Knight's Hour เพราะเป็นเจ้านาย - ตอนที่ 7 : คดีความ
หลังจากนั้นนายก็ไม่ได้จัดฉากให้รถไฟปะทะกันอีก
ผมค่อนข้างพอใจที่ไม่ต้องเห็นเขาอยู่กับเด็กคนไหน ส่วนความสัมพันธ์ของเรา…ก็ราบเรื่อย
ตามแต่อารมณ์ของนาย เขาพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึงควีนมากขึ้น อาจเพราะยังไม่อยากได้รับ
คำตอบที่น่าผิดหวัง ช่วงหลังจึงเรียกหาบ้าง เงียบหายบ้าง ผมเองก็ไม่ได้บุกไปเหมือนวันแรกๆ
เพราะกระตุกเบ็ดไปแล้วครั้งหนึ่ง
ปลาที่ถูกตะขอเกี่ยวแล้วน่ะ…ดิ้นหลุดไม่ได้ง่ายๆ หรอก
“ใคร”
ผมถามเสียงงัวเงียเมื่อถูกปลุกก่อนเวลา
(( ผะ…ผมพัทรเองครับพี่ ช่วยผมด้วย! ผมจะถูกข่มขืน! ))
ผมลืมตามองนาฬิกาบนผนัง พบว่าเพิ่งเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น
“รู้เบอร์ฉันได้ยังไง”
(( ผมได้มาจากนาย…ผมเพิ่งออกจากคอนโดนาย ตอนเดินกลับหอจู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าตามมา
เขาพาผมมาขังไว้ เห็นว่าจะตามเพื่อนๆ มารุมโทรม ช่วยผมด้วยนะพี่เอก ผมไม่รู้…ว่าจะขอ
ความช่วยเหลือจากใครแล้ว ))
พูดจบก็สะอื้นใส่ ผมเลิกคิ้ว หยิบบุหรี่ขึ้นจุด รู้สึกบันเทิงขึ้นมาหน่อยๆ หลังได้ฟังคำโกหกที่ไม่น่า
เชื่อเอาสักนิด อย่างแรก เมื่อคืนนายไม่ได้นอนกับพัทร แต่เขานอนกับเด็กใหม่ที่เพิ่งไปควงมาได้
จากร้านอาหารแห่งหนึ่งต่างหาก ส่วนผมรู้ได้ยังไงนั้น…นายเป็นคนบอกผมเอง พวกเรามักคุย
กันผ่านไลน์เป็นประจำตั้งแต่ตอนของควีนจนกลายเป็นความเคยชิน และการให้นายเล่าว่าอยู่
กับใครนั้นก็เป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย แถมเขาเองก็ภูมิใจนำเสนออยู่แล้ว เผลอๆ อยากให้
ผมตอบอะไรที่นอกเหนือไปจากคำว่า ‘ขอให้สนุก’ ซะด้วยซ ้า
อย่างที่สอง เด็กที่ถูกเขี่ยทิ้งแล้วอย่างพัทรจะเอาเบอร์ผมมาจากนายได้ยังไง เว้นแต่ว่าจะเห็น
จากข้อความที่เขาคุยค้างไว้โดยบังเอิญแล้วแอบดูข้อมูลของผม
อย่างที่สาม คนจะถูกข่มขืนประสาอะไรโทรหาผมที่ไม่รู้ว่าอาศัยอยู่ตรงไหนในประเทศไทยบ้าง
ถ้าผมอยู่ดอนเมือง แล้วพัทรอยู่วงเวียนใหญ่ กว่าจะไปถึงเขาคงเสร็จสมไปสิบกว่ายกแล้วแน่ๆ
แถมยังเล่าเป็นฉากๆ แค่ฟังก็รู้ว่าเตรียมคำพูดล่วงหน้าไว้อยู่แล้ว
“อยู่ที่ไหนล่ะ” ผมถามด้วยน ้าเสียงเอื่อยเฉื่อยไม่สนใจ แต่จะให้วางสายก็สงสารเด็กที่อุตส่าห์ให้
ท่า นายมักเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ จะมีเรียกซ ้าหน้าก็เฉพาะเวลาที่หาคนควงใหม่ไม่ได้ การที่พัทร
โดนเรียกติดๆ กันในช่วงเวลาไล่เลี่ย เลยทำให้ผมอยากรู้ว่าเขามีดีอะไรให้นายติดใจ หรือบางที
นายอาจจะไม่คิดอะไรก็ได้ ขอแค่เด็กว่าง่ายพูดจาเอาใจหน่อยก็เปย์หนักๆ ให้แล้ว
(( คอนโดชั้นสอง ห้องสองศูนย์ห้าที่ xxx ครับ ))
“เดี๋ยวฉันแจ้งตำรวจให้แล้วกัน”
(( เดี๋ยว! พี่เอกจะไม่มาช่วยผมจริงๆ เหรอ ))
