Knight's Hour เพราะเป็นเจ้านาย - ตอนที่ 14 : สมร
จากนั้นพวกเราก็มีเซ็กซ์ทุกวัน
สำหรับนาย…ถือว่าปกติ แต่สำหรับผม…ถือว่าต้องปรับตัว แต่จะทำไงได้ในเมื่อกลับห้องแล้ว
เจอเขานอนรอบนเตียงไอ้น้องชายก็ทรยศทุกที แถมนายดันไม่เคยปฏิเสธอีกต่างหาก แม้เราจะ
ไปตรวจเลือดกันแล้ว…และปลอดภัยดี (ถ้าไม่นับเรื่องไขมัน+ค่าความดันของเขาเกินมาตรฐาน
ตามประสาคนอายุเยอะละก็นะ ) ถึงอย่างนั้นนายก็ยังบังคับให้ผมเตรียมถุงยาง เขาบอกว่ามัน
สกปรก และทำความสะอาดยาก
สรุปแล้วเขาก็ยังไม่ยอมนั่นแหละ
“แกนี่มัน…” เสียงสบถตอนเช้าเริ่มเจือความหงุดหงิดน้อยลง แฝงความอ่อนอกอ่อนใจที่มา
พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปาก ผมลืมตาแป๋วมองนาย ดึงมือเขามากดจูบเบาๆ ผมเป็นตื่นง่าย
มากครับถ้าร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แถมยังตื่นเต็มตาไม่งัวเงียด้วย
พวกเราเหมือนคู่ข้าวใหม่ปลามันที่หวานจุกอกอย่างบอกไม่ถูก แต่ผมชอบนะ ก่อนหน้านี้ต้อง
เก็บกดอดทนมาตั้งนาน ได้ทำตามใจอยากแบบไม่ต้องกลั้นสักที จนบางครั้งรู้สึกเหมือนผม
กำลังอ้อนนาย…ก็คงจะเป็นอย่างนั้น สเป็คผมชอบคนแก่กว่าคงเพราะตอนเด็กไม่เคยมีโอกาส
ได้ทำตัวอย่างนี้สักเท่าไหร่
นายเองก็คล้ายจะพอใจ แน่ล่ะ เขาชอบให้คนเอาอกเอาใจเสมอ
ผมยกมือออกอย่างรู้งานเมื่อนายขยับลงจากเตียง เขากระชับเสื้อคลุมก่อนจะเดินเซๆ กุม
สะโพกไปจัดการธุระส่วนตัว เสียงประตูห้องน ้าปิดดังพร้อมกับผมที่ลุกขึ้นมาเดินเปลือยท่อนบน
นับจากวันนั้นผมก็เก็บเสื้อผ้าใส่เป้มาทิ้งไว้ ไม่ถึงกับย้ายบ้านอะไรเพราะข้าวของเครื่องใช้ไม่ได้
มีมากมาย แค่พามอเตอร์ไซค์คันโปรดมาเบียดที่จอดของนายด้วยก็เท่านั้น เสื้อคลุมสำหรับคู่
นอนเลยถูกผมจัดการยัดไปไว้ใต้เตียงเรียบร้อยกันแสลงตา เชื่อว่านายคงไม่ลงทุนก้มลงไปหยิบ
เพราะปวดหลัง
ผมเสยเส้นผมที่ยุ่งกระเซิงก่อนจะเดินไปเตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟ ตอนนายเดินออกมาใน
ชุดสูททุกอย่างก็พร้อมพอดี
“เอสเพรสโซสำหรับคุณ”
นายพยักหน้าอย่างชอบพอเมื่อผมบริการเหมือนเคย ที่ต่างจากเดิมคือผมนั่งกินกับเขาด้วย
สภาพเพิ่งตื่นนั่นแหละ ชายวัยกลางคนสวมชุดทำงานเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า กับชายวัยยี่สิบ
ตอนปลายที่สวมกางเกงบอลแค่ตัวเดียว มองยังไงก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
นายเดินไปหยิบเอกสารมาทบทวนในเวลาเดียวกับที่ผมเก็บจานไปล้าง พอเดินออกมาอีกทีเขา
ก็เตรียมออกไปทำงานแล้ว
