Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,001 รางวัลของด่านทดสอบหล่อหลอม
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,001 รางวัลของด่านทดสอบหล่อหลอม
ความจริงก็คือการเข้าใจเขตแดนดอกบัวครามนั้นไม่ได้มากมายอันใด
เลย
เมื่อผู้โดดเด่นเข้าใจวิถีระดับที่ 3 ของกฎแห่งเพลิงจนถึงจุดสูงสุด
และยังมีศักยภาพและโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่บนตัวพวกเขา ทุกคนก็จะ
สามารถสร้างเขตแดนดอกบัวครามสำเร็จได้ ตราบเท่าที่พวกเขาไม่พินาศ
บนเส้นทางของเขาเสียก่อน ความสำเร็จในอนาคตของพวกเขาก็จะไม่ต่ำ
อย่างแน่นอน ดังนั้น เขตแดนดอกบัวครามจึงถือเป็นปรากฏการณ์ที่เป็น
สัญลักษณ์ของผู้ที่มีชีวิตจักรพรรดิ
แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่มีอัจฉริยะนับไม่ถ้วนในเผ่าฟีนิกซ์โบราณสามารถ
เข้าใจได้ ด้วยผู้นับแสนล้าน จำนวนผู้สำเร็จได้จึงมีมากเกินไปเช่นกัน!
ชือหวงได้ดูแลดาวจิตวิญญาณเพลิงเป็นเวลาหลายปีแล้ว จึงไม่เป็น
การยากที่จะรู้ว่าอัจฉริยะหลายคนเข้าใจเขตแดนดอกบัวครามได้อย่างไร
แต่ก็ยังไม่มีใครทำความเข้าใจเขตแดนดอกบัวครามในลักษณะที่ทำให้ชื
อหวงประหลาดใจถึงเพียงนี้!
เมื่อหลินหมิงมาถึงดาวจิตวิญญาณเพลิงครั้งแรก ชือหวงเห็นได้ว่า
หลินหมิงเพิ่งเข้าใจจุดเริ่มต้นของวิถีแห่งการรังสรรค์ ซึ่งเขาไม่ได้ประสบ
ความสำเร็จขั้นใหญ่ด้วยซ้ำ และนั่นมันด้อยกว่าศิษย์อัจฉริยะทั่วไป ดังนั้น
จึงมิต้องกล่าวถึงตัวตนเช่นเหยียนเยว่เอ่อร์หรือฮั่วหยางกวง
ในสถานการณ์ปกติ ผู้หนึ่งต้องค่อยๆรวบรวมความเข้าใจมาหลายปี
หรือหลายสิบปีเพื่อให้เข้าใจถึงกฎแห่งเพลิงในแต่ละระดับ ความเข้าใจ
ของหลินหมิงสูงอย่างมาก ด้วยการสนับสนุนจากบรรยากาศของดาวจิต
วิญญาณเพลิง มันก็เป็นการดีมากแล้วถ้าเขาสามารถเข้าใจเขตแดน
ดอกบัวครามได้ภายในหนึ่งปีครึ่ง แต่ตอนนี้ในการเดินทางครั้งแรกของ
เขาสู่นรกแห่งเปลวเพลิง เขากลับได้รับการรู้แจ้งอย่างฉับพลันเพียงครั้ง
เดียวในระยะทางเดียวกับที่เขาควรจะต้องใช้เวลาถึงปีครึ่ง!
แล้ววิธีการเช่นนี้จะไม่ทำให้ชือหวงตกตะลึงได้อย่างไร!
นอกจากนี้ คุณภาพของเขตแดนดอกบัวครามที่หลินหมิงควบแน่นยัง
อยู่ที่จุดสูงสุดของทั้งหมด!
