Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 38 ปะทะ
หลังจากรามพูดคุยกับหาญเรื่องการแลกเปลี่ยนทองคำแล้วเขาก็เดินขึ้นอพาร์ทเม้นท์ทันที รามใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เสร็จก่อนจะลาพ่อของเขาเพื่อไปโรงเรียน ระหว่างนั้นรามได้บอกเวลาเลิกเรียนให้กับคมสันเรียบร้อยแล้วเพื่อให้คมสันมารับ แม้ว่ารามจะปฏิเสธว่าไม่ต้องมารับก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลแม้แต่นิดเดียว
รามใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงโรงเรียนแน่นอนว่าเขาทักทายอาจารย์คุมหน้าประตูด้วยความสนิทสนมแต่ในเมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา “นายรามเลิกแถวแล้วมาหาฉันที่ห้องปกครองด้วย” อาจารย์สุเทพที่มายืนควบคู่กับอาจารย์อนันต์กล่าวเรียกรามทันทีหลังจากที่เห็นรามคุยกับอาจารยอนันต์เสร็จ
“ครับ?แล้วมีเรื่องอะไรละครับถึงเรียกผมไป” รามรับคำด้วยความงุนงงพร้อมกับเกาหัวเล็กน้อยก่อนจะถามออกไป ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จักอาจารย์สุเทพชื่อเสียงของเธอนั้นเป็นที่เล่าขานในหมู่นักเรียนทุนเป็นอย่างมาก เธอพยายามส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการถอดถอนทุนที่มอบให้นักเรียนทั้งหมดด้วยเหตุผมที่โคตรปัญญาอ่อนอย่าง ‘โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสำหรับคนชั้นสูงคนรากหญ้าไม่สมควรได้รับโอกาศเข้ามาเรียนที่นี้’ เพียงแค่ได้ยินนักเรียกทุกคนก็เบ่ะปากมองบนกันถ้วนหน้า ขนาดลูกหลานของผู้มีอำนาจยังรังเกลียดกับความคิดแบบนี้สุด ๆ ยกเว้นบางคนที่ชื่นชอบกับความคิดแบบนี้เท่านั้น
“หึ! เป็นแค่นักเรียนทุนดันกล้าสักลายในระเบียบของการให้ทุนไม่ได้มีข้อบังคับก็จริงแต่มันก็ไม่สมควร! เพราะงั้นเธอต้องมารับทราบการลงโทษที่ห้องปกครองด้วยหลังเลิกแถว” อาจารย์สุเทพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่า
“อ๋อ~ แล้วแบบไหนที่เห็นว่าสมควรและถูกต้องสำหรับอาจารย์ละครับ อาจารย์คิดว่านักเรียนทุนทุกคนต้องทำตามความคิดของอาจารย์คนเดียวงั้นหรอครับ อาจารย์อย่าเอาความคิดของอาจารย์มาตัดสินส่วนรวมสิ ส่วนผมจะสักมันก็เรื่องของผมร่างกายก็เป็นร่างกายของผมแล้วในระเบียบของโรงเรียนประจำปี 2620 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 23 ข้อที่ 11 ในส่วนของวรรคที่สองย่อหน้าที่ 1 ว่าด้วยเรื่องความสะอาดของร่างกาย นักเรียนทุกคนต้องแต่งกายในชุดที่ถูกระเบียบและสะอาด หากมีกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังอย่างการทำความสะอาดใหญ่หรือการซ้อมกีฬาอนุญาตให้สามารถใส่แบบฟอร์มชุดอื่น ๆ ได้ ในส่วนของข้อนี้ผมก็ไม่ได้ทำผิดอะไรซักอย่างชุดผมแต่งมาอาจจะดูเก่าแต่ผมก็ซักสะอาดทุกครั้ง”
“นี่เธอ!”
