Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,015 ต้นกำเนิดของความร้อนเผาผลาญ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,015 ต้นกำเนิดของความร้อนเผาผลาญ
กฎแห่งความโกลาหลเป็นที่มาของกฎทั้งมวล เมื่อหลินหมิงอยู่ใน
หอคอยสลัก เขาได้เห็นการสร้างและการจัดเรียงของจักรวาล สามารถ
เข้าใจโครงสร้างวัสดุที่สำคัญของทุกสิ่งได้ เขารู้ถึงแก่นของทั้งสอง
พลังงานหยินและหยาง โชคเช่นนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่ราชันพิภพก็ยังอาจไม่ได้
รับ
ตอนนี้หลังจากที่ได้รับรู้เต๋าอันยิ่งใหญ่ของแหล่งกำเนิดจักรวาล
หลินหมิงจึงจำเป็นต้องตรวจสอบกฎแห่งเพลิงอีกครั้ง มันเหมือน
มหาบัณฑิตที่เดินทางกลับมายังหัวเมืองของเขาเพื่อทำการตรวจสอบ
พลเมืองในท้องถิ่น มันเป็นธรรมดาที่จะง่ายหลังจากที่ได้เข้าใจทุกสิ่งแล้ว!
“มันเป็นเช่นนี้เอง… ระดับแรกของวิถีแห่งเพลิง, ความร้อนเผาผลาญ
ไม่ง่ายอย่างที่ข้าคิดไว้ ข้าคิดว่าวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญของข้าได้บรรลุ
ถึงความสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ตอนนี้ ข้าเข้าใจว่าข้าไม่เคยเข้าใจถึงแก่น
ของวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญเลยต่างหาก!”
ก่อนหน้านี้ หลินหมิงไม่รู้ว่าความร้อนเผาผลาญเป็นอย่างไร เขาคิด
ว่ามันเป็นพลังงานชนิดเดียว
ความร้อนเผาผลาญ มันสามารถเป็นสื่อนำ สามารถให้กำเนิดเพลิง
มันสามารถเผาผลาญทุกชีวิตได้ ทำลายล้างศัตรูทั้งปวง หลินหมิงเคย
เข้าใจวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญถึงขั้นสมบูรณ์ในเมืองฟีนิกซ์โบราณ และ
เคยใช้เป็นรากฐานในการทะลวงโลกแรกของกระจกเทวะผันแปร แต่
ตอนนี้ หลังจากมองย้อนกลับไป เขาก็ตระหนักได้ว่าความเข้าใจของเขา
เกี่ยวกับวิถีนั้นดูหยาบเกินไป
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เขายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับแก่นของความร้อนเผา
ผลาญว่าเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ
ในความเป็นจริง มันไม่ใช่แค่หลินหมิง แต่หลายคนที่เชี่ยวชาญในวิถี
แห่งเพลิงก็ไม่เข้าใจถึงแก่นของความร้อนเผาผลาญว่าเป็นอย่างไร พวก
เขาคิดว่าเป็นการสำแดงของพลังงานชนิดเดียว
ที่เรียกว่าวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญที่พวกเขาเข้าใจคือสิ่งที่พวกเขา
ใช้เท่านั้น เกี่ยวกับวิธีการทำงานพวกมันนั้นพวกเขาก็ไม่รู้เลย
แต่ตอนนี้ หลังจากหลินหมิงได้เข้าใจว่าสสารและพลังงานได้ถูกสรรค์
สร้างขึ้นมาอย่างไร เขาก็สามารถมองย้อนกลับไปยังวิถีแห่งความร้อนเผา
ผลาญและพบว่ามันเป็นวิวัฒนาการของพลังงานหยินและหยาง
แก่นสำคัญของความร้อนเผาผลาญคือการเคลื่อนไหวที่เกิดจาก
พลังงานที่มาจากอนุภาคหยินและหยาง ยิ่งอนุภาคเหล่านี้เคลื่อนที่เร็วขึ้น
เท่าใด อุณหภูมิก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เมื่อความเร็วของอนุภาคเหล่านี้ถึง
ขีดสุด อุณหภูมิก็จะเป็นเช่นเดียวกัน!