“อยากให้ไป?” ผมถามเสียงเนือย ดับบุหรี่กับที่เขี่ยข้างๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน ้าเพื่อล้างหน้า
(( ผมกลัว… ))
น ้าเสียงสั่นเครือใช้ได้ ผมถือว่าให้คะแนนความพยายาม
“งั้นรอสักยี่สิบนาทีแล้วกัน”
ผมวางสาย เสยผมปรกตาขึ้นก่อนจะแปรงฟันอยู่หน้ากระจก ท่าทางโรยๆ เพราะโดนปลุกตั้งแต่
เช้าตรู่นั้นเป็นอะไรที่ชวนอารมณ์เสีย แต่ในเมื่อช่วงนี้นายเริ่มจะห่างๆ กับผม มีอะไรมากระตุ้น
บ้างก็น่าจะเป็นเรื่องดี
หลังบ้วนปากเสร็จผมหยิบกระเป๋าเงินเดินลงไปข้างล่างทั้งเสื้อกล้ามและกางเกงบอล เปล่า ผม
ไม่ได้รีบบึ่งไปหาพัทร แต่เดินไปกินโจ๊กเจ้าอร่อยที่มักลงมากินหากตื่นเช้า พออิ่มท้องก็ขึ้นไป
อาบน ้าเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดที่ดำไม่มีลายกับกางเกงยีนส์สีน ้าเงินเข้มตัวเก่งที่ไม่ได้ซักมาสองวัน
ผมเดินไปเช็ครถสุดที่รัก จับนู่นจับนี่เอาผ้ามาเช็ดจนเงาก็พอใจ สวมหมวกกันน็อกแล้วค่อยขับ
ไปตามที่หมาย ดูท่าจะกินเวลาเกินยี่สิบนาที
ตอนมาถึงผมก็ขึ้นไปชั้นสองตามที่บอก คอนโดนี้มีห้าชั้นครับ อยู่ในละแวกโรงเรียน สงสัยจะ
เป็นหอพักของพัทร ผมเคาะประตูแล้วจุดบุหรี่รอ ไม่นานก็มีคนมาเปิด
“เฮ้ย แม่งเรียกคนมาช่วย!” เป็นเด็กวัยรุ่นสองคนที่สวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย
อยากจะบอกพวกเด็กๆ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะพวกนี้ซะเหลือเกินว่าให้กลับไปวางแผนมาใหม่
ลากคนมาข่มขืน เสือกเปิดประตูให้เข้ามาง่ายๆ แถมยังพูดจบก็วิ่งหนีออกไปอีก เปิดทางขนาด
นี้ถ้าผมหันหลังกลับไม่เก้อกันหมดรึไง อ่านนิยายมากเกินไปแล้ว
ผมคิดขำๆ พลางเดินคีบบุหรี่เข้าในไปห้องโดยไม่ปิดประตู เจอกับภาพของพัทรที่นอนตัวสั่น
ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถึงแก้ผ้าแต่ไม่มีร่องรอยอะไร มันคงไม่ลงทุนขนาดให้เพื่อนมาข่มขืนตัวเอง
เพื่อความสมจริง
“ฮือ พี่เอก พี่มาช่วยผมจริงๆ ด้วย”
…หลังวางสายนับครึ่งชั่วโมงน่ะนะ
ผมเหมือนมาดูโชว์ตลก ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจคงจะโทรเล่าให้ควีนฟัง เขาน่าจะชอบเรื่องโป๊ะแตก
แบบนี้นักล่ะ เผลอๆ จะตามมากับผมแล้วชี้หน้าพัทรพร้อมหัวเราะใส่จนเด็กนี่หน้าม้านไปเลย
แต่เพราะทำแบบนั้นไม่ได้ ผมเลยกดโทรหานาย
(( มีอะไร ))
“ผมอยู่กับพัทร เด็กคุณจะโดนข่มขืน” ผมคีบบุหรี่ถือไว้ข้างหนึ่งขณะคุยกับนายโดยปรายตา
มองพัทรที่ทำหน้าอึ้งๆ จากตอนแรกที่ตั้งใจถลาเข้าหาผมทั้งที่ตัวเปล่าเปลือย กลายเป็นนั่งอ้า
ปากพะงาบทำอะไรไม่ถูก
(( พัทร? อ้อ…พัทรน่ะเหรอ ))
นายถึงกับลืมเจ้าเด็กนี่ไปด้วยซ ้า แต่เขาใจดีกับคู่นอนเสมอ
(( แล้วโดนรึยังล่ะ ))
ผมพยักหน้าให้พัทรตอบแทน เพราะเปิดสปีกเกอร์ไว้เขาเลยได้ยินทุกคำ
“เอ่อ…ยังครับนาย”
(( งั้นก็ดี แล้วทำไมพัทรถึงโทรหาแกได้ล่ะ ))
