Knight's Hour เพราะเป็นเจ้านาย - ตอนที่ 6 : ทดสอบ
ผมค่อนข้างระรื่นตอนมาที่ห้องของนายช่วงตีสามครึ่ง เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เขาเป็นฝ่ายเชิญผม
ก่อนโดยไม่มีข้อแม้เรื่องควีน
แต่…
“เอ่อ…คือ…” คนที่เปิดประตูคือเด็กหนุ่มคนเดิมที่ชื่อพัทร พอเห็นผมก็ผงะทำตัวไม่ถูก คงจะหลง
ติดกับของนายเหมือนที่ผมโดนแก้เกมโดยไม่ทันตั้งตัว
“เข้ามาสิ”
นายสวมเสื้อคลุมนั่งไขว่ห้างบนโซฟา ดูจากสีหน้าอิ่มเปรมแล้วคงจะได้กินเด็กไปหลายยก เขา
มองผมอย่างท้าทาย แค่ดูก็รู้ว่าเป็นการจัดฉากที่จงใจให้ผมแสดงความหึงหวง จนป่านนี้เขาก็
ยังไม่เชื่อว่าผมนั้นจะเป็นลูกหมาตัวเล็ก หรือเพราะดูจากภาพลักษณ์ภายนอกแล้ว ผมเหมือน
คนแก้ปัญหาด้วยกำลังกันล่ะ
ใช่ ผมถนัดใช้กำลัง แต่ก็รู้สถานการณ์ด้วย
“อืม…ใช้พลังงานไปเยอะคุณคงจะเหนื่อย ผมไปทำอะไรให้ทานมั้ย”
ผมเดินเข้ามาแล้ววางข้าวของที่ซื้อติดมือมาด้วยวางไว้บนโต๊ะ เข้าครัวไปหยิบผ้ากันเปื้อนมา
สวมเมื่อเห็นนายพยักหน้ารับด้วยสายตาระแวงอย่างเฝ้าคอยว่าผมจะทำอะไรกันแน่
“เธอล่ะ จะทานมั้ย”
ผมเลยเผื่อแผ่ไปให้คู่นอนของเขาด้วย
เด็กนั่นสะดุ้งเฮือกตัวสั่น คงเพราะสายตาที่ผมใช้มองเขานั้นไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด
“คือ…ผม…”
“จะอึกอักทำไม ถ้านับตามจริงพัทรยังเหนื่อยกว่าฉันอีก” นายพยายามใส่ไฟ ใบหน้าที่เชิดขึ้น
อย่างรอคอยให้ผมดีแตกนั้นมองไปมองมาก็ชวนขำ ผมส่ายหน้าน้อยๆ หลุดยิ้มออกมาทั้งที่ควร
จะอารมณ์เสีย
“เอาเป็นพวกพาสต้าแล้วกัน ผมจะได้ผัดทีเดียว”
“ตามใจสิ” นายว่าพลางตบตักตัวเอง เรียกให้พัทรที่ยืนเหงื่อตกระหว่างพวกเราขึ้นไปนั่งบนนั้น
ทำตัวเป็นอาเสี่ยป้อเด็กของจริง ผิดก็แต่เขาไม่ได้สวมสร้อยพระเต็มคอ พุงพลุ้ย แล้วก็ทำตา
หื่นๆ เหมือนในละครที่ควีนชอบดู
“คือ…ผมไปช่วย”
“ไม่ต้อง” นายเอ่ยอย่างหงุดหงิดเมื่อพัทรทำท่าเหมือนเกรงใจผม “ฉันไม่ได้เรียกเธอมาเพื่อเข้า
ครัว”
จงใจแบ่งแยกขนาดนี้ผมก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ให้นายอย่างรู้ทัน
ผมต้มเส้นพาสต้าที่ซื้อติดตู้เย็นมาตั้งแต่เมื่อวาน นายไม่ชอบกินรสจัด แต่ชอบความเข้มข้นกลม
กล่อม ผมเลยทำเป็นซอสขาวคาโบนาร่า จะได้ใช้เบคอนเหลือจากวันก่อนให้หมดด้วย และที่
เลือกเมนูนี้ ก็เพราะการทำซอสขาวใช้เวลาไม่นาน ถึงจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร แต่ผมก็ไม่อยาก
ปล่อยให้เด็กพัทรนั่งบนตักของนายนานนัก
เพราะเคยได้รับอนุญาตจากนายแล้วว่าให้ร่วมโต๊ะได้ ผมเลยทำส่วนของตัวเองไว้ด้วย ตอนยก
จานออกมาวาง เด็กพัทรก็รีบลุกมาช่วยเหมือนหาจังหวะอยู่แล้ว แน่นอนว่าผมรีบห้าม ใช้งาน