มีแม้แต่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์หรือขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่สันนิษฐาน
ว่าพวกเขาเข้าใจวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว แต่พวก
เขาไม่เคยตระหนักว่าเหนือความขั้นสมบูรณ์นั้นยังมีความหมายที่ลึกซึ้ง
ยิ่งขึ้น นั่นคือ… เข้าใจต้นกำเนิด
ถ้าหลินหมิงไม่สามารถมองเห็นการก่อตัวของสสารได้แล้ว เขาก็จะ
ไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ได้เช่นกัน แหล่งที่มาของความร้อนเผาผลาญเกิด
จากพลังงานแฝดของหยินและหยาง หากดูอย่างผิวเผินก็ดูเหมือนว่าไม่มี
อะไรเกี่ยวข้องกันเลย
ความลึกลับของกฎแห่งจักรวาลเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการได้อยู่
แล้ว แม้กระทั่งหลังจากที่ได้เห็นมันด้วยตาของตัวเอง แต่หลินหมิงก็ยังไม่
สามารถเข้าใจมันได้อย่างเต็มที่เลย ดังนั้นมันจึงไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงที่
เขาจะบอกกับคนอื่นว่าเขารู้อะไร แม้กระทั่งบรรดาราชันพิภพที่เข้าใจ
องค์ประกอบของสสารในระดับหนึ่งก็ยังจะไม่สามารถถ่ายทอดความ
เข้าใจเหล่านี้ให้แก่ศิษย์ของพวกเขาได้ เฉพาะการได้เห็นวิวัฒนาการของ
พลังงานหยินและหยาง และเห็นเส้นทางการเคลื่อนไหวของอนุภาค มัน
จึงจะทำให้ผู้หนึ่งเข้าใจถึงวิวัฒนาการของพลังงานแห่งกฎได้ หลักการ
ของกฎแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะอธิบาย
ตอนนี้ที่หลินหมิงได้เข้าสู่ระดับที่ 3 ของนรกแห่งเปลวเพลิงแล้ว
อุณหภูมิของพลังงานเพลิงต้นกำเนิดที่นี่ได้มีอุณหภูมิสูงกว่าแมกม่า 100
เท่า โดยปกติถ้านักสู้ต้องการที่จะต้านทานความร้อนสูงเช่นนั้นแล้ว พวก
เขาจะต้องผลาญพลังงานเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากหลินหมิงได้เข้าใจ
ถึงแหล่งที่มาของความร้อนเผาผลาญแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำก็คือใช้พลังของ
ตัวเองและชะลออนุภาคขนาดเล็กของพลังงานภายในสายลมที่ร้อนแรง
เหล่านี้เพื่อลดความเร็วและความร้อนลง ดังนั้นจึงต่อต้านพวกมันได้อย่าง
ง่ายดาย!
ระดับที่ 3 7,000 ไมล์…
ระดับที่ 3 8,000 ไมล์…
หลินหมิงยังคงพุ่งผ่านเส้นทางลึกลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ทุก
คนที่ได้หัวเราะหลินหมิงก่อนหน้านี้ก็ได้ปิดปากเงียบ ในความเป็นจริง
8000 ไมล์ในระดับที่ 3 ไม่ได้มากมายอันใดเลย มันเพียงคล้ายกับ
ความก้าวหน้าในปัจจุบันของฮั่วหยางกวง แต่ไม่มีใครลืมว่าความเข้าใจ
ของหลินหมิงเกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงนั้นด้อยมาก นอกจากนี้ เขายังใช้เวลา
ทั้งปีปิดด่านและรับรู้ผ่านหินกลียุค หินกลียุคไม่ได้กล่าวถึงบางสิ่ง
บางอย่างที่เฉพาะเจาะจงเช่นกฎแห่งเพลิง แต่มันเป็นส่วนสรุปโดยย่อของ
กฎทั้งหมดในจักรวาล พวกมันครอบคลุมทั้งหมด การถือครองหลักการ
ทั้งหมด ที่คลุมเครือและเกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะสังเกตเห็น ถ้าผู้หนึ่ง
เข้าฌานผ่านหินกลียุค พวกเขาจะมีความเข้าใจในวิถีแห่งเพลิงเพิ่มขึ้นสัก
เพียงใดกัน?
