Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,000 บรรลุวิถีขั้นใหญ่, เขตแดนดอกบัวคราม
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,000 บรรลุวิถีขั้นใหญ่, เขตแดนดอกบัวคราม
ชือหวงพร้อมที่จะช่วยเหลือหลินหมิงทุกเมื่อ แต่หลินหมิงกลับยังคง
ทนอยู่ต่อไปได้อีกถึง 2 ชั่วธูป สิ่งนี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก เพียง
เพราะมีพลังเจตจำนงทนรับความเจ็บปวด แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า
ร่างกายของพวกเขายังสามารถทนได้เช่นกัน ถ้าบางคนเพิ่มพลังเจตจำนง
ผลักดันขีดจำกัดแต่ร่างกายของพวกเขาไม่สามารถตามได้ทัน พวกเขาก็
จะหมดสติไปทันที่
แต่หลินหมิงกลับไม่มีสถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น นี่เป็นเพราะร่างกาย
ของเขาทนทานมากพอ เมื่อครั้งล่าสุดท้ายที่เขาทะลวงขั้นทำลายชีวิต
ร่างกายของเขาได้รับการเสริมด้วยพลังเพลิงและความเข้ากันได้ของเขา
กับกฎแห่งเพลิงก็สูงขึ้นมากแล้วเช่นกัน และเขายังบ่มเพาะคู่อยู่แล้วอีก
ด้วย แม้แต่ร่างกายของผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ก็ยังจะไม่สามารถเปรียบเทียบ
กับหลินหมิงได้
“ใช่แล้ว สหายผู้เยาว์คนนี้บ่มเพาะคู่ ดังนั้นขีดจำกัดของร่างกายเขา
จึงมากกว่าบรรดานักสู้ทั่วไป เหลือเชื่อ มันได้กินเวลาไปถึง 5 ชั่วธูปแล้ว
เท่าที่ข้ารู้ มันไม่มีใครสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ เจตจำนงที่น่าเกรงขาม
รากฐานที่แข็งแกร่ง การบ่มเพาะร่างกายและพลังงาน ทั้งสองอย่างนี้เป็น
ปัจจัยที่ขาดไม่ได้และจำเป็น ต้องใช้ร่วมกัน พวกมันจึงทำให้เขาสามารถ
บรรลุมาถึงขั้นนี้!
“ในช่วง 2 ชั่วธูปก่อนหน้า ความเข้าใจของหลินหมิงเกี่ยวกับกฎแห่ง
เพลิงมีแนวโน้มว่าจะมากกว่าสิ่งที่เขาได้รับในช่วง 15 นาทีแรก!”
ขณะที่ชือหวงกำลังครุ่นคิด ครึ่งชั่วโมงเต็มก็ได้ผ่านไปแล้ว พลังงาน
สะสมอยู่ภายในร่างกายของหลินหมิงอย่างต่อเนื่องเช่นภูเขาไฟที่พร้อมที่
จะระเบิดขึ้นได้ทุกขณะ ร่างกายของเขามีพลังงานที่น่าสะพรึงกลัว และ
ตอนนี้มันกำลังใกล้จุดที่จะเกิดการปะทุ!
เมื่อสัญลักษณ์ของกฎสุดท้ายทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรของหลินหมิง มัน
ก็กลายเป็นดั่งชิ้นส่วนสุดท้าย ร่างกายหลินหมิงก็สั่นสะท้านและปราณแท้
ปกป้องร่างของเขาก็แตกสลายอย่างสิ้นเชิง!
ถ้าพลังงานเพลิงต้นกำเนิดนี้ปะทะกับร่างกายของเขาแล้ว แม้แต่
หลินหมิงก็จะอยู่ในสภาพกึ่งตาย และถ้าเขายังดำเนินเช่นนี้ต่อไปอีกแล้ว
ร่างกายของเขาก็จะถูกเผาไหม้ไปเป็นเถ้าถ่าน!
