Isekai WTF ต่างโลก ดับเบิลยู ที เอฟ - ตอนที่ 31 เกิดใหม่เป็นตัวบั๊ก ตอนที่ 5
หลังจากใช้เวลาอยู่หลายนาทีตั้งรับเพียงอย่างเดียว ฉันค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าศัตรูมีรัศมีการโจมตีแค่ไหน ทีแรกฉันคิดว่าต้องระวังแค่ความเร็ว ความไกลในการกระโดด และเคียวคู่นั้นเท่านั้น แต่ฉันก็ได้รู้เพิ่มทีหลังว่าเจ้านี่มีท่าโจมตีด้วยการพ่นกระสุนกรดจากปากด้วย
โกงกันสุด ๆ เลย แค่กายภาพก็เหนือกว่าฉันทุกด้านแบบขาดลอย ยังจะดันมีท่าโจมตีระยะไกลอีกน่อ แต่ถ้าเฉพาะเรื่องพลังทำลาย ลูกไฟของฉันเหนือกว่ากระสุนกรดลิบลับ
ฉันตัดสินใจยิงลูกไฟลูกแรกออกไป ยิงไปแบบไม่ได้คาดหวังว่าจะโดน แผนของฉันคือเผาป่ารอบ ๆ นี้เพื่อทำให้เจ้าตั๊กแตนอ่อนกำลังลง แต่ที่ไหนได้ลูกไฟลูกแรกที่คิดจะยิงเฉียด ๆ กลับถูกกลางลำตัวศัตรูอย่างจัง
เจ้าตั๊กแตนถึกทนอย่างที่คาดไว้ ลูกไฟที่แลกกับกรามและคอของฉันไม่สามารถจัดการมันได้ในดอกเดียว แต่มันก็มากพอที่จะทำให้การเคลื่อนไหวของมันทื่อลงน่อ
ฉันรอจนกรามที่ไหม้เกรียมหลุดและงอกออกมาใหม่ จากนั้นก็ยิงไปอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่โชคดีเหมือนครั้งแรก ลูกไฟแค่โดนศัตรูถาก ๆ ไป
[‘ต้านทานความร้อน’ ถูกเปลี่ยนเป็น ‘ต้านทานความร้อน (ปานกลาง)’]
คุณเลขาเคยบอกว่าสกิลสามารถพัฒนาได้หากได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าเป็นการกระตุ้นในระหว่างเดิมพันด้วยชีวิต มันก็ยิ่งพัฒนาได้เร็ว ฉันต้องขอบคุณที่ได้มันมาถูกจังหวะอย่างที่สุด
เมื่อมีต้านทานความร้อน (ปานกลาง) ความเสียหายจากลูกไฟก็ลดลงมาก เมื่อใช้เวลาน้อยลงในการฟื้นตัว ก็หมายความว่าฉันจะยิงลูกไฟได้ต่อเนื่องมากขึ้น
ฉันยิงลูกไฟออกไปอีกหลายนัด ไม่มีลูกไหนที่ถูกเจ้าตั๊กแตนอย่างจัง แต่แค่เฉียด ๆ ลูกไฟก็สร้างความเสียหายให้พอสมควร
เจ้าตั๊กแตนยังไม่ยอมหนี มันอาจรู้ว่าฉันแทบไม่เหลือพลังเวทแล้ว
ต่อจากนี้ฉันจำเป็นต้องเข้าไปสู้ในระยะประชิดซึ่งจะเป็นโอกาสให้มันได้แก้มือ
ฉันตรงเข้าแลกตามที่อีกฝ่ายต้องการ มอนสเตอร์ตัวนี้ฉลาดกว่าที่คาดไว้ มันใช้การยิงกรดเพื่อบีบเส้นทางการบินของฉัน แถมยังเปลี่ยนจังหวะการโจมตีด้วยเคียวเพื่อหลอกให้ฉันเข้าไปในระยะ เป็นเรื่องน่าเสียดายของมันที่พยายามแบบสุด ๆ น่อ เพราะฉันมีประสบการณ์ในการต่อสู้บนเวทีมาไม่น้อยและมองออกว่ามันวางแผนหลอกฉันเข้าไปใกล้
ฉันนึกถึงตอนที่ถูกชมรมฟันดาบยืมตัวไป เจ้าตั๊กแตนนี่เทียบกับพวกทีมชาติที่เคยสู้ด้วยไม่ได้สักนิด ฉันหลบเคียวเหล็กของมันได้อย่างสวยงาม จังหวะที่หน้าแทบจะชนกัน ลูกไฟลูกสุดท้ายที่ฉันเหลือไว้ก็ระเบิดอออกมา
