Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 62 ตกลงซื้อขายและการพบกันอีกครั้ง
ทั้งสองคนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่งรามมองเข้าไปภายในที่กั้นประตูก็รู้สึกถูกใจทันทีแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ ทั้งทำเลและสภาพภายนอกคฤหาสน์ก็ยังถือว่าอยู่ในสภาพดีเป็นอย่างมาก
“ดูจากภายนอกแล้วสภาพคฤหาสน์ถือว่าใช้ได้เลยนะครับแต่ผมสงสัยว่าทำไมไม่มีคนซื้อต่อเลย”
“เจ้าอาจจะไม่ทราบ ราคาที่ดินและคฤหาสน์แห่งนี้ถือว่าสูงมาก ขนาดพ่อค้าหรือขุนนางที่ร่ำรวยยังลังเลที่จะซื้อคฤหาสน์แห่งนี้เลย ข้าเองก็แปลกใจที่เจ้าสนใจคฤหาสน์หลังนี้ ตามข้ามาข้าจะพอเจ้าเข้าไปดูภายในคฤหาสน์”
นายหน้ากล่าวจบก็พารามทัวร์ชมคฤหาสน์ทันทีภายในนั้นถือว่าสภาพดีกว่าภายนอกเป็นอย่างมากการตกแต่งถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับราม คฤหาสน์หลังนี้ประกอบไปด้วยสี่ห้องหลัก โดยแบ่งเป็นสี่ห้องนอนหนึ่งห้องนอนของแขกซึ่งมีห้องน้ำในตัวและหนึ่งห้องหนังสือแต่ภายในนั้นว่างปล่าวซึ่งรามก็พอเข้าใจได้ ต่อมาก็เป็นส่วนของชั้น 1 ปีกซ้ายนั้นเป็นส่วนของห้องครัวและห้องอาหารและปีกขวาเป็นห้องนั่งเล่น ด้านหลังคฤหาสน์เป็นสวนซึ่งมันกว้างมาก ๆ แต่ด้วยอาจถูกขายมากนานแล้วทำให้หญ้าหรือวัชพืชต่าง ๆ ขึ้นเต็มไปหมด
“ผมถูกใจมากครับและก็ตกลงซื้อครับ” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ส่วนนายหน้าก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาไม่มีต่อราคาเลยแม้แต่นิดเดียว
“ได้งั้นกลับไปที่สำนักงานกันก่อน” ว่าแล้วนายหน้าที่ดินคนนั้นก็พารามกลับไปที่สำนักงานก่อนจะพาเข้าไปในห้องที่ลงอักขระเวทย์ป้องกันอย่างแน่นหน้า
“นี่คือเอกสารที่เจ้าต้องเซ็นเจ้าสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเต็มจำนวนหรือเป็นครั้ง หากเลือกจ่ายเป็นครั้งจะมีการคิดเงินเพิ่มตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาโดยคิดร้อยละ 2 ต่อปี
“งั้นผมขออ่านรายละเอียดสัญญาก่อนนะครับ” รามหยิบสัญญาที่จ่ายงวดเดียวจบขึ้นมาอ่าน รายละเอียดภายในสัญญานั้นครอบคลุมและคุ้มครองผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่งถือว่าการซื้อขายในครั้งนี้เป็นธรรมที่สุดแล้ว รามพยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะยกยิ้มขึ้นพร้อมใช้ขนนกเวทย์มนต์เซ็นชื่อของตัวเองลงไป
“สัญญาซื้อขายเสร็จสิ้นเจ้าต้องชำระเงินภายในสองวันไม่เช่นนั้นสัญญาจะเป็นโมฆะแล้วเจ้าจะถูกจับดำเนินคดี เข้าใจหรือไม่” นายหน้ากล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“งั้นผมจ่ายเลยก็ได้ครับ” ว่าแล้วรามก็เอาเหรียญทองออกจากช่องเก็บเงินจำนวน 2 ล้านเหรียญทองเท่ากับราคาตามใบสัญญา นายหน้ามองหน้ารามด้วยสายตาที่สับสนเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยเจอคนที่เอาเงินออกมาจากความว่างปล่าวแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาจ้องมีธาตุมืดเป็นแน่แท้
นายหน้าเอาบัตรใบหนึ่งออกมาก่อนจะแตะที่กองเหรียญทองจำนวนมากตรงหน้าก่อนที่กองเงินนั้นจะหายไปในบัตรดังกล่าวพร้อมกับปรากฏยอดเงินจำนวน 2 ล้านเหรียญทอง “รับเงินมาครบถ้วน ยินดีที่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน ส่วนนี่คือใบที่ดินและสัญญาการเป็นเจ้าของโปรดเก็บไว้ให้ดี”นายหน้ายื่นใบสองใบให้ราม รามรับมันมาพร้อมเก็บเข้าช่องเก็บของไปให้มันนอนหลับอยู่ในนั้น
“งั้นผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” รามกล่าวด้วยความนอบน้อมก่อนจะก้าวออกจากห้องไป แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากห้องนายหน้าก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “ข้าแนะนำให้เจ้าเอานำไปฝากไว้ที่ธนาคารกลางส่วนหนึ่ง หากเจ้าต้องใข้เงินเป็นจำนวนมากเช่นนี้”