“ฮ่าๆ เด็กน้อย ในที่สุดเจ้าไม่สามารถทนต่อมันได้ ถ้าเจ้ายังคงยืน
หยัดต่อไปแล้วจะเป็นอย่างไร? แน่นอนว่าข้าคงไม่รู้สึกดีกับมันนัก” ชือห
วงยิ้มอย่างชั่วร้าย แต่ในขณะที่เขากำลังจะช่วยหลินหมิง เขาก็ต้องหยุด
การเคลื่อนไหวของเขาลง พลังงานที่เต็มไปด้วยวิถีแห่งการรังสรรค์ซึ่งเขา
ได้เตรียมไว้ล่วงหน้าก็ได้ชะงักลง
“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้น?”
ดวงตาของชือหวงเบิกกว้างขึ้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าพลังแห่งเพลิงที่
บ้าคลั่งและรุนแรงซึ่งจู่โจมเข้าสู่ร่างกายหลินหมิงกลับถูกระงับโดยพลัง
ลึกลับบางอย่าง แม้ว่าลักษณะของพลังลึกลับนี้จะเลือนรางและอ่อนแอ
แต่ก็ยังมีบรรยากาศที่กว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดซึ่งดูเหมือนจะมีแหล่งกำเนิด
กฎของเต๋าอันยิ่งใหญ่ ทำให้ชือหวงรู้สึกทึ่ง พลังลึกลับนี้ทำให้เขาเกิด
ความรู้สึกกลัว
ความกลัวนี้เหมือนกับความทรงจำที่ฝังลึกเข้าไปแก่นสารของชือหวง
ในฐานะที่เป็นจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์เขามีสัญชาตญาณของการจำนนต่อ
กฎเพลิงแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่
“พลังนี้… มันคืออะไรกัน?”
…..
ขณะที่ชือหวงกำลังตกใจ การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นกับพลังงาน
เพลิงต้นกำเนิดที่รุนแรงภายในร่างกายหลินหมิง เดิมที่ ความแข็งแกร่ง
ของหลินหมิงและในสถานการณ์ที่เขาไม่มีที่พึ่งนั้น มันก็ไม่มีทางใดที่เขา
จะทนต่ออุณหภูมิแผดเผาของพลังเพลิงภายในนรกแห่งเปลวเพลิงได้
แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถก็ตาม
แต่หลังจากเขาทำความเข้าใจกฎเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงแล้ว มันได้มี
การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเกิดขึ้นกับต้นอ่อนเทพทรราชภายในร่างกาย
หลินหมิง หลังจากร่างกายของเขาถึงขีดจำกัดและไม่สามารถทนต่อ
ผลกระทบจากพลังงานเพลิงต้นกำเนิดได้อีกต่อไป หลินหมิงก็ได้จมดิ่งลง
สู่ต้นอ่อนเทพทรราชและถ่ายเทพลังงานเพลิงต้นกำเนิดเข้าไปในต้นอ่อน
เทพทรราช
ในขณะนั้น ต้นอ่อนเทพทรราชสว่างไสวด้วยแสง ส่องแสงสีทอง ราว
กับว่าเป็นต้นโพธิ์สีทองที่นิพพานอยู่ภายในทะเลแห่งเปลวเพลิง พลังงาน
เพลิงที่สะสมอยู่ภายในร่างกายของเขาถูกดูดซับโดยต้นอ่อนเทพทรราชใน
ลมหายใจเดียวเท่านั้น จากนั้น ที่ยอดของต้นอ่อนเทพทรราช ใบอ่อนใหม่
ได้ค่อยๆเหยียดออก มีใบสีครามเล็กๆค่อยๆคลี่ออก เต็มไปด้วยสีที่ลึกล้ำ
และดึงดูดสายตา จากนั้น ใบเหล่านี้ก็แผ่เป็นวงกลม และมีรูปร่างคล้าย
ดอกบัวครามเล็กๆ
มันเป็นใบบัวคราม!
หลินหมิงเข้าใจทันทีว่าใบเล็กๆเหล่านี้ที่เติบโตขึ้นนั้นมาจากต้นอ่อน
เทพทรราชจะเป็นใบเดียว พวกมันเป็นตัวแทนของการได้เข้าใจกฎในนรก
แห่งเปลวเพลิง และยังเป็นตัวแทนของความสำเร็จขั้นใหญ่ของวิถีแห่ง
การรังสรรค์!
