Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 63 สิบล้านเหรียญทอง
[ต่อไปจะใช้คำว่าข้า,เจ้า แทนนะครับจนกว่าจะกลับสู่โลกปกติยกเว้นตอนคุยกับพวกของเกรัสเน้อ]
“ยินดีต้อนรับองค์ชายเลโอกับสหายขอรับ” ชายวัยกลางคนซึ่งคาดว่าเป็นผู้จัดการธนาคารยืนต้อนรับรามและเลโอตรงหน้าทางเข้าพอดี
“อ่าห์ ข้าพาสหายมาฝากเงินรบกวนด้วย” เลโอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
“หามิได้องค์ชาย นับเป็นเกียรติของข้าที่ได้บริการสหายขององค์ชาย เช่นนั้นท่านรามชายผู้นี้จะดำเนินการให้ท่านเอง” ผู้จัดการธนาคารกล่าวกับรามซึ่งน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพ
ผู้จัดการพาทั้งสองเดินเข้ามายังห้องแห่งหนึ่งก่อนจะเชิญให้รามและองค์ชายเลโอนั่งลงส่วนตัวเขานั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะอธิบายถึงวีธีการสมัครและระดับของบัตรที่จะได้ “ในการฝากเงินนั้นจะแบ่งบัตรได้เป็นสี่ระดับซึ่งรายละเอียดจะมีดังนี้ขอรับ” ผู้จัดการยื่นใบรายละเอียดต่าง ๆ ให้รามอ่าน
รามที่ได้อ่านก็คลุ้มคิดเล็กน้อยเพราะแต่ละระดับจะมีสิทธิพิเศษแตกต่างกันไป โดยระดับแรกคือเงินต้องฝากเงินหรือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10 เหรียญทองขึ้นไป ระดับต่อมาคือระดับทองต้องฝากเงินและสินทรัพย์เป็นจำนวน 1000 เหรียญทองขึ้นไป ส่วนต่อมาคือระดับเพชร ต้องมีสินทรัพย์รวม 100,000 ทอง และสุดท้ายแพลตตินั่มที่เป็นระดับสูงสุดต้องมีเงินฝากและสินทรัพย์รวม 1,000,000 เหรียญทองขึ้นไปถึงจะได้บัตรนี้ โดยส่วนมาจะเป็นของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่จะมีบัตรใบนี้
“อืม…ข้าสงสัยจะประเมินสินทรัพย์ยังไงขอรับ” รามกล่าวถาม
“ในกรณีที่ท่านจะเปิดบัญชีโดยใช้สินทรัพย์ ไอเทมระดับสูง ทางเราจะมีเครื่องประเมินราคากลางไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ”
รามที่ได้ยินก็พยักหน้ารับก่อนจะตัดสินใจฝากเงินจำนวนสิบล้านเหรียญทอง “ข้าขอฝากเงินจำนวนสิบล้านเหรียญทอง”
“เอ่อ…รบกวนท่านรามบอกจำนวนเหรียญทองที่ต้องฝากอีกรอบได้รึไม่ขอรับ” ผู้จัดการธนาคารไม่เชื่อหูของตนเองจึงกล่าวขอให้รามพูดจำนวนเงินอีกรอบหนึ่ง แม้แต่เลโอเองก็อดที่จะตกใจไม่ได้
“จำนวนทั้งหมดสิบล้านเหรียญทอง” รามกล่าวย้ำพร้อมทั้งเอาเหรียญทองจำนวนสิบล้านวางบนโต๊ะมันเยอะมากจนวางไม่พอแถมยังมีบางเหรียญกลิ้งตกลงไปที่พื้นด้วย
“รามเจ้าเอาเงินจำนวนมากนี้มาจากไหนกัน” เลโอตาเบิกกล่าวกล่าวถามรามออกไปด้วยความสงสัย
“หืม? ข้ายังไม่เคยบอกใช่หรือไม่ว่าข้าอาศัยอยู่ภายในป่าจูร่าและภายในป่านั้นก็มีดันเจี้ยนระดับสูงมากมาย นี่ก็แค่รางวัลส่วนหนึ่งก็เท่านั้น” รามกล่าวตอบข้อสงสัยเลโอไป แน่นอนว่าจริงส่วนหนึ่งและส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเท็จเสียมากกว่า
เลโอมองไปที่รามราวกับเจอสัตว์ประหลาดตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมา”เจ้ารู้หรือไม่ป่าจูร่าคือพื้นที่ระดับสูง การที่เจ้าอาศัยอยู่ที่นั้นข้าเองก็แปลกใจมากพออยู่แล้ว แล้วถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องมีไอเทม ชิ้นส่วนสัตว์อสูรและสมุนไพรระดับสูงด้วยงั้นซิ!!” เลโอกล่าวด้วยความเหนื่อยใจในตอนแรกแต่ช่วงหลังกลับตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
“หืม? ก็คงอย่างนั้นมั้ง” ว่าแล้วรามก็เอาใบไม้สีทองออกมาใบหนึ่งให้เลโอดู เมื่อเลโอเห็นของสิ่งนั้นก็ตกใจจนอ้าปากค้าง แม้แต่ผู้จัดการธนาคารก็ไม่เว้น ไอเทมที่รามนำออกมานั้นสามารถก่อสงครามได้อย่างง่ายดายเพียงแต่ไอเทมชิ้นเดียวเท่านั้น!
