Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 22 เข้าเมือง
“นั่นมัน!” อาราสมองเห็นชายที่ใส่เสื้อคลุมยืนอยู่แถมไม่สะทกสะท้านจากแรงกดดันของคราวด์เลยแม้แต่นิดเดียวเส้นผมสีดำเงากับดวงตาสีแดงเพลิงนั้นเขาจำได้ขึ้นใจ อาราสรีบเร่งไปหารามทันทีเพราะนี่เป็นโอกาศที่จะได้ตอบแทนคุณผู้ช่วยชีวิตของเขานั่นเอง
“ไม่นึกว่าจะเจอท่านที่นี่ท่านราม” อาราสเอามือทาบอกพร้อมโค้งหัวลงเล็กน้อย ท่าทางของอาราสสร้างความงุนงงให้เหล่าองครักษ์และทหารเป็นอย่างมากแม้กะทั้งกาเรนและองค์ชายเลโอด้วยเช่นกัน
“เห้อ~ ไอ้เจ้ามังกรบ้้าเอ้ย ผมก็ไม่คิดว่าท่านจะพบข้าเร็วขนาดนี้นะท่านอาราส” รามในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องปลอมตัวอีกต่อไปเขาเก็บผ้าคลุมไปพร้อมกับใส่ชุดขนหมาป่าเพลิงดังเดิม ทั้งทหารและเหล่าองครักษ์ต่างทรุดตัวคุกเข่าลงเพราะแรงกดดันที่รามปล่อยออกไปเว้นเพียงแต่ประชาชน อาราส องค์ชายเลโอและกาเรนเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดัน
“ขออภัย ข้าเพียงตื่นเต้นไปหน่อย สำหรับอัศวินแล้วหากไม่ได้ตอบแทนผู้มีพระคุณข้าคงตายตาไม่หลับ” อาราสกล่าวเหตุผลและหลักคำสอนอัศวินหลวงออกมาด้วยน้ำเสียงที่องอาจและจริงจัง
รามมองไปที่แววตาของอาราสก็ไม่พบว่าเขาจะเสแสร้งเลยแม้แต่นิดเดียว “เห้อ~ ตามใจแล้วกันท่านอาราส แต่ตอนนี้…” รามมองไปยังองค์ชายเลโอที่อยู่ในชุดเกราะเบาสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ อาราสที่มองไปตามสายตาของรามก็พบว่าเลโอกำลังมองมาที่พวกเขาด้วยท่าทางที่สงสัยและร้อนรนเป็นอย่างมาก
“เอ่อท่านรามถ้าไม่รังเกียจไปพักที่คฤหาสน์ของข้าได้หรือไม่?” อาราสกล่าวเชิญชวนรามออกไปด้วยสายตาที่คาดหวัง
“จะปฏิเสธก็คงไม่ได้ซินะ” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่าย ว่าแล้วทั้งสองคนก็เดินไปสมทบกับเลโอและกาเรนที่ยืนอยู่
“อาราสใครงั้นรึ? ใจเย็น ๆ คราวด์” เลโอกล่าวถามอาราสก่อนจะหันไปปลอบคราวด์ที่ตอนนี้มันดันกลัวคนที่มากับอาราสซะได้
“เขามีนามว่ารามเป็นผู้มีพระคุณของข้าขอรับองค์ชาย” อาราสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม
“คนผู้นี้งั้นรึที่เป็นคนช่วยท่านอาราส ดูแล้วอายุก็พอ ๆ กับข้านิ” เลโอกล่าวออกไปด้วยด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อซักเท่าไหร่
การสนทนาของกลุ่มคนดังกล่าวเป็นที่จับตามองของเหล่าชนชั้นสูงและบุคคนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง รามเองก็คิดไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรมากมายแต่เพราะว่าอาราสขอร้องเขาเลยปฏิเสธไม่ได้เท่านั้นเอง
“ว่าแต่นายมาทำอะไรที่เมืองนี้งั้นรึ” เลโอกล่าวถามรามออกไปด้วยความสงสัย
“ข้าแค่มาสมัครเป็นนักผจญภัยเท่านั้นเอง” รามกล่าวเสียงเรียบไม่สนการใช้ราชาศัพท์อะไรทั้งนั้น
“บังอาจกล้าพูดกับองค์ชายแบบสนิทสนมได้เยี่ยงไร!” องครักษ์ที่ออกมาจากเมืองเพื่อต้อนรับเลโอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่โมโหแต่เลโอได้ยกมือห้ามเอาไว้
“ไม่เป็นไรข้าอนุญาต เราต้องขออภัยกับความไร้มารยาทขององครักษ์ด้วย” เลโอกล่าวพร้อมรอยยิ้มหากรามเป็นสตรีคงหลงเสน่ห์รอยยิ้มนั่นเป็นแน่แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เพราะรามเป็นบุรุษเช่นเดียวกับเลโอ