“เขาบอกว่าได้เบอร์ผมมาจากคุณแน่ะ”
(( ฉันจะให้เบอร์แกไปทำไม ถ้าจะหาคนนอนด้วยก็ไปหาเอง เรื่องอะไรจะยกเด็กให้แกฟรีๆ ))
ผมหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ รู้สึกคุ้มค่าขึ้นมาหน่อยที่ถ่อมาดูโชว์เล่นขายของแบบนี้ เพราะ
ปกติผมมักส่งข้อความคุยกับเขา ไม่เคยโทรหากันเลยสักครั้ง
“แล้วจะให้ผมทำยังไงกับเด็กของคุณดีล่ะ”
(( ถ้ายังไม่โดนแล้วแกจะอยู่ทำไม ))
ผมต้องยกมือปิดปากเพื่อไม่ให้หลุดขำออกมาเสียงดังเกินไป
(( เย็นนี้แวะมาด้วย ฉันอยากกินลาซานญ่า ))
“ได้ตามบัญชาครับนาย”
ผมพูดทีเล่นทีจริงก่อนจะรอให้นายวางสายแล้วค่อยเก็บโทรศัพท์ คนแก่เจ้าอารมณ์น่ะไม่ชอบ
ให้ใครวางหูใส่เพราะจะเสียเซลฟ์
“งั้นฉันกลับล่ะ”
ผมโบกมือให้พัทรที่ก้มหน้าอับอายที่โดนประจานซึ่งหน้าขนาดนี้ ผมไม่ใช่พ่อพระนะครับ
“ดะ…เดี๋ยว พี่เอก”
พัทรใช้ไม้ตายสุดท้าย กระโจนเข้ามาโอบเอวผมจากด้านหลัง ให้ร่างกายเปลือยเปล่าแนบสนิท
จนเหมือนจะรวมร่างกัน
“อย่าทิ้งผมเลยนะ ผมขอโทษ ผมยอมรับว่าผมกุเรื่องขึ้นมา แต่ผมแค่อยากเจอพี่…อยากรู้จักพี่
มากขึ้น”
“อืม…” ผมครางในลำคอ พ่นควันบุหรี่ให้ลอยอวลขึ้นไป “ฉันไม่สนเด็ก โทษทีแล้วกัน”
ผมเดินออกมาทั้งอย่างนั้น จนพัทรต้องเป็นฝ่ายปล่อยมือก่อนจะโดนลากออกมาถึงหน้าห้องทั้ง
ที่ไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น เขามองผมอย่างโกรธๆ คงจะรู้แล้วว่าความหลงใหลชั่ววูบไปกับความใจดี
ของผมนั้น มันก็เหมือนกับที่เขาสร้างภาพทำเป็นออดอ้อนออเซาะกับนายนั่นแหละ
ตอนเดินลงมาผมเจอเพื่อนของพัทรนั่งรออยู่ด้านล่าง พวกเขามองผมอย่างตกใจ คงสงสัยว่า
ทำไมถึงเร็วจัง ผมเลยยิ้มเขานิดหน่อยก่อนจะเดินขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับไปหาซื้อของทำลาซานญ่า
ให้นาย
ตอนไปถึงพนักงานต้อนรับไม่ยอมให้ผมขึ้น คงเพราะนายไม่อยู่ห้อง ถือว่ามีระบบรักษาความ
ปลอดภัยใช้ได้
(( คราวนี้ใครโดนข่มขืนอีกล่ะ ))
สาเหตุที่ผมไม่ชอบเด็ก ก็เพราะว่าอ่านง่ายไม่น่าเร้าใจ ผิดกับคนแก่ประสบการณ์อย่างนาย ถึง
จะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็รู้ทันเจนโลก ไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรให้มากความ
“ผมขึ้นห้องคุณไม่ได้”
(( ฉันนัดแกตอนเย็น ))
“ผมโดนเด็กคุณกวนแต่เช้า อยู่ใกล้ๆ คอนโดของคุณพอดีเลยซื้อของมาเก็บไว้ก่อน”
การโทรหานายสองครั้งในวันเดียว นับว่าไม่เลวร้ายอย่างที่คิด
“อย่าเงียบสิคุณ หรือซ่อนเด็กคนเมื่อคืนเอาไว้ ผมไม่ว่าอะไรหรอก”
(( ส่งโทรศัพท์ให้พนักงาน ))
ผมทำตามคำสั่งของนาย ปล่อยให้เขาพูดกับพนักงานต้อนรับก่อนจะรับโทรศัพท์คืน พบว่าเขา
วางสายไปก่อนแล้ว
“เชิญทางนี้ค่ะ”
เพราะเจ้าของไม่อยู่ พนักงานเลยต้องใช้คีย์การ์ดสำรองมาเปิดประตูให้ผมแทน
การเข้ามาในห้องที่ไม่มีนายให้ความรู้สึกประหลาดอยู่เหมือนกัน ผมเดินเข้าครัวหยิบผ้ากัน
