Life of Two World:ชีวิตสองโลก - ตอนที่ 80 ดันเจี้ยนชูรีม่า [IX]
[ยังไม่ได้เหลาคำ+ตรวจคำผิดเน้อ]
สิ้นเสียงของกษัตริย์อาเซีย วงแหวนเวทย์นับพันก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง รามเปลี่ยนอาวุธของเขาจากปืนมาเป็นการป้องกันทันที รามเรียกโล่ที่ทำจากแร่สกายฟาร์ ที่มีคุณสมบัติดูดซับพลังเวทย์ได้ทุกชนิด
“แสงแห่งการพิพากษา!” อาเซียกู่ร้องคำรามพร้อมกับเส้นแสงนับล้านปล่อยออกมาจากวงแหวนเวทย์ด้านหลังของมัน
“ผู้พิทักษ์แห่งขุนเขา!!” รามเองก็ไม่แพ้กันเรียกใช้สกิลป้องกันหนึ่งในสามที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ป้องกันพวกแอเรียลและไพร์คที่เคลื่อนตัวเข้ามาหลบหลังของราม
ตูม ตูม เสียงการปะทะกันระหว่างเวทย์โจมตีของกษัตริย์อาเซียกับการป้องกันที่แม้แต่ลมหายใจมังกรยังตัดผ่านไม่ได้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณโถง ฝุ่นควันฟุ้งกระจากไปทั่วบริเวณบดบังทัศนวิสัยโดยรอบ
ไพร์คกระโดดออกมาจากม่านควันที่เกิดจากฝุ่นพร้อมดาบของเขาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงทมิฬ “ผ่าพิภพ!!” ไพร์คตวัดดาบใส่ร่างของอาเซียอย่างรวดเร็ว อาเซียก็สมกับเป็นกษัตริย์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งชูรีม่าเขาว่ามารถหลบสกิลนั้นได้อย่างสบาย ๆ รามที่รอบอยู่แล้วอีกฝั่งพุ่งเข้าชาร์จอีกฝ่ายทันทีพร้อมกับใช้สกิลดาบคู่ของเขาฟันใส่อาเซีย “สองประสาน!”
อ้ากกก อาเซียแม้จะหลบพ้นแต่ทว่ามันก็ต้องสังเวยมือข้างซ้ายให้กับราม ยังไม่ทันท่อาเซียจะได้พักไพร์คก็เข้ามารับช่วงต่อทันที แม้จะเหลือมือเพียงข้างเดียวแต่ฝีอดาบของอาเซียก็ยากที่จะคาดเดาเช่นกัน
ทั้งรามและไพร์คต่างทุ่มทั้งหมดเพื่อจัดการอาเซียลงให้ได้ส่วนแอเรียลเองก็ทำหน้าที่ซับพอร์ตอย่างดีเยี่ยมโดยใช่ทั้งเวทย์เสริมพลังและความเร็วให้กับรามและไพร์คอย่างต่อเนื่อง อาเซียที่ในตอนแรกยังเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบแม้ว่าจะถูกรุมก็ตามแต่เมื่อเวลาผ่านไปการแะทะกันยิ่งรุนแรงมากขึ้น พลังเวทย์และพลังกายของอาเซียนั้นก็เริ่มถดถอยลงไปเรื่อย ๆ
‘ทำไมเจ้าพวกนี้ประสานกันดีเยี่ยงนี้!’ อาเซียในตอนนี้เริ่มเหงื่อตกหลังจากที่ตั้งรับและตอบโต้ไปมากกว่าหมื่นกระบวนท่ารวมถึงเวทย์มนต์อีกหลายบทแต่ก็ไม่สามารถจัดการกลุ่มเด็กตรงหน้าเขาได้เลยแม้แต้น้อยทั้งยังไม่เห็นอีกฝ่ายจะหมดแรงง่าย ๆ เว้นเพียงแต่หญิงสาวนักเวทย์ที่เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมา อาเซียใช่ว่าจะไม่พยายามเล็งไปที่จุดอ่อนของอีกฝ่าย แต่เขาไม่สามารถเข้าถึงตัวของหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มนั้นได้