ใบหน้าของเมทัลแมนทีสแหลกกระจัดกระจาย ความรุนแรงของระเบิดระยะประชิดส่งผลถึงฉันด้วยเช่นกัน มั่นใจว่าได้ยินเสียงน่าหวาดเสียวดังขึ้นจากรอยต่อระหว่างหัวและลำตัว เกือบทำหัวตัวเองหลุดเพราะการโจมตีที่บ้าบิ่นนี้แล้วสิ
สู้กันจนป่าแทบแตก แต่ก็ได้ผลคุ้มค่า ถึงเสียดายมากที่ไม่ได้เคียวเหล็กของมันมา แต่อย่างน้อยฉันก็ได้รูปร่างใหม่ที่แข็งแรงขึ้นและยังตัวใหญ่ขึ้นอีกนิด
[ชื่อ: โนเวล อัลเซค (ชื่อเดิม)]
[สายพันธุ์: อินพินิตีบั๊กกลายพันธุ์ (ตัวเต็มวัย)]
[ฉายา: ตัวบั๊ก (ขั้นต้น)]
[HP 230/230 MP 52/52]
[พลังกาย: 39 ปัญญา: 8 ว่องไว: 63 ทนทาน: 34 พลังเวท: 21]
[สกิล: ผู้มาจากต่างโลก, วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด, สกิลผิดพลาด, บิน, มองเห็นในที่มืด, พ่นไฟ, ต้านทานความร้อน (ปานกลาง), เพิ่มความทนทาน]
“เอาล่ะ คุณเลขา ตอนนี้…”
<อายุขัยของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 30 วันค่ะ นับวันนี้กับเมื่อวานก็เหลืออีก 28 วัน>
“สุดยอด! ได้เวลาเพิ่มมาอีกหลายเท่าเลย ถึงแม้เวลาเดือนเดียวยังสั้นสุด ๆ ก็เถอะ”
<คราวนี้อยากลองอะไรที่เป็นอีกระดับไหมคะ เช่นไปสู้กับระดับบอส>
“เดี๋ยวสิ ฉันเพิ่งรู้จักโลกนี้ยังไม่ครบสองวันดีเลยน่อ”
<ไม่ต้องห่วงค่ะ มอนสเตอร์ที่ถูกเรียกว่าระดับบอสมีหลายระดับ พวกที่แทบไม่ต่างจากเมทัลแมนทีสก็มีอยู่ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ>
“จะ เจ้าเมทัลแมนทีสนั่นก็ไม่ได้ง่ายเลยน้า นี่เธอไม่ได้จะหลอกฉันไปตายใช่ไหมเนี่ย”
<คิดว่าไม่น่าตายหรอกค่ะ>
“พูดเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยแฮะ เออ ฉันมันก็พวกบ้ายุด้วย เอาก็เอา”
สองชั่วโมงต่อมา ฉันกำลังเผชิญหน้าอยู่กับมอนสเตอร์ระดับบอสตามที่คุณเลขาแนะนำ แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร
“ล้อเล่นหนักไปรึเปล่า เจ้านี่มัน เดมอน ไม่ใช่เรอะ”
<ถูกต้องแล้วค่ะ แต่ถ้าจะให้เฉพาะเจาะจงลงไปอีกก็คือ มินิเดมอน ค่ะ>
สำหรับคนที่คุ้นเคยกับเกม น่าจะรู้ว่าเดมอนไม่ใช่มอนสเตอร์ทั่วไป เผ่าปีศาจไม่ว่าจะเกมหรือนิยายแฟนตาซีเรื่องไหนก็มักจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งเหนือกว่ามนุษย์ ถึงกรณีนี้จะเป็นมินิเดมอนที่มีขนาดตัวพอ ๆ กับเมทัลแมนทีสที่จัดการไปเมื่อเช้าก็เถอะ
ไม่รู้ว่าเป็นมุกตลกของคุณเลขารึเปล่า แต่ในเมื่อเจอหน้าแล้วก็ไม่อยากถอย
“กี๊….”