เปื้อนมาสวม ก่อนจะเริ่มทำลาซานญ่าโดยใช้โทรศัพท์เปิดหาวิธีทำไปด้วยเพราะไม่เคยลองมา
ก่อน และปรับสูตรใส่แฮม ใส่เห็ด ใส่ถั่วลันเตา และข้าวโพดเพิ่มลงไปเพื่อสร้างสีสัน ใช้เวลาไม่
นานก็เสร็จสมบูรณ์น่าทาน ผมเลยถ่ายรูปส่งไปหานายทางไลน์
– อะไรของแก –
– ผมรู้ว่าคุณซื้อคอนโดใกล้กับบริษัทใหม่ ขับรถมาใช้เวลาแค่สิบนาที และนี่ก็ใกล้พักเที่ยงแล้ว
ด้วย…–
– แล้ว? –
– ลาซานญ่าถ้าปล่อยให้เย็นจะไม่อร่อยนะคุณ –
นายอ่านแล้วไม่ตอบ แต่หลังจากนั้นสิบนาทีเขาก็เปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“วันนี้แกเป็นบ้าอะไร”
เขาคงเริ่มรำคาญกับการที่เดี๋ยวโทรหา เดี๋ยวส่งไลน์ไม่หยุดหย่อน
“ผมไม่ได้ตั้งใจนะ เมื่อเช้าคุณก็ได้ยินว่าผมอยู่กับพัทรจริงๆ” ผมอ้างพลางยกชามลาซานญ่าที่
เก็บในเตาอบอุ่นๆ วางตรงหน้านาย พร้อมกับกาแฟเอสเพรสโซ่หอมๆ ที่คราวนี้ทำครีมหวาน
โปะหน้าไปด้วย เห็นอย่างนั้นนายก็ทำตาวาว แค่ดูก็รู้ว่าเขาชอบใจมากทีเดียว
“แกใส่อะไรลงไปเยอะแยะ”
“หมูสับ แฮม ถั่วลันเตา เห็ด ข้าวโพด”
นายทำหน้าแหยงนิดๆ เขาคงเคยกินแต่จากภัตตาคารที่เน้นความเรียบหรูแบบคลาสสิค
“ลองชิมดูสิ”
แล้วมีหรือเขาจะไม่ถูกปาก
นายค่อยๆ ทานด้วยท่วงท่าสง่าสมวัย แต่สุดท้ายก็กินจนหมด เขาใช้กระดาษทิชชูซับปาก ก่อน
จะยกกาแฟดื่มจนหมดถ้วย
“เย็นนี้อยากกินอะไรมั้ยคุณ” พ่อครัวทุกคนย่อมรู้สึกดีเวลาเห็นคนชอบอาหารที่ทำเองกับมือ
โดยเฉพาะกับคนสำคัญ
“ฉันอยากกินเสต็ก”
เขาคงเบื่อพวกชีสพวกเส้นสปาเกตตีแล้วล่ะมั้ง
“ได้ แต่ผมต้องลงไปซื้อเนื้อใหม่นะ”
“ก็ลงไปพร้อมฉันสิ” เขาคงจะพูดโดยไม่รู้ว่านั่นเป็นคำชักชวนที่ยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเรา
คืบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติขนาดไหน
ผมถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินลงไปพร้อมกับนาย จงใจทิ้งข้าวของบางส่วนและจานที่ยังไม่ได้ล้าง
เอาไว้เพื่อสื่อว่าจะขึ้นมาอีกครั้ง นายเองก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่างน้อยเขาก็เชื่อใจได้ว่าผมไม่คิด
ขโมยของมีค่าภายในห้องของเขาไปขายต่อแน่นอน
เพราะทำเป็นลืมกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ นายเลยต้องขับไปส่งที่หน้าซุปเปอร์ ช่วงหลังมานี้เขา
เลิกระแวงและเริ่มชินกับการกระทำบางอย่างที่บางครั้งเหมือนเกินเลยแต่ไม่ข้ามเส้นของผม
แล้ว
“เดี๋ยวสิคุณ”
ผมเคาะกระจกรถก่อนที่นายจะขับออกไป
“อ้อ เงินสินะ” นายรีบหยิบบัตรเครดิตให้ผม “จะซื้อเนื้ออะไรก็รูดไปเลย ฉันไม่เกี่ยง”
“ผมไม่เอาบัตรนี้” ผมยกยิ้มเมื่อเห็นเขาทำตัวใจใหญ่อย่างกับป๋าพาเด็กมาช้อปปิ้ง “กลับไปผม
จะขึ้นห้องยังไงล่ะ ต้องโทรให้คุณคุยกับพนักงานอีกรอบเหรอ”
นายคิ้วขมวด เขามองหน้าผมอย่างชั่งใจ แต่พอเห็นรอยยิ้มสบายๆ ก็ตัดสินใจยอมหยิบบัตรอีก