ตูม! อาเซียโดนปลายเท้าของรามเตะเข้ากลางอกจนกระเด็นไปติดกำแพงก่อนที่ร่างของอาเซียจะกระอักเลือดออกมา “อัก! เหอะ! ไม่คาดคิดว่าพวกเจ้าจะสามารถทำให้ข้าหมดสภาพได้ขนาดนี้” อาเซียยิ้มขมขื่นจ้องมองไปยังราและไพร์คด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย
“ท่านแพ้แล้ว แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าหากข้ารับมือกับท่านเพียงคนเดียวคงเป็นข้าที่ต้องพลาดพลั้งจบชีวิตลงเป็นแน่” ไพร์คเอาดาบจ่อที่ของอาเซีย พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียวที่เคารพอีกฝ่าย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ช่างนำขำยิ่งนักแพ้งั้นรึ? ตายภายใต้คมดาบของข้างั้นรึ? ช่างเป็นเรื่องที่ชวนหัวยิ่งนัก” อาเซียหัวเราะออกมาก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้าง ๆ หูของไพร์คให้ได้ยินเพียงสองคน
ไพร์คที่ได้ยินแววตาก็เปลี่ยนไปก่อนจะนำดาบของเขาแทงที่ขั่วหัวใจของอาเซีย ส่วนอาเซียเองก็มองไพร์คด้วยรอยยิ้มก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นทรายสลายหายไป คงเหลือไว้เพียงโครงกระดูกร่างหนึ่งเท่านั้น
ไพร์คเก็บดาบของเขาพร้อมทั้งจ้องมองร่างโครงกระดูกนั้นด้วยแววตาที่เฉยชาก่อนจะก้มหยิบของดรอปที่มีเพียงชิ้นเดียวขึ้นแล้วตรงไปยังจุดที่แอเรียลนั่งพักอยู่ “เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” รามกล่าวถามอีกฝ่าย
“อ่าห์ เรียบร้อยแล้ว พวกเราควรออกจากดันเจี้ยนได้แล้วนี่เราก็ลงมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว อันนี้ข้าคิดว่าน่าจะเหมาะกับเจ้านะแอเรียล ” ไพร์คกล่าวกับรามก่อนจะยื่นแหวนวงหนึ่งให้แอเรียล รามลองใช้สกิลตรวจสอบก็พบว่ามันเป็นของดีใช้ได้
[แหวนแห่งสกอเปี้ยน]
ระดับไอเทม: สีรุ้ง
รายละเอียด: หนึ่งใน 12 แหวนแห่งดวงดาว มอบพรคุ้มกันให้ผู้สวมยามเมื่อตกอยู่ในอันตราย มีระยะเวลาคูลดาวน์ 1 วัน ฟื้นฟูพลังเวทย์ให้ผู้ใช้ 1000 หน่วย/0.5วินาที (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ข้อควรระวัง: หากไม่ทำพันธะสัญญาโลหิตสามารถแย่งชิงได้
“ทำสัญญากับมันซิ” รามที่ได้ลองอ่านแล้วก็บอกให้แอเรียลทำพันธะสัญญากับมันซะ หากให้เทียบระหว่างไพร์ค ตัวของรามเองและแอเรียลนั้น แอเรียลถือว่าอ่อนแอที่สุดในกลุ่มเลยก็ว่าได้ ส่วนไพร์คไม่ใช่รามไม่รู้ว่าตัวของสหายคนนี้นั้นใช่ว่าจะธรรมดาเสียที่ไหน แต่ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเพื่อนแล้วรามก็จะไม่เข้าไปยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตัวเอง ไพร์คเองก็ไม่ต่างกัน เพราะรามคิดแบบนี้เขาจรึงไม่กล่าวถามอะไรออกไปก็เท่านั้น