ชือหวงมีการตัดสินที่ไร้ที่ติ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้เห็นผู้มี
มากมายที่สามารถสร้างเขตแดนดอกบัวครามได้ แต่มีน้อยมากที่สามารถ
เปรียบเทียบกับระดับของหลินหมิง
“เหตุผลที่เขตแดนดอกบัวครามถูกควบแน่นจนถึงระดับนี้ได้ก็ควร
เป็นเพราะรากฐานที่มั่นคงของหลินหมิง เมื่อเขาก้าวเข้าสู่การรู้แจ้งอย่าง
ฉับพลันแล้ว เขาก็สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้เลย อีกเหตุผลหนึ่งก็น่าจะ
เป็นเพราะพลังแปลกประหลาดและลึกลับภายในร่างกายของเขา
หลังจากดูดซับเสี้ยวกฎจำนวนมาก มันก็จะยิ่งแปลกถ้าเขตแดนดอกบัว
ครามไม่มาถึงระดับสูงเช่นนี้”
ชือหวงคิดออกมาดังๆ สภาวะแห่งการรู้แจ้งอย่างฉับพลันจะพบได้
เฉพาะในช่วงเวลาแห่งโชคชะตาเท่านั้น ระยะเวลาแห่งการรู้แจ้งอย่าง
ฉับพลันจะใช้เวลาประมาณ 15- 30 นาที่ ซึ่งเทียบเท่ากับผลประโยชน์ใน
การปิดด่านเป็นระยะเวลานาน แต่อย่างไรก็ตาม การที่หลินหมิงสมารถ
สร้างเขตแดนดอกบัวครามไร้ที่ติเช่นนี้หลังจากที่ได้รับการรู้แจ้งอย่าง
ฉับพลันเพียงครั้งเดียว ชือหวงก็คิดว่ามันไม่น่าเชื่ออย่างมาก
เมื่อชือหวงสังเกตดู เขาก็เห็นผิวหนังไหม้เกรียมของหลินหมิง และ
แม้แต่ส่วนที่เริ่มลอกออก เผยให้เห็นผิวหนังใหม่และอ่อนโยนชั้นล่าง บาง
แห่งถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรง แม้กระทั่งเส้นชีพจรและเนื้อหนังก็ไหม้
เกรียม แต่มีพลังงานสีฟ้าอมเขียวพันรอบบาดแผลเหล่านั้น เนื้องอกใหม่
ด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้
“นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของเขตแดนดอกบัวคราม – การรักษา!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับต้นอ่อนเทพทรราชที่สนับสนุนผลการรักษาของเขต
แดนดอกบัวคราม ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยิ่งดีอย่างมาก! ในเวลานี้ ภายในตันเถีย
นของหลินหมิง ใบรูปดอกบัวสีครามบนต้นอ่อนเทพทรราชเริ่มมีแสงจ้า
ความเร็วในการรักษาแผลของเขาเร็วกว่าการรักษาจากประตูแห่งการ
รักษา!
หากเขตแดนดอกบัวครามและประตูแห่งการรักษารวมเข้าด้วยกัน
ผลลัพธ์ก็ย่อมสามารถจินตนาการได้!
นอกจากนี้เขตแดนดอกบัวครามยังสามารถทำได้มากกว่าการรักษา
อาการบาดเจ็บของตัวเขา มันมีผลในการรักษาผู้ที่อยู่ในขอบเขตนี้ได้ด้วย
ตราบเท่าที่หลินหมิงต้องการ เขาจะสามารถใช้ปราณแท้ของเขาปกคลุม
ผู้อื่นในเขตแดนดอกบัวคราม ช่วยพวกเขาจากการบาดเจ็บและอันตราย
“ความสามารถในการฟื้นฟูของเขาน่าตกตะลึงเกินไป อย่างไรก็ตาม
นั่นควรจะเป็นเพราะมีประตูแห่งการรักษาเสริมเข้ามาจึงได้เกิดผล
ดังกล่าวขึ้น เขตแดนดอกบัวครามของเด็กคนนี้อาจจะเทียบกับเหยียนเยว่
เอ่อร์ได้! และเหยียนเยว่เอ่อร์ก็ได้เริ่มสัมผัสกับวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4 แล้ว
ในด่านทดสอบหล่อหลอมของดาวจิตวิญญาณเพลิงนี้ นางควรจะสามารถ
เข้าใจวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4 ได้ ถ้าหลินหมิงอยากจะตามทันนาง เขาก็
จะต้องตั้งใจให้เต็มที่”
และในเวลานี้ เหยียนเยว่เอ่อร์ได้ลงลึกเข้าไปในนรกแห่งเปลวเพลิง
23,000 ไมล์แล้ว!