ใบให้ผม
“คีย์การ์ดสำรอง ฉันให้แกแค่วันนี้เท่านั้น”
“ผมจะรักษาอย่างดี”
นายหันหน้าหนีกับคำพูดชวนเลี่ยนแล้วขับรถออกไปโดยไม่คิดหันมามองผมที่ยืนส่ง พอเห็นรถ
เฟอรารี่สีแดงลับสายตาไปผมก็หุบยิ้ม พลิกคีย์การ์ดในมือแล้วจัดการโทรหาคนรู้จักที่พอก็อปปี้
การ์ดเป็นให้มาเจอทันที
“มีอะไรเหรอครับพี่เอก”
เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อกร หรือกรกวรรษ เป็นบิชอปอายุน้อยที่สุดของคลับ แต่นับตามจริงก็อายุพอๆ
กับเก่งนั่นแหละ ความสำคัญของกรต่างกันตรงที่…บอสเป็นคนชักชวนด้วยตัวเองเมื่อหนึ่งปี
ก่อน
ตำแหน่งของบิชอปในกระดานหมากรุกน่ะประกบคู่ตัวคิงและควีนใช่มั้ยล่ะครับ เมื่อก่อนคลับ
เรายังไม่มีควีน บิชอปที่ประกบคู่ข้างคิงเลยเป็นแว่น เปรียบเสมือนเลขาหรือมือขวาของบอส
ส่วนตำแหน่งอีกฝั่งปล่อยว่างไว้ถึงสามปี พอบอสรับกรเข้ามาก็เลยไม่มีหน้าที่ตายตัวนัก จะมา
ช่วยแว่นก็ไม่รู้จะแบ่งเบาหน้าที่ยังไง ในเมื่อแว่นรับผิดชอบงานได้ดีเยี่ยมและละเอียดจนไม่กล้า
แทรกแซง กรเลยเป็นบิชอปที่คอยช่วยทางหน้าร้านฝั่งผับ พอผับปิดเมื่อไหร่ก็ค่อยมาทางคลับ
เรียกว่าคอยดูแลภาพรวมจากทั้งสองฝั่ง
ปกติแล้วผมไม่ค่อยสนิทกับกร เพราะเด็กนี่เพิ่งเข้ามาทำงานแค่ปีเดียว และมีตำแหน่งหน้าที่
ต่างกัน แต่เพราะกรรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน และสนใจรถมอเตอร์ไซค์เหมือนกัน เลยปรึกษาเรื่อง
นี้กันบ้างเวลาเจอหน้า
“พอจะก็อปปี้การ์ดใบนี้ได้มั้ย”
กรมักมีรอยยิ้มโอนอ่อนประดับบนใบหน้าเสมอ คงเพราะอายุน้อยเลยทำตัวดีไม่ใช่ตำแหน่งเข้า
ข่มพนักงานคนอื่นๆ เลยเป็นที่รักและเอ็นดู แม้ว่าเจ้าตัวจะ…เอาเป็นว่าคนที่บอสรับมาเองย่อม
ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
“สบายมากครับพี่”
ผมเลือกที่จะไม่ถามว่าทำไมกรถึงทำได้ บิชอปคนนี้สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างให้เป็นไปได้
เสมอ
“ใช้เวลานานมั้ย”
“ขอสักชั่วโมงก็พอครับพี่เอก แต่ถ้าพี่รีบผมจะเร่งให้”
“ไม่ต้อง อีกชั่วโมงเจอกันที่นี่”
“ได้ครับ”
พอบิชอปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ขับออกไปผมก็เดินเข้าไปซื้อของในซุปเปอร์ เดินไปพลางคิดเมนู
ไปพลาง สุดท้ายก็วกกกลับมาซื้อเนื้อแกะที่นายน่าจะชอบและหาทำเองยาก แล้วก็พวกมันฝรั่ง
เอามาทำเป็นมันบด และผักสลัด ตอนออกมาอีกครั้งก็เห็นคนที่นัดยืนรออยู่แล้ว
“ขอบใจมาก”
“ไม่เป็นไรครับพี่ เฮ้ย ไม่ต้องหรอกพี่เอก ของแค่นี้เอง” กรรีบปฏิเสธเมื่อผมหยิบแบงค์ห้าร้อยส่ง
ให้ ผมเลยไม่เซ้าซี้ กรเองก็รู้จักสงบปาก ไม่ถามสักคำว่าคีย์การ์ดที่ให้ก็อปปี้นั้นเป็นของใคร
กรเป็นคนรู้จักพูด รู้จักคิด และรู้จักวางตัว ผมเลยไม่ลำบากใจที่จะบอกให้เขาไปส่งที่คอนโดของ