เด็กโปรดของนายเดี๋ยวจะโดนมองว่าหึงหวงไม่เข้าท่า
“กลิ่นหอมดีนี่”
นายยิ้มอย่างพอใจ โอบเอวพัทรให้นั่งข้างๆ กัน
“คุณจะดื่มอะไรมั้ย” ผมถามขณะถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ในห้องครัว
“ไวน์แล้วกัน ขวดที่สองจากตู้ชั้นล่าง”
ผมพยักหน้ารับ ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญใจอะไรกับความเรื่องมากของนาย แต่เดินไปหยิบแก้ว
สำหรับไวน์มาให้อย่างรู้งาน พร้อมกับยกขวดขึ้นเปิดด้วยท่วงท่าราวกับมืออาชีพ…อย่าลืมสิว่า
ผมทำงานคลับ แม้จะไม่ได้อยู่ชั้นสองที่มีบริการของมึนเมาพวกนี้ แต่ก็พอมีประสบการณ์อยู่
บ้าง
ผมรินไวน์ให้นายเพียงก้นแก้ว ก่อนจะรีบเอาขวดไปแช่ในถังน ้าแข็งที่เตรียมไว้ เพราะเป็นไวน์
แดงเลยไม่ได้ใส่น ้าแข็งเยอะเท่าไหร่ หากเย็นจัดเกินไปรสชาติจะทำให้ฝาดลิ้น
“พัทรล่ะจะดื่มอะไร”
“ก็ดื่มกับฉันไง” นายเลิกคิ้วเมื่อผมมองข้ามเขาไปให้ความสนใจกับเด็กอีกคน
“พัทรยังเด็กอยู่เลย อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ไม่ใช่เหรอ เด็กที่ไม่เคยกินไวน์จะเมาเร็ว แล้วเขากลับ
บ้านยังไงล่ะ”
พัทรสะดุ้งเมื่อผมย ้าคำว่า ‘กลับบ้าน’ แต่นายไม่ทันรู้ตัวเพราะผมพูดไปยิ้มไป
“ไม่ยักรู้ว่าแกใจดีกับคนอื่นด้วย”
ในสายตานายคงเห็นผมเป็นคนโอบเอื้ออาทร ใจดีมีเมตตาซะแล้ว
“ในเมื่อเป็นเด็กของนาย ผมก็ต้องดูแลอย่างดี” ผมเลยทำตัวให้สมบทบาท “เอาเป็นน ้าผลไม้
แล้วกัน ชอบดื่มน ้าส้มหรือแอปเปิ้ลล่ะพัทร”
“เอ่อ…น ้าส้มก็ได้ครับ”
ผมเดินเข้าไปหยิบกล่องน ้าผลไม้อย่างไม่อนาทรร้อนใจทั้งที่ต้องดูแลเด็กที่อายุห่างกับตัวเอง
เป็นสิบปี ผิดกับพัทรที่นั่งเกร็งไปทั้งตัว คงปรับอารมณ์ไม่ถูกกับผมที่จู่ๆ ก็เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวทำ
สายตาข่มขู่เขา
“กินเลอะแล้ว”
ตอนนั่งกินพาสต้าด้วยกัน ผมเหลือบไปเห็นพัทรนั่งเกร็งจนซอสเลอะปาก ก็เลยเอื้อมมือใช้
นิ้วโป้งช่วยเช็ด
“อย่ามาแตะเด็กฉัน” นายรีบปัดมือผมทิ้ง
“โทษทีนะคุณ ผมเผลอไปหน่อย” ผมโคลงศีรษะอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วหันไปหยิบกระดาษทิชชู
ส่งให้พัทรแทน เด็กนั่นรับไปอย่างเก้ๆ กังๆ ขณะที่นายเริ่มรู้สึกไม่สู้ดี
ผมเห็นสายตาของเขาแล้วก็ลอบยิ้มในใจ นั่งสงบเสงี่ยมช่วยรินไวน์ให้เขาจนทานเสร็จครบทุก
คน แล้วค่อยรวบรวมจานมาถือไว้
“งั้นผมไปล้างจานก่อนนะ คุณเองก็ตามสบาย เอ้อ…พัทรก็ด้วย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”
“…ครับ” พัทรเริ่มกล้าคุยกับผม ท่าทางหวาดกลัวตอนแรกก็เริ่มผ่อนคลายและมองตามไม่
กะพริบ แทบไม่ปิดบังความรู้สึกตัวเอง ขนาดผมยังสังเกตเห็น แล้วมีหรือนายจะไม่ทันรู้ตัว
