Knight's Hour เพราะเป็นเจ้านาย - ตอนที่ 13 : เท่าเทียม
(( โชคดีนะพี่เอก ))
ผมขมวดคิ้ว มองโทรศัพท์ที่วางไปพร้อมกับเสียงหัวเราะหลอกหลอนด้วยความสับสน
ควีนควรจะไปหานายไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม…
โคตรสังหรณ์ใจไม่ดี
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ผมเอ่ยกับพยาบาลที่ช่วยพันผ้าที่มือให้อย่างตั้งใจ เรียกความรู้สึกคุ้นเคยตลอดสัปดาห์กลับมา
อีกครั้ง ถ้าไม่นับแผลตรงมุมปากซึ่งโดนต่อยจนเลือดซึมก็แทบไม่ได้เจ็บช ้าตรงไหน ผิดกับสมถุย
ที่หน้ายับเยิน มันเองก็ถูกหามขึ้นรถโรงพยาบาลคันเดียวกัน ป่านนี้ยังคงไม่ได้สติ
เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ
หลังเลิกงาน บอสก็ช่วยกั้นโต๊ะชั้นหนึ่งให้ผมกับสมถุยได้ปะฉะดะกันอย่างเต็มยศ พร้อมกับ
เหล่าเบี้ยเป็นพยานว่าตำแหน่งอัศวินจะถูกสับเปลี่ยนหรือไม่ ผมยอมรับว่าสมถุยมันเก่ง ถ้าขึ้น
สู้แบบประกวดเอารางวัลคงได้ถ้วยติดมือมาอย่างน้อยก็รองชนะเลิศ แต่นี่เป็นสังเวียนนักเลง
พอเห็นมันวาดท่าคาราเต้อย่างสวย ผมก็จัดการขัดขาจนล้มโครมน่าอนาถสุดๆ
จากนั้นก็ตามไปล็อคคอไม่ให้มันลุกขึ้นมาด้วยท่ามวยปล ้า แต่เพราะมือขวาผมไม่ค่อยมีแรงมัน
เลยดิ้นหลุด ไอ้สมถุยลุกพรวดพราดเกินไป แถมยังผิดจังหวะ ฟาดมือมาโดนแผลเก่าผมเต็มๆ
จนรอยเย็บแห้งสนิทปริแตก
ทั้งผมทั้งมันยืนอึ้ง แต่มันอึ้งกว่าเพราะโดนผมสะบัดมือให้เลือดกระเซ็นใส่จนต้องหลับตา เปิด
โอกาสเผด็จศึกโดยการตีศอกแสกหน้าจนมันเป็นฝ่ายเลือดกระฉูด สลบคาที่
เป็นอันจบการต่อสู้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที
ควีนเรียกรถพยาบาลเพื่อไม่ให้สมถุยซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของคลับเสียเลือดเยอะเกินไป
สงสารเบี้ยต้องเช็ดพื้นทำความสะอาด แล้วยังคะยั้นคะยอให้ผมขึ้นไปด้วย เพราะยังไงซะใน
สภาพมือชาปากแตกคงไม่ช่วยให้นายอยากคืนดีกับผมสักเท่าไหร่ เผลอๆ จะอาการหนักกว่า
เก่า
ผมกังวลใจมาก เห็นรอยยิ้มของควีนที่บอกว่าจะไปพบนายเองแบบสองต่อสองแล้วเห็นลาง
วินาศชอบกล
แต่ผมไม่มีทางเลือก หรือให้ถูกคือ ผมถูกเก่งจับโยนขึ้นรถโรงพยาบาลตามคำสั่งควีน ไม่ทันตั้ง
ตัวรถก็ออกวิ่งพร้อมกับควีนที่โบกมือน้อยๆ อย่างกับนางงาม ไม่ลืมตะโกนไล่หลังว่าให้ขอ
ใบเสร็จค่ารักษามาเบิกกับแว่นด้วย
พอมาถึงโรงพยาบาลก็โดนจับให้กรอกประวัติแทนสมถุยซึ่งพอจำได้คร่าวๆ จากการอ่านเมื่อ
ไม่กี่ชั่วโมงก่อน สรุปแล้วผมต้องติดแหงกอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งที่ใจลอยไปถึงไหนต่อไหน
ผมกลัวว่าควีนจะทำความแตก
ถ้านายรู้ว่าผมเป็นคนกีดกันไม่ให้พบมาตั้งแต่แรกมีหวังไล่ยิ่งกว่าหมูกว่าหมา!
ผมมองโทรศัพท์ ชั่งใจว่าจะโทรหานายดีรึเปล่า ตอนนี้เขาจะกำลังเศร้าอยู่รึเปล่านะ หรือกำลัง
โกรธจัดที่ผมผิดสัญญา
กล้ามาตลอดแท้ๆ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกขี้ขลาดเป็นบ้า
ผมถอนหายใจเฮือก เก็บโทรศัพท์ ก่อนจะเดินไปเยี่ยมสมถุยว่าฟื้นรึยัง เพราะต้องบอกมันว่า
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางคลับจะเป็นผู้รับผิดชอบให้เอง แต่พอไปถึงผมก็ต้องตกใจเมื่อเห็นประตู
เปิดแง้ม เหมือนถูกบุกรุกอย่างเร่งรีบ ผมลองชะโงกมอง ก่อนจะยิ่งตะลึงเมื่อเห็นว่าคนคนนั้น
คือนาย
เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?
คำตอบนั้นผมคิดออกภายในไม่กี่วินาที…จะมีใครได้ล่ะนอกจากควีน
ผมชักสีหน้ายุ่งยากใจเพราะตั้งตัวที่จะเผชิญหน้ากับเขาไม่ทัน นายผิดหวังขนาดมาเล่นงานผม
ถึงโรงพยาบาลเลยเหรอ อะไรจะโกรธแค้นกันขนาดนั้นเนี่ย แต่แล้วผมก็สังเกตเห็นอาการ
ผิดปกติ นายกำลัง…คุยกับสมถุย!
