Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 66 ความภักดี [I]
“ไม่ทราบว่าท่านรามต้องการทาสเพิ่มเติมหรือไม่ขอรับ”พนักงานที่ดูแลรามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่คาดหวังและนอบน้อม
“อืม…ข้ายังต้องการทาสที่มีความสามารถด้านงานบ้านอยู่ ข้าคงต้องรบกวนเจ้าแล้วช่วยคัดให้ข้าซัก 50 คนก็ได้ และก็ทาสที่สามารถต่อสู้ได้ซัก 20 คน”
“รับทราบขอรับ ข้าจะจัดการให้โดยเร็ว” พนักงานตอบรับคำก่อนจะไปเตรียมทาสที่รามต้องการมา
“งั้นพวกเราไปพูดคุยกันซักหน่อยดีหรือไม่” รามกล่าวพร้อมยิ้มให้ทาสที่เขาเสียเงินประมูลมาได้ แน่นอนว่าทาสเหล่านี้ต่างมีคุณภาพและความสามารถที่โดดเด่นมากกว่าทาสปกติที่ขายอยู่ในกรงให้เลือกซื้อกันอย่างสะดวก
รามพาทาสทั้งหมดไปยังห้องรับรองที่วิเวียงเตรียมไว้ให้เขาก่อนจะนั่งลงบนโซฟา ส่วนเหล่าทาสต่างยืนเรียงหน้ากันเป็นหน้ากระดาน สายตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความสับสนพวกเขาสงสัยว่ารามจะซื้อพวกเขาไปทำอะไร แต่นั้นก็แล้วแต่โชคชะตาเป็นตัวกำหนด ตอนนี้รามถือเป็นเจ้าชีวิตของพวกเขาทั้งหมดในห้อง
“บอกนามของพวกเจ้าให้ข้ารู้ที” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ข้ามีนามว่า อนาคิน” ชายหน้าบากกล่วออกมาเป็นคนแรก แต่น้ำเสียงยังแฟงไปด้วยความเฉยชา เขาเกลียดพวกขุนนางและชนชั้นสูงทุกคน เพราะคนเหล่านั้นทำให้เขาต้องถูกจับมาขายเป็นทาสแบบนี้
“ข้ามีนามว่าเดซี่เจ้าค่ะนายท่าน” หญิงสาวผมสีเงินเป็นคนกล่าวต่อท่าทางของเธอนั้นไม่ได้เหมือนหญิงชาวบ้านทั่วไปแต่กลับมีท่าทางราวกับถูกฝึกฝนทักษะของกุลสตรีมาเป็นอย่างดี
“ส่วนข้ามีนามว่าไวท์ขอรับ” ชายผมสีขาวเทากล่าวต่อจากเดซี่แววตาของเขาราวกับบัณฑิตผู้มากประสบการณ์ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมีความสามารถในการวางกลยุทธ์และแผนการรบ
“ส่วนข้าซุนยินดีที่รับใช้นายท่านขอรับ” ซุนชายวัยกลางคนเผ่ามนุษย์ครึ่งปีศาจในชุดพ่อบ้านดวงตาของเขามีแว่นแยู่แต่มันชำรุดเสียหายเพราะโดนนายคนก่อนตบหน้าจนแว่นแตก
“สายตาของทุกคนในห้องยกเว้นรามจ้องมองไปยังหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไม่ได้เอ่ยขานนามของตนเองออกไป “นามของข้านายท่านคงรับรู้แล้ว ข้ามีนามว่าเอเลน่า เจ้าค่ะ”
“อืม…จะเอายังไงดีกับพวกเจ้าดีนะ” ดวงตาของรามจ้องมองทั้ง 5 ด้วยสายตาที่สนุกสนานก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เอาเถอะ ไหน ๆ ข้าก็ซื้อพวกเจ้ามาแล้ว ถึงแม้ข้าจะมีอายุที่น้อยกว่าแต่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนายของพวกเจ้า ข้าสัญญาว่าจะไม่กดขี่ข่มเหงพวกเจ้าไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไว้ที่เหลือกลับไปพูดคุยที่คฤหาสน์ของข้าก็แล้วกัน” รามกล่าวจบประตูห้องก็เปิดขึ้นพร้อมทั้งปรากฏชายที่ดูแลให้ความสะดวกรามทั้งในงานประมูลหรือแม้แต่เป็นธุระในการหาทาสให้รามเดินเข้ามาในห้อง
