Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,016 ความก้าวหน้าครั้งใหม่
ผู้หนึ่งจะอยู่ที่ระดับความลึกของ 18 นรกของเปลวเพลิงได้นานถ้า
พวกเขาวางแผนที่จะจงใจใช้พลังงานเพลิงต้นกำเนิดภายในเพื่อทำความ
เข้าใจในกฎ
แต่ในกรณีที่ทุกคนต่างเฝ้าดูอยู่ พวกเขาจะไม่สามารถรีรอและ
จะต้องใช้ประโยชน์จากแรงพลักดันของตนไปให้ไกลเท่าที่จะเป็นไปได้
ไม่มีศิษย์คนใดในปัจจุบันทราบว่าหลินหมิงกำลังรับรู้วิถีแห่งการ
ทำลายล้างและการรังสรรค์ ด้วยกฎแห่งความโกลาหลเป็นพื้นฐาน เขาจึง
สามารถเข้าใจความจริงของวิถีทั้งสองได้อย่างลึกซึ้ง
การรังสรรค์และการทำลายล้างเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน
แม้ว่าพวกเขาจะตรงกันข้ามกัน แต่พวกมันก็เติมเต็มกันและกัน แต่ละ
อย่างไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีอีกอย่าง
ถ้ามีการรังสรรค์แล้ว ไม่ช้าก็เร็วก็ย่อมมีการทำลายล้าง เพื่อให้มีการ
ทำลายล้างมันก็ต้องมีการรังสรรค์บางสิ่งขึ้นมาก่อน
จากมดตัวเล็กที่คลานไปทั่วพื้นดิน สัตว์ต่างๆที่เดินในป่าไปจนถึง
บรรดาประชากรมนุษย์ในโลก ไปจนถึงนิกายของแดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่
ไปจนถึงดวงดาวยักษ์ในท้องฟ้า สู่จักรวาลไร้สิ้นสุด มันไม่มีสิ่งใดที่สามารถ
หนีจากตรรกะของกฎเหล่านี้!
แม้แต่ฉากที่หลินหมิงได้เห็นในหินกลียุคที่จักรวาลได้ถือกำเกิดขึ้นมา
นั้นก็เป็นเพียงการตีความกฎสองอย่างนี้เท่านั้น
จักรวาลถูกสร้างขึ้นจากสิ่งใด และในตอนท้ายของการทำลายล้างก็
กลายเป็นความว่างเปล่าอีกครั้ง จากนั้นจักรวาลจะถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง ถูก
ทำลายล้างอีกครั้ง โดยเกิดซ้ำๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…
ในขณะที่หลินหมิงกำลังเข้าฌาน แรงบันดาลใจนับพันได้แล่นผ่าน
จิตใจของเขา เขาค่อยๆเทียบเคียงพวกมันกับกฎแห่งความโกลาหลในหิน
กลียุค ซึ่งทำให้รับรู้ถึงพวกมันในคราวเดียว เขารู้สึกราวกับว่าบางสิ่ง
บางอย่างแวบขึ้นมาในจิตใจของเขา และในช่วงเวลานั้นเขาก็เข้าใจความ
ลึกลับของทั้งสองวิถี
จากการรังสรรค์สู่การทำลายล้าง เมื่อทุกสิ่งถูกเพิ่มเข้าด้วยกันนั่นคือ
วัฏสงสาร!
หลังจากที่ได้รับรู้วิถีแห่งการรังสรรค์และวิถีแห่งการทำลายล้างแล้ว
ดวงตาของหลินหมิงก็สาดประกายขึ้น พลังงานเพลิงต้นกำเนิดรอบตัวเขา
ถูกทำลายล้างและสร้างขึ้น คล้ายกับดอกไม้ที่เบ่งบานและเหี่ยวแห้ง
เติบโตและตายลง…
เปลวเพลิงขนาดเล็กเป็นจุดหนึ่งในการสร้างและการทำลายล้าง
เปลวเพลิงขนาดเล็กทุกอันคือวัฏสงสารของตนเอง!
นรกแห่งเปลวเพลิงระดับที่ 5 ทะลวงผ่าน!
ในเวลานั้น ความเร็วของหลินหมิงก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลา
เพียงไม่กี่ลมหายใจ อัตราการเร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 10 เท่า
ของความเร็วเสียง เขายังเร็วกว่าตอนที่เขาเข้ามาใน 18 นรกแห่งเปลว
เพลิงเริ่มแรกก่อนที่จะหยุดลงเสียอีก!