“ตอนเที่ยงคุณจะมามั้ย”
“วันนี้ไม่สะดวก” นายตอบ เขาคล้ายจะกระดากเล็กน้อยเมื่อผมยืนส่งโดยยกแขนเท้ากับกรอบ
ประตูด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเอง แถมยังทำเป็นเป็นกิจวัตรประจำวันซะด้วยสิ
“ให้ผมไปรับมั้ย”
“ไม่ต้อง”
ถึงจะตกลงเรื่องความสัมพันธ์แล้ว แต่นายยังคงปกปิดเรื่องนี้ไว้ไม่อยากบอกใคร เขาพยายาม
หลีกเลี่ยงไม่ให้เดินคู่กันข้างนอกไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าเขาคงห่วงภาพลักษณ์ตัวเอง
ไม่อยากเป็นขี้ปากคนอื่น ซึ่งผมก็เห็นด้วย พวกเราเจอกัน อยู่ด้วยกัน มีความสุขด้วยกันในห้อง
นี้ก็นับว่าเป็นส่วนตัวดี ผมไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก เพราะรู้ว่านายน่ะเป็นจอมเรื่องมาก
“แล้วผมจะรอ”
ผมอมยิ้มบอกลานายขณะที่เขาเพียงขานรับเสียงเบาแบบเก้อๆ ทั้งที่ควรจะชินได้แล้ว ปฏิกิริยา
จากนายน่ารักจนผมต้องแอบหันไปกลั้นหัวเราะบ่อยๆ จนกระทั่งเห็นนายลงลิฟต์ถึงวางใจ ปิด
ประตูล็อคกลอนแล้วกลับไปนอนโดยไม่ลืมคลุมผ้าห่มปิดหัวจนมิด
ปกติแล้วผมจะตั้งปลุกอีกทีตอนสิบโมงครึ่งเพื่อเตรียมตัวทำอาหารเที่ยงให้นาย แต่ช่วงนี้บริษัท
ของเขาเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ ทำให้มีงานวุ่นวายเข้ามาให้จัดการเพียบตามประสาพนักงาน
ใหม่ที่ยังไม่รู้ระบบระเบียบมากพอ นายเลยต้องไปคอยคุมจนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง จาก
ตอนแรกที่นอนก่ายกันจนถึงช่วงสาย บางวันก็อู้หยุดงานบ้าง นายจึงต้องขยันขันแข็งกลายเป็น
นักธุรกิจเต็มตัว
ผมเลยได้นอนเต็มอิ่มไปถึงช่วงบ่าย
ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงแจ้งเตือน มาจากนายที่บอกเมนูที่อยากกินในตอนเย็น เขาคงพอเดาได้ว่า
ผมจะตื่นเวลาประมาณนี้ ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่านายรู้จักเอาใจใส่คนอื่นเหมือนกัน
หลังพิมพ์ตอบกลับและคุยต่ออีกสองสามประโยค ผมก็ลุกไปอาบน ้าจัดการตัวเองบ้าง เปลี่ยน
จากกางเกงบอลเป็นกางเกงยีนและเสื้อกล้ามหนึ่งตัว ผมเอาเสื้อนอกสำหรับใส่ไปทำงานพาด
ไว้กับโซฟา ก่อนจะเดินไปดูตู้เย็นว่ามีอะไรเหลือบ้าง
ผมจดรายการของสดที่ต้องซื้อ รวมทั้งนับจำนวนถุงยางที่ต้องใช้ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปจ่าย
ตลาดอย่างกับเป็นแม่บ้านยังไงยังงั้น ระหว่างทางผมแวะนั่งร้านกาแฟเพื่อสูบบุหรี่และอ่าน
หนังสือพิมพ์ฆ่าเวลาไปเกือบชั่วโมง ก่อนจะขี่รถกลับคอนโดแล้วใช้คีย์การ์ดสำรองเข้าห้องนาย