ถ้ากล่าวกันว่าหลินหมิงได้เข้าฌานผ่านแผ่นศิลามหาเต๋าและทำให้ลง
มาถึงระดับความลึกนี้ได้ มันก็จะไม่มีใครแปลกใจเลย แต่เขากลับสร้าง
ความก้าวหน้าดังกล่าวได้หลังจากการเข้าฌานผ่านหินกลียุค มันจึงได้เกิน
ความเข้าใจของทุกคน
“มันเป็นไปได้อย่างไร… หลินหมิงสามารถสร้างก้าวหน้ามากถึงเพียง
นี้ได้ในปีที่ผ่านมา? ถ้าเขายังคงดำเนินต่อไป เขาก็จะเข้าสู่ระดับที่ 4 และ
เข้าถึงระดับของเสี่ยวเส้าไป่ได้” ศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หากล่าวด้วย
ความไม่อยากจะเชื่อในน้ำเสียงของพวกนาง
ฮ่าฮ่า หลินหมิงยังคงเป็นผู้มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งของตำหนักฟีนิกซ์
กู่กังวานไม่ว่าอย่างไร แม้ว่าการรู้แจ้งในกฎของเขาจะขาดไป แต่เขายังคง
สามารถที่จะพึ่งพาปราณแท้ที่ล้ำลึกของตนเองเพื่อสร้างสมดุลที่ขาดไป นี่
ไม่ได้มีหมายความอะไรเลย เมื่อเขามาถึงระดับที่ 4 ความยากลำบากจะ
ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง และเขาจะไม่สามารถไปต่อได้ เมื่อเยว่เอ่อร์
ออกมาจากการปิดด่านนางเองก็ไปถึงระดับที่ 4 ได้!” ฉู่หงอวิ๋นเย้ยหยัน
ในเวลานี้ หลินหมิงลงลึกไปถึงระดับที่ 3, 9000 ไมล์แล้ว ในเร็วๆนี้
จะผ่านเข้าสู่ระดับที่ 4
ที่ระดับความลึกนี้ หลินหมิงเริ่มชะลอลง เขาไม่ได้ไปอย่างรวดเร็ว
เช่นเดิม หลังจากถึง 9500 ไมล์ ความเร็วของเขาเหลือเพียง 20% ของ
ความเร็วเริ่มต้น นี่เป็นเพราะเขาต้องการเวลาในการรู้แจ้งเกี่ยวกับ
แหล่งที่มาของวิถีแห่งความร้อนเผาผลาญมากขึ้น เขาจำเป็นต้องยืนยัน
และแยกแยะความเข้าใจที่ได้รับจากเสี้ยวกฎในหอคอยสลัก
ไม่มีใครคิดว่าขั้นสมบูรณ์ของมันก็ยังไม่ใช่ขีดสุดของวิถีนี้ มันจะ
ถูกต้องมากขึ้นที่จะกล่าวว่าความเข้าใจกฎไร้ขีดจำกัดตั้งแต่เริ่มต้น
ถึงแม้หลินหมิงจะเข้าใจถึงแก่นสำคัญของความร้อนเผาผลาญ แต่
ความเข้าใจของเขาก็ยังไม่ถึงขีดสุดอยู่ดี มีอนุภาคที่แตกต่างกันและพวก
มันทั้งหมดมีคุณสมบัติและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน และทั้งหมดนี้
จำต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบ
กฎของจักรวาลมีมากมายเกินไป แม้กระทั่งราชันสวรรค์ก็ยังจะไม่
สามารถเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์อย่างแท้จริง สิ่งเดียวที่นักสู้สามารถทำได้