“เอก”
แถมยังเรียกร่างซึ่งนอนไม่ได้สติด้วยชื่อของผมอีกด้วย
ผมอยากจะแทรกขึ้นมาชะมัดว่านั่นไม่ใช่ผม แต่เป็นสมถุยที่โดนศอกฟันกลางหน้าผาก แก้ม
บวมตุ่ย หน้าช ้ายับเยิน ถูกผ้าพันไปทั้งหน้าจนมองไม่ออกว่าเป็นใครต่างหาก
จะว่าไป…ผมกับสมถุยก็รูปร่างคล้ายกันซะด้วยสิ ทรงผมก็ตัดสั้น นอนลงไปทั้งแบบนั้นคงไม่
เห็นว่ามันไม่ได้ไถหัวเป็นรูปมงกุฎ
นายคงตกใจจนไม่ทันสังเกต
“ใครใช้ให้แกบาดเจ็บหนักขนาดนี้ แกมันโง่”
ขนาดนอนไม่ได้สตินายยังด่าได้อีก ผมชักรู้สึกสุนทรีย์อย่างบอกไม่ถูก ยืนล้วงกระเป๋าพิงกับ
กำแพงเพื่อพักเท้า มองแผ่นหลังของนายที่ยังคุยกับสมถุยโดยไม่รู้ตัวสักนิดว่ามีคนย่องเบาเข้า
มาในห้อง
“วันหลังก็หัดเจียมตัวซะบ้าง มือบาดเจ็บยังเสือกไปต่อยกับคนอื่น แกเป็นเด็กรึไง”
น่าเสียดายเพราะนายหันหลังให้ ผมเลยไม่รู้ว่าเขากำลังทำสีหน้ายังไง
แต่ฟังจากน ้าเสียง…เขากำลังโกรธมาก เล่นด่ารัวไฟแล่บเลยนี่
ผมยืนรอสักพักใหญ่ พอเห็นนายนิ่งก็เริ่มคิดว่าควรขัดจังหวะได้แล้ว ขืนเล่นมากไปจะยิ่งยุ่ง แค่
นี้ผมก็มีชนักติดตัวเยอะไปหมด เรื่องคีย์การ์ดก็ยังเคลียร์ไม่ได้ แล้วยังเรื่องควีนอีก
ผมอยากรู้จะแย่ว่านายคุยกับควีนได้ความว่ายังไง
แต่ไม่ทันออกปาก นายที่เงียบไปนานก็เอ่ยพึมพำออกมา
“แกเป็นแบบนี้แล้วใครจะมาหาฉันตอนกลางคืนล่ะ”
เดี๋ยวนะ…
“แล้วฉันจะหลับได้ยังไง…”
ผมอ้าปากค้าง ถึงกับต้องยกมือปิดปากจึงจะบังคับไม่ให้หลุดเสียงอุทาน
นายรู้!!
เวรแล้วไงนายเอกภพ มือเจ็บ ปากแตก แล้วยังโดนนายฆ่าอีกรึเปล่าโทษฐานบุกรุกห้องนอน
โดยไม่ขออนุญาต
แต่เดี๋ยวก่อน
ผมไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ว่านายพูดเสียงเบาหวิว ไม่ยักจะเจืออารมณ์อยากฆ่าคนเลยสักนิด
สำหรับคนอย่างนราธิป ถ้ารู้อยู่แก่ใจมีหรือจะไม่อาละวาดออกมา แต่การที่เขาปล่อยให้ผมย่อง
เข้าไปหาอยู่อย่างนั้น แล้วยังตัดพ้อต่อว่า ก็แปลได้อย่างเดียวว่าเขานั้น…
รอยยิ้มใต้ฝ่ามือเริ่มฉีกกว้างอย่างห้ามไม่อยู่
ผมขอโทษครับควีน คุณนี่แน่จริงๆ
ผมคิดในใจ เพราะนายคงไม่สามารถบึ่งมาพร ่าเพ้อแบบนี้ได้ถ้าไม่มีคนบอกพิกัดและกล่าวคำ
ชวนเข้าใจผิด
หลังสูดหายใจเข้าลึกผมก็ค่อยๆ เดินเข้าใกล้นายที่ยังก้มมองสมถุยด้วยสายตาบอกไม่ถูก แต่
บรรยากาศรอบกายนั้นชวนหน่วงหนึบอยู่ไม่น้อย ผิดกับผมที่เรียกได้ว่าร่าเริงสุดขีด ดอกไม้บาน
สะพรั่งเต็มสวนสีม่วง
“นายครับ” ผมแตะไหล่เขา ผลคือร่างนั้นสะดุ้งเฮือก หันมามองผมเหมือนเห็นผี “คุณห่วงผม
เหรอ”
“เอก!” น ้าลายนายแทบจะกระเซ็นใส่ผม เขาทำหน้างงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นบุญตา
สุดๆ “เดี๋ยวสิ…แล้วนี่ใครล่ะ”
“สมถุย”
นายพยายามอย่างยิ่งไม่ให้สบถว่าชื่อบ้าอะไรวะ
“คนที่ท้าชิงตำแหน่งอัศวินกับผมแต่แพ้ไป”
“แล้วทำไมแกต้องมาโรงพยาบาลด้วย”
“แผลผมปริ” ว่าจบก็ชี้ให้ดูพลางทำหน้าบริสุทธิ์ใจ “เลยโดนควีนจับขึ้นรถพยาบาลมาพร้อมกับ
สมถุย ว่าแต่คุณเถอะ…ได้พบกับควีนแล้วใช่มั้ยครับ เขาหาร้านขนมปังเจอรึเปล่า”
นายมองผมด้วยสายตาแฝงความรู้สึกหลากหลาย เหมือนอยากถามอีกหลายอย่าง และยัง
จัดการกับความจริงที่เพิ่งรู้ไม่ได้ แต่เมื่อผมชวนเปลี่ยนเรื่อง ไม่กล่าวถึงการเข้าใจผิดแถมยัง
หน้าแตกหนัก นายก็ยอมตามน ้าแต่โดยดี
“นิลกาฬมาถูก” นายหลบตา “ฉันเคลียร์กับเขาแล้ว ต่อจากนี้จะไม่สร้างเรื่องให้เขาลำบากใจ
อีก”
“แค่นั้นเหรอครับ”