มินิเดมอนร้องตะโกนตอนที่มันสังเกตเห็นฉัน รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่มันไม่ได้พูดออกมาเป็นประโยค เจ้านี่มันดูคล้ายมนุษย์แต่มีผิวสีม่วง มีปีกและหาง รูปร่างแบบนี้ตอนแรกก็หลงคิดว่าอาจจะสามารถสื่อสารกันได้
ที่โล่งใจเพราะอีกฝ่ายไม่พูด เพราะทรงความจำแบบมนุษย์ยังอยู่ครบถ้วน ถึงจะกลายเป็นแมลงไปแล้วแต่ฉันก็ยังทำใจไม่ได้กับการกินมนุษย์หรือตัวอะไรก็ตามที่เหมือนมนุษย์จนเกินไป ยิ่งถ้าสามารถสื่อสารกันได้ด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“กี๊……”
มินิเดมอนลากเสียงยาวกว่าเดิม ฉันสังหรณ์ว่ามันกำลังทำเรื่องอันตราย แล้วก็จริงอย่างที่คาดไว้ มันร่ายคาถาที่สร้างใบมีดลมออกมาจำนวนมาก
ฉันบินหลบได้ทั้งหมด ในใจคิดว่าน่าจะเพราะดวงดีแหละ แต่ใบมีดลมชุดใหม่ก็พุ่งตามมาติด ๆ แล้วฉันก็ยังบินหลบได้อย่างสบายอยู่ดี
โอ้ หรือว่านี่คือฝีมือกันนะ ไม่ใช่ดวงสักหน่อยน่อ
เจ้ามินิเดมอนไม่ได้มีเวทมนตร์เดียวหรอกน่อ มันลองใช้เวทอื่นกับฉันดูบ้างด้วย มีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ลูกไฟที่รุนแรงยิ่งกว่าที่ได้จากท่าพ่นไฟ พลานุภาพของแต่ละเวทอันตรายจนฉันคิดว่าจริง ๆ ไม่ควรเฉียดเข้าใกล้มันหรอก แต่เรื่องหลบ ฉันยังทำได้แบบไม่ทุกข์ร้อน
แน่ล่ะ เวทธาตุลมเฉือนที่มันใช้ตอนแรกสุดมีจุดเด่นด้านความเร็วเวลาพุ่งเข้ามา ฉันเลยหลบพ้นได้หมด แล้วทำไมถึงคิดว่าเวทอื่นที่ช้ากว่าชัด ๆ จะเข้าถึงตัวฉัน
มินิเดมอนหงุดหงิดที่เวทของมันไม่เข้าเป้าแม้แต่ครั้งเดียว ปีกที่เหมือนปีกค้างคาวเริ่มขยับเป็นครั้งแรก เจ้านี่คงคิดว่าถ้าบินไปด้วยและยิงเวทไปด้วยฉันอาจพลาด
[คุณได้รับ ‘หลบเลี่ยงเวท (ขั้นต้น)’ ต้องการปรับใช้เลยหรือไม่]
“เอาสิ แต่ถึงไม่มีก็ไม่มีทางโดนหรอก”
หลบไปหลบมาเฉย ๆ ก็เริ่มเบื่อ ฉันหาโอกาสยิงลูกไฟสวนกลับไปบ้าง เหมือนภาพย้อนของตอนที่สู้กับเมทัลแมนทีสวนกลับมา ลูกไฟที่ไม่ได้คาดหวังไว้ดันโดนเป้า อีกฝ่ายต้องร้องเสียงหลง
จากนั้นก็กลายเป็นศึกกลางเวหาอย่างเต็มตัว ต่างฝ่ายต่างบินและหาโอกาสยิงเวทใส่ศัตรู ฉันรู้ว่าตัวเองมีพลังเวทน้อยกว่าจึงจะยิงเฉพาะตอนที่มั่นใจว่าน่าจะโดน ในขณะที่มินิเดมอนใช้จำนวนและความถี่กดดันกลับ
เริ่มเข้าใจเจตนาของคุณเลขาทีละน้อย มอนสเตอร์ระดับบอสตัวนี้เป็นศัตรูที่ฉันสามารถเอาชนะได้ นอกจากนั้นฉันอาจจะเติบโตขึ้นอีกเป็นเท่าตัวหากได้กินมัน
โอกาสที่รอมาถึง ฉันเบี่ยงหลบเวทและพุ่งเข้าใส่ในระยะที่มินิเดมอนตั้งตัวไม่ทัน การโจมตีแรกของฉันคือการกัดเข้าที่คอของมินิเดมอนจนเนื้อแหว่งไป
คงเพราะขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นจากวิวัฒนาการครั้งล่าสุด แผลที่ฝากไว้ที่คอศัตรูจึงค่อนข้างหนัก ฉันมั่นใจว่าหากจู่โจมได้จัง ๆ แบบนี้อีกสองสามที ฉันสามารถการันตีชัยชนะได้
ที่ไม่ได้คาดไว้คือมินิเดมอนที่น่าจะเจ็บหนัก มันเคลื่อนที่รวดเร็วขึ้นอย่างผิดปกติ
“ทำไมละ อยู่ ๆ มันก็เก่งขึ้น”
<ผลของสกิล ‘ผู้ก้าวข้าม’ ค่ะ เมื่อมินิเดมอนสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า มันจะเลเวลอัพได้เร็วขึ้น>
“อะไรน่อ! คล้าย ๆ วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดเลยสิ”
<วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดจุดเด่นคือการซึมซับสกิลและพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตที่กินเข้าไป การที่ได้สกิลหรือเลเวลเพิ่มเร็วเป็นแค่ของแถมค่ะ เทียบกันแล้วสกิลผู้ก้าวข้ามสามารถทำให้เลเวลอัพและพัฒนาสกิลได้เร็วกว่ามาก>
ฉันไม่อยากเชื่อหูตัวเอง คุณเลขาหาเรื่องให้ฉันแล้วไง ที่ผ่านมาฉันชนะทุกศึกเพราะพึ่งสกิลสุดโกงมากมาตลอด แต่นี่ศัตรูดันมีสกิลที่โกงยิ่งกว่าเรอะ
<อย่ากังวลค่ะ ผู้ก้าวข้าม เป็นสกิลที่ทำงานต่อเมื่อเผชิญหน้าศัตรูที่เหนือกว่า ถ้าคุณอ่อนแอกว่าแล้ว มินิเดมอนก็จะไม่ได้เปรียบมากไปกว่านั้น>
“อย่าบอกน่อว่า…”
<เข้าใจเจตนาของฉันแล้วสินะคะ ไม่คิดเหรอคะว่าไม่มีคู่ต่อสู้ที่ไหนเหมาะกับคุณมากไปกว่านี้ มินิเดมอนจะเลเวลอัพอย่างรวดเร็วเพื่อให้เหนือกว่าคุณ ส่วนคุณก็จะกระตุ้นวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดเพื่อให้แซงกลับ สองอย่างนี่จะวนเวียนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฆ่าอีกฝ่ายได้>
รู้สึกว่าคุณเลขาน่ากลัวพิลึก แต่ครึ่งหนึ่งอาจเป็นความผิดของฉันเอง ฉันเคยบอกกับเธอว่าจำเป็นต้องแกร่งมากกว่านี้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด ต่อให้ต้องใช้วิธีนอกรีตไปหน่อยก็ไม่ว่ากัน
แต่อันนี้มันเกินกว่านอกรีตไปหน่อยแล้วเฟ้ย พลาดนิดเดียวก็ตายเลยน่อ ระหว่างที่คิดแบบนั้นก็พบว่ามินิเดมอนตัวใหญ่ขึ้นต่อหน้าต่อตา
อาา ไม่ใช่แค่เลเวลอัพธรรมดาแล้ว เจ้านี่เองก็เลเวลอัพไปจนถึงจุดที่กำลังเปลี่ยนสายพันธุ์เช่นกัน
จากมินิเดมอนกลายเป็นมินิเดมอนบารอน อยู่ ๆ ก็เก่งขึ้นแบบเท่าตัวจนฉันเกือบตามไม่ทัน
แต่ก็แค่เกือบไม่ทัน คงเพราะฉันกัดมันเข้าไปได้อีกหลายคำ การวิวัฒนาการจึงเริ่มไปแล้วเช่นกัน