คือการทำให้รากฐานของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เฉพาะเมื่อรากฐานของผู้หนึ่งแข็งแกร่งอย่างที่สุดแล้วเท่านั้น พวกเขาจึง
สามารถที่จะอนุมานและทำความเข้าใจในขอบเขตที่สูงขึ้นของกฎได้อีก
ครั้ง
“ท่านอาจารย์กล่าวได้ถูกต้อง หลินหมิงชะลอความเร็วลงจริงๆด้วย”
ศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาจำนวนมากกล่าวออกมา “ถ้าเป็นเช่นนี้
ระดับที่ 4 ก็คงจะเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว”
ฉู่หงอวิ๋นลูบผมของนางขณะที่นางมองไปยังกระจกจิตวิญญาณเพลิง
บนท้องฟ้า นางพึมพำกับตัวเอง “เจ้าเด็กนี้ค่อนข้างมีความสามารถมาก
เขาสามารถรับรู้ถึงหินกลียุคในระดับนี้ได้และลงลึกไปจนถึงระดับที่ 4”
9500 ไมล์…
9600 ไมล์…
9700 ไมล์…
ความเร็วของหลินหมิงเริ่มช้าลงเรื่อยๆ สิ่งที่เขาต้องการมิใช่การ
ทะลวงผ่านไปในครั้งเดียว สิ่งที่เขาต้องการคือ การใช้ 18 นรกแห่งเปลว
เพลิงเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ ทำให้ทุกอย่างที่เขาสะสมมาและ
สร้างความก้าวหน้าขึ้น!
ปังงง!
หลินหมิงทะลวงผ่าน 9999 ไมล์ของระดับที่ 3 และเข้าสู่ระดับที่ 4
ของนรกแห่งเปลวเพลิง
จากนั้น ระดับที่ 4 , 2000 ไมล์ ระดับที่ 4 , 3000 ไมล์ ระดับที่ 4 ,
4000 ไมล์! โดยไม่ตระหนักถึงระยะทาง หลินหมิงได้ทะลวงผ่านความลึก
ของเสี่ยวเส้าไป่ไปแล้ว! แต่ความเร็วของเขายังชะลอลงอยู่ แม้ว่าเขาจะ
กลายเป็นช้าลงอย่างมากจนถึงจุดที่คนอื่นๆคิดว่าเขาจะหยุดลงใน
ช่วงเวลาใดก็ได้ แต่เขาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่หยุดยั้ง
เมื่อมาถึงจุดนี้ เหล่านักสู้ก็ได้เริ่มประหลาดใจแล้วกลายเป็น
สะพรึงกลัว หลินหมิงได้ผ่านระยะของเสี่ยวเส้าไป่ไปแล้วจริงๆหรือ?
เสี่ยวเส้าไป่ได้เข้าฌานผ่านแผ่นศิลาเพลิงผลาญสวรรค์เก้าสิบฟุต ซึ่ง
มันด้อยกว่าเพียงหินผนึกนภา นอกจากนี้ เสี่ยวเส้าไป่ยังเป็นอัจฉริยะที่
สมดุล เขาเชี่ยวชาญทั้งกฎและการต่อสู้จริง แต่ตอนนี้ ในแง่ของกฎ เขา
ถูกก้าวข้ามไปโดยหลินหมิงแล้ว!
มันเป็นไปได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าหลินหมิงได้เข้าฌานผ่านหินกลียุค
ในหอคอยสลักตลอดทั้งปี เขาสามารถเข้าใจบางอย่างจากหินกลียุคได้ใช่
หรือไม่?
ทางด้านตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ซุนไป่ซิงประหลาดใจเมื่อเขามองไป
ยังกระจกจิตวิญญาณเพลิงในอากาศ ผลงานของหลินหมิงดีกว่าที่เขาคาด
ไว้!