นายเงยหน้า ดวงตาประกายกร้าวอย่างไม่ชอบใจ
“แล้วจะมีอะไรอีก”
“ผมก็ไม่รู้ แต่ว่า…” ผมเลิกตีหน้าหมาน้อย แต่เลือกแสดงความจริงใจออกมา “นายรอที่จะเจอ
กับควีนมาตลอด นายพอใจแค่นี้เหรอครับ ถ้าเป็นนายคนที่ผมรู้จัก จะต้องพยายามหาข้ออ้าง
เพื่อขอติดต่อกับควีนต่อไป อย่างน้อยได้คุยกัน…หรือแค่ทางข้อความก็ยังดี อย่างที่ผมพยายาม
ทำกับนาย”
นายหลบตาอีกแล้ว เขากัดปาก กำมือแน่น
“ผมชอบนายนะ”
เป็นครั้งแรกที่นายเอกภพสารภาพรักออกมาอย่างเต็มปาก
มันชวนให้ใจหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก ผมตื่นเต้นมาก รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว
“ผมคิดไปเองได้ใช่มั้ยว่า…การที่นายยืนอยู่ตรงหน้าผมตรงนี้…ทั้งที่ควรจะไปกับควีน
หมายความว่านายเองก็ใจอ่อนให้ผมเหมือนกัน”
นายไม่ตอบ แต่พอผมแตะมือนาย เขาพลันสะดุ้งน้อยๆ แต่ก็ไม่ยักขัดขืน
ในใจอุ่นวาบขึ้นทันที
ได้เวลากระตุกเบ็ดครั้งที่สามแล้ว
“นาย…” ผมเอ่ยเสียงเบา “ผมยังไปที่ห้องของคุณได้ใช่มั้ย”
“ฉันเคยห้ามแกได้ด้วยรึไง”
ผมหลุดยิ้มกับคำประชดประชัน เขารู้จริงด้วยๆ แถมยังเห็นดีเห็นงามอีกต่างหาก
“ถ้าอย่างนั้น…” ผมเลื่อนมือขึ้นแตะที่คางของเขา “นายให้ผมจีบต่อได้ใช่มั้ย”
“ถ้าฉันตอบว่าไม่”
“ผมก็จะไม่หยุด”
“ถ้าอย่างนั้นแกจะถามทำไม” นายจ้องผมตาถลึง แต่ก่อนจะพูดได้มากกว่านั้น ริมฝีปากของเขา
ก็ถูกประกบติด
ผมจูบนาย
จูบอย่างดูดดื่มโดยไม่สนใจว่าอยู่ในห้องผู้ป่วยของสมถุย เขาไม่แม้แต่จะขัดขืน ราวรู้ดีอยู่แล้ว
ว่าป่วยการเปล่าเมื่อผมใช้มือข้างที่บาดเจ็บโอบรัดเขาอย่างนี้
ปลายลิ้นของเราสอดประสาน เกาะเกี่ยวแนบแน่น
กระตุกเบ็ดครั้งที่สามประสบผลสำเร็จ
หลังจากนี้อย่าหวังว่าผมจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกเลย
“เดี๋ยว…”
นายครางฮึมฮำในลำคอเมื่อผมค่อยๆ จูบไปลากเขาเข้าห้องน ้าผู้ป่วยเดี่ยวไป กว่านายจะเงย
หน้าขึ้นมาอีกครั้งพวกเราก็มาถึงหน้าห้องน ้าแล้ว
“อย่าคิดว่าจะทำ…”
“ผมมีถุงยางน่า”
นายจ้องเขม็ง เหมือนจะอ้าปากด่าว่าสถานที่อย่างนี้ยังจะมีถุงยางอีก เอ้า ก็ผมเตรียมพร้อม
ตลอดเวลานี่นา จริงอยู่ว่าไม่ค่อยเจนจัดเรื่องเซ็กซ์สักเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าห่างหายไปนาน ผม
เองก็ชักมีอารมณ์อยู่เหมือนกัน
“สกปรก” นายย่นหน้าอย่างรังเกียจเมื่อโดนผมลากไปยืนอยู่หน้าชักโครก
“ห้องน ้าโรงพยาบาลฆ่าเชื้อตลอด สะอาดยิ่งกว่าห้องนอนคุณแน่นอน” ผมกระซิบข้างหูนาย
ค่อยๆ ถอดสูทเขาออกมาพาดไว้กับราวแขวนอย่างประณีตเพื่อไม่ให้มีรอยยับ
นายยืนนิ่งอย่างกับหุ่น ปล่อยให้ผมปอกลอกทีละชิ้น แต่ปากก็ยังสรรหาคำต่อว่าไม่หยุด
“ฉันไม่ยืนทำหรอกนะ”
ผมพยักหน้าหงึกหงัก รู้ว่านายแก่เกินกว่าจะทำท่ายืนนานๆ
“ผมให้คุณเลือกแล้วกัน บนฝาชักโครกหรือตรงอ่างล้างหน้าดี”
“เอกภพ” นายเอ่ยเสียงดุ แต่สภาพของเขาที่เหลือแค่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวมองยังไงก็ไม่มีอานุภาพ
พอจะห้ามผมในสถานการณ์นี้ได้เลยสักนิด “ถ้าพยาบาลมาเห็นจะทำยังไง ฉันไม่ยอมรับเรื่อง
น่าอับอายเด็ดขาด”
“สมถุยยังไม่ได้สติ ไม่มีใครเข้ามาหรอกครับ และต่อให้เข้ามา…” ผมเอื้อมมือไปล็อคกลอน
ประตู “แค่นี้ก็ไม่มีปัญหา”
นายจนด้วยคำพูด พอเขาตัวเปล่าเปลือย ผมก็ค่อยๆ ถอดเสื้อตัวเองบ้าง