“อะไรกัน?”
ไม่มีใครจินตนาการว่าจู่ๆความเร็วของหลินหมิงจะเพิ่มขึ้นเหมือนกับ
พายุคลั่งเช่นนี้ได้ มันต้องเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในนรกแห่งเปลวเพลิงนั้น
แม้ว่าจะมีการใช้พลังให้สามารถลงลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ตาม แต่ยิ่งเร็ว
ขึ้น สายลมก็จะรุนแรงขึ้น และกลายเป็นแรงกดดันที่มากขึ้นต่อปราณแท้
ปกป้องร่างของนักสู้เท่านั้น
ความเร็วที่เหนือเสียง 10 เท่าหมายความว่าหลินหมิงสามารถผ่านไป
ได้นับร้อยไมล์ในเพียงหนึ่งลมหายใจ ความเร็วดังกล่าวคล้ายกับ
อุกกาบาตที่ตกลงมาจากฟากฟ้า! เมื่ออุกกาบาตตกลงมาด้วยความเร็วที่
มากเกินไป มันก็จะทำให้เกิดการเผาไหม้ในอากาศเนื่องจากแรงเสียดทาน
มากขึ้น แม้ว่าจะใช้เวลาไม่นานในการกระแทกกับพื้น แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้น
ก็ทำให้ส่วนหนึ่งของมันละลายไปก่อนได้!
และสิ่งที่หลินหมิงทะลวงผ่านไม่ใช่อากาศธรรมดา แต่เป็นสายลม
สวรรค์ที่รุนแรงของดาวจิตวิญญาณเพลิงที่มีความร้อนกว่าแมกม่า 100
เท่า ผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไรกัน?
อุณหภูมิที่กดอยู่บนปราณแท้ปกป้องร่างของเขาย่อมสามารถ
จินตนาการได้!
ถ้าเราไม่เข้าใจวิถีแห่งเพลิงและใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองที่จะ
ต่อต้านสิ่งนี้แล้ว เช่นนั้นแม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลาง
หรือช่วงปลายก็จะไม่สามารถทนต่อไปได้!
100 ไมล์ / 1 ลมหายใจ นั่นคือ 1000 ไมล์ / 10 ลมหายใจ!
8000 ไมล์!
9000 ไมล์!
9900 ไมล์!
ระดับที่ 5 ม่านพลังได้แตกออกและหลินหมิงทะลวงผ่านไป!
เพล้งง!
ด้วยแรงผลักดันที่ไม่อาจหยุดยั้งของหลินหมิง เขาได้ทะลวงเข้าสู่
ระดับที่ 5 ของนรกแห่งเปลวเพลิง!
“เขา… เขาทะลวงผ่านระดับที่ 5 ไปได้?” ฉู่หงอวิ๋นอ้าปากค้าง ดวงตา
ของนางเบิกกว้างขณะที่จ้องมองไปยังกระจกจิตวิญญาณเพลิงในท้องฟ้า
ด้วยความสะพรึงกลัว นางเพิ่งตกใจเมื่อหลินหมิงเข้ามาอยู่ในระดับที่ 3
ถึง 9000 ไมล์ และแม้หลินหมิงจะบุกไปถึงระดับที่ 4 นางก็ยังตกตะลึงไม่
หาย
และตอนนี้ นางเริ่มรู้สึกถึงความกลัวที่กำลังคืบคลานเข้าสู่หัวใจของ
นาง
เหยียนเยว่เอ่อร์สามารถทะลวงผ่านไปถึงระดับที่ 5 ได้ แต่นางไม่
สามารถทำได้ด้วยความเร็วเหนือเสียง 10 เท่าเช่นนี้ได้! นั่นหมายความว่า
หลินหมิงได้เหนือกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์ไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่ฉู่หงอวิ๋นไม่อาจ
ยอมรับได้ “เห็นได้ชัดว่าเขาได้เข้าฌานผ่านหินกลียุคในหอคอยสลักตลอด
ทั้งปี หินกลียุคเป็นเพียงส่วนสรุปโดยย่อของกฎ และยิ่งกว่านั้นพวกมันยัง