“นี่ก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ กลับกันทั้งสองต่างอุทางด่าทอรามในใจ ”เอ็งจะรวยเกินไปแล้วเฟ้ย!”
“งะ งั้นข้าขอตรวจนับเหรียญเลยนะขอรับ” ผู้จัดการธนาคารกล่าวตะกุตะกักเพราะเริ่มหวาดกลัวชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว การที่คนตรงหน้าสามารถอาศัยอยู่ในป่าจูร่าได้ต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ใช้เวลาไม่นานการตรวจนับก็เสร็จสิ้น ผู้จัดการก็นำบัตรสีดำเงามาให้รามทันที “เนื่องจากท่านรามมียอดฝากสูงมากทางเราจึงออกบัตรแพลตตินั่มให้ท่านราม กรุณาหยดเลือดลงบัตรเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของด้วยขอรับ”
รามเมื่อได้ยินก็พยักหน้ารับก่อนจะเอามีดออกมากรีดที่ปลายนิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยดเลือดลงไป บัตรเรืองแสงเล็กน้อยก่อนจะหายไปพร้อมทั้งปรากฏชื่อของรามบนบัตรพร้อมจำนวนเงินด้านล่างซึ่งมันจะแสดงให้รามเห็นเพียงคนเดียว
“ถ้างั้นข้าต้องขอตัวก่อน ขอบคุณที่สละเวลาทำให้ข้านะขอรับ” รามกล่าวขอบคุณออกไปในฐานะท่อายุของเขาน้อยกว่าอีกฝ่าย
“มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วขอรับ แล้วก็วิธีใช้บัตรนั้นรายละเอียดอยู่ด้านหลังของบัตรนะขอรับ”
รามพยักหน้าก่อนที่เลโอและรามจะเดินออกจากห้องไป “ว่าแต่เจ้าจะไปไหนต่องั้นรึ” เลโอกล่าวถามรามออกไป
“อ่าห์ข้าคงต้องกลับคฤหาสน์ของท่านอาราสก่อนเพระอีกสามวันข้าต้องเดินทางไปสำรวจดันเจี้ยนทะลทรายซูรีม่า”รามตอบกลับ
“หืม? นี่เจ้าพักอยู่กับองค์รักษ์ของข้างั้นรึ ช่างเป็นเรื่องที่น่าบังเอิญเสียจริง”
“ฮ่า ฮ่า ก็คงอีกวันหนึ่งนั่นแหละข้าซื้อคฤหาสน์ของข้าไว้แล้ว”
“โอ้! ดีเลยไว้ข้าจะแวะไปหาแล้วกัน ข้าคงต้องไปแล้ว” เลโอกล่าวจบก็ขอตัวกลับพระราชวังทันที ส่วนรามนั้นในตอนแรกก่ะว่าจะกลับคฤหาสน์ของอาราสแต่คิดไปคิดมาเขาต้องไปร้านขายทาสก่อน รวมถึงร้านเสื้อผ้าด้วย
รามเดินออกมาไม่ไกลก็เจอร้านค้าทาสขนาดใหญ่ รอบ ๆ เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางมากมายที่มาเลือกซื้อทาส จากที่พอทราบมากฏหมายทาสของเมืองนี้รุนแรงมาก มีกฏมากมายโดยเฉพราะเรื่องการทำร้ายร่างกายของทาสเป็นสิ่งต้องห้ามของอาณาจักรนี้
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ร้านค้าทาสอัสลานขอรับ” ชายที่คาดว่าเป็นพนักงานของร้านเดินมาต้อนรับรามด้วยความนอบน้อมหากสังเกตุดี ๆ จะพบว่าชายที่ต้องรับรามนั้นมีรอยสักรูปโซ่อยู่ที่คอนั่นแสดงว่าคน ๆ นี้คือทาส
“อืม พอดีข้าต้องการทาสสำหรับทำงานบ้านและสวนน่ะไม่จำกัดเพศ อายุมากกว่าข้าหรือเทียบเท่า หากต่อสู้ได้ก็ยิ่งดี” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
‘เจ้าหนู ๆ ข้าขอเลือกเองได้หรือไม่’ เรนที่เงียบมาตั้งนานกล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแต่หากฟังดี ๆ จะมีน้ำเสียงที่ตื่นเต้นอยู่ในนั้น
‘ครับลุงเรน’
“ถ้างั้นเชิญลูกค้าโปรดตามกระผมไปที่ห้องรับรองด้วยขอรับ วันนี้วุ่นวายเล็กน้อยเนื่องจากมีกรประมูลทาสชั้นสูงและทาสสะสมขอรับ”
“หืม? มีประมูลทาสด้วยงั้นรึ” รามกล่าวอย่างแปลกใจ พนักงานเมื่อเห็นท่าทางความสนใจของรามก็รีบแนะนำทันที