สายตาของนายออกจะหวาดหวั่นอยู่สักหน่อย เหมือนยังไม่มั่นใจแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธผม เขาคง
ไม่ชอบเซ็กซ์ในห้องน ้าแถมยังแปลกถิ่น แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อถูกต้อนก็เถียงไม่ออกว่าเขาเองก็มี
อารมณ์
คนที่มีเซ็กซ์เป็นประจำอย่างนาย…เมื่อขาดหายไปนานๆ คงยังอัดอั้นยิ่งกว่าผมซะอีก
ผมก้มจูบนายอีกครั้ง ค่อยๆ ปลดกางเกงและสวมถุงยางด้วยมือเดียว เพราะมืออีกข้างผมยันไว้
กับบ่าของนายซึ่งค่อยๆ นั่งลงบนฝาชักโครก นายไล้ปลายนิ้วเท้าขึ้นตามท่อนขาของผมจนชวน
สยิว กุมท้ายทอยให้บดจูบแนบแน่น มาถึงตอนนี้ผมก็ไม่ต้องลีลาท่ามาก เอาจริงๆ ผมเองก็กลัว
จะมีใครเข้ามาเหมือนกัน
มือซ้ายค่อยๆ สอดแทรกเข้าไป เพราะไม่มีอะไรหล่อลื่นเลยออกจะฝืดสักหน่อย นายนิ่วหน้า
ครางฮืออยู่ในปาก แต่พอถูกดันให้เอนพิงไปด้านหลังจนเผลออ้าขากว้าง ส่วนนั้นของนายก็
ตื่นตัวขึ้นมาทั้งที่ยังไม่ทันได้จับ
คนแก่อะไรฟิตปึ๋งปั๋ง
ผมช้อนขานายให้พาดกับข้อศอกเพื่อจะได้ไม่ทำให้แผลฉีกกว้างกว่าเดิม เขาจึงต้องเกี่ยวแผ่น
หลังผมไว้ไม่ให้ลื่นไถลตกจากชักโครก หลังเล้าโลมจนพอใจทั้งผมทั้งนายคล้ายจะมีอารมณ์
มากกว่าทุกที ผละจูบออกมาเล็กน้อยนายก็กระชากศีรษะผมเบาๆ เป็นเชิงว่าอย่าชักช้าลีลา
มาก เขาแทบทนไม่ไหวแล้ว
ผมเลยตอบสนองไปเต็มที่
“อึก!”
นายกลั้นเสียง ซุกหน้ากับบ่าของผมเมื่อโดนเสยเข้าไปรวดเดียวหนักๆ
“สมถุยสลบอยู่นะครับ ไม่ต้องกลั้นเสียงหรอก” ผมจูบริมฝีปากเขาเบาๆ
“ถ้าเราเสียงดังจนมันตื่นล่ะ” นายค้อนขวับ “ฉันไม่หน้าด้านเหมือนแก”
ผมอารมณ์ดีกับคำว่า ‘เรา’ จนไม่สนใจคำเหน็บแนมนั่นสักนิด ตั้งอกตั้งใจกับการเดินเครื่อง
อย่างแน่วแน่จนนายจิกเล็บกับหลังระบายความเสียวซ่าน ความจริงนายเป็นคนเนี้ยบ เรื่องเล็บ
เท้าเล็บมือบอกเลยว่าตัดกริบสะอาดสะอ้าน ฉะนั้นผมเลยไม่ค่อยเจ็บสักเท่าไหร่ ยิ่งเห็นเขาจิก
หนักยิ่งมีอารมณ์ซะด้วยซ ้า
“อะ…เอก” นายครางกระท่อนกระแท่นเพราะตัวโยกคลอนไม่หยุด ห้องน ้ามันก้อง เลยได้ยิน
เสียงน่าอายชัดเจนกว่าที่เคย ข้างหนึ่งผมใช้ศอกช้อนขานายแล้วยกสูง สบโอกาสให้รุกรานช่วง
ล่างได้ถนัดถนี่ อีกข้างผมก็รองศีรษะเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้กระแทกกับกำแพงตรงๆ เห็นแบบนี้ต่อ
ให้นายอยากจะด่าแค่ไหนก็หาคำพูดดีๆ ไม่เจอ
ผมสลับจูบตามลำคอและแผ่นอกของนาย ก่อนจะโดนกระชากให้ขึ้นไปประกบปากเมื่อเขาถึง
จุดหมายเร็วกว่าที่คาด
“อึก!”
เจ็บจี๊ดๆ ตรงหนังหัว ราวกับว่ามีเส้นผมร่วงติดมือนายไปด้วย ผมไม่ว่าอะไร ได้แต่มองนายที่ชี้
นิ้วดักหน้าผมไว้ก่อนด้วยสายตาเอาเรื่อง
ถ้าพูดล้อออกไปต้องโดนตีหัวแตกทั้งที่ส่วนนั้นของตัวเองยังคากับก้นเขาอยู่แน่ๆ ผมเลยได้แต่
เก็บความในใจแล้วจัดการกระทุ้งหนักหวังปลดปล่อยบ้าง นี่เป็นเซ็กซ์ที่ผมมีความสุขที่สุด
เพราะไม่ต้องวิเคราะห์สภาพจิตใจเขาแล้วลื่นไหลตามน ้า แต่เป็นตัวผมและนายจริงๆ โดยไม่
ต้องสวมกำแพงป้องกันอีกหลายชั้น
ไม่นานผมก็หลั่ง ก้มจูบนายที่หายใจหอบ หน้าแดงก ่าด้วยทั้งแรงอารมณ์และความอาย
ผมดึงถุงยางใช้แล้วห่อกับกระดาษทิชชูทิ้งในถังขยะ ก่อนจะจับแขนนายให้ไปตรงอ่างล้างหน้า
“แกจะทำอะไร”
“ก็คุณไม่เลือกเองนี่ครับ” ผมคลี่ยิ้มจนใจ แต่ออกจะดูร้ายกาจไปสักหน่อยในสายตาของนาย
“ผมเลยคิดว่าคุณอยากได้ทั้งสองที่ อีกอย่างผมเองก็มีถุงยางติดมาสองอันพอดี ถ้ายังไง…”
“ถอยออกไป!”