นั่งดูโทรทัศน์แก้เซ็งไปสักพักก็ได้เวลาสวมผ้ากันเปื้อนทำอาหาร
นายกลับมาตอนห้าโมงสิบนาที สีหน้าแฝงความอ่อนล้าและเหนื่อยหน่าย เขาไม่เคยพูดเรื่อง
บริษัทกับผมเลย เหมือนที่ผมไม่เคยเอ่ยถึงคลับยกเว้นเรื่องของควีนที่อาจยกมาเป็นหัวข้อถาม
ไถ่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการจนน่าหึงหวงเท่าเมื่อก่อน
จบมื้อเย็นผมก็ล้างจานเรียบร้อย หยิบเสื้อคลุมตรงโซฟาพาดไหล่เตรียมตัวไปทำงาน แต่นายไม่
มาส่งผมถึงหน้าประตูหรอก เป็นผมซะเองที่ต้องหันไปบอกลาเขา
“ผมไปแล้วนะ”
“อย่าโอ้เอ้ล่ะ”
เห็นท่าทางเคร่งเครียดนั่นแล้วผมก็เดินวกกลับไปจับคางเขาให้เงยขึ้นแล้วจูบหนักๆ บนริม
ฝีปาก อยากบอกว่ามีอะไรก็ปรึกษาผมได้ แต่เกรงว่าวีรกรรมเก่าก่อนของผมจะทำให้เขาแอบ
ขยาด นายขมวดคิ้ว ไม่ทันจะอ้าปากด่าผมก็หนีออกจากห้องแล้ว แถมยังล็อคกลอนให้เสร็จ
สรรพ
รอยยิ้มของผมเลือนหายทันทีที่ประตูปิดลง
สถานะตอนนี้แม้จะไม่อาจเรียกว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับดี พวกเราเป็นคนพิเศษของกันและกัน
ไม่ใช่คู่รัก หรือคนรักเวลาอยู่ในห้องแม้นายจะยอมอ่อนให้ผมหลายครั้ง เช่นเดียวกับที่ผม
ตามใจนาย พวกเรามีเซ็กซ์กัน พูดคุยกัน แต่ก็เป็นเรื่องซ ้าๆ เดิมๆ
ในห้องนั้นอบอุ่นเหลือเกิน แต่เมื่อออกมาก็เหมือนเป็นโลกอีกใบที่หนาวเหน็บ พวกเราต่างมี
ชีวิตของตัวเองอย่างเป็นเอกเทศไม่คิดก้าวก่ายหรือล่วงล ้า แม้จะอยู่ในข้อตกลงแต่แรก และต่าง
ก็พอใจกับวิธีนั้น แต่เมื่อเดินออกมาผมกลับอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ทุกที
ไม่รู้ว่านายจะรู้สึกเหมือนกันรึเปล่า
ผมส่ายศีรษะช้าๆ ได้แต่บอกกับตัวเองว่าอย่าใจร้อน…นี่ก็ถือว่าคืบหน้ากว่าที่ผมคิดไว้มากโข
รวมทั้งความรู้สึกในใจที่มากขึ้นทุกทีจนน่าตกใจ ไอ้นิสัยบูชารักนี่…พอสารภาพกับใครคนไหน
เข้า ก็คล้ายจะลงหลักปักฐาน หลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียว
อ้อ สมถุยลาออกแล้วนะครับ หลังออกจากโรงพยาบาลมันก็มาส่งจดหมายลาออกทันที ไม่ใช่
ว่าพ่ายแพ้หมดมาดแบบสลบเหมือดคาคลับอย่างเดียวหรอก แต่มันไม่กล้าสู้หน้าผมเพราะเรื่อง
ที่โรงพยาบาลต่างหาก
ถึงขนาดโดนควีนบอกว่าถ้าลาออกเร็วขนาดนี้ต้องจ่ายค่ารักษาเองมันยังยอมควักเลย
ก็ดีไป ผมไม่อยากให้คนรู้เรื่องผมกับนายวนเวียนในคลับเท่าไหร่ แค่ควีนคนเดียวก็ปวดหัวจะ
แย่
“พี่เอกๆ พี่กับนายเป็นไงบ้างอ่ะ หลังจากวันนั้นที่คบกันแล้วก็ไม่ยอมเล่าให้ผมฟังเลยนะ ทั้งที่
เป็นความดีความชอบของคิวปิดนิลกาฬแท้ๆ เชียว!”