“ขอบคุณที่แนะนำครับ” รามกล่าวขอบคุณก่อนจะออกจากห้องไป
รามนั้นยังไม่ตรงไปที่คฤหาสน์ของเขาทันทีแต่กลับถามทางไปยังธนาคารกลางเสียก่อนเพราะรามต้องใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งในการซื้อทาสเพื่อเข้ามาดูแลคฤหาสน์แน่นอนว่ามันไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ที่รามคำนวนขั้นต่ำแล้วคงไม่ต่ำกว่าแสนเหรียญทองแน่ ๆ
ไม่นานรามก็มาถึงหน้าธนาคารกลางและกรมพิจารณาคดีแห่งทวีปวาโรเนียสาขาเมืองหลวงอัสลานซึ่งมันมีขนาดที่ใหญ่โตเสียยิ่งกว่าอาคารที่รามติดต่อซื้อขายที่ดินเสียอีก รามเดินเข้าไปภายในทันทีเมื่อเข้ามาก็พบกับรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ถือตราชั่งอยู่ ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่เพียงธนาคารกลางเท่านั้นแต่ยังเป็นสถานที่สำหรับพิจารณาคดีต่าง ๆ โดยธนาคารจะ ยู่ทางปีกซ้ายของรูปปั้นส่วนด้านซ้ายจะเป็นสถานที่พิจารณาคดีต่าง ๆ
“ไม่ทราบว่าท่านนักผจญภัยต้องการติดต่ออะไรคะ” พนักงานสาวที่เห็นรามพร้อมชุดแล้วก็พอเดาได้ว่าต้องเป็นนักผจญภัยอย่างแน่นอนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เคารพเป็นอย่างยิ่ง
“คือผมต้องการ...” ปึก!
“โอ้ย! แกกล้าทำร้ายข้างั้นรึ!” รามที่กำลังจะกล่าวออกไปรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกอย่างแรงจากทางด้านหลังแต่มันก็แค่แรงลมเบา ๆ แค่นั้นที่รามรู้สึก รามหันไปมองคนที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยสายตาที่งุนงง “ทำร้าย? ผมนี่นะทำร้ายคุณ เหอะ! เป็นคุณไม่ใช่หรอที่เดินมาชนผมแล้วก็ล้มลงไปเอง”
“แก! แกไม่รู้งั้นรึว่าข้าเป็นลูกของใคร!” ชายคนนั้นรู้สึกอับอายและโกรธแค้นรามจึงก่ะว่าจะใช้อำนาจพ่อของตนที่เป็นข้าราชการดูแลฝ่ายคลังหลวงกดขี่ราม
“ไม่อ่ะ พ่อคุณเป็นใครผมไม่รู้จัก” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนอีกฝ่ายหน้าแดงกล่ำด้วยความโกรธส่วนคนอื่น ๆ ต่างปิดปากกลั่นหัวเราะกัน
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้นซึ่งหลายคนหังจากน้ำเสียงแล้วนก็พอเดาได้ว่าต้องเป็นองค์ชายเลโอที่เป็นองค์รัชทายาทอย่างแน่นอน
ทุนคนต่างคุกเข่าลงไม่เว้นแต่คนที่หาเรื่องราม คนที่มีตำแหน่งลูกหน่อยก็แค่โค้งหัวทำความเคารพเท่านั้น เลโอปรายตาองไปรอบ ๆ ดั่งราชสีห์ก่อนสายตาของเขาจะมองไปเห็นรามที่มองมาที่ตนเช่นเดียวกัน
“รามเจ้ามาทำอะไรที่นี่” เลโอกล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงที่สนิทสนม
“ข้าแค่มาฝากเงินเท่านั้น ว่าแต่องค์ชายท่านมาทำอะไรงั้นรึ” รามกล่าวตอบสนทนาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปแม้แต่คำพูดด้วย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไรกันเรียกข้าว่าเลโอก็ได้ข้าไม่ถือ นาน ๆ ทีข้าจะมีสหายเป็นสามัญชน ข้าเองก็ไม่อยากเอาตำแหน่งมาเป็นสิ่งที่ขัดความสัมพันธ์ระหว่างสหายหรอก” เลโอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
“องค์ชาย! มันไม่สมควรนะขอรับ!” องครักษ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เลโอก่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
“เรื่องนี้เป็นข้าที่ตัดสินใจหาใช่พวกเจ้า” เลโอกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดกับการขัดขององครักษ์คนใหม่
“แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่จำไว้!” เลโอหงุดหงิดของจริงตวาดองครักษ์ออกไป
“เหอ ๆ คงได้หากองค์ชายทรงอนุญาตเช่นนั้นแล้วข้าคงไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรแล้วมั้งใช่มั้ยเลโอสหายข้า” รามกล่าวพร้อมยกยิ้มให้เลโอ
“โอ้! ต้องเช่นนั้นซิสหายข้ามาข้าพาเจ้าไปฝากเงิน” เลโอเดินเข้าไปกอดคอรามพร้อมเดินเข้าไปในธนาคารท่างกล่าวสายตาที่ตื่นตะลึงของข้าราชบริพารที่ตื่นตะลึงโดยเฉพราะคนที่พยายามจะหาเรื่องรามที่ต้องนี้หน้าซีดเป็นอย่างมาก