แต่ผมน่ะสวมถุงยางอันใหม่แล้ว
ผมมองนายที่ฉุนเฉียวเหมือนเห็นแมวขู่ฟ่อตัวหนึ่ง ก่อนจะทิ้งตัวคุกเข่าแล้วกลืนกินส่วนกลาง
ลำตัวของนายโดยไม่พร ่าบอกล่วงหน้า นายสบถอุบ พยายามจะดึงผมออกแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะ
เขาเล่นตัวอ่อนยวบ อารมณ์ที่เริ่มจะโรยๆ ถูกปลุกขึ้นมาทันที
เมื่อส่วนนั้นของนายเริ่มตื่นตัวผมก็ค่อยๆ ไล่ลิ้นขึ้นไปที่สะดือของเขา นายทำความสะอาด
ตัวเองดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ปลายเล็บยันสะดือเลยทีเดียว จากนั้นจึงเลื่อนไปที่แผ่นอก ลากเลีย
ผ่านตุ่มไตเล็กๆ ทั้งสอง ก่อนจะกดจูบหนักๆ บนไหปลาร้า สร้างรอยตามลำคอ ก่อนจะจบที่ริม
ฝีปากซึ่งเผยอออกอย่างเชิญชวน
ตัวของเขาถูกดันให้นั่งบนอ่างล้างหน้าตั้งแต่ผมไล่มาหยุดตรงสะดือจนตัวอ่อนยวบแล้ว เมื่อผม
แทรกตัวเองเข้าไปขาทั้งสองจึงถูกแยกออกง่ายดาย นายครางฮึมเมื่อถูกรุกรานอีกครั้ง ตีไหล่ผม
เป็นการทำโทษก่อนจะเป็นฝ่ายยกขาเกาะเกี่ยวกับสะโพกของผมเพื่อการสอดใส่ที่สะดวกยิ่งขึ้น
จากนั้นบทรักเร่าร้อนครั้งที่สองก็เริ่มต้นพร้อมเสียงครางสะท้านในลำคอของนายที่พยายาม
กลั้นเอาไว้จนเกือบสำลักไอไปหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นนายก็ค่อนข้างพอใจ โดยเฉพาะกับมือ
ข้างซ้ายของผมช่วยประคองเอวเขาเอาไว้เพื่อจะได้ไม่เมื่อยมาก เขาชอบการเอาใจใส่เล็กๆ
น้อยๆ แต่ละเอียดอ่อนแบบนี้เสมอ
คราวนี้เราเสร็จเกือบจะพร้อมกัน ผมกอดนายไว้แนบแน่น สูดดมกลิ่นกายที่ชวนให้รู้สึกสงบใจ
นายเองก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ
“ออกไปได้แล้ว” ก่อนจะสลัดผมทิ้งไม่ไยดี
เพราะได้กินอิ่มไปครึ่งท้องผมเลยยินยอมว่าง่าย อีกอย่าง…นายเองก็ดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้
ชัดเพราะไม่ได้นอนมาตลอดคืน ผมเกลี่ยนเส้นผมชื้นข้างแก้มของเขาและช่วยจัดแต่งให้
เรียบร้อย ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูมาทำความสะอาด แต่โดนนายจับข้อมือรั้งเอาไว้
“ฉันจะอาบน ้า”
พูดจบเขาก็ดันตัวผมให้ผละห่างแล้วเดินเข้าไปในส่วนฝักบัวและดึงม่านปิดเป็นเชิงกีดกั้นทันที
ผมส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ แอบนิกพิเรนทร์ว่าถ้ารุกเข้าไปจะเป็นยังไงนะ แต่ที่นี่เป็นโรงพยาบาล
ได้กินพอหอมปากหอมคอก็ควรจะพอได้แล้ว เลยจัดการตัวเองให้เรียบร้อยโดยไม่ลืมบอกนาย
ว่าจะออกไปก่อน
นายตอบรับ น ้าเสียงกระชากห้วนนิดหน่อย ทำทีเป็นโกรธเคือง แต่ความจริงผมรู้หรอกน่าว่าเขา
เองก็ค่อนข้างพอใจกับเซ็กซ์นอกสถานที่ครั้งแรกของเราอยู่ไม่น้อย
แต่พอเดินออกมาผมก็ต้องชะงักกับสมถุยที่หันตะแคงมาทางประตูห้องน ้า มันสะดุ้งเฮือก ก่อน
จะรีบพลิกตัวทำเป็นนอนหงายแสร้งตายทันที
ผมกระตุกคิ้ว เดินไปยืนข้างเตียงด้วยสายตาเยียบเย็น ยึดสายน ้าเกลือเอาไว้เป็นตัวประกัน
“ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เอ่อ…ก็สักพักแล้วครับ”
“ฉันให้โอกาสอีกครั้ง” ผมย ้า กดเข็มที่เจาะกับแขนของสมถุยจนมันสะดุ้งโหยง “ตื่นตั้งแต่
เมื่อไหร่”
สมถุยตอนแรกเหมือนไม่เข้าใจ แต่พอมองหน้าผมมันก็รีบตอบตะกุกตะกัก
“ผะ…ผมเพิ่งตื่นครับ เมื่อกี้นี้เลย ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ไม่รู้เรื่องสักนิด!”
ผมพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะปล่อยมือ มันถอนหายใจเฮือก ดูหงอลงทันทีอย่างกับถั่วงอก
ลีบๆ โดนรังแก
“งั้นนอนต่ออีกสักหน่อยสิ”
“ครับ?”