ยังดีที่นายมีประวัติกับทางคลับ เวลาคุยเรื่องนี้ควีนเลยมักหาจังหวะที่เบี้ยคนอื่นไม่ทันได้ยิน ไม่
งั้นผมคงโดนถามล้วงลึกไปถึงไหนต่อไหน
“ก็เรื่อยๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะครับควีน”
การรับมือกับคนชอบเสือ—กับคนที่ชอบเสนอตัวแก้ปัญหาให้ชาวบ้านแล้ว คือการทำยังไงก็ได้
ให้ทุกอย่างราบรื่นจนดูน่าเบื่อที่สุด
ควีนมองอย่างรู้ทันว่าผมแกล้งตอบไปอย่างนั้น แต่เมื่อง้างปากผมไม่ได้เพราะไม่มีข้อต่อรอง
ใดๆ แล้วเขาก็ได้แต่ตัดใจ
…ซะที่ไหนล่ะ
“ดูนี่สิพี่ นายส่งไลน์มาหาผมด้วยล่ะ”
ควีนนี่นอกจากเสือกแล้วยังเสี้ยมอีกเหรอครับ
ผมมองหน้าจอโทรศัพท์ที่จงใจโบกไปมาหลอกล่อให้ติดกับแล้วเสมองไปอีกทาง ทำไมจะไม่รู้ว่า
นายแอบคุยกับควีนลับหลัง ผมน่ะแอบเช็คโทรศัพท์เขาทุกคืนหลังทำกิจกรรมบนเตียง บางครั้ง
ก็เลยมีสะกิดขออีกยกตามระดับความหึงหวง
แต่นายกับควีนลดสถานะเหลือแค่คนรู้จักที่ถามไถ่ทั่วไปไม่ก็ชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่นับว่า
น่าเป็นห่วง
“ชิ พอพี่ไม่เผยช่องโหว่แล้วไม่สนุกเลย”
“ควีนไปจัดการคู่นั้นเถอะครับ” ผมพยักเพยิดไปทางชั้นสอง ตั้งใจโบ้ยความซวยให้เก่งเต็มที่
ควีนชักหน้าเซ็ง รายนี้ก็หวงแว่นเกินไปจนไม่ยอมจับคู่ดีๆ ให้ นับว่าไอ้เก่งทำบุญมาเยอะ
“ไว้ผมมีอารมณ์ก่อนแล้วกัน” ควีนเก็บโทรศัพท์ เหลือบมองผมนิดๆ อย่างมีความนัย “พี่เอกไม่
ตอบ งั้นผมถามนายก็ได้”
“นายไม่พูดหรอก” ผมยิ้มนิดๆ รู้ดีว่านายไม่ใช่คนขี้อวด โดยเฉพาะกับอดีตคนรัก “ว่าแต่ควีนอยู่
ตรงนี้…จะดีเหรอครับ”
“แล้วมันไม่ดีตรงไหนล่ะ” ควีนหันมายักคิ้วให้ผมพลางเหลือบมองชั้นสองที่ตอนนี้มีชายชุดดำ
สวมแว่นคนหนึ่งยืนคุมอยู่หน้าประตูอย่างผิดแปลกจากสภาพแวดล้อมรอบด้านโดยสิ้นเชิง
“ไอ้คิงมันเจรจาการค้า ผมไม่อยากยุ่ง”
ไม่ขอขยายความว่า ‘การค้า’ นั้นหมายถึงอะไร แต่ที่แน่ๆ คิงส์คลับของเราจะไม่ทำอะไรเกินตัว
จนประวัติศาสตร์ซ ้ารอยอย่างแน่นอน ผมเงยมองชั้นสอง เห็นไอ้เก่งกำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะถูก
รุกรานพื้นที่ ลูกค้ารายนี้ถือเป็นหน้าเป็นตาของคลับ เพราะเขามาจากตระกูลเก่าเก่าที่มีชื่อใน
แวดวงสังคม มักกู้ยืมเงินเพื่อไปลงทุน แม้เป็นเงินก้อนจำนวนไม่น้อย แต่ก็ได้รับกลับคืนทบต้น
ทบดอกอย่างคุ้มค่าหลายครั้งจนกลายเป็นลูกค้าประจำที่มักโผล่มาทุกสามถึงหกเดือน
ผมยืนเป็นเพื่อนควีน ก่อนจะสะดุดกับสายตาขวางๆ ของบอดี้การ์ดที่มองมาจากชั้นบน ผมรู้จัก