นายเป็นการประหยัดค่ารถ มั่นใจว่ายังไงบิชอปคนนี้ก็เก็บความลับและไม่ปากโป้งบอกใครแน่ๆ
ว่าผมแอบทำอะไรอยู่
คราวนี้ผมเดินขึ้นห้องนายพร้อมคีย์การ์ดเปิดประตูโดยไม่ต้องเดินไปที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ
ด้านหน้าเหมือนเคย ก่อนอื่นก็ต้องเอาพวกเนื้อพวกผักไปแช่เย็น รีบทำตอนนี้เนื้อจะเหนียวซะ
เปล่าๆ จากนั้น…
ก็ได้เวลาสำรวจห้องนายสักที
ผมรู้จักเขาผ่านประวัติในกระดาษปึกหนึ่ง และรู้จักเขามากขึ้นผ่านเซ็กซ์ทางร่างกาย เรื่องนิสัย
นั้นพอจับจุดได้บ้าง แต่ขอทำความรู้จักผ่านข้าวของเครื่องใช้ในห้องบ้างแล้วกัน
ก่อนหน้านี้ที่ตื่นทีหลังนายผมพอสังเกตนิดหน่อย แต่ไม่มีโอกาสสำรวจโดยมีเวลาหลายชั่วโมง
ขนาดนี้
กลิ่นน ้าหอมที่เขาชอบ สบู่ แชมพู ทั้งหมดนั้นรู้ดีแล้ว ที่จำเป็นน่ะ…
ผมเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วนั่งยองๆ อยู่หน้าตู้เซฟที่เคยค้นเจอตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ในใจคาดเดารหัสไป
ต่างๆ นาๆ ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเปิดเซฟสำเร็จ
ข้างในนั้นคือ…
ตอนห้าโมงตรงนายกลับมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน
เพราะพอคะเนเวลาอยู่แล้วโดยไม่ต้องถาม ผมเลยยกสเต็กเนื้อแกะออกมาเสิร์ฟโดยไม่ต้องให้
เขาร้องเรียก เมนูนี้ผมเลือกทำเป็นซอสส้มราดรอบๆ เป็นวงสวยงาม ตั้งใจให้รสเปรี้ยวตัดกับมัน
บดที่ออกหวาน และน ้าสลัดซึ่งเป็นครีมข้น
ผมชอบกินอะไรง่ายๆ แบบใช้แค่ช้อนคันเดียว ก็เลยทำข้าวผัดธรรมดาสำหรับของตัวเองมาทาน
พร้อมๆ กับนาย เขาเลิกคิ้วมองอย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรแล้วกินจนหมด
“ไปเปิดไวน์มาซิ”
ผมไม่หือไม่อือทำตามคำนั้น วันนี้นายดูครึ้มอกครึ้มใจ ยิ้มกรุ้มกริ่มไม่หยุด คงจะเกี่ยวกับของที่
ผมเจอในตู้เซฟ
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขึ้นศาลอีกสามวัน
ผมเคยคิดว่าเขาร้าย…แต่ก็ไม่คิดว่าจะร้ายขนาดนี้
“คุณมีอะไรจะเล่าให้ผมฟังมั้ย” ผมถือแก้วไวน์ส่งให้นาย แล้วนั่งข้างๆ บนโซฟา ช่วยเกลี่ยเส้น
ผมบนใบหน้าของเขา “อย่างเรื่อง…คดีที่ค้างไว้”
นายบ่ายหน้าหนี แต่สายตาที่มองผมนั้นเป็นประกายวาวอย่างลิงโลด
“อีกสามวัน” เขายกแก้วขึ้นกึ่งเฉลิมฉลองชัยชนะ “ฉันจะหลุดพ้นจากเรื่องบ้าๆ สักที”
“แล้วถ้าทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดล่ะ”
รอยยิ้มของนายเลือนหาย พร้อมมือที่ตวัดแก้วสาดไวน์ใส่หน้าผม
เขาโกรธที่สุดเวลามีคนขัดอารมณ์
“อย่ามาทำรู้ดี”
“ผมแค่อยากเตือนคุณ บางครั้งชัยชนะก็ไม่ได้ความว่าคุณจะไม่แพ้” ผมยังคงเอ่ยหนักแน่น
ปล่อยให้ไวน์ไหลซึมตามปลายคางจนหยดบนเสื้อ “คุณต้องไปขึ้นศาลที่ต่างจังหวัด…ผมไปด้วย
ไม่ได้ ผมถึงอยากให้คุณระวังตัว”
“ต่อให้แกจะสืบข้อมูลฉันมามากก็อย่าทำอวดรู้นักเลย” อารมณ์ดีๆ ของนายลอยหายไปกับ