คราวนี้ผมไม่พูดย ้า แต่ส่งยิ้มเป็นคำตอบ สมถุยผวาเฮือก รีบหลับตาเหมือนว่าต่อให้ตายยังไงก็
จะไม่ฟื้นผิดเวลาอีกแน่นอน
ไม่นานประตูห้องน ้าก็เปิดออก นายในชุดสูทเนี้ยบไปทั้งตัวเดินออกมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
จากน ้าอุ่น
“เมื่อกี้แกคุยกับใครรึเปล่า”
“สมถุยสลึมสลือนิดหน่อยน่ะครับ ผมเลยบอกให้เขาหลับต่อ”
ผมไม่ได้โกหกเลยนะ ฟ้าดินเป็นพยานได้
“มันคง…ไม่ได้ยินหรอกนะ” นายทำหน้าเครียดคล้ายเตรียมแผนฆาตกรรมผู้รู้เห็นทันที
“ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ” ผมเหลือบมองคนเจ็บพลางนึกในใจว่ามันติดหนี้ผมเข้าแล้ว ให้ผมรู้น่ะ
ดีกว่านายรู้เป็นไหนๆ “คุณง่วงแล้วสินะ งั้นกลับกันเถอะ”
“อย่าคิดว่าฉันจะลืมเรื่องคีย์การ์ด”
“ให้ผมส่งคุณหลับสักตื่นค่อยเคลียร์กันก็ได้ ยังไงผมก็ไม่หนีไปไหนหรอก” ผมแตะแขนนาย
เบาๆ “ผมไม่ยอมห่างจากคุณอีกแน่ๆ”
ถ้าเป็นคนอื่นได้ยินประโยคนี้ อาจจะรู้สึกขนหัวลุกนิดๆ มากกว่าดีใจ
แต่สำหรับนาย
“แล้วฉันจะรอดู”
ดูจากแก้มที่ซับสีแดงจางๆ และใบหน้าเชิดอย่างเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ
เขาคงจะชอบมากทีเดียว
พวกเรานอนด้วยกัน แต่ไม่ได้กอดกันเพราะนายยังยุกยิกไม่เป็นสุก เลยแค่แตะนิ้วเหมือนตอน
ป่วย ให้อารมณ์เหมือนเด็กวัยรุ่นมากกว่าคนยี่สิบตอนปลายกับคนแก่สี่สิบต้นๆ
พวกเราไม่ได้พูดเรื่องความสัมพันธ์ว่าตกลงจะคบ หรือไม่คบ ผมกับนายพอใจกับสถานะ
ในตอนนี้และต่างรู้ดีแก่ใจเกินกว่าจะเอ่ยออกมาซึ่งหน้า เพราะจะให้เรียกว่าแฟนเหมือนวัยรุ่นก็
คงไม่ใช่ เรียกผัวเมียยิ่งแล้วใหญ่ ผมกับเขาอายุรวมกันปาไปเกือบแปดสิบปี ไม่มีอารมณ์มา
จำกัดความแบบนั้นหรอก
แค่เขาเปิดใจให้ผมก็พอแล้ว
“ก่อนอื่นก็เรื่องคีย์การ์ด…แกมีอะไรจะสารภาพมั้ย” นายในชุดคลุมอาบน ้านั่งไขว่ห้างถามบน
โซฟา มือหนึ่งถือแก้วไวน์ที่ผมช่วยรินให้อย่างรู้ใจ
“ผมแค่อยากเข้าไปในเขตของคุณ” ผมพูดพลางวางขวดไวน์ในถังน ้าแข็ง ถ้าเป็นปกติคงหาที่
ทางให้ตัวเองไม่ขัดตานาย แต่ในตอนนี้…ผมถือแก้วไวน์อีกแก้ว แล้วนั่งลงข้างๆ เขา “คุณก็รู้…
ผมไม่ใช่คนใสซื่อที่จะทำตามคำสั่ง ผมเองก็มีสิทธิ์มีความต้องการที่อยากจะครอบครองและเข้า
หาคุณเหมือนกัน”
ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
เพราะนายคงไม่พอใจนักหากผมทำตัวไม่รู้ไม่ชี้อีก
“แกมันไอ้บ้า”
“ผมบ้าแต่ก็รู้จักขอบแขต ไม่คิดสร้างความรำคาญใจให้กับคุณ ผมคิดได้ว่าต้องวางตัวยังไง”
ผมเสริมต่อ ฟังจากเสียงครางในลำคอของนายแล้ว คาดว่าเขาเองก็ยอมรับในความจริงข้อนี้ที่
หาไม่ได้จากคู่นอนคนอื่น
“มีอะไรที่แกแอบทำอะไรลับหลังฉันอีกมั้ย”
“เรื่องพัทร”
ผมสารภาพ ยังไงนายก็รู้อยู่แล้วว่าผมกับพัทรร่วมมือกัน
“แล้วก็…” ผมลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมพูดออกมาดีกว่าผิดใจกันภายหลัง “เรื่องนี้”
ผมหยิบคีย์การ์ดใบที่สามจากกระเป๋ากางเกงส่งให้นาย แน่นอนว่าวูบแรกเขาแทบจะพ่นไฟใส่
ผมผ่านแววตา แก้วไวน์ยกสูงคล้ายจะสาดใส่ ผมเตรียมหลับตา แต่รอแล้วรอเล่าเขาก็ไม่ทำ
“แกมันยิ่งกว่าบ้า”
เขาคล้ายจะปลงกับนิสัยพิลึกๆ ของผมแล้ว
นายกระดกไวน์ขึ้นดับอารมณ์ร้อนๆ ให้สงบลง เห็นอย่างนั้นผมก็รีบเอาใจ สลับแก้วของตัวเองที่
ยกดื่มเพียงจิบเดียวแลกกับแก้วที่ว่างเปล่าของเขา
เขาชะงักไปวูบหนึ่ง นายไม่ชอบใช้ของร่วมกับคนอื่นโดยเฉพาะกับที่ใช้งานไปแล้ว แต่พอเห็น
ผมเลิกคิ้วท้าทาย เขาก็รับไปถือเอาไว้และยกจรดปากซ ้ารอยเดิมอย่างไม่ลังเล แถมยังแลบลิ้น
เลียริมฝีปากอีกต่างหาก
ท่าทางนั้นเซ็กซี่อย่างร้ายกาจจนใจกระตุก