เขาดี หมอนี่เป็นมือขวาคนสำคัญที่มักมาพร้อมกับ “คุณนิด” ทุกครั้ง
ไม่นานการเจรจาก็จบลง “คุณนิด” เดินลงมาจากชั้นสองด้วยสีหน้าหงุดหงิดคล้ายไม่พอใจ เขา
อายุพอๆ กับผม นั่นคือเฉียดยี่สิบตอนปลาย ผมน ้าตาลละเอียดไว้ยาวตามประสาผู้ชายเจ้า
สำอางที่ไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น แต่ไฝเสน่ห์ตรงใต้ตาขวาก็ทำให้ใครหลายคนเหลือบมอง
รูปร่างคุณนิดถือว่าสมบูรณ์แบบ แต่ด้วยสกุลจึงไม่มีใครกล้าล่วงเกิน ดูจากบอดี้การ์ดหน้าเข้ม
คนนั้นได้ เพราะเขาพกปืนมาด้วยแม้ว่าจะฝากไว้กับเบี้ยคนหนึ่งในคลับของเราก่อนเข้ามาก็
ตาม
ดวงตาสีเขียวสอดส่องเหมือนพยายามหาบางอย่าง ผมรีบยืนบังควีน แม้ว่าจะถูกเห็นแล้วก็
เถอะ แต่ควีนยังยกมือดันหลังผมให้ผละห่าง แล้วเดินเชิดหน้าออกมาเผชิญด้วยตัวเอง
วูบหนึ่งผมเห็นชายสองคนสบตากันพร้อมประกายไฟดังเปรี๊ยะ!
คุณนิดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเป็นฝ่ายหลบตาอย่างหาได้ยาก เขาสบถอุบ กระทืบเท้าเสียงดัง
ออกจากคลับพร้อมมือขวาร่างสูง
ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า…คุณนิดน่ะมองควีน แต่ทำไม…สมรถึงมองผมด้วยสายตาเคียดแค้นกัน
ล่ะ
ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้เพราะเมื่อลับหลังคนกลุ่มนั้น บรรยากาศในคลับที่คล้ายถูกหยุด
เวลาไปครู่หนึ่งก็เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ ไม่ว่าใครต้องรู้จักคุณนิด เขามักปรากฏตัวอยู่บนหน้า
หนังสือพิมพ์และอินเตอร์เน็ตเสมอ ยิ่งถูกพูดถึงมากก็ยิ่งยินดี
“พี่เอก บอกผมตามตรงนะ ไอ้หมอนั่นเล็งคิงรึเปล่า”
ควีนสังหรณ์แม่นจนน่ากลัว
“…เขาพยายามจีบบอสอยู่หลายปีแต่ไม่สำเร็จ ไลฟ์สไตล์ต่างกันเกินไป บอสไม่ชอบการเป็น
จุดเด่นหรือออกงานไร้สาระ”
“แล้วเคยนอนด้วยกันมั้ย”
ผมหยุดคิดครู่หนึ่ง รู้สึกหนาวสันหลังวาบๆ
“…ไม่น่าจะเคยนะครับ”
“อ้อ” ควีนแค่ขานรับในลำคอ สีหน้านิ่งจนผมเผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “อ้าว พี่เอก ทำไม
ยืนห่างขนาดนั้นล่ะ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”
ค่อยยังชั่วตรงที่สีหน้าควีนเริ่มดีขึ้นแล้ว
“จริงสิพี่ ไอ้คนตัวสูงหน้าเข้มข้างๆ นั่นใคร”
“มือขวาของเขาครับ ชื่อสมร”
“เขาเป็นคู่ปรับพี่เหรอ”
“เปล่านะครับ” ผมได้แต่ตอบไปอย่างงุนงง
“แล้วทำไม…ถึงได้เหมือนอยากจะฆ่าพี่ขนาดนั้นล่ะ”
แม้จะอยู่ในอาการหึง แต่ควีนก็ยังเสือ—ช่างสังเกตจนน่าทึ่ง ผมนี่ไม่รู้จะพูดยังไงเลย!