“ยังครับอาจารย์ ผมยังพูดไม่จบ ในส่วนของระเบียบว่าด้วยเรื่องการสักลายบนร่างกายของนักเรียนมีเขียนไว้ในระเบียบข้อปฏิบัติที่ 7 ย่อหน้าที่สอง ว่าด้วยเรื่องในการสักลายบนร่างกายของนักเรียน ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นักเรียนไม่ว่าเพศชายหรือเพศหญิงสามารถสักลายได้สองแห่งบนร่างกายหากเกินกว่านั้นจะถือว่าผิดต่อระเบียบจำต้องถูกปรับคะแนนความประพฤติหากเป็นนักเรียนทุนจะถูกตักเตือนและพิจารณาเรื่องการมอบทุนในปีต่อไป”
“เป๊ะสัส ๆ !จำได้ไงวะนั่น” นักเรียนชายคนหนึ่งหยิบหนังสือระเบียบข้อปฏิบัติของโรงเรียนออกมาดูพร้อมอ่านตามที่รามพูดก็พบว่าทุกคำที่รามพูดออกมานั้นตรงหมด!
“หึ! แล้วยังไงฉันไม่คิดว่าคนอย่างเธอจะสักแค่สองที่หรอกนะ อย่าท้าทายฉันให้มากก่ะอีแค่นักเรียนทุนกระจอกงอกง่อยคนหนึ่งริมาเถียงฉันไม่เจียมตัวเอง” อาจารย์สุเทพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่าในเมื่อเล่นข้อระเบียบของโรงเรียนไม่ได้แต่ถ้าเล่นในเรื่องฐานะละก็เธอยังไงก็ชนะขาด เพราะสามีของเธอนั้นเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของ A.G Group
“ครับ ยอมรับว่าผมนี้ไม่ได้มีเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่สิ่งที่มีเหมือนทุกคนและอาจารย์เองก็มีสิ่งนี้ด้วยรู้มั้ยครับมันคืออะไร มันคือสิ่งที่เรียกว่าจิตสำนึกและความรู้สึก” รามกล่าวจบก็สร้างความเงียบไปทั่วบริเวณส่วนอาจารย์สุเทพตอนนี้หน้าตาบูดเบียวหน้าเกลียดเป็นอย่างมาก ส่วนอาจารย์อนันต์ต่างยิ้มสะใจแม้จะเป็นห่วงว่ารามจะถูกพักการเรียนก็ตาม แต่ทว่ารามก็ได้เป็นกระบอกเสียงให้เหล่านักเรียนทุนที่ถูกกดขี่จากอาจารย์คนนี้มาอย่างยาวนาน บางคนถึงกับลาออกไปเรียนที่อื่นเลยก็มี
“หึ! แล้วเจอกันที่ห้องปกครองนะครับอาจารย์” รามเตรียมที่จะเดินจากไปแต่แขนกันถูกอีกฝ่ายกระชากให้กลับมาเผชิญหน้า
“ปากดีจริง ๆ ไม่ต้องรอเข้าแถวเธอต้องถูกทำทัณฑ์บนพักการเรียน!” อาจารย์สุเทพฟิวขาดตะคอกใส่รามด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้นจัด
“หยุดนะ! อาจารย์สุเทพ!” เสียงดังกังวานเต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้น ภายใต้น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความโกรธสุดขีด
“ทะท่านผู้อำนวยการ!” อาจารย์สุเทพจำเสียงดังกล่าวได้อย่างแม่นยำหน้าของเธอเรียมซีดแม้ว่าเธอจะมีอำนาจเพราเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองแต่คนที่มีอำนสจสูงสุดคือคนที่กำลังเดินตรงมาทางที่เธออยู่
“เธอกำลังทำอะไรกับนักเรียนทุนคนนี้อาจารย์สุเทพ!” ผู้อำนวยการกล่าวถามเสียงเข้ม
“คะ คือ ฉันกำลังจะลงโทษนักเรียนที่ทำผิดระเบียบคะท่านผอ.”อาจารย์สุเทพกล่าวเสียงสั่น ๆ
“ลงโทษ? ทั้ง ๆ ที่นักเรียนคนนี้ไม่มีความผิดเนี่ยนะ! บ้าบอสิ้นดี! รู้มั้ยว่านักเรียนที่เธอกำลังจะลงโทษอยู่นั้นเป็นหนึ่งในทีมบาสที่จะแข่งในอาทิตย์หน้า อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเหล่านักเรียนทุนที่ลาออกไปไม่ว่าจะเหตุผลใดมันมีสาเหตุมาจากเธอ!”