แอเรียลที่ได้ยินรามกล่าวก็พยักหน้ารับก่อนจะใช้มีดกรีดที่ปลายนิ้วเล็กน้อยพร้อมกับเลือดหนึ่งหยดตกกระทบใส่แหวน ไม่นานแหวนก็เปร่งแสงออกมาเป็นอันบ่งบอกว่าการทำสัญญาเสร็จสิ้น
“เอาละข้าว่าพวกเาาควรออกไปยังโลกภายนอกได้แล้วมั้ง” รามกล่าวก่อนจะพากันเดินไปด้านหลังบัลลังก์ที่โครงกระดูกนั่งอยู่ มันเป็นทางลากยาวผ่านไปยังห้อง ๆ หนึ่ง ภายในห้องนั้นมีวงเวทย์อยู่หนึ่งวงซึ่งรามมั่นใจได้ว่ามันเป็นวงเวทย์เคลื่อยย้ายแน่นอน ทั้งสามคนเดินเข้าไปภายในวงเวทย์ก่อนที่จะมีแสงสีฟ้าสาดส่องพร้อมกับร่างของทั้งสามคนค่อย ๆ จางหายไปจากชั้นดังกล่าว
ทั้งสามคนปรากฏขึ้นที่หน้าวิหารแห่งหนึ่งภายในเมือง “ที่นี่ที่ไหนพอรู้หรือไม่แอเรียล” รามกล่าวถาม
“วิหารนักบวชน่ะ ว่าแต่พวกนายไปพักที่คฤหาสน์ของฉันก็ได้นะจะได้ไม่เปลืองเงิน” แอเรียลตอบคำถามราพร้อมกล่าวชวนทั้งสองคนให้ไปพักที่คฤหาสน์เจ้าเมืองแน่นอนว่าทั้งรามและไพร์คกล่าวปฏิเสธอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังเดินไปส่งแอเรียลถึงคฤหาสน์
“ยินดีต้องรับกลับขอรับคุญหนู” เมื่อเดินมาถึงหน้าคฤหาสน์เจ้าเมือทหารท่าเฝ้าหน้าประตูก็กล่าวทำความเคารพแอเรียลทันที
“พวกข้าส่งเจ้าเพียงเท่านี้นะ ข้ากับเจ้ารามขอตัวไปดื่มก่อน”ไพร์คกล่าวลาแอเรียลด้วยรอยยิ้มพร้อมกอดคอราม
“ก็ตามนั้น พอดีพวกข้ามีไปดวลเหล้ากันน่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะ” รามกล่าวเสริมแอเรียล
“เห้อ~ พวกนายเนี่ยน้า~ อย่าดื่นหนักล่ะโดยเฉพาะนายไพร์ค ถ้าเมาจนถูกจับขึ้นมาฉันไม่ช่วยนะขอบอกไว้เลย” แอเรียลกล่าวด้วยความขบขันเล็กน้อย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ๆ ไม่หรอกน่าข้าก็อยู่ทั้งคน” รามกล่าวพร้อมทุบอกตัวเอง จากนั้นทั้งหมดก็แยกย้านกันโดยไะร์คและแเรียลไม่ได้เดินไปยังร้านเหล้าหรือร้านอาหารหรือโรงแรมที่พักแต่อย่างใด แต่พวกเขามุ่นหน้าออกนอกเมืองไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้
“ตรงนี้ก็คงไม่มีใครมาถึงแล้วละนะ” รามกล่าวพร้อมมองรอบ ๆ ที่มีแต่ทะเลทราย
“นั่นซินะ มันเหมาะจริง ๆ ที่จะเปิดอกคุยกันอย่างลูกผู้ชาย” ไพร์คกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกแต่ภายในน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว
“มาดื่มกันก่อนไหม ไพร์ค ไม่ซิ จอมมารแห่งทวีปปีศาจ ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่”
========
** มาแล้ววววว บอกแล้วว่าถ้าหายไปนานไม่ต้องห่วยติดนิยายที่ซื้อมาจากงานหนังสือ เจอกันตอนหน้าครับ