เมื่อถึงจุดนี้ ต้นอ่อนเทพทรราชจึงได้มี 6 ใบแล้ว 3 ใบเป็นสายฟ้า
และอีก 3 ใบเป็นเพลิง จากทั้ง 3 ใบเพลิง หนึ่งถูกสร้างขึ้นจากการงอก
ของเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช มันมีรูปร่างเหมือนหัวใจสีแดงเข้ม ใบที่ 2
เกิดขึ้นหลังจากการดูดซับเสี้ยวของกฎจากแผ่นศิลาที่ถูกทิ้งไว้โดยเซียว
เต๋าจี๋ มันมีลักษณะเหมือนดั่งตราประทับหยกจักรพรรดิสี่เหลี่ยมทองคำ
แดง ตอนนี้ ใบที่ 3 เป็นใบสีฟ้าที่มีลักษณะเป็นดอกบัวคราม
ทั้งสามใบเพลิงช่วยเสริมกันและกัน กลืนกินพลังงานเพลิงต้นกำเนิด
ภายในร่างกายหลินหมิงอย่างต่อเนื่อง ในไม่ช้า ความรุนแรงที่เกิดจาก
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดในร่างกายของเขาถูกกวาดล้าง แต่ยังไม่จบเท่านี้!
ต้นอ่อนเทพทรราชยังดูดซึมไม่อิ่มหน่ำ ดังนั้นมันจึงเริ่มกลืนกินพลังงาน
เพลิงโดยรอบหลินหมิง วังวนสีแดงเกิดขึ้นรอบตัวหลินหมิงขณะที่พลังงาน
เพลิงต้นกำเนิดถูกกลืนหายไป!
เพราะหลินหมิงหยุดอยู่ที่ระยะ 10,000 ไมล์คนเดียว ดังนั้นจึงมี
เพียงชือหวงที่เห็น ถึงกระนั้น ชือหวงก็ยังตกใจถึงจุดที่เขาเองก็ยังพูดไม่
ออก “นี่มัน… มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แม้ว่าความเข้มข้นทางสายเลือด
ของเด็กน้อยผู้นี้จะขาดไปมาก แล้วเขาสามารถมีความเข้ากันได้สูงกับ
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดได้อย่างไร? นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามายังนรกแห่ง
เปลวเพลิง แล้วเขาสามารถสร้างความก้าวหน้าถึงเพียงนี้ได้อย่างไร เขา
ทำสิ่งใดจึงสามารถบรรลุถึงความสำเร็จที่ไร้สาระเช่นนี้ได้?”
แม้ว่าชือหวงจะมีประสบการณ์และความรู้มากมาย แต่เขาก็ยังไม่
สามารถอธิบายได้ถึงปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของหลินหมิง
ร่างของหลินหมิงดูเหมือนจะมีพลังที่ไม่สามารถจินตนาการได้ และด้วย
การยืมพลังของนรกแห่งเปลวเพลิง เขาได้เข้าสู่ภาวะรู้แจ้งทันทีและเริ่มที่
จะดูดซับพลังงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อสร้างความก้าวหน้า!
แม้ว่าชือหวงได้อาศัยอยู่มาหลายหมื่นปีแล้วก็ตาม ปราณเทพทรราช
คลั่งก็ยังเป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจของเขาอยู่ดี ไม่ว่าอย่างไร ชือหวงเป็น
เพียงจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ เขาย่อมไม่เคยสัมผัสกับสิ่งที่อยู่ในระดับของ
ราชันสวรรค์ และปราณเทพทรราชคลั่งก็ยังเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ!
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพอาจจะเกิดมาเพียงทุกๆล้านปีหรือหลายล้านปี
หรือนานกว่านั้น!