ช่วงเวลาตีสาม หลังยืนส่งบอสกับควีนและสำรวจความเรียบร้อยแล้วผมก็เดินล้วงกระเป๋าข้าง
เดียวมาที่รถ แต่ไม่ทันได้ขึ้นคร่อมก็ได้กลิ่นแปลกๆ เข้าซะก่อน
ผมสำรวจที่มา ก่อนจะพบว่ามาจากตัวรถของผมเอง
ถังน ้ามันถูกเจาะ
ของเหลวค่อยๆ หยดจนเจิ่งนองกับพื้น บ่งบอกว่าถูกกระทำย ่ายีเป็นเวลานาน ด้วยความมืด
ขนาดนี้ถ้าไม่ทันสะกิดใจแล้วขับออกไปรับรองว่าเกิดอุบัติเหตุแน่ๆ
แถมยังมีสิทธิ์ถึงชีวิตซะด้วย
ผมยืนมองมอเตอร์ไซค์สุดที่รักเงียบๆ ด้วยอารมณ์คุกรุ่น
ไม่ได้โกรธเรื่องเล่นงานถึงตาย แต่ว่า…
ใครมันกล้าทำร้ายลูกรักผมวะ!!
ตีสี่ครึ่ง ผมเปิดประตูห้องนอน เจอกับนายที่นั่งรอบนเตียงเหมือนทุกวัน
เพราะไม่มีไออุ่นให้นอนกอด นายเลยสวมแว่น ( เขาสายตายาวน่ะ อย่าถามเชียวว่าเพราะอะไร
) นั่งทำเอกสาร พอเห็นผมเดินเข้ามาก็เริ่มเก็บของ ส่วนผมก็รีบอาบน ้าให้สะอาดถูกใจเขา
เสียแต่วันนี้ผมไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไหร่
“เอก?” นายเรียกอย่างงุนงง คงเพราะเรามีเซ็กซ์มาตลอด ถุงยางเองก็พร้อมเพราะเพิ่งซื้อเพิ่ม
เมื่อเช้านี่เอง
“คุณรู้จักผู้ชายที่ชื่อสมรรึเปล่า”
แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงคิดว่าเรื่องในวันนี้เกี่ยวกับเขา
แน่ล่ะ คนอย่างเอกภพไม่เคยหาเรื่องใคร การชกต่อยในคลับก็เป็นไปตามกฎทั้งนั้น ผมรักสงบ
จะตาย แล้วจะมีใครอาฆาตแค้นถึงขนาดหมายชีวิตกันล่ะ
ความผิดปกติเพียงอย่างเดียวในชีวิตผมตอนนี้ก็คือนาย
ผมเลยคิดหาคำตอบอื่นไม่ได้จริงๆ
นายเบิกตากว้าง ขณะที่ผมคิดว่าจะต้องทายถูกแน่ๆ เขาก็ตบผมจนหน้าสะบัด
“แกมีกิ๊กเหรอไอ้เด็กเวร”
เฮ้ย! ผมว่ามันผิดประเด็นนะ!
“เดี๋ยวก่อนสินาย คุณเข้าใจผิดแล้ว”
“เข้าใจผิดอะไร เข้ามาถึงแกก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แทนที่จะมีอะไรกับฉันก็ถามถึงชื่อผู้ชายอีก
คน ไม่ได้มีกิ๊กจะเรียกว่าอะไร”
ถ้าจะโทษ…คงต้องโทษชีวิตรักของนายที่ไม่เคยมีใครอยู่กับเขาอย่างซื่อสัตย์เลยสักครั้ง
“ใจเย็นๆ สิคุณ” ผมรวบมือเขาก่อนจะโดนทำร้ายร่างกายซ ้าสอง ขณะเดียวกันก็คอยมองเท้า
นายไว้ด้วย โดนตบไม่ว่าแต่โดนถีบหงายหลังบ่อยๆ นี่ไม่ไหวจริงๆ ครับ กระดูกจะเคล็ดซะให้ได้
“ผมไม่ได้มีกิ๊กสักหน่อย ผมไม่ใช่คนใจง่ายขนาดนั้น คุณก็น่าจะรู้”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง พอออกจากห้องนี้แกอาจจะไปกับใครก็ได้!”
“แล้วคุณล่ะ” ผมชักโมโหขึ้นมาเหมือนกัน “คุณเองเวลาไปข้างนอกก็ไม่คิดจะบอกอะไรผมเลย
สักครั้ง ทำอะไรลับหลังบ้างก็ไม่รู้”
“นี่แกสงสัยฉัน!?”
