก’ ที่แม้แต่ผู้กล้าหรือจอมมารก็ยังอยากหลีกเลี่ยง
แต่สำหรับวันนี้แล้วเขายังเป็นแค่นักผจญภัยผู้ลึกลับคนหนึ่งเท่านั้น
จบบริบูรณ์