ตอนผมเดินออกจากห้องครัวอีกครั้งเลยไร้วี่แววของเด็กคนโปรด
“พัทรล่ะ” ผมแสร้งถามอย่างสงสัย กวาดตามองอย่างเป็นห่วง
“กลับไปแล้ว” นายตอบอย่างหงุดหงิด เขานั่งบนโซฟา กัดแก้วไวน์ที่ยังดื่มค้างไว้ “แกคิดจะทำ
อะไร โปรยเสน่ห์ใส่พัทรรึไง”
“เปล่าสักหน่อย” ผมยักไหล่อย่างไม่รู้เรื่อง
“แล้วทำไมต้องใส่ใจขนาดนั้น แกเป็นพวกเห็นใครถูกใจก็เลียแข้งเลียขารึไง”
“ผมดูเป็นอย่างนั้นเหรอ”
“ก็เออน่ะสิ!”
นายกระแทกแก้ววางบนโต๊ะข้างๆ ผมเดินไปดึงขวดจากถังน ้าแข็ง ตั้งใจจะช่วยรินเติม แต่ก็ต้อง
พบว่าระหว่างที่ผมหายไปล้างจานในห้องครัว นายก็จัดการดื่มไวน์ทั้งขวดภายในเวลาแค่ไม่กี่
นาที
“คุณเมาแล้ว”
“ฉันไม่คออ่อนขนาดนั้น”
ดูจากคอลเล็คชั่นไวน์ที่มีเก็บเป็นตู้ ผมเชื่อคำนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
“แล้วคุณไห้พัทรกลับไปทำไม”
“แล้วแกจะถามถึงพัทรทำไมนักหนา นั่นมันเด็กของฉัน”
“ก็เพราะเป็นเด็กคุณไง ผมถึงสงสัย คุณไม่ได้เรียกพัทรมานอนด้วยในคืนนี้เหรอ”
“แล้วคิดว่าฉันเรียกแกมาทำไม”
“อืม…ทำอาหาร?” ผมเอ่ยเป็นคำถาม เรียกสายตามองตวัดของนายที่เล่นเอาหลุดหัวเราะ
ออกมา
“ฉันไม่ใช่ตัวตลก”
“ครับ คุณไม่ใช่ตัวตลก แต่คุณน่ะเป็นเจ้านาย” ผมยิ้มน้อยๆ พลางก้มตัวหิ้วถังน ้าแข็งและแก้ว
ไวน์ไปเก็บ พอกลับออกมาอีกครั้งก็
เห็นนายมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เหมือนไม่แน่ใจตัวเองนัก และไม่แน่ใจในตัวผม เขาที่
อยู่ท่ามกลางคู่นอนซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ คงจะเจอกับความน่ารำคาญแบบเด็กๆ มาเยอะ จน
รับมือกับมาดที่สงบนิ่งเกินคาดของผมไม่ถูก
“ผมอาบน ้าก่อนนะ”
“อาบให้สะอาด”
“ครับผม”
นายกัดปากตัวเองเมื่อเห็นผมขานรับอย่างทีเล่นทีจริง ช่วยไม่ได้ ผมกำลังอารมณ์ดีสุดๆ ที่นาย
ไล่เด็กนั่น
ยอมรับตามตรง ตอนแรกที่เห็นพัทร ผมตกใจ และหึงหวง แต่พอเห็นใบหน้าเชิดหยิ่งของนาย ก็
รู้ทันทีว่านี่คือการทดสอบ เลยเห็นเป็นเกมเกมหนึ่ง
อัศวินคุมชั้นหนึ่งอย่างผมเชี่ยวชาญด้านการพนันซะด้วยสิ ก็ไม่แปลกหรอกที่ผมจะชนะอีกครั้ง
ในครานี้ เพราะถ้าหลุดเอาอารมณ์งี่เง่าออกมา ฝ่ายที่ถูกนายไล่กลับเห็นจะเป็นผมแทนเด็กพัทร
เนี่ยล่ะ
พออาบน ้าเสร็จผมก็เปิดลิ้นชัก หากางเกงที่เตรียมเอาไว้ด้านล่างสุดแล้วนึกลังเล ก่อนจะเก็บ
มันไว้อย่างเดิม แล้วหยิบเสื้อคลุมอาบน ้ามาสวม ตานี้ผมชนะก็จริง แต่ไม่ควรรีบร้อนจนเสียงาน
นายพลาดท่าให้ผมครั้งหนึ่งแล้ว ถ้ารุกคืบเกินจำเป็นจะกลายเป็นความเหิมเกริมซะมากกว่า
ผมเสยผมปรกตาขึ้นตอนเดินออกจากห้องน ้า สะดุดตากับนายที่นั่งรอบนเตียง
“คุณมีอารมณ์?”