นอกจากนี้ หลังจากพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพบางอย่างถูกสร้าง พวกมัน
ก็จะสูญหายไปตามกาลเวลาอย่างช้าๆ ตัวอย่างเช่นปราณเทพทรราชคลั่ง
ถ้าปราณเทพทรราชคลั่งไม่ได้รับช่วงต่อโดยบังเอิญจากผู้อาวุโสสูงสุดแห่ง
แดนเทวะขณะที่เขากำลังสำรวจซากของเทพปีศาจ และหากหลินหมิง
ไม่ได้รับเสี้ยววิญญาณของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งแดนเทวะที่ตกตายมา มันก็
อาจจะสูญหายจากจักรวาลชั่วนิรันดร์
เป็นการยากที่จะหาพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพแม้แต่ในทั่วทั้งแดนเทวะ
แต่ละอย่างเป็นพลังเหนือธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงโลกและสวรรค์ได้ มัน
สามารถอนุมานได้จากเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิด หลินหมิงเองก็ยัง
ได้มาเพียงหนึ่งในสามของเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิด แต่ก็ยังสามารถ
เพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขาได้อย่างมหาศาลแล้ว ดังนั้นจึงมิ
ต้องกล่าวถึงระดับสมบูรณ์
และปราณเทพทรราชคลั่งก็ยิ่งเหนือกว่าเจตจำนงแห่งนักสู้แรก
กำเนิดที่สมบูรณ์ด้วยซ้ำ!
ในช่วงเริ่มต้นของการเดินทางของหลินหมิงบนเส้นทางแห่งนักสู้ เขา
มีปราณเทพทรราชคลั่งแต่ถึงกระนั้น ความเข้าใจของเขาก็เป็นจุดอ่อน
เสมอ
ความเข้าใจของหลินหมิงอาจได้รับการพิจารณาว่าดีที่สุดเท่าที่จะทำ
ได้แล้ว แต่เมื่อเทียบกับผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของแดนเทวะ ความเหลื่อมล้ำ
นี้ก็ยิ่งใหญ่มากเกินไป นี่คล้ายกับการมีสมบัติแต่ไม่สามารถใช้ได้
แต่ตอนนี้ โดยการพึ่งพาจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิด หลินห
มิงสามารถเปิดประตูแห่งการเปิดได้อย่างสมบูรณ์ นี่เป็นความสำเร็จที่ไม่
มีอัจฉริยะคนใดในแดนเทวะสามารถเทียบได้ ความเข้าใจของหลินหมิงได้
ก้าวไปสู่มาตรฐานสูงสุดแล้ว ด้วยความเข้าใจที่สมบูรณ์แบบร่วมกับปราณ
เทพทรราชคลั่ง พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการบ่ม
เพาะคู่ในกฎของสายฟ้าและเพลิง ทั้งสองปัจจัยนี้รวมเข้าด้วยกันมากกว่า
ผลรวมของส่วนต่างๆ!
หลินหมิงตอนนี้ประสบความสำเร็จในด้านกฎซึ่งเขาได้รับมาจากการ
สะสมของการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิง
คุณภาพ นี่คือ ‘การรู้แจ้งอย่างฉับพลัน’!
วังวนที่หมุนรอบมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันยังคงดำเนินต่อไปเป็น
เวลานานโดยไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง ชือหวงได้จดจ่ออยู่กับการ
สังเกตการณ์ทั้งหมดนี้ ในฐานะที่เป็นจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ เขาสามารถ
รู้สึกได้ถึงกฎแห่งเพลิงที่พลุ่งพล่านภายใน เสี้ยวของกฎแห่งเพลิงนับไม่
ถ้วนเริ่มก่อตัวขึ้นแม้ในขณะที่พวกมันถูกดูดเข้าไปในวังวนรอบตัวหลินห
มิง และถูกกลืนกิน!
เป็นเสี้ยวกฎจำนวนมาก มันมากกว่าสามระดับแรกของกฎแห่งเพลิง
เสียอีก มันมีวิถีระดับที่ 4 และเสี้ยวของกฎระดับที่ 5 แม้ว่าหลินหมิงไม่
สามารถเข้าใจมันได้ในขณะนี้ แต่พวกมันก็จะยังสามารถวางรากฐานที่
มั่นคงสำหรับความเข้าใจในกฎของเขาได้ในอนาคต นี่เป็นคล้ายกับการที่
นักสู้ถูกสันดาปโดยเต๋าสวรรค์ขณะที่พวกเขาทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ
9 แม้ว่าการสันดาปของหลินหมิงผ่านกฎจะด้อยกว่าการสันดาปของเต๋า
สวรรค์ในเก้าวิบัติ แต่ก็ยังคงมีผลเช่นเดียวกัน!