“ใช่ขอรับการประมูลทาสนั้นจัดขึ้นทุกเดือนแน่นอนว่าหากคุณลูกค้าสนใจสามารถเข้าร่วมการประมูลได้ขอรับ”
“อืม…น่าสนใจงนำทางข้าทีข้ายากเข้าร่วมประมูลด้วย” รามกล่าวออกไป
“ขอรับเพียงแค่ว่าต้องมีค่าธรรมเนียมในการเข้าร่วมประมูลด้วยจำนวน 10 เหรียญทองขอรับ”
รามหยิบเงินให้อีกฝ่ายไป 11 เหรียญทองพนักงานที่ต้อนรับรามทำท่างุนงงเล็กน้อย “10 เหรียญทองคือค่าเข้าประมูลส่วนอีก 1 เหรียญทองฝข้าให้เจ้าไว้ไถ่ตัวเองก็แล้วกัน”
“ขอบคุณขอรับ!!” พนักงานรู้สึกทราบซึ่งในความใจกว้างของรามเป็นอย่างมาก ค่าไถ่ตัวของเขาคือ 60 เหรียญเงินซึ่งมันถือว่าเยอะมากสำหรับชนชั้นระดับล่างแบบเขา การได้รับเงินมา 1 เหรียญทองนั้นถือว่าสร้างชีวิตใหม่ให้มันอย่างยิ่ง
พนักงานนำทางรามไปยังห้องขนาดใหญ่ ภายในนั้นมีที่นั่งจำนวน 30 กว่าที่นั่ง แต่ละคนคาดว่าเป็นคุณหญิงคุณชายและชนชั้นสูงทั้งนั้นเพราะทาสแต่ละคนที่นำมาด้วยถือว่าแข็งแกร่งมาก เมื่อรามเดินเข้ามาภายในห้องประมูลทุกสายตาต่างจับจเองมาที่รามเพียงคนเดียว เหล่าคุณหญิงและบุรุษใจหญิงต่างสนใจในรูปร่างหน้าตาของรามเป็นอย่างมากหากรามกลายเป็นทาสต้องเป็นทาสชั้นสูงอย่างแน่นอน ส่วนเหล่าบุรุษนั้นสนใจต่างออกไปเพราะพวกเขาสนใจดาบและชุดที่รามสวมใส่อยู่มากกว่าบางคนอยากทดสอบความแข็งแกร่งของรามจึงปล่อยแรงกดดันใส่แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้
“หมายเลขของท่านนามคือ 15 ขอรับ หากต้องการประมูลทาสคนไหนเพียงยกป้ายพร้อมแจ้งจำนวนเงินเป็นอันเสร็จสิ้นขอรับ กระผมจะไปนำเครื่องดื่มมาให้นะขอรับ”
“ไม่จำเป็นข้าขอเพียงแก้วใบเดียวเท่านั้น” เมื่อพนักงานได้ยินก็งุนงงกับคำพูดของรามแต่ก็ทำตามคำสั่งอย่างดี ไม่นานเขาก็เอาแก้วมาให้ราม รามเอาไวน์ขาวออกมา 1 ขวดก่อนจะเทมันลงไปแล้วค่อย ๆ ยกดื่ม การกระทำของรามทำให้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกลับกลืนน้ำลายเพราะกลิ่นของไวน์ขาวนั้นหอมเป็นอย่างมากแต่ด้วยมารยาทแล้วเขาจึงไม่กล่าวขอรามออกไปเท่านั้นเอง
รามเมื่อเห็นอาการของชายที่นั่งข้าง ๆ เขาก็ยกยิ้มขึ้นรามแบมือก่อนที่เม็ดทรายจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมันหมุนวนเป็นรูปแก้วก่อนที่รามจะควบคุมมันแล้วใช้เวทย์ไฟเผาจนเป็นรูปทรงที่ต้องการจนในที่สุดรามก็ได้แก้วมา 1 ใบการกระทำของรามนั้นสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนที่ในโรงประมูลเป็นอย่างมาก เมื่อได้แก้วแล้วรามก็รินไวน์ขาวใส่แก้วแล้วให้พนักงานที่ดูแลรามนั้นส่งไปให้คนที่อยู่ข้าง ๆ
ชายดังกล่าวรับแก้วของรามด้วยความยินดรก่อนจะยกแก้วนั้นดื่มรสชาติที่แปลกใหม่นั้นสร้างความตื่นตะลึงให้ชายคนนั้นอย่างมากแม้อยากจะกล่าวพูดคุยแต่ทว่าไฟในห้องประมูลก็ดับลง ก่อนที่ไฟจะฉายไปที่หญิงสาวที่หน้าตาสะสวยงดงามกลางเวที “ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประมูลทาสค่ะ กฏกติกายังคงเป็นเช่นเดิมหากต้องการลงประมูลกรุณายกป้ายพร้อมระบุจำนวนเงิน ห้ามต่อสู้กันในงานประมูลหวังว่าผู้มีเกียรติทุกท่านจะทำตามกฏนะคะ”
หญิงสาวดำเนินงานประมูลกวาดตามองรอบหนึ่งก่อนจะยกยิ้มขึ้น “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลางานประมูลทาสจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ค่ะ”