“ผมอยากเข้าหาคุณ และเป็นห่วงคุณ นี่เป็นวิธีเดียวที่นึกออกว่าจะเจอคุณได้ยังไง” ผมสารภาพ
เสียงอ่อน จ้องนายตาไม่กะพริบ “ผมยอมให้คุณด่าดีกว่าไม่ได้พบคุณอีก”
ช่างเป็นประโยคหวานเลี่ยนอะไรขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของนายเอกภพ ขนาด
นายยังขยับตัวเหมือนขนลุกเฮือกๆ แต่ก็เหมือนเดิม เขาชินซะแล้ว ต่อให้ผมทำอะไรแผลงๆ ลุก
ขึ้นมาร้องเพลงโดยไม่สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจจนเกินไป นายก็พร้อมจะรับฟัง
“จัดการซะ”
ผมรับคีย์การ์ดจากนายแล้วหักทิ้งทันที
เสียงดัง ‘เปาะ’ นั้นชวนให้วูบโหวงในท้องอยู่ไม่น้อย แต่ผมไม่มีอะไรต้องกลัวในเมื่อพวกเราตก
ลงกันแล้วว่าจะสานสัมพันธ์ต่อแม้จะไม่มีเรื่องควีนเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม
ผมอยากถามเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ทันเอ่ย นายก็โยนของสิ่งหนึ่งให้ผม
เป็นคีย์การ์ดใบที่สองที่ควรจะโดนทิ้งถังขยะไปแล้ว
“เก็บเอาไว้”
“นาย…” ผมมองเขาอึ้งๆ ที่มั่นใจว่าใช่ใบเจ้าปัญหาก็เพราะว่ามันยังมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจางๆ อยู่
เลย ถึงว่าสินายรีบโยนให้ผมนัก แถมยังหันไปเช็ดมือกับกระดาษทิชชูอีกต่างหาก
“ฉันไม่อยากเสี่ยงกับวิธีการบ้าๆ บอๆ ของแกอีก เก็บไว้ซะ” นายเอ่ยเสียงดุ พูดรัวเร็วราวกับ
กลัวว่าผมแย้งขึ้นมา “แต่แกห้ามเข้าห้องโดยพละการ ถ้าจะทำอะไรต้องบอกล่วงหน้า ถ้าไม่ได้
รับอนุญาตจากฉันก็อย่าคิดว่าจะใช้มันเด็ดขาด”
ผมแทบจะหูทวนลมไปแล้ว คาดไม่ถึงว่านายจะยอมให้ถึงขนาดนี้
แต่อันที่จริง…เขาก็ยอมผมตั้งแต่ในห้องน ้าแล้วนี่หว่า
ในลำคอรู้สึกกระหายอย่างบอกไม่ถูก ผมเหลือบมองนายด้วยสายตาต้องการ ชั่งใจคิดว่าผม
กลายเป็นคนหื่นกามตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งที่เพิ่งมีเซ็กซ์กันไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนแท้ๆ แต่ดูเหมือน
น้องชายผมจะตื่นตัวเร็วซะเหลือเกิน
ใจเย็นๆ ไว้…เรายังเคลียร์กันไม่จบ
“เรื่องของพัทร…”
“ฉันไม่เคยพิศวาสเด็กนั่นอยู่แล้ว” นายจิบไวน์อย่างสบายอกสบายใจ แต่เขาจับประเด็นผิดไป
ผมไม่ได้หมายถึงพัทรคนเดียว แต่หมายถึงคู่นอนของเขาทุกคนต่างหาก
“คุณมีผมแล้ว คุณจะหาคนอื่นมานอนด้วยอีกมั้ย”
สายตาของผมเข้มขึ้นเมื่อเห็นนายชะงัก คล้ายยังไม่ทันฉุกคิดเรื่องนี้
“นาย…” ผมลากเสียงเรียบ ถึงสถานะของเราจะไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็ก้าวข้ามไปยังเส้นแบ่ง
ระหว่างคู่รักแล้ว และการจะเป็นคนรักกัน ก็ควรจะซื่อสัตย์ไม่นอกใจหรือนอกกายกันไม่ใช่รึไง
“อย่าเข้าใจผิด ฉันยังมีอิสระตามที่ฉันต้องการ” นายชี้นิ้วปรามผมทันทีเมื่อเห็นบรรยากาศกด
ต ่า “แกไม่มีส่วนมาทำให้ชีวิตของฉันถูกจำกัดหรือก้าวก่ายใดๆ ทั้งสิ้น”
ผมรับฟังเงียบๆ แต่แย่งแก้วไวน์ของเขามาถือไว้พลางเอื้อมจับต้นขานายพลางบีบเบาๆ
“แต่…” นายวางมือทาบกับผม “ถ้าฉันนอนหลับทุกคืน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องหาคู่นอนคนอื่น
แกเข้าใจความหมายฉันใช่มั้ย”
ไม่รู้ทำไม แต่ผมรู้สึกว่าวันนี้นายเสน่ห์แรงเป็นบ้า
ช่วงล่างปวดหนึบๆ อย่างน่าอดสู แต่ยังไม่เสร็จธุระเลยต้องทนต่อไป
“สรุปแล้ววันนี้คุณกับควีนพูดอะไรกัน”
“อย่าถามเหมือนฉันเป็นนักโทษของแก เอกภพ” นายบิดเนื้อหลังมือผมทันที เล่นเอาสะดุ้งถด
ตัวผละออกมาแทบไม่ทัน เขายกยิ้ม แย่งแก้วไวน์คืนพลางยกจิบ ดูอารมณ์ดีเมื่อเห็นผมสบถอุบ
โอเค ผมอาจจะได้ใจไปหน่อย งั้นเอาใหม่แล้วกัน
“คุณกับควีน…จบด้วยดีใช่มั้ย” ผมถามด้วยน ้าเสียงที่ไม่คุกคามเท่าก่อนหน้านี้ นายหลุบตาต ่า
กัดปลายแก้วน้อยๆ เป็นท่าทางที่เขามักเผลอทำเวลาลำบากใจ