“นายท่านทาสที่นายท่านต้องการข้าจัดหาให้เรียบร้อยแล้วขอรับ”
“อืม ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่” รามกล่าวถามราคา
“ทาสทั่วไปจำนวน 50 คน คนละ 50 เหรียญเงิน ทาสต่อสู้จำนวน 20 คน คนละ 1 เหรียญทอง มี 4 คนที่เคยเป็นองครักษ์มาก่อน ราคาของทั้งสี่คนขึงสูงกว่าทาสต่อสู้ทั่วไป ตกคนละ 10 เหรียญทอง รวมราคาทาสทั้งหมดเป็น 81 เหรียญทองขอรับนายท่าน”
“อืม..หักจากในนี้ไปเลย ส่วนทาสรบกวนส่งไปยังคฤหาสน์ที่อยู่ทางเหนือด้วย” รามยื่นบัตรชำระเงินให้อีกฝ่ายไป
พนักงานหยิบบัตรอีกใบหนึ่งออกมา”เรียบร้อยแล้วขอรับ” รามรับบัตรคืนพร้อมกับเช็คยอดเงินเพื่อกันการโกงจากอีกฝ่าย เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วรามก็ขอตัวเพราะเขายังต้องไปจัดหาเสื้อผ้าให้เหล่าทาสของเขาและตัวเองด้วย
ไม่นานกลุ่มของรามก็เดินมางมาถึงร้านเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง “ยินดีต้อนรับนายท่านสู่ร้านแสงจันทร์เจ้าคะ” พนักงานของร้านเดินออกมาต้อนรับราม
“พอดีข้ามาเลือกชุดสำหรับตัวของข้าและเหล่าทาสน่ะ” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่สายตาของพนักงานอดแปลกใจไม่ได้แต่ก็ไม่ได้กล่าวถามออกไป
“ร้านของเราที่ชุดผ้าที่หลากหลายเชิญนายท่านเลือตามสบายเจ้าคะ” พนักงานกล่าวก็พารามเดินดูเสื้อผ้าโซนต่าง ๆ เมื่อพาชมเสร็จแล้วรามก็สั่งให้ทุกคนเลือกเสื้อผ้าคนละ 3 ชุดให้กับตัวเอง
เหล่าทาสของรามอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้เพราะว่าถึงจะมีกฏหมายคุ้มครองทาสแต่เหล่าทาสก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีอะไรมากมายแม้แต่เสื้อผ้ายังต้องสวมใส่ของเก่าที่นายไม่ใช้ น้อยคนนักที่จะใส่ใจทาสแบบราม
“ขอรับ/เจ้าค่ะนายท่าน” ทั้งหมดขานรับก่อนจะเดินไปเลือกชุดของตัวเองโดยพวกเขาจะเลือกชุดที่ถูกที่สุดเพื่อไม่ให้เปลืองเงินของราม
“เลือกเสร็จแล้วงั้นหรอ” รามที่นั่งอยู่หันไปมองอนาคินที่เลืองเสร็จเป็นคนแรก
“ขอรับนายท่าน” อนาคินตอบกลับรามด้วยความเคารพ
“แผลที่หน้าอยากจะรักษามั้ย” รามกล่าวถาม อนาคินชะงักไปเล็กน้อยดวงตาของเขาสั่นไหวเต็มไปด้วยความสับสนก่อนจะกล่าวตอบราม
“หากเป็นไปได้ข้าเองก็อยากจะรักษามันขอรับเพียวแต่ว่าแผลที่ใบหน้าของข้าไม่ได้เป็นเพราะอาการบาดเจ็บแต่เป็นเพราะคำสาปที่คน ๆ หนึ่งร่ายใส่ข้า” น้ำเสียงของอนาคินเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“หืม? แค่คำสาปกระจอก ๆ หึ” รามลองใช้เวทย์ตรวจสอบร่างกายของอีกฝ่ายก็พบว่าอีกฝ่ายโดนคำสาปจริงแต่มันก็เป็นเพียงแค่คำสาปชั้นต่ำเท่านั้น เพราะแบบนี้รามถึงมั้นใจว่าถอนมันได้แน่นอน
พรึ่บ! เปลวไฟสีขาวนวลปรากฏขึ้นบนมือของรา อนาคินจ้องมองเปลวไฟนั้นด้วยสายตาที่สับสนและหวาดกลัว “ไฟแห่งการชำระล้าง มันอาจจะเจ็บปวดเล็กน้อยช่วยอดทนหน่อยก็แล้วกัน” รามกล่าวจบก็เอาไฟดังกล่าวเข้าไปภายในร่างของอนาคินโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว
“อึก! อ้ากกก!!” อนาคินกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทันทีที่ไฟแห่งการชำละล้างเข้าไปภายร่างของอนาคินมันก็เริ่มทำงานทันที คำสาปที่อยู่ภายในร่างของอนาคินเมื่อรับรู้ได้ถึงภัยคุกคามมันพยายามที่จะหนีแต่ไฟแห่งการชำระล้างไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้มัน ไฟแห่งการชำระล้างเริ่มกระบวนการดูดกลืนและรักษาทันที
อนาคินที่ตอนแรกรู้สึกถูกเผาไหม้ในตอนแรกตอนนี้กลับรู้สึกถึงความอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างบอกไปถูก เขาเริ่มนั่งลงเพื่อดูดซับไฟดังกล่าวแน่นอนว่าไฟแห่งการชำระล้างไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย
ตูม! “เลื่อนแล้วข้าเลื่อนระดับแล้ว คำสาปที่ข้าต้องทุกข์ทรมารมาตลอดห้าปีมันหายไปแล้ว” อนาคินน้ำตาไหลพลาดพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สะอื้น
ตุบ! “ข้าอนาคิน ฟาร์เวล ขอติดตามรับใช้นายท่านจนกว่าชีวิตข้าจะดับสิ้น!” อนาคินคุกเข้าต่อหน้ารามพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพและจริงจัง ในชีวิตนี้ความภัคดีที่เขามอบให้จะมีแต่นายท่านตรงหน้าเขาเท่านั้น
“ลุกขึ้นสำรวจร่างกายดูว่ามีผิดปกติตรงไหนหรือไม่” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนออกไป อนาคินทำตามคำสั่งของรามก็พบว่าร่างกายของเขาฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนก่อนที่จะโดนคำสาปแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือระดับของเขานั้นได้เพิ่มขึ้นมาอย่างมาก
คนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ในตอนแรกพวกเขากังวลว่าชีวิตพวกเขาจะเป็นยังไงเมื่อพวกเขาต้องรับใช้คนที่อายุน้อยกว่า แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่านายของพวกเขาไม่ได้มองเพียงว่าพวกเขาเป็นทาสหากไม่แล้วจะรักษาให้อนาคินทำไม
“นายท่านพวกข้าก็เลือชุดเสร็จแล้ว” ซุนเป็นตัวแทนกล่าวกับรามแต่ละคนในตอนนี้มีชุดอยู่ในมือคนละสามชุด
“อืม ราคาทั้งหมดเท่าไหร่” รามหันไปถามพนักงานที่ดูแลเขาอยู่ซึ่งตอนนี้เธอตกตะลคงอ้าป้างค้างอยู่และเมื่อเธอได้ยินเสียงของรามเธอก็หลุดออกจากพะวังทันที
“อ่ะ เอ่อ….ทั้งหมดแล้ว 50 เหรียญทองค่ะนายท่าน”รามพยักหน้าก่อนยื่นเงินให้อีกฝ่ายไปก่อนจะพาทั้งหมดเดินออกจากร้านและตรงไปยังคฤหาสน์ที่เขาซื้อไว้ทันที
“ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์ของข้า” รามกล่าวยิ้มก่อนจะพาทุกคนเข้าไปภายในคฤหาสน์ เมื่อเข้ามาภายในก็พบกับทาสทั้ง 70 คนที่รามซื้อมาทุกคนมีโซ่ใส่ที่คอบ่งบอกถึงสถานะที่ต่ำต้อยของพวกเขา รามเดินไปยังบันไดที่เป็นทางขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ก่อนจะกวาดตามองเหล่าทาส
“ข้ามีนามว่าราม เป็นนายของพวกเจ้าทุกคนสถานที่แห่งนี้คือบ้านของพวกเจ้าข้าไม่สนว่าใครจะเคยทำผิดหรือเลวทรามแค่ไหน แต่อยู่ที่นี้ต้องเชื่อฟังหัวหน้าของพวกเจ้า คนที่เคยเป็นองครักษ์ก้าวขึ้นมา!”