ลึกลับมากและยากที่จะรับรู้ได้ และสิ่งที่เยว่เอ่อร์เข้าฌานผ่านคือหินผนึก
นภาร้อยฟุต ซึ่งเป็นหินที่สมบูรณ์แบบที่สุดในดาวจิตวิญญาณเพลิง ไม่
เพียงแค่นั้น แต่ความเข้าใจของเยว่เอ่อร์เกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงยังเหนือกว่า
หลินหมิงตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้นหลินหมิงจะสามารถเหนือกว่านางได้
อย่างไร!? ข้าไม่สามารถเชื่อเรื่องนี้ได้!”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เห็นได้ชัดว่าเขาได้ช้าลงเรื่อยๆจนต้องหยุด
ลง ดังนั้นความเร็วของเขาจู่ๆก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างไร!” ศิษย์
หลายคนของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาต่างก็สับสน พวกเขาคิดว่าหลินหมิงได้
ถึงขีดจำกัดแล้วก่อนหน้านี้
สำหรับศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน, เสี่ยวเส้าไป่หรือแม้แต่ซุนไป่
ซิงทุกคนต่างก็สับสน กระบวนการในความก้าวหน้าของหลินหมิงนั้น
แปลกประหลาดเกินไป เขาเร็วมากตั้งแต่เริ่มต้น แต่แล้วเขาก็ชะลอลง
อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งหยุดนิ่งลงครู่หนึ่ง จากนั้น จู่ๆความเร็วของเขาได้
เพิ่มขึ้นมหาศาลและพุ่งผ่านไปในคราวเดียว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
ราชทูตจินเจี้ยนเองก็สับสน ได้มีการกล่าวกันว่าหลินหมิงประสบ
ความสำเร็จในพลังการต่อสู้ที่แท้จริง ดังนั้นความเข้าใจในกฎของเขาจะ
ประหลาดดังที่เห็นถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? เมื่อในอดีตที่ราชทูตจินเจี้ยนพุ่ง
ผ่าน 18 นรกแห่งเปลวเพลิงด้วยตัวเอง เขายังไปถึงเพียงระดับที่ 5 และ
นั่นคือตอนที่ด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณสิ้นสุดลง ตอนนี้ หลินห
มิงประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันแต่เขายังเหลือเวลาอีกทั้งปี
ดวงตาของราชทูตจินเจี้ยนเบิกกว้างขึ้นขณะที่เขามองไปยังกระจก
จิตวิญญาณเพลิงบนท้องฟ้า จากนั้นเขาก็หันไปหาราชันเซียงหูและถามว่า
“เซียงหู อืม… สิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่… ข้าสับสนเล็กน้อย เหตุใดความเร็วของเด็ก
คนนั้นจึงเพิ่มขึ้นมาอย่างฉับพลันได้? ถ้าเขามีความสามารถเช่นนี้ตั้งแต่
เริ่มต้น เหตุใดความเร็วของเขาจึงช้าเหมือนหอยทากลงเรื่อยๆก่อนหน้า
นี้?”
ราชันเซียงหูมีสีหน้าที่ซับซ้อนตอนนี้ นางเงยหน้าขึ้นมองกระจกจิต
วิญญาณเพลิงและสูดลมหายใจเข้าลึก ดูเหมือนว่าความรู้สึกเดิมของนาง
จะถูกต้อง ภายใต้การจ้องมองของทุกคนนั้น ไม่เพียงแต่เขาไม่ได้พิจารณา
ถึงการทดสอบนี้ แต่เขาก็ยังได้ฝึกฝนตัวเองไปด้วย!