“คะคือ” อาจารย์สุเทพพูดไม่ออกเพราะเป็นเธอที่ทำจริง ๆ แต่เมื่อนึกถึงอำนาจของสามีเธอที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่กับ A.G Group แล้วเธอจึงยิ้มออกมาก่อนจะเผชิญหน้ากับผู้อำนวยการโดยตรง
“แล้วไงคะท่านผอ. โรงเรียนของท่านต่างก็ได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีอำนาจ หึ สามีของฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นรวมถึงคู่ค้าของสามีดิฉันทั้งหลายด้วย”
“กร๊อด! อย่าให้มันมาก...” ในขณะที่ผอ.กำลังกล่าวออกไปอยู่นั้นก็ปรากฏเสียงเอะอะโวยวายมาจากทางด้านถนน รถยนต์หรูหลากหลายคันต่างมาจอดหน้าโรงเรียน
“นั่นใครน่ะ”
“บ้าน่านั่นมันรถของประธาน A.G Group นิ”
“แล้วนั่นอีกคัน เป็นของใครอ่ะ”
“เอ๊ะ! นั่นมันรถของประธานบริษัทผลิตรถหรูนิ!”
ราวกับเวลาทั้งหมดหยุดนิ่งการทะเลาะกันราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อพบรถหรูหลากหลายคันมาจอดที่หน้าโรงเรียนแห่งนี้
“เชิญนายน้อยและนายท่านขอรับ” พ่อบ้านเดินลงมาเปิดประตูหลังก่อนจะปรากฏคนสองคนเดินลงมาจากรถ คนหนึ่งคือคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี อดิเรก ประธานนักเรียนส่วนอีกคนคือประธานบริษัท A.G Group
“โอ้ ยังไม่ตายอีกหรอวะไอ้อดิศร” ชายอีกคนที่มีผมสีทองสวมชุดสูทเดินมาทักทายอดิศรหลังจากก้าวลงจากรถ
“ยังปากหมาเหมือนเดิมเลยนะมึงไอ้วีนัส” อดิศรกล่าวเสียงเรียบพร้อมปลายตามองวีนัสและลูกชายของเขาดีแลน
“มึงมาทำอะไรที่นี่วะ ได้ข่าวว่าโดนพวกนั่นนิแล้วมึงรอดมาได้ไง” วีนัสกล่าวถามแม้น้ำเสียงจะดูเหมือนล่อเล่นแต่ก็แฝงด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเหมือนกัน
“อ่าห์ความจริงกูน่ะต้องตายไปแล้วแต่ว่าพอดีลูกชายข้าได้ของดีมาแถมไม่ยอมบอกด้วยว่ามาจากไหนจนต้องตามมาส่งถึงโรงเรียนนี่ไง ว่าไงจะบอกพ่อได้ยังว่าได้เจ้านั่นมาจากไหนอดิเรก” อดิศรกล่าวถามลูกชายของตนออกไป
“เห้อ~ ก็ผมบอกแล้วว่าผมไม่สามารถพูดออกไปได้” อดิเรกยังคงยืนคำเดิมก่อนที่สายตาของเขาจะมองไปเห็นรามที่โดนจับไว้อยู่โดยอาจารย์สุเทพ ในตอนนั้นดวงตาของอดิเรกมีประกายความโกรธออกมาแวบหนึ่ง แน่นอนว่าดีแลนก็สังเกตุเห็นเช่นกันและเมื่อมองไปยังสายตาที่เพื่อนของเขามองไป ดวงตาของเขาก็ฉายไม่พอใจ อกมาเช่นเดียวกัน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่ารามกำลังโดนอะไรอยู่นั่นจึงทำให้ทั้งดีแลนและอดิเรกเริ่มไม่สบอารมณ์ ส่วนอดิศรและวีนัสต่างสัมผัสอารมณ์ของลูกชายตนเองได้จึงมองไปยังสายตาที่ลูกพวกเขามองไป
=====