“เห้อ~ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปต่อแถวเข้าเมืองก่อน” รามกล่าวพร้อมเดินจากไปทันทีแต่ก็โดนอาราสชุดรั้งไว้ก่อน
“เข้าเมืองพร้อมกับพวกเราก็ได้ท่านราม” อาราสกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่คาดหวังแต่รามก็ต้องปฏิเสธไป
“ข้าไม่อาจใช้สิทธิพิเศษนี้ได้หรอก ข้าเป็นคนนอกอาณาจักรนี้การทำตามกฎย่อมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” รามกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ส่วนเลโอก็เริ่มรู้สึกถูกใจรามเข้าให้เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปต่างตอบรับด้วยความยินดี
“ตามใจท่าน หากเสร็จธุระของแล้วโปรดไปตามที่อยู่นี้คนของข้าจะต้อนรับท่านอย่างดี” อาราสกล่าวพร้อมยื่นแผนที่และป้ายอันหนึ่งให้รามก่อนจะจากไป ส่วนรามด็เดินไปต่อแถวเช่นเดิมแน่นอนว่าประชาชนยังคงนอนสลบอยู่ทำให้ตอนนี้ในแถวเหลือไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำ
ทหารหน้าประตูเมื่อเห็นรามก็เตรียมจะปล่อยให้เข้าประตูไปทันทีแต่รามกล่าวขัดขึ้นมาก่อน “ทำตามขั้นตอนเถอะ” เหล่าทหารรู้สึกชื่นชมรามอยู่เล็กน้อยก่อนจะพารามไปตรวจและทำประวัติต่าง ๆ
“โปรดวางมือไว้ที่ลูกแก้วแห่งความสัจจริงด้วยขอรับ”
รามวางมือบนลูกแก้วแห่งความสัจจริงทันที ลูกแก้วนี้มีไว้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมถ้าไม่พบก็จะเปล่งแสงสีขาวแต่ถ้ามีมันจะขึ้นสีแดง หากขึ้นสีแดงจะถูกนำไปกุมขังไว้ที่คุกหลวงเพื่อชดใช้ความผิดที่อาชญากรคนนั้นได้ก่อไว้
“เรียบร้อยแล้วขอรับ นี่ป้ายเข้าเมืองชั่วคราวใช้ได้ 3 วัน หากครบกำหนดป้ายจะหายไปทันทีและหากทหารตรวจพบจะถูกจับกุมและตีตราทาสขอรับ”
“แล้วมีค่าผ่านทางหรือไม่?”
“ท่านอาราสได้จ่ายเงินให้ท่านเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“อืม” รามพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปภายในประตูทันทีเมื่อเดินเข้ามาภายในก็ต้องชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปยุคกลางที่สร้างจากหินอ่อน ทหารที่เดินมาส่งรามจึงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม “เมืองหลวงอารากอนยินดีต้อนรับขอรับ”
รามหลังจากดูดซับบรรยากาศเล็กน้อยก็เดินไปตามทางที่คาดว่าเป็นที่ตั้งของกิลด์นักผจญภัย โดยดูจากแผนที่ตั้งไว้ที่หน้าประตูเมือง กิลด์นักผจญภัยนั้นจะแบ่งเป็นสังกัดต่าง ๆ โดยเมืองอารากอนมีกิลด์ใหญ่ ๆ อยู่สามกิลด์ด้วยกัน จากข้อมูลที่รามถามมาได้ทั้งสามกิลด์นั้นถือเป็นกอบกำลังหลักของเมืองแห่งนี้โดยกิลด์แรกคือ กิลด์อาชูร่า เป็นกิลด์ที่เน้นด้านพลังกายภาพเป็นหลักอีกฉายาหนึ่งคือกิลด์ป่าเถื่อน กิลด์ที่สองคือมังกรวารี เป็นกิลด์สายเวทย์ที่มีการประสานงานกันอย่างลงตัว อีกชื่อหนึ่งของกิลด์นี้คือกิลด์สาวงาม เพราะสมาชิกหลักของกิลด์นี่เป็นผู้หญิงทั้งหมดผู้ชายที่กิลด์นี้รับเข้ามีน้อยมาก
“แล้วกิลด์เลเวียซินะ” รามมองหน้าอาคารกิลด์ที่ดูไม่เหมือนกิลด์ซักเท่าไหร่แถมดูจากสภาพแล้วจะพังแหล่มิพังแหล่ยังไงอย่างงั้น
=======
** เจอกันตอนหน้าครับ