Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 2 เด็กหนุ่มนามว่าราม [2]
ทันทีที่รามเปิดคลิปที่เขาบันทึกไว้น้ำตาลก็หน้าซีดทันที รามไม่สนใจหรอกว่าใครจะว่ายังไงแม้ไม่มีคนเข้าข้างเขา รามก็ไม่สนอย่างน้อยก็กลับไปอยู่ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแค่นั้นเอง
ทั้งห้องเกิดความเงียบขึ้นมาทันทีส่วนรามเมื่อเปิดคลิปจบแล้วเขาก็เดินไปหยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องทันที เขาเหลือบไปมองน้ำตาลที่ตอนนี้จ้องมองมายังเขาด้วยสายตาที่โกรธแค้นเป็นอย่างมาก รามยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะกล่าวออกไป “ใครจะว่ามองว่ากูเป็นยังไงก็ได้ ในเมื่อกูก็ไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว”
“เห้ย! ไอ้รามรอกูด้วย” การินวิ่งไปหยิบกระเป๋าก่อนจะตามรามออกไปและทันทีที่ทั้งสองเดินจากไปทั้งห้องก็ระเบิดเสียงพูดคุยออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“น้ำตาลเธอทำแบบนี้ทำไม” ริทถามออกไป
“คะ คือฉัน” น้ำตาลตอบไม่ได้ น้ำตาลเองก็ไม่ได้รวยอะไรมากมายบ้านพออยู่พอกินแต่ว่าเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่ต้องการมาก จะให้บอกว่าเธอแลก Sex เพื่อเงินเธอบอกไม่ได้
น้ำตาลร้องไห้ออกมาแต่ก็ไม่มีใครที่คิดจะเข้าไปปลอบกลับกันพวกเขารู้สึกผิดต่อรามมากกว่า พวกเขาดูออกว่ารามดูแลน้ำตาลดีขนาดไหนขนาดไม่ค่อยมีเงินรามยังหาซื้อของที่น้ำตาลอยากได้มาให้
ทุกคนในห้องทยอยออกจากห้องเพื่อไปเข้าชมรมและทิ้งน้ำตาลไว้ในห้องเพื่อให้เธอสำนึกกับความผิดที่ตัวเองได้ก่อไว้
“ไปห้องพยาบาลหน่อยมั้ยไอ้ราม” การินกล่าวถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
“อืม” รามพูดออกไปแค่นั้นก่อนที่ทั้งสองคนจะตรงไปยังห้องพยาบาล เมื่อมาถึงห้องพยาบาลก็เจอกับอาจารย์ประจำห้องที่กำลังจดรายการของที่ขาดและเหลืออยู่
“นักเรียนไปโดนอะไรมาคะเนี่ย” อาจารย์ประจำห้องพยาบาลเมื่อเห็นเลือดที่อาบหมัดของรามก็กล่าวถามออกไปด้วยความตกใจ
“พอดีมีเรื่องนิดหน่อยน่ะครับ” ราวกล่าวออกไปแบบอ้อม ๆ เพราะเขาไม่อยากพูดถึงมันเท่าไหร่
“งั้นมาทำแผลก่อนแล้วกัน” ว่าแล้วอาจารย์ประจำห้องพยาบาลก็เริ่มทำแผลให้กับรามทันทีพอแผลโดนน้ำและยาฆ่าเชื้อเท่านั้นรามถึงกับร้องลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนโดนเชือด
“โอ้ย! อาจารย์ครับเบา ๆ หน่อยครับ” รามร้องออกไปพร้อมน้ำตาที่เล็ดมานิดหน่อย
“อดทนหน่อยใกล้เสร็จแล้ว” รามที่ได้ยินก็พยายามกัดฟันอดทนจนในที่สุดการทำแผลก็เสร็จเรียบร้อย “เอาละเสร็จแล้ว พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำนะ”
“ขอบคุณครับอาจารย์” รามกล่าวขอบคุณอาจารย์ออกไปก่อนจะเดินออกจากห้องพยาบาลไปเมื่อรามเดินออกมาก็พบกับการินที่นั่งเล่นโทรศัพท์รอเขาอยู่
“เป็นไงซ้อมไหวมั้ยมือเป็นแบบนี้เนี่ย” การินกล่าวถามรามออกไปเพราะพวกเขาทั้งสองคนอยู่ชมรมบาสเกตบอลโดยการินอยู่ในตำแหน่ง Center และรามนั้นอยู่ในตำแหน่ง Shooting Guard