วังวนของเปลวเพลิงยังคงดำเนินต่อไปแม้จะผ่านไป 15 นาทีแล้ว ชื
อหวงถอนหายใจขณะที่เขาเฝ้าดูว่า “หลินหมิงมีโชคอันใดจึงสามารถก้าว
มาถึงขั้นนี้ได้? นี่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปได้เพียงเพราะมีความเข้าใจที่สูงอย่าง
เดียวแน่นอน ข้าได้เห็นอัจฉริยะนับไม่ถ้วนที่มีความเข้าใจอันน่าอัศจรรย์
มาก่อน มิต้องกล่าวถึงอัจฉริยะเหล่านั้น แม้แต่เหยียนเยว่เอ่อร์ที่มีความ
เข้าใจสูงถึงระดับที่ไร้เหตุผลก็ยังไม่สามารถมาถึงระดับของหลินหมิงได้
เขายังห่างไกลจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 แต่กลับได้รับการสันดาปจาก
กฎแล้ว นี่ย่อมเป็นการท้าทายเจตจำนงของสวรรค์!”
ในขณะนี้ มันไม่มีความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือเขาเลย หลินหมิงได้
ดูดกลืนพลังงานเพลิงต้นกำเนิดไว้ในร่างกายของเขาแล้ว แต่ถึงแม้จะยัง
ไม่เพียงพอและเขาก็เริ่มดูดซับพลังงานเพลิงต้นกำเนิดในนรกแห่งเปลว
เพลิงได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ เขายังจะต้องการให้ผู้ใดช่วยเขาอยู่อีกหรือ?
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง วังวนรอบตัวหลินหมิงก็ค่อยๆเริ่มเลือน
รางก่อนที่จะหายตัวไปอย่างสิ้นเชิง หลินหมิงอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
และดวงตาของเขาปิดอย่างแน่นหนา ภายในนรกแห่งเปลวเพลิงนี้มันราว
กับว่าเขากำลังหลับลึกอยู่
และในเวลานี้ เนื่องจากพลังงานเพลิงต้นกำเนิดโดยรอบถูกกลืนกิน
หมดโดยหลินหมิง มันทำให้เกิดพื้นที่ว่างรอบตัวเขา จากนั้นกระแส
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดจากที่อื่นจึงลุกลามเข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่า
เหมือนกับจะถูกกลืนเข้าไปภายในของหลินหมิง ชั้นพลังงานสีฟ้าเขียวใน
ตันเถียนของหลินหมิงเป็นศูนย์กลางและกวาดออกมาภายนอกเหมือน
คลื่น!
วูป –
หลินหมิงถูกล้อมรอบไปด้วยชั้นของพลังงานสีคราม พลังงานเพลิง
ต้นกำเนิดที่เกรี้ยวกราดพุ่งเข้าไปยังชั้นของพลังงานสีครามก่อนที่พวกมัน
จะถูกแยกขังไว้ภายในส่วนหนึ่ง
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดรอบตัวคลุ้มคลั่งดั่งม้าป่า แต่ภายในชั้นของ
พลังงานสีครามดูเหมือนว่าจะเป็นอีกโลก!
ภายในชั้นของพลังงานสีคราม สิ่งมีชีวิตเริ่มปรากฏขึ้น ดอกไม้ นก
สัตว์ แมลง แม้แต่พืชและต้นไม้จิตวิญญาณนับไม่ถ้วนดูเหมือนจะขึ้นปก
คลุมโลกใบนี้ โลกแห่งนี้เปรียบเสมือนแดนสวรรค์อมตะ สวรรค์ในนรก
แห่งเปลวเพลิง
“นี่คือ… เขตแดนดอกบัวคราม! เด็กคนนี้… เขาเข้าใจเขตแดนดอกบัว
ครามได้รวดเร็วอย่างยิ่ง!?” ชือหวงกล่าวหลุดปากออกมา เต็มไปด้วย
ความหวาดหวั่นและตกตะลึง