“เขาก้าวข้ามเสี่ยวเส้าไป่ได้จริงๆ หลินหมิง ข้าสงสัยว่าสิ่งใดกันที่เขา
สามารถรับรู้ได้ในปีที่ผ่านมา มันน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ถึงแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้
ตอนนี้ แต่ข้าก็ยังจะพอใจกับความก้าวหน้าของเขา” ซุนไป่ซิงยังไม่เข้าใจ
สิ่งที่เกิดขึ้น หลินหมิงได้เข้าฌานผ่านหินกลียุคในหอคอยสลักทั้งปี ดังนั้น
เขาจะสามารถเข้าใจความจริงใดๆ เกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงจากหินกลียุคได้
อย่างไร?
ฉากที่เกิดขึ้นภายในกระจกจิตวิญญาณเพลิงเป็นเพียงภาพฉาย
เสมือน ด้วยขอบเขตของซุนไป่ซิง เขาไม่สามารถประเมินสถานการณ์ของ
หลินหมิงได้อย่างเต็มที่จากการดูเพียงภาพฉายเสมือนนี้ แต่ในอากาศ
สูงขึ้นไป สิ่งที่ราชันเซียงหูสามารถมองเห็นได้คือฉากที่แตกต่างไปอย่าง
สิ้นเชิง
ราชันเซียงหูมีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ ไม่ต้องสงสัย ในทุกคน
ที่นี่ มีเพียงนางที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงที่สุด
นางจ้องมองไปยังหลินหมิง และคิ้วบางๆของนางก็ขมวดเข้าหากัน
“ข้าเห็นสิ่งใดกัน? ตลอดจนถึงระดับที่ 4 ข้าเห็นหลินหมิงใช้เพียงวิถี
แห่งความร้อนเผาผลาญเท่านั้น เขาไม่กระทั่งใช้วิถีแห่งการทำลายล้าง
หรือวิถีแห่งการรังสรรค์”
นี่มันเป็นเรื่องที่เกินกว่าสามัญสำนึกเกินไป โดยทั่วไปแล้ว ในระดับที่
3 นั้นจะต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงมากจนกระทั่งทองคำยังระเหยได้ทันที่
ผู้หนึ่งต้องใช้วิถีแห่งการรังสรรค์เพื่อเปลี่ยนพลังงานในการลดความ
รุนแรงลง หากใช้วิถีแห่งความร้อนเผาผลาญ และการควบคุมของพวกเขา
ขาดหายไป นั่นก็คือการเพิ่มเชื้อเพลิงลงสู่กองไฟ!
“เกิดอะไรขึ้น?” ราชทูตจินเจี้ยนถามขณะที่เขาเห็นราชันเซียงหูขมวด
คิ้ว เขามักจะด้อยในกฎและวิถี แม้ว่าเขาจะเห็นว่าหลินหมิงผ่าน 18 นรก
แห่งเปลวเพลิงไปได้ แต่เขาก็สามารถสังเกตการณ์ได้อย่างทั่วถึง และ
ตอนนี้ เขากำลังมองไปยังฉากนี้จากกระจกจิตวิญญาณเพลิง เขาจึงเป็น
เพียงแค่ผู้ชมที่กำลังมองหาความสนุกสนานทั่วไป
“ไม่… ไม่มีอะไร” ราชันเซียงหูส่ายหัว
ราชทูตจินเจี้ยนคิดว่าราชันเซียงหูไม่ได้มองหลินหมิงในแง่ดีเช่นเขา
เขาหัวเราะและพูดว่า “เจ้าไม่พอใจกับผลลัพธ์ของหลินหมิง? ความเข้าใจ
ในกฎแห่งเพลิงของหลินหมิงนั้นเพียงธรรมดาเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่
สามารถเปรียบเทียบกับเจ้าในอดีตได้ แต่นั่นไม่สำคัญ ความสามารถที่
แท้จริงจะเห็นได้เฉพาะในการต่อสู้เท่านั้น นั่นคือสิ่งเดียวที่มีความสำคัญ
เด็กคนนี้ตรงกับรสนิยมของข้า ในเวลานี้ข้าจะให้คำชี้แนะแก่เขา บางทีใน
อนาคต ข้าอาจย้ายเขาเข้าไปในