Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 67 ความภักดี [II]
สิ้นเสียงของรามสี่คนที่เคยเป็นองครักษ์มาก่อนก้าวออกมาข้างหน้าแม้ดูแล้วเหมือนจะมีระเบียบไม่หวั่นเกรงใครแต่ภายในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัดคนที่เคยเป็นองครักษ์มาก่อนมีด้วยกันสี่คนเป็นชายทั้งหมด
“ไม่ต้องกังวลข้าแค่เพียงต้องการมอบหมายงานเท่านั้น ทั้งสี่คนจะรับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยคฤหาสน์แห่งนี้ก็เท่านั้น” รามกล่าวกับทั้งสี่ไป
“พวกข้าจะตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ขอรับ” ทั้งสี่คนคุกเข่าลงข้างหนึ่งก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ดี ส่วนนี้คืออาวุธและชุดเกราะที่พวกเจ้าต้องใช้ จำไว้ให้ดี ข้าไม่เก็บคนเลี้ยงไม่เชื่องเอาไว้แม้จะมีตราทาสแต่ก็ตาม” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะเอาดาบและชุดเกราะออกมามันเป็นสิ่งที่รามสร้างไว้นานแล้วถามว่าทำไมถึงเอาให้ง่าย ๆ แบบนี้ เพราะถึงแม้รามจะเก็บไว้มันก็รกคลังช่องเก็บของอยู่ดี สู้เอาออกมาให้คนของตัวเองไม่ดีกว่าหรอ
ทั้งสี่คนรับอาวุธและชุดเกราะด้วยมือที่สั่นเทา คนอื่น ๆ โดยเฉพาะทาสต่อสู้สายตาต่างเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง พวกเขาต่อสู้มาทั้งชีวิตการที่มีอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพวกเขาได้อย่างมาก
“นายท่าน ของพวกนี้…” หนึ่งในสี่คนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ต่ำต้อย ของพวกนี้มันดีเกินไป เกินกว่าที่พวกเขาจะรับมันได้ เพียงแค่ความเงางามและพลังที่แผ่ออกมาแล้วพวกเขารับรู้ได้เลยว่าหากนำไปขายย่อมมีราคาไม่ต่ำกว่า 5,000 เหรียญทองอย่างแน่นอน
“ข้ามอบให้เพื่อให้พวกเจ้าเพิ่มความแข็งแกร่งกับตัวเอง ห้ามเอ่ยปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และที่สำคัญอย่าคิดว่าตนเองได้รับหน้าที่เป็นองครักษ์ดูแลความปลอดภัยในคฤหาสน์แล้วจะใช้อำนาจตามใจชอบได้ อนาคินก้าวออกมา”
“ขอรับนายท่าน” อนาคินคุกเข่าต่อหน้ารามเตรียมรับคำสั่ง
“ข้าจะให้เจ้าเป็นหัวหน้าพวกเขาทั้งสี่ ทั้งสี่คนจะอยู่ภายใต้คำสั่งของเจ้าจำไว้หากลูกน้องผิดหัวหน้าก็ต้องผิดด้วยเจ้าเต็มใจรับหน้าที่นี้หรือไม่?”
“ข้าเต็มใจรับทำหน้าที่นี้อย่างสุดความสามารถขอรับ!” อนาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแววตาเต็มไปด้วยความเคารพ
“ดีมากไว้ข้าจะสร้างอาวุธและชุดเกราะที่เหมาะสมกับเจ้าให้ เอาละต่อไป ซุนและเดซี่ก้าวออกมา” อนาคินที่ได้ยินใจของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นก่อนจะลุกขึ้นและไปรวมกับสี่คนที่รามพึ่งแต่งตั้งพวกเขา
“ขอรับ/เจ้าคะนายท่าน” ทั้งสองคนคุกเข่าต่อหน้าราม
“อาจจะเป็นงานที่เหมือนไม่ดีเท่าไหร่แต่ข้าอยาก็ให้พวกเจ้าเป็นหัวหน้าพ่อบ้านและเมดประจำคฤหาสน์แห่งนี้ ทาสทั่วไปทั้งหมด 50 คนข้ามอบหมายให้พวกเจ้าดูแลทั้งหมด”
“พวกข้าจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ขอรับ/เจ้าคะ”
รามพยักหน้าก่อนจะหันไปยิ้มกับเหล่าทาสทั้ง 50 คน “ไม่ต้องกลัวหรอก ข้าสัญญาพวกเจ้าจะได้รับอาหารสามมื้อครบถ้วน หากใครมีบุตรและครอบครัวข้าอนุญาตให้พวกเขาเข้ามาทำงานกับข้าได้ หากใครมีความสามารถเวทย์หรือพลังกายที่สูงข้าจะส่งเสริมพวกเขาด้วยเช่นกัน” คำกล่าวของรามสร้างแรงสะเทือนไปทั่วทั้งห้องโถงคฤหาสน์เป็นอันเข้าใจว่าบางคนต้องขายตัวเองเพื่อนำเงินไปเลี้ยงลูกเลี้ยงภรรยาของพวกเขาเอง
“”พวกข้าสัญญาจะจงรักภักดีต่อนายท่านตลอดไปขอรับ/เจ้าคะ!!”” ทั้ง 50 คนรู้สึกไปในทางเดียวกันคือคงไม่มีนายคนำหนที่ห่วงใยทาสแบบนายท่านตรงหน้าเขาอีกแล้ว
“เอาเถอะ ไว้พวกเจ้าค่อยไปพาครอบครัวเข้ามาในคฤหาสน์ก็แล้วกันแต่ตอนนี้ข้าอยากรู้ว่าใครมีความสามารถในการทำอาหารบ้างก้าวออกมา!” สิ้นเสียงของรามมีคน 5 คนเดินออกมาข้างหน้าหนึ่งในนั้นมีหัวหน้าพ่อบ้านซุนด้วย
“ดี ทั้ง 5 คน ตามข้ามาที่สวน ส่วนพวกเจ้างานแรกที่จะให้ทำคือการทำความสะอาดคฤหาสน์ให้เรียบร้อย” รามกล่าวก็จบก็เอาอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาให้สำหรับคนที่ไม่สามารถใช้เวทย์ได้ (เดี๋ยว! เอ็งจะเอาของออกมาเป็นกระเป๋าแมวสีฟ้าไม่ได้นะเฟ้ย!!//ลุงเซ็น)(แล้วไงก็คนมันเตรียมพร้อมนี่หว่า//น้องราม)
หลังจากที่มอบหมายงานแล้วรามก็พาทั้ง 5 คนออกมายังสวนการเลี้ยงอาหารคนเกือบ 80 ชีวิตนั้นไม่ง่ายเลย รามยืนอยู่พร้อมครุ่นคิดในใจว่าจะทำเมนูอะไรดี “นายท่าน นายท่านจะทำอะไรงั้นรึขอรับ” พ่อบ้านซุนที่เห็นรามยืนอยู่นานแล้วก็กล่าวถามด้วยความสงสัยเพราะคนอื่น ๆ ต่างตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดกันอย่างขะมักเขม้นแต่มีแค่พวกเขา 5 คนเท่านั้นที่ถูกเรียกออกมา
“หืม? อ๋อก็แค่จะทำอาหารเลี้ยงพวกเจ้าก็เท่านั้นเองตอนนี้กำลังคิดเมนูอยู่”รามกล่าวตอบซุนไป
“ไม่เห็นต้องลำบากนายท่านเลยขอรับ พวกข้าเป็นทาสของนายท่านมีหน้าที่ดูแลนายท่านไปจนตายไม่จำเป็นต้องให้นายท่านมาทำอะไรที่ลำบากแบบนี้เลยขอรับ” หนึ่งในทาสที่สามารถทำอาหารได้กล่าวกับรามด้วยน้ำเสียงที่ตื้นตันเ
“เห้อ~ บอกตามตรงข้าไม่ได้อยากแสดงท่าทางขึงขังแบบนั้นกับพวกเจ้าหรอกนะ แต่ในเมื่อข้าเป็นนาย คำว่านายเหนือของพวกเจ้าคือการที่ข้าต้องแบกรับชีวิตของพวกเจ้าทั้งหมดไว้แม้ใครจะไม่เห็นค่าชีวิตพวกเจ้าแต่ข้านั้นไม่เหมือนกับพวกนั้น ข้าไม่อาจปกครองได้ด้วยความหวาดกลัวกับพวกเจ้าได้ เรื่องแค่นี้สำหระบข้าแล้วมันเล็กน้อยเท่านั้น” รามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกับทาสทั้ง 5 คน รอยยิ้มอบอุ่นนั้นได้ตราตรึงเข้าไปในจิตใจของทาสทั้งห้าที่ติดตามรามออกมาเรียบร้อย พร้อมทั้งคิดว่าจะมีนายคนไหนที่คิดแบบนี้กับทาสบ้าง ไม่มี! นอกจากคนตรงหน้าพวกเขา
“เอาละข้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอะไร” รามกล่าวจบก่อนเอามือวางไว้ที่ดินก่อนที่มันจะขึ้นมาเป็นรูปร่างโต๊ะหินสำหรับทำอาหารและเตาสำหรับย่างเนื้อ ต่อมาก็ใช้เวทย์ไม้สร้างถ้วยออกมาให้ครบตามจำนวนคน ทั้งห้าคนเมื่อเห็นการควบคุมเวทย์ของนายตัวเองนั้นก็อดที่จะตื่นตะลึงไม่ได้ บอกได้เลยว่าการใช้เวทย์สร้างสิ่งของนั้นยากกว่าการร่ายเวทย์โจมตีเป็นพันเท่า! แต่ว่านายท่านของพวกเขาสามารถทำได้อย่างง่ายดายแบบนี้นั่นแสดงว่านายท่านต้องมีความเข้าใจเวทย์ระดับสูงแน่ ๆ
“เอาละต่อไปก็เนื้อกับเครื่องปรุงสินะ” ตึง! เสียงร่างของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ว่างอยู่บนโต๊ะรวมทั้งเครื่องเทศที่ใช้ในการหมักและผักเครื่องเคียงด้วย
“นะ นั่นมันสัตว์อสูรระดับราชา!!” เสียงของซุนดังขั้นด้วยความตื่นตะลึง วันนี้นายของมันจะให้เขาตายหรือยังไงถึงทำเรื่องน่าตกใจแบบนี้ตลอดเวลา!!
“โอ้? รู้จักมันด้วยรึ ช่างเถอะยังไงมันก็แค่อาหารของพวกเจ้าเท่านั้น” รามนำมีดออกมาก่อนจะแตะไปที่ร่างของสัตว์อสูรตัวนั้น ฉึบ! รามเริ่มแล่เนื้ออย่างชำนาญจนในที่สุดก็ได้เนื้อเกือบ 50 Kg. ยังไม่รามส่วนของเครื่องในต่าง ๆ ด้วย
“เอาละต่อไปข้าจะสอนพวกเจ้าทำเนื้อย่างที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน” รามหันไปกล่าวกับทั้ง 5 ตนด้วยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มสอนตั้งแต่การหมักและการย่างโดยที่รามสอนนั้นคือการย่างสเต็กนั่นเองและอีกอย่างรามก็ได้สอนถึงพืชผักที่สามารถบริโภคได้ไปในตัวด้วย