“อืมคงต้องขอเวลาพักฟื้นก่อนละ เห้อไม่น่าไปทำร้ายตัวเองแบบนั้นเลยกู” รามสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เล็กน้อยส่วนการินที่ได้ฟังก็หัวเราะร่าออกมาจนรามหมั่นไส้วิ่งไล่เตะอีกฝ่าย
อาจารย์อนันต์ ที่เป็นโค้ชของชมรมเมื่อเห็นมือของรามแล้วก็ได้ต่อว่าไปชุดหนึ่งมันทำให้รามถึงกับสำนึกผิดแทบไม่ทันแต่สุดท้ายอาจารย์อนันต์ก็ปล่อยรามกลับบ้านไปก่อนส่วนการินนั้นต้องอยู่ซ้อมต่อเพราะในอีกสองสัปดาห์เป็นการแข่งขันกระชับควาสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนของรามกับโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง
รามเดินออกจากโรงเรียนด้วยแววตาที่หดหู่เล็กน้อยเขาค่อย ๆ เดินไปตามทางเรื่อย ๆ มองดูวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กอายุ 16 ปีแต่สภาพเป็นอยู่และความลำบากของครอบครัวมันทำให้เขามองโลกใบนี้ในมุมที่ต่างกับคนอื่น ๆ
รามเดินมาถึงห้องเช่าของเขาก่อนจะไขประตูเข้าไปในห้องและตรงไปที่นอนก่อนจะล้มตัวและหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
“ราม ตื่นได้แล้ว” เสียงวศินผู้เป็นบิดาของรามปลุกลูกชายของเขาให้มากินข้าว
“อืม… กี่โมงแล้วครับพ่อ” ราวงัวเงียตื่นขึ้นมาก่อนจะบิดขี้เกียดและถามพ่อของเขาออกไป
“เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว ว่าแต่เอ็งเถอะไอ้ลูกชายมือไปทำอะไรมา”วศินกล่าวถามรามออกไปด้วยความเป็นห่วง
“ก็…นิดหน่อยครับ” รามไม่อยากเล่าเรื่องที่เขาเจอให้พ่อต้องเป็นห่วงแน่นอนว่าเขาอยู่ด้วยกันเพียงสองคนและเป็นวศินที่ทำงานเพียงคนเดียวหาเงินให้รามเรียน
วศินลูบหัวรามเบา ๆ ก่อนจะกล่าวออกไป “ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร มะมากินข้าววันนี้พ่อซื้อคั่วกลิ้งของโปรดเอ็งมาด้วย”
ครอบครัวของรามแม้จะไม่มีอะไรเหมือนใคร ๆ เขาแต่ก็อยู่ได้แบบพอมีพอกินแม้ว่ารามจะไม่เคยเจอหน้าแม่แต่เขาก็ยังมีพ่อที่ดูแลเขาได้เป็นอย่างดี
เมื่อทั้งสองคนรับประทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวทันที โดยวันนี้พ่อของรามไม่ให้เขาล้างจานเพราะเป็นแผลที่มือส่วนรามก็นั่งทำการบ้านไป
“ไอ้ราม ไปเตะบอลกับพ่อมั้ย” วศินชวนลูกของเขาออกไปเตะบอลเพราะถึงแม้ว่าอายุของวศินจะปาเข้าไป 39 แล้วแต่รูปร่างและหน้าตาของวศินก็ยังคงหนุ่มและแน่นอยู่จนถูกใจสาวน้อยสาวใหญ่ที่จ้องจะงาบพ่อม่ายคนนี้อยู่ตลอดเวลา
“ไม่อะพ่อ ขอทำการบ้านก่อนเหลืออีก 2 ชิ้นเอง”รามหันไปตอบพ่อของเขาไปก่อนจะก้มหน้าทำการบ้านต่อ วศินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปส่วนรามก็เดินไปล็อกห้องให้เรียบร้อยก่อนจะมานั่งทำการบ้านต่อ
“ฮ้าว~ เสร็จซักที” รามใช้เวลาทำการบ้านจนเสร็จก็มองดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลา 1 ทุ่มตรงรามจึงเข้านอนทันที แม้เขาจะนอนที่โรงเรียนมาแล้วแต่มันก็ไม่เพียงพอ วันนี้เขาจึงเข้านอนเร็วกว่าปกติ