ถ้านี่เป็นการทดสอบแล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือเขาจะสามารถไปได้ไกลแค่
ไหน แต่เพื่อที่จะรับรู้และฝึกฝนในกฎแล้ว ผู้หนึ่งจำเป็นต้องผลาญพลัง
อย่างมาก ผลลัพธ์ที่ได้จะด้อยกว่าการที่รีบไปให้ไกลเท่าที่จะเป็นไปได้
“หลินหมิงผู้นี้ สาเหตุที่ความเร็วของเขาช้าลงตั้งแต่เริ่มต้นก็คือเขาได้
ทำให้ตนเองได้รู้แจ้งในกฎ และค่อยๆยืนยันความเข้าใจของตัวเอง
เกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงในนรกแห่งเปลวเพลิง เขาควรจะใช้แรงกดดันของ
สายลมในนรกแห่งเปลวเพลิงเพื่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการ…”
ราชันเซียงหูมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎและวิถี เมื่อในอดีต
ที่นางพุ่งผ่านด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณในฐานะศิษย์ใหม่ นาง
เป็นผู้ที่สามารถไปถึงระดับที่ 6 ได้ ด้วยการรวมความรู้เดิมของนางเข้ากับ
สิ่งที่นางเห็นตอนนี้ นางจึงเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าหลินหมิงทำอะไรและ
ด้วยเหตุผลอะไรที่เขาทำ
“อะไรกัน? เรากำลังทดสอบเขาอยู่และเขากลับยังใช้โอกาสนี้ฝึกฝน
ไปด้วย เจ้านี่บ้าเกินไป! เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้เห็นการทดสอบ
ของเราในสายตา!” ราชทูตจินเจี้ยนตะโกนออกมาและดูโกรธเล็กน้อย แต่
นี่เป็นเพียงแค่รักษาภาพลักษณ์ภายนอกไว้ ลึกลงไปในหัวใจของเขา
จริงๆแล้วเขาชื่นชมความกล้าหาญและบ้าบิ่นของหลินหมิงมาก
ราชันเซียงหูกล่าวว่า “จะดีกว่าที่จะบอกว่าหลินหมิงเพิ่งออกมาจาก
หอคอยสลักและเขาไม่สามารถทำความเข้าใจของกฎเหล่านั้นที่เขาได้รับ
มาไปใช้ในการต่อสู้ที่แท้จริงได้ ดังนั้นเขาจึงกำลังคว้าโอกาสนี้เพื่อค้นหา
จุดเปลี่ยนที่จะเข้าใจสิ่งที่ได้รับมาอย่างสมบูรณ์ มันไม่น่าเชื่อว่าเขาได้
เข้าฌานผ่านหินกลียุคมาตลอดทั้งปี!”
สิ่งที่ราชันเซียงหูกล่าวนั้นถูกต้อง
และเมื่อเข้าใจวิถีเหล่านี้ถึงระดับนี้ได้แล้ว หลินหมิงก็จะมีความคิดที่
ลึกซึ้งในจิตใจ นั่นคือการหลอมรวมวิถี 3 ระดับไว้ด้วยกัน!
เมื่อวิถีของผู้หนึ่งถึงระดับที่สูงมากแล้ว พวกเขาอาจจะหลอมรวม
พวกมันเข้าด้วยกันได้ และหลินหมิงก็เข้าใจประเด็นนี้มานานแล้ว มิต้อง
กล่าวถึงการหลอมรวมวิถีระดับต่างๆภายในกฎแห่งเพลิง แม้กฎที่
แตกต่างกันอย่างสมบูรณ์ก็อาจจะหลอมรวมมันได้!
ตัวอย่างเช่น เพลิงและสายฟ้า มิติและเวลา
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลินหมิงได้หลอมรวมเคล็ดบ่มเพาะสายฟ้าและ
เคล็ดบ่มเพาะอัคคีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างการโจมตีอันยิ่งใหญ่ นั่นไม่ใช่การ
หลอมรวมของกฎอย่างแท้จริง จะถูกต้องกว่าหากเรียกว่าการรวมกฎ
แต่ถึงจะเป็นการรวมกันแบบง่ายๆก็ยังสามารถเพิ่มพูนพลังโจมตีได้
อย่างมหาศาล ถ้าสามารถหลอมรวมเข้าด้วยกันได้อย่างถูกต้องแล้ว
เช่นนั้นพลังของมันก็สามารถจินตนาการได้
หลินหมิงไม่ได้มีความหวังว่าจะหลอมรวมวิถีแห่งเพลิงไว้ด้วยกัน
ได้มาก่อน สิ่งที่เขาต้องการคือการหาโอกาสในวันนี้เพื่อหลอมรวมมันให้
ได้เล็กน้อย ทุกอย่างเป็นเรื่องยากในตอนเริ่มต้นเพียงแค่หาจุดเริ่มต้นที่
เล็กน้อยที่สุดก็เพียงพอแล้ว
ระดับที่ 5, 2000 ไมล์
ระดับที่ 5, 3000 ไมล์
ระดับที่ 5, 4000 ไมล์!