นายไม่เคยคิดเข้าข้างผมอย่างที่เข้าข้างตัวเองบ้างเลย
ผมมองสายตากราดเกรี้ยวนั่นแล้วก็พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ เห็นกองไฟอยู่ข้างหน้าถ้า
กระโจนลงไปก็มีแต่เสียกับเสีย อีกอย่าง นี่เป็นข้อตกลงแต่แรกของเรา ไม่ใช่เรื่องชวนทะเลาะ
เลย
“…ผมขอโทษ วันนี้ถังน ้ามันรถผมโดนเจาะ ก็เลยอารมณ์ไม่ดี”
นายที่กำลังจะตวาดออกมาหยุดกึกทันควัน
“อะไรนะ”
“วันนี้ผมกลับบ้านช้ากว่าปกติเพราะต้องโทรเรียกให้อู่มารับไปเปลี่ยนถังน ้ามันใหม่ถึงกลับมาได้
คุณไม่สงสัยเลยเหรอ”
“ฉันทำงานเพลินไปหน่อย และปกติแกก็ชอบกลับช้าไม่เป็นเวลาอยู่แล้ว ก็เลย…”
“ช่างเถอะครับ เอาเป็นว่าผมสงสัยว่าเป็นฝีมือคนที่ชื่อสมร ก็เลยมาถามคุณ แต่ถ้าไม่รู้จักก็แล้ว
ไป” พูดจบผมก็โถมตัวลงไปกอดนาย “ผมเหนื่อยจัง…”
“อะไรของแก” นายพูดเสียงอ่อนทั้งที่ยังไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมลูบศีรษะผมเหมือนปลอบเด็ก
วูบหนึ่ง ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา การกลับมาแล้วมีใครสักคนรอคอย แม้ไม่ต้องเข้าใจกันมาก
แต่เพียงอยู่เคียงข้างกัน สัมผัสกันอย่างนี้ก็เพียงพอแล้ว
คืนนั้นพวกเรานอนแตะมือ นายเลิกพยายามกอดผมเป็นหมอนข้างเหมือนที่ทำกับเด็กเอ๊าะๆ
เพราะมีแต่ฝ่ายเขาที่เมื่อยขบเพราะเกร็งแขน ส่วนผมเอง…ก็รอเขาจนหลับสนิทแล้วค่อยพลิก
ตัวไปโอบแนบแน่น
นายครางอือเล็กน้อยจนผมคลายอ้อมแขนให้หลวมขึ้นจึงนอนต่อ เขาคงคร้านจะดิ้นหนีแล้ว
เหมือนกัน
ผมสูดกลิ่นกายของนาย ยังไม่รู้สึกง่วงนอนแม้แต่น้อย กลับกัน สมองของผมทำงานหนัก และ
เต็มไปด้วยความกังวล
เพิ่งแน่ใจก็ตอนนี้…ความสัมพันธ์ของผมกับนาย…ช่างคล้ายกับน ้ามัน ภายนอกดูสงบนิ่งราว
สายน ้าไหลเอื่อย แต่หากมีประกายไฟเพียงเล็กน้อยก็พร้อมจะถูกจุดพรึ่บขึ้นมาทันที
ปัญหาไม่ใช่ว่าพวกเราใช้ชีวิตอย่างมีอิสระเกินไป
แต่เป็นเพราะนายไม่เชื่อใจผมเลย!
…มันคงเร็วไปจริงๆ
แม้ควีนจะช่วยเร่งปฏิกิริยาให้ แต่ก็เหมือนเป็นการมัดมือชกกลายๆ นายเริ่มใจอ่อนกับผม
ยอมรับผม หรือกึ่งๆ จะหลงผม แต่ใช่ว่าจะยอมรับตัวเองที่เป็นแบบนี้ได้ หลายครั้งที่เขายังทำ
ตัวไม่ถูก ยังไม่พร้อม และไม่เปิดใจมากพอ
ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างประหม่า
นายเป็นเหมือนเหยื่อที่ติดเบ็ดแล้วก็จริง แต่เขาดันรู้ทันจนต้องรีบกระตุกขึ้นมาก่อนถึงเวลา แม้
จะจับตัวได้ แต่สุดท้ายแล้วก็มีรอยแผลติดตัวมาด้วย ผมต้องทำยังไงถึงจะให้เขาไม่หันไปสนใจ
รอยแผลนั้นนะ
แล้วยัง…
ผมหรี่ตา เชื่อว่ายังไงไอ้สมรก็ต้องเกี่ยวข้องกับนาย
สงสัยต้องใช้สายสืบอีกครั้งซะแล้วสิ