เพิ่งอาบน ้า นั่งเล่นกับเด็ก แล้วยังดื่มไวน์ไปทั้งขวด
ก็ไม่แปลกหากเขาจะรู้สึกคึกคักขึ้นมา
“วันนี้ผมเหนื่อยมาก ถ้ายังไง…”
“แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” นายเอ่ยเสียงห้วนกึ่งบังคับทันที เป็นนิสัยเขาล่ะที่ต้องข่มคนอื่นให้ได้ ทั้งที่
ตอนแรกยังนั่งแบบลังเลเหมือนไม่รู้จะเกริ่นชวนยังไงอยู่แท้ๆ ปกติเขาถนัดแต่รุกคนอื่น พอเจอ
ผมก็ต้องยอมเป็นฝ่ายรับ เลยหาคำดีๆ ในการหาข้ออ้างให้ถูกเสียบไม่ได้
ไม่รู้ตัวเอาซะเลยว่านับวันก็ยิ่งตกลงไปในหลุมที่ผมขุดไว้ลึกขึ้นทุกที
“ผมไม่ได้เตรียมถุงยางมา”
“นั่นมันหน้าที่แกไม่ใช่รึไง!” นายทำหน้าเสียอารมณ์ทันควัน
“ก็ผมคิดว่า…คุณจะเรียกผมมาเข้าครัวอย่างเดียวนี่” ผมเอาคืนคำพูดของเขาที่เล่นเอาเถียงคืน
ไม่ได้ “แต่ถ้าคุณยอมให้ผม…”
“ไม่ต้อง!” นายรีบร้องห้าม เป็นฝ่ายถูกจิ้มว่าหนักแล้ว ต้องแบกรับความรู้สึกเวลาน ้าอุ่นฉีดพุ่ง
ในตัว คงเป็นอะไรที่เขารับไม่ได้ยิ่งกว่า
“แต่คุณมีอารมณ์…”
“ก็เป็นความผิดแกไม่ใช่รึไง!”
นายยังพยายามที่จะโทษผมอยู่ดี ความจริงแล้วผมเตรียมถุงยางติดตัวเสมอ แต่ในเมื่อนาย
เตรียมแผนมาทดสอบผมขนาดนี้เลยอยากลองแกล้งเขาดูบ้าง
ผมไม่ได้บ้าเซ็กซ์ คืนก่อนกอบโกยไปขนาดนั้นก็เลยไม่ได้รู้สึกเสียอายอะไรหากจะอดสักวันสอง
วัน ยังไงผมก็ไม่ได้อยากเป็นแค่คู่นอนของเขาอยู่แล้ว
“จะทำอะไร” นายถามผมที่เดินไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าเขาด้วยสายตาสงสัยกึ่งหวาดหวั่น
“ในเมื่อเป็นความผิดของผม ผมเลยขอแสดงความรับผิดชอบโดยการใช้ปากช่วย” ผมเอ่ยพลาง
คลี่ยิ้มน้อยๆ “หวังว่าจะพอชดเชยได้นะครับนาย”
เขามองผมอย่างกระดากอายนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับ
“ทำให้ดีเหมือนที่ทำอาหารก็แล้วกัน”
ในที่สุดก็ยอมรับแล้วว่าผมทำอาหารอร่อย
แต่จากมุมมองตอนนี้…
เขาน่าจะเป็น ‘อาหาร’ ให้ผม ‘ทำ’ มากกว่านะ