ในความเป็นจริง นี่ยังมิใช่ขีดจำกัดของเหยียนเยว่เอ่อร์ ปัญหาเดียวก็
คือถ้านางเดินผ่านไปจนถึงระดับที่ลึกที่สุด นางก็จะสามารถอยู่ที่นั่นได้
เป็นเวลาหนึ่งชั่วธูปก่อนที่นางจะถูกบังคับให้ต้องถอยกลับมา ถ้านางอยู่
ในระยะ 23,000 ไมล์ นางก็สามารถที่จะดูดซับพลังงานเพลิงต้นกำเนิดได้
อย่างเต็มที่ กล่าวคือ มันเป็นขีดจำกัดความลึกที่นางสมควรจะฝึกได้
ภายในระดับที่ 3 พลังงานเพลิงต้นกำเนิดไม่ได้ไร้ชีวิต มันมีความคิด
ของมันเอง
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดที่ไร้สิ้นสุดกลายเป็นสัตว์อสูรดุร้ายและสัตว์
อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งเข้าหาเหยียนเยว่เอ่อร์ แต่ในเวลานี้ เหยียนเยว่เอ่อร์ก็
คล้ายกับเทพธิดาที่ลงมายังโลกมนุษย์ ทั้งร่างของนางห่อด้วยแสงเพลิงสี
ทอง แสงสีทองอันเร่าร้อนนี้คล้ายกับแสงสีทองที่เกิดขึ้นระหว่างคิ้วของ
หลินหมิงเมื่อเขาผลาญโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
แต่เมื่อหลินหมิงได้ผลาญโลหิตฟีนิกซ์โบราณ มันก็มีเพียงเสี้ยวสีทอง
ที่พุ่งออกมา สำหรับเหยียนเยว่เอ่อร์ ทั่วร่างของนางเต็มไปด้วยประกาย
แสงสีทองอันรุ่งโรจน์!
เมื่อสัตว์อสูรที่เกิดจากพลังงานเพลิงต้นกำเนิดได้ปะทะกับแสงสีทอง
นี้ พวกมันก็ถูกหลอมละลายทันที่ กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่ถูกดูดกลืน
โดยเหยียนเยว่เอ่อร์
เมื่อเทียบกับหลินหมิง เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่อาจเข้าสู่สภาวะรู้แจ้งอย่าง
ฉับพลันได้ แต่ความเร็วในการดูดซับพลังงานเพลิงต้นกำเนิดของนางก็ยัง
มิใช่อัตราที่หลินหมิงสามารถเทียบได้! สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์
เป็นที่รู้จักกันดีในด้านความแข็งแกร่ง มันจะเป็นเพียงการคุยโวได้อย่างไร
ถ้าหลินหมิงต้องการเข้าถึงความเร็วในการดูดซับในระดับของเหยียน
เยว่เอ่อร์แล้ว เขาจะต้องใช้ ต้นอ่อนเทพทรราชช่วย แต่กำเนิดพลังงาน
เพลิงที่ต้นอ่อนเทพทรราชดูดซับไม่ได้เป็นของเขาเอง
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า เหยียนเยว่เอ่อร์ฝึกฝนที่ระยะทาง
23,000 ไมล์และยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับนาง นางมาถึงขีดจำกัดและมี
เหงื่อไหลลงบนร่างกายของนาง
สภาวะแห่งการฝึกฝนนี้คงอยู่ 2 ชั่วธูป จากนั้น ด้วยเสียงแตกร้าว
ปราณแท้ปกป้องร่างของเหยียนเยว่เอ่อร์จึงแตกสลายลงตามมา พลัง
เพลิงที่เกรี้ยวกราดหลั่งไหลเข้ามาในร่างของนาง
อย่างไรก็ตาม เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่ต้องการให้ชือหวงช่วยเหลือ ชั้น
พลังงานที่มองไม่เห็นถูกปลดปล่อยออกมาจากพื้นผิวของนาง ป้องกันนาง
จากพลังงานเพลิงต้นกำเนิด
นี่คือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดของเหยียนเยว่เอ่อร์ มันเป็นชุด
คลุมสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด ค่าของมันไม่ด้อยไปกว่าหอกโลหิต
ฟีนิกซ์ ด้วยชุดคลุมนี้ ผู้ใดที่ไม่ใช่เก้าวิบัติขั้นเทพสมุทรก็สามารถลืม
เกี่ยวกับการทำลายการป้องกันนี้ไปได้เลย แม้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์จะเพียง
ยืนนิ่งๆและปล่อยให้ผู้อื่นทุบตีนางอย่างอิสระ แต่พวกเขาก็จะไม่สามารถ
ทำร้ายแม้เพียงผมเส้นเดียวของนางได้จนกว่าทั้งเหยียนเยว่เอ่อร์และ
พลังงานของชุดคลุมจะหมดลงเท่านั้น!
“ดี เยว่เอ่อร์ เจ้าทำได้ดี!” ฉู่หงอวิ๋นได้สรรเสริญเหยียนเยว่เอ่อร์ “ใน
ด่านทดสอบหล่อหลอมของศิษย์รุ่นเยาว์นี้ ไม่ว่าจะเป็นรากฐานหรือ
ความเร็วในการฝึกฝนของเจ้า มันก็ได้เป็นอันดับหนึ่ง”
ผู้ที่มีสายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์จะมีความเข้ากันได้อย่างมาก
กับกฎแห่งเพลิง ถ้าคนอื่นใช้เวลาหลายปีในการทำความเข้าใจกฎแห่ง
เพลิง เจ้าก็จะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนหรือกระทั่งน้อยกว่านั้น ไม่เพียงแค่
นั้น แต่ความเข้าใจของเหยียนเยว่เอ่อร์ก็ยังสูงมากเช่นกัน ด้วยสอง
เงื่อนไขนี้ร่วมกัน ฉู่หงอวิ๋นก็ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผู้ใดจะสามารถ
เอาชนะนางในด้านความเร็วของการฝึกฝน นอกจากนี้ จุดเริ่มต้นของเห
ยียนเยว่เอ่อร์ก็ยังสูงกว่าจุดเริ่มต้นของผู้อื่นอีกด้วย ขณะที่ศิษย์ส่วนใหญ่
ได้ฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งในระดับที่สอง เหยียนเยว่เอ่อร์ก็ได้ลงลึกเข้าไป
ในนรกแห่งเปลวเพลิง 23,000 ไมล์แล้ว และถ้านางไม่สนใจเรื่องการ
ฝึกฝน นางก็ยังสามารถเข้าถึงความลึกถึง 25,000 ไมล์ได้!
“ท่านน้า ในอีกหนึ่งเดือนข้าก็ควรจะสามารถลงไปยังความลึก
26,000 ไมล์ หลังจากนั้นก็ที่ความลึก 29,000 ไมล์ แล้วหลังจากนั้นก็คือ
ระดับที่ 4!
“ท่านน้า โปรดวางใจได้ แน่นอนข้าจะชนะแล้วเอาเตาสุริยคราส
สวรรค์มาให้ท่าน เจ้าหลินหมิงคงจะยังคงติดอยู่ในระดับที่ 2! ฮ่าๆ ข้า
อยากเห็นนักว่าเขาจะแข่งกับข้าได้อย่างไร! ด้วยความช่วยเหลือของเตาสุ
ริยคราสสวรรค์ ท่านน้าก็จะทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย
ได้ และท่านอาจเข้าถึงความสมบูรณ์แบบของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วง
ปลายอีกด้วยและอาจมีโอกาสที่ท่านจะทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะ
และควบคุมเต๋าสวรรค์ได้อย่างแท้จริง!”