“ก็ถือว่าดี…”
“เล่าให้ผมฟังได้มั้ย” ผมตัดสินใจเอ่ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป คนอย่างนายคาดเค้นให้ตายก็ไม่มี
วันได้ผลหรอก แต่ต้องคอยตะล่อมให้เขาวางใจต่างหาก
“แกรู้เรื่องแม่ของนิลกาฬสินะ”
ผมพยักหน้ารับ แม่ของควีนกำลังป่วยเลยอยากเจอลูกชายเพียงคนเดียวหลังทอดทิ้งมาหลายปี
“นิลกาฬบอกว่าเขาไม่ยกโทษให้แม่ แต่เขารักเธอ” นายเอ่ยพลางแค่นยิ้มหึ แต่ดวงตากลับแฝง
ความเศร้าหมอง เป็นอีกครั้งที่เขาเผยความอ่อนแอออกมา ซึ่งทุกครั้งล้วนเป็นเรื่องของควีน
“ส่วนฉัน…เขาบอกว่าจะยกโทษให้ แต่ไม่มีวัน…รัก”
มือของนายสั่นน้อยๆ เขาคงกลั้นใจมากกว่าจะเอ่ยคำนั้นออกมา
ทั้งที่รู้อยู่แล้ว…ทั้งที่ไม่เคยคาดหวัง แต่พอหวนนึกก็อดจะปวดใจไม่ได้
ผมเข้าใจทันทีว่าทำไมนายถึงยอมผมง่ายขนาดนี้…เรื่องของเราเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ผมคิด
ซะด้วยซ ้า ปัจจัยหลักไม่ใช่อะไรเลย ควีน…เป็นคนเร่งปฏิกิริยานั้น คำที่บอกว่าไม่รัก ทำให้นาย
เจ็บปวด แม้เขาจะหวั่นไหวกับผมอยู่แล้ว แต่การตกลงปลงใจในทันทีไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคน
อย่างนาย นอกจากว่าจะถูกความจริงปาใส่หน้า และมีผมเพียงคนเดียวที่จะช่วยพยุงเขาให้ข้าม
ผ่านความร้าวรานนี้ไปได้
มีผมแค่คนเดียว…
“เอก?” นายอุทานเมื่อถูกผมแย่งแก้วไปถืออีกครั้ง ก่อนจะหุบปากฉับเมื่อเห็นผมยกไวน์ขึ้น
กระดกจนหมดตัดโอกาสไม่ให้เขาแย่งคืนไปอีก ผมวางแก้วว่างเปล่าไว้ที่โต๊ะข้างโซฟา ก่อนจะ
เสยผมปรกตาขึ้นเพื่อมองนายให้ชัดๆ
พร้อมคลี่ยิ้มออกมา
“คุณมีอิสระตามต้องการ ผมเองก็เหมือนกัน ผมยังซื่อสัตย์ต่อคุณ อยากเอาใจคุณ แต่ก็แสดง
ความรู้สึกอย่างอื่นได้เหมือนกันสินะ”
“พล่ามอะไรของแก” นายมองรอยยิ้มของผมด้วยสายตาไม่วางใจ
ท่าทางนั้นยิ่งชวนให้ช่วงล่างปวดหนึบไปกันใหญ่ ผมโน้มตัวลงเพื่อจูบเขา แต่นายขืนตัวน้อยๆ
เหมือนยังปรับอารมณ์ไม่ทัน ผมเลยผละออกมาเล็กน้อย เปลี่ยนไปกระซิบข้างหูเสียงเบา
“ผม ‘หึง’ คุณได้แล้วใช่มั้ย”
นายเบิกตากว้าง ไม่ทันตอบเขาก็โดนผมจูบอีกครั้ง พร้อมกับร่างที่ถูกดันจนแนบติดโซฟา
ผมค่อยๆ แหวกสาบเสื้อชุดคลุมอาบน ้าอย่างเชื่องช้า นายหลับตา จูบตอบอย่างเร่าร้อนไม่แพ้
กัน แต่ไม่ทันที่ผมจะสอดแทรกตัวเองเข้าไป เขาก็ใช้เท้าถีบยอดอกจนผมหงายหลังตึง ต้อง
สะบัดหัวเรียกสติอยู่สักพักกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ถุงยางล่ะ”
“ใช้หมดตั้งแต่ที่โรงพยาบาลแล้ว”
นายฉีกยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่คล้ายแสยะเย้ยหยันมากกว่า
“ฉันจะไปทำงาน”
“เดี๋ยวสิคุณ…”
ผมอ้าปากค้าง รีบคว้าแขนนายที่ลุกหนีอย่างรวดเร็ว
“เอก” นายหันมาดันอกผม ซ ้ารอยกับที่โดนถีบจนช ้า “แกมีอิสระที่จะทำอะไรมากขึ้น อยากหึงก็
ตามใจ แต่แกห้ามมีเซ็กซ์กับฉันโดยไม่ป้องกัน ฉันไม่อยากติดโรคตาย”
ผมเหวอมาก อยากจะสวนกลับเป็นบ้าว่าผมควรกลัวติดโรคจากเขามากกว่ามั้ย แต่เพื่อไม่ให้
ทำร้ายจิตใจคนแก่ ผมเลยแตะข้อศอกนายเบาๆ พลางเอ่ยถามแกมชักชวน
“งั้นพรุ่งนี้ไปตรวจเลือดด้วยกันนะครับ”
นายตวัดตาค้อนขวับทันที
“แกไม่ไว้ใจฉัน”
เอ้า ขนาดคุณยังไม่ไว้ใจผมเลย แล้วผมจะไว้ใจคุณได้ยังไงล่ะ
ผมได้แต่คิดในใจ
“นับจากนี้เราจะเท่าเทียมกัน…ไม่ถูกหรือครับ”
นายนิ่งไปครู่นิ่ง แต่ก็ยอมพยักหน้ารับอย่างหงุดหงิดแกมไม่พอใจ
เห็นแบบนั้นผมก็หลุดยิ้มออกมาพร้อมกับกอดเอวเขาไว้หลวมๆ อย่างที่ปกติไม่มีทางได้ทำ
เด็ดขาด
เพราะผมไม่ใช่หมาน้อยคอยเลียแข้งเลียขาเขาอีกแล้ว
และเขาเองก็ไม่ใช่เจ้านาย
แต่จะเป็นเพียง ‘นาย’ ของผมเพียงคนเดียว