ทุกๆ 10 ลมหายใจ หลินหมิงจะผ่านไปไกลกว่าพันไมล์ เมื่อถึงจุดนี้
แม้แต่หลินหมิงก็รู้สึกกดดันอย่างมากขึ้นมาแล้ว นี่เกือบจะเหมือนกับการ
บินผ่านพื้นผิวของดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วสูง เขาพบว่ามันยากที่จะ
ดำเนินต่อไปได้
แต่ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว หลินหมิงรู้สึกได้เปรียบอย่างมาก
วิถีและกฎภายในร่างกายของเขาดูเหมือนจะละลายเพื่อหลอมรวม
ลึกเข้าไปในตัวเขา กลายเป็นหนึ่งเดียวกับอวัยวะ เนื้อหนัง โลหิตและ
กระดูกของเขา!
ร่องรอยของจารึกที่เลือนรางเริ่มแกะสลักตัวเองลงในกระดูกของ
หลินหมิงซึ่งเป็นรูนที่ลึกลับ ในแง่หนึ่ง ร่างกายของหลินหมิงได้กลายเป็น
หินสลัก แต่เพียงว่าความเข้าใจวิถีของเขายังค่อนข้างตื้นเกินไปเท่านั้น ถ้า
เขาตายตอนนี้ และกระดูกของเขาถูกดึงออกไปแล้ว คนอื่นจะสามารถ
เข้าฌานผ่านพวกมันได้
เมื่อถึง 5000 ไมล์ในระดับที่ 5 หลินหมิงก็เริ่มชะลอลงอีกครั้ง ถึง
กระนั้น ความเร็วของเขายังคงเป็น 10 เท่าของความเร็วของเสียงอยู่ดี
และ 6000 ไมล์ในระดับที่ 5 นั้นเป็นขีดจำกัดของเหยียนเยว่เอ่อร์!
ถ้าหลินหมิงสามารถทะลวงความลึกนั้นได้ นั่นหมายความว่าเขาได้
เหนือกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์
และด้วยความเร็วปัจจุบันของหลินหมิง มันมีแนวโน้มว่าเขาจะ
ทำลายสถิตินั้นได้แน่!
ในขณะนี้ เหล่านักสู้ได้เฝ้าดูหลินหมิงอย่างใจจดใจจ่อ
เหยียนเยว่เอ่อร์กำหมัดแน่น ดวงตาของนางส่องแสงขณะที่จ้องมอง
ไปยังกระจกจิตวิญญาณเพลิงในท้องฟ้า
“หลินหมิงจะเหนือกว่าข้าเช่นนั้นหรือ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร? วิถี
และกฎของข้าเหนือกว่าเขาอย่างเทียบไม่ติดตั้งแต่แรกเริ่ม และข้ายังมี
สายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ ข้าได้เข้าฌานผ่านหินผนึกนภาร้อยฟุตซึ่ง
เป็นหินสลักที่ดีที่สุดในหอคอยสลัก แต่เขาเข้าฌานผ่านหินกลียุคจึงไม่
ควรรับรู้สิ่งใดจากวัตถุที่คลุมเครือและลึกลับนั้นได้ ในปีต่อมา ข้าควรจะ
ทิ้งห่างเขามากขึ้น แต่ตอนนี้เขากลับเหนือกว่าข้า? มันเป็นไปได้อย่างไร
กัน…?”
เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่ยอมรับเรื่องนี้ และฉู่หงอวิ๋นก็ไม่สามารถยอมรับ
ได้เช่นกัน ดวงตาของทุกคนยังคงเบิกกว้างและไม่กะพริบ ตอนนี้ความเร็ว
ของหลินหมิงลดลงมายัง 10 เท่าของความเร็วของเสียงอีกครั้ง แต่ก็ยังคง
เป็นที่น่าทึ่ง นั่นคือ 20 ไมล์ / 1 ลมหายใจ!
ไม่ว่าจะเป็นเหยียนเยว่เอ่อร์หรือฉู่หงอวิ๋นจะคิดสิ่งใดอยู่ในขณะนี้ แต่
ก็ไม่อาจส่งผลต่อหลินหมิงได้ ในลมหายใจล่าสุด เขาพุ่งผ่าน 6000 ไมล์
ของระดับที่ 5, ทะลวงผ่านอย่างไร้อุปสรรค!