เหยียนเยว่เอ่อร์กล่าวเกินจริงมากเกินไป ถึงกระนั้นก็ตาม ฉู่หงอวิ๋นก็
ยังคงมีรอยยิ้มขณะที่ฟังนางกล่าว
“ฮ่าๆ สาวน้อย เจ้าต้องการที่จะหลอกลวงข้าด้วยการเยินยอของเจ้า
ใช่หรือไม่? การทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายไม่ได้เป็น
ปัญหา แต่การเข้าถึงจุดสูงสุดของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายนั้นเป็น
เรื่องยากมาก ส่วนเรื่องการทะลวงเข้าสู่ขั้นผู้ปกครองเทวะนั้น โอกาสมัน
เลือนรางเกินไปสำหรับคนเช่นข้า มีผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์นับ
ไม่ถ้วนที่ไม่สามารถผ่านกำแพงนี้ไปได้ เมื่อเทียบกับกำแพงนั้น แม้แต่ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 9 ก็ดูเหมือนเป็นการข้ามรั่วไม้ของปุถุชนไปเลย
“อย่างไรก็ตาม ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้าเยว่เอ่อร์ เจ้ามีศักยภาพที่จะ
ทำลายขีดจำกัดของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ได้! แต่ข้าต้องเตือนเจ้าอีกครั้ง
อย่าได้ประมาทหลินหมิงเด็ดขาด ถ้าเขาสามารถเอาชนะขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 9 ฮั่วหยางกวงด้วยเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 ได้แล้ว เขาก็
จะต้องมีจุดแข็งที่ปกปิดไว้อย่างแน่นอน แม้ว่าหลินหมิงจะพ่ายแพ้ในด่าน
ทดสอบหล่อหลอมนี้ต่อเจ้า แต่นั่นอาจเป็นเพียงแง่มุมของกฎแห่งเพลิง
เท่านั้น ในแง่ของการต่อสู้ที่ครอบคลุม ข้าก็เกรงว่าเขาจะไม่อ่อนแอดั่งที่
เห็น! อย่าลืมว่าการบ่มเพาะของเจ้าสูงกว่าของเขาเพียงระดับเดียว”
“แน่นอนข้ารู้ หึ ท่านก็ไม่ควรลืมว่าข้าอายุน้อยกว่าเขา! สาเหตุที่การ
บ่มเพาะของข้าสูงกว่าของเขาระดับเดียวก็คือเนื่องจากการฝึกฝนอย่าง
ขยันขันแข็งและเคร่งครัดของข้า ถ้าข้าทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 สอง
ปีเร็วกว่าเขาแล้ว ข้าก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้เร็วกว่าเขาใน 3 ปี
จากนั้น เมื่อข้าไปถึงขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์หรือขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ การ
นำหน้าของข้าจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ! ข้าไม่เชื่อว่าด้วยสายโลหิตฟีนิกซ์
โบราณสมบูรณ์จะทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะของข้าจะด้อยกว่าเขาได้!
เหยียนเยว่เอ่อร์เม้มริมฝีปากของนาง นางยอมรับพรสวรรค์ของ
หลินหมิงในการต่อสู้ แต่ในแง่ของความเร็วในการบ่มเพาะแล้ว มันไม่มี
ทางใดที่หลินหมิงจะเอาชนะนางได้
“อืม สิ่งที่เจ้าพูดนั้นก็ถูก ดีมาก รอบนี้ในด่านทดสอบหล่อหลอมของ
นรกแห่งเปลวเพลิงจะยังดำเนินต่อไปอีกสัก 2-3 วัน เราควรจะออกไป
เร็วๆนี้ ใช่แล้ว ในฐานะศิษย์รุ่นเยาว์ มันก็จะมีรางวัลสำหรับเจ้าที่ก้าวเข้า
สู่ระดับที่ 3 ได้ แม้ว่าพวกมันจะไม่สมควรกล่าวถึงนัก”
“รางวัล? รางวัลอันใด?” เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์ได้ยินคำว่า ‘รางวัล’ นาง
ก็อยากรู้อย่างมาก
“ฮ่าฮ่า เพียงแค่หนึ่งหยดของโลหิตขนฟีนิกซ์ที่ถูกส่งลงมาจาก
กองบัญชาการเผ่าฟินิกซ์โบราณ มันมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นรางวัลสำหรับ
เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ที่มีผลงานดีเยี่ยม”
“อะไรกัน! ขี้เหนียวเกินไป!” เหยียนเยว่เอ่อร์มีสายโลหิตฟีนิกซ์
โบราณสมบูรณ์ที่สมบูรณ์อยู่แล้ว เหตุใดนางจึงจะใส่ใจกับโลหิตขนฟีนิกซ์
เล่า?
“เจ้าคงจะไม่สนใจรางวัลของการเข้าสู่ระดับที่ 3 ได้ แต่ถ้าศิษย์รุ่น
เยาว์สามารถเข้าสู่ในระดับ 4, 5 หรือ 6 ได้แล้ว รางวัลจะกลายเป็นมาก
ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่สามารถทำให้บ้าคลั่งได้ ไม่ใช่แค่เจ้า แต่แม้ข้าก็ยังจะ
ถูกล่อลวงโดยพวกมัน เจ้าจะต้องเร่งรีบไปด้วยพลังทั้งหมดของเจ้า ยิ่งเจ้า
สามารถไปได้ลึกเพียงใด รางวัลก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และหลังจากด่าน
ทดสอบหล่อหลอมแรกสิ้นสุดลง เจ้าจะไม่สามารถได้รับรางวัลเช่นนี้อีก!”