คำพูดของผม “สิ่งที่แกคิดว่ารู้ดี บางทีอาจจะไม่ใช่ความจริงสักอย่าง”
ผมคลี่ยิ้มจาง…เพราะนั่นคือสิ่งที่พิสูจน์ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักเขาผ่านเอกสารชุดหนึ่ง
จนถึงตอนนี้ นายก็ทำให้ผมแปลกใจและไม่เคยเสียใจกับการขุดค้นตัวตนที่หลบซ่อนอย่าง
แนบเนียน
ผมยกมือปาดไวน์ ก่อนจะหยิบไวน์ที่แช่ทิ้งไว้เทให้นายใหม่ เขาพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะยก
จิบราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณจะไปวันไหน”
“พรุ่งนี้”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้โทรหาผม”
“ถ้าต้องขอความช่วยเหลือ ฉันก็คงไม่คิดจะขอจากแก”
นายวางแก้ว เขาคงหมดอารมณ์ละเลียดชิมแล้ว แต่นายจัดคอเสื้อผมที่เปียกชื้นให้เข้าที่ ก่อน
จะตบแปะๆ บนอกผม
“ไปอาบน ้า ฉันจะนอนแล้ว”
คืนนี้คงงดอีกตามเคย
ถ้าเป็นปกติผมคงทำตัวเยือกเย็นไม่รู้สึกรู้สา แต่ในเมื่ออดเจอเขาอีกสามวันเต็ม และถ้าทุกอย่าง
เป็นไปตามที่นายคิด คงได้มีงานฉลองยกใหญ่ จัดปาร์ตี้เรียกพวกเด็กๆ มานอนมากกว่าเรียก
ผู้ชายตัวโตๆ ที่รู้มากอย่างผมแน่ ถ้าวันนี้ไม่เสนอหน้ามาเองนายก็คงไม่คิดจะให้เข้าห้องซะด้วย
ซ ้า เพราะมัวยุ่งกับการเตรียมคดีความจนต้องพักเรื่องควีน
อืม…ขอกระตุกเบ็ดอีกสักรอบแล้วกัน ถึงจะเร็วไปหน่อยก็เถอะ
“เอก…!”
นายสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ผมก็ทิ้งตัวลงนั่ง รูดซิปกางเกงเขาลง
“ให้ผมทำเถอะ” ผมเหลือบตามองช้อนจากเบื้องล่าง แอบเห็นนายกลืนน ้าลาย สภาพที่เส้น
ผมเปียกชื้นและมีกลิ่นมอมเมาของไวน์แดงคงจะชวนปลุกอารมณ์ไม่น้อย “ผมอยากทำให้คุณ”
นายนิ่งไปครู่ใหญ่ แต่สุดท้ายก็ยกมือที่ดันไหล่ผมออก
เป็นสัญญาณยินยอม ยังไงเขาก็ไม่ใช่ฝ่ายเสียเปรียบ
“อะ…เอก”
แต่ถ้าคิดว่าผมจะอ่อนโยนเมื่อครั้งก่อนก็คงคิดผิดไปแล้ว
นายประมาทเกินไป และที่ทุกครั้งที่เขาเผลอไผล เปิดช่องว่าง ผมก็ไม่รีรอที่จะรุกคืบจนไม่ทันตั้ง
ตัว หากครั้งก่อนผมใช้ปากให้เขาอย่างนุ่มนวลรักใคร่ปรนเปรอเหมือนบรรจงทำอาหารชั้นเลิศที่
ต้องประคับประคองไม่ให้บอบช ้า ครั้งนี้ผมก็เลือกที่จะใช้ปลายลิ้นฉกชิมส่วนอ่อนไหวของนาย
อย่างรุกเร้าและดูดดึง นายขย ้าศีรษะของผม เขาถึงกับถดตัวหนีชิดกับโซฟา แต่เมื่อโดนผมโน้ม
ตัวรุกไล่ไปอีกก็จนทางตัน
“เดี๋ยว…”
นายตื่นตกใจ คงไม่คิดว่าจู่ๆ ผมจะบีบเคล้นเขาจนต้องกลั้นเสียงและขย ้าศีรษะของผมให้ถอย
ห่าง นายวาดหวังว่าจะเป็นแบบครั้งล่าสุดที่ผมใช้ปากให้ เฝ้าเล้าโลมจนเขาเสร็จสมตามระดับ
อารมณ์ที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่เขาคงลืมซะแล้ว…ผมชำนาญในการหลอกล่อ หยอกเย้าเหยื่อ หากทำให้ตายใจได้ครั้งหนึ่ง
การจัดการในขั้นต่อไปก็ทำได้ไม่ยาก เหมือนที่เขานอนตัวระทวย หลั่งออกมาอย่างรวดเร็วทั้งที่
เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่เท่าไหร่
นายหอบหายใจกระชั้น ถูกบังคับให้ถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็วเกินตั้งตัวจนหมดเรี่ยวแรงชั่วครู่
ผมใช้นิ้วโป้งแตะบนปลายลิ้นที่ยังมีรสชาติขมปร่า ก่อนจะลุกขึ้นและโน้มตัวเข้าคร่อมนายที่มอง
ตามการกระทำของผมทั้งดวงตาปรือปรอย
เ
ห็นแบบนี้ใครจะอดใจไหว ผมก้มจูบเขาที่ยังตั้งตัวไม่ทันเพราะยังอารมณ์ค้างกับความรู้สึกที่ถูก
กระชากให้พุ่งสูง เริ่มจากการไล่ลิ้นไปตามริมฝีปากอ่อนนุ่มนั่นแล้วค่อยรุกแทรกเข้าไป วินาที
นั้นเปลวเพลิงที่เริ่มมอดถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง นายจูบผมตอบ พยายามจะเอาชนะให้ได้
พวกเราจูบกันโดยไม่มีใครยอมใคร ก่อนนายจะเอื้อมมือโอบรอบต้นคอผมเอาไว้ ยึดไม่ให้ผละ
หนีเพราะเริ่มเพลี้ยพล ้า เป็นโอกาสให้ผมไล่มือไปช่วงล่าง แตะเข้ากับกลางลำตัวที่ยังเปียกชื้น
ของเขา
ส่วนนั้นสู้มือทันที และนายเองก็ค่อนข้างพอใจที่ผมช่วยปรนเปรอด้วยวิธีนี้ เรายังจูบกันไม่หยุด
เช่นเดียวกับมือผมที่ขยับให้เขาในจังหวะถี่ๆ จนกระทั่งนายหลั่งออกมาเป็นครั้งที่สอง
คราวนี้ดวงตาเขาฉ ่าเยิ้มออกมาเต็มที่ และแฝงความอ่อนเพลีย
มือที่โอบไหล่ผมพยายามจะดันออก แต่ผมยังคงรุกคืบบดจูบไม่หยุด
“…!!!”
พลันนายสะดุ้งเหมือนถูกช็อตเมื่อถูกรุกรานด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว
ผมใช้น ้ากามของเขาเป็นช่วยหล่อลื่น เพราะไม่ได้ทำกับนายมาร่วมอาทิตย์ ตอนสอดเสียดเข้า
ไปคับแน่นและยากลำบากตามคาด แต่เพราะช่วยปลดปล่อยให้นายไปสองรอบ ต่อให้เขาไม่
อยากโดนทำก็ยังอดรู้สึกดีไม่ได้เพราะห้วงอารมณ์วาบหวามที่ตกค้าง
พอเห็นท่าทางดึงดันของนายเริ่มอ่อนลง จะด้วยความเหนื่อยอ่อนหรืออะไรก็ตามที่จงใจทำให้
เกิดขึ้น ผมก็ผละจูบที่เล่นเอาลิ้นชาเพราะโดนเขากัดทีเผลอตอนรุกแทรกด้านหลัง ก่อนจะก้ม
กระซิบข้างหู
“วันนี้ผมมีถุงยางพร้อม”
ปลายลิ้นมีกลิ่นคาวของเลือด ปนกับรสชาติขมฝาดของน ้ากาม และความหวานหอมของไวน์ที่
ถูกสาด
ผมจูบเขาซ ้าๆ หลายครั้ง ก่อนจะลดระดับลงมาที่ข้างแก้มและลำคอ
“คุณล่ะ…พร้อมมั้ย”
ผมคลี่ยิ้ม ไม่รู้ว่ากำลังทำสายตาและสีหน้ายังไง แต่เขากลับจ้องไม่กะพริบเหมือนโดนสะกด
ก่อนจะรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อผมถอนมือออกจากช่องทางด้านหลัง กระชากเข้าสู่ความเป็นจริงที่รอ
รับคำสั่งจากเจ้านาย
ที่มีเพียงคำตอบเดียว
แต่นายยังคงเป็นนาย แม้ถูกกักบนโซฟาไม่ยอมให้พลิกหนี โดนปลุกปั้นจนแทบไม่เหลือสภาพ
ให้ต่อกร เขาก็ยืนยันสถานะเหนือกว่าของตัวเองโดยการเอื้อมมือไปที่กางเกงข้างหลังของผม
และหยิบเอาแพคถุงยางที่เก็บไว้คลี่แผ่ตรงหน้า
“ต้องถามฉันว่า…แค่นี้จะพอรึเปล่าต่างหาก”
นั่นไม่ต่างกับคำตอบรับ
และก็ไม่ต่างกับ…ปลาตัวเดิมที่หลงกินเบ็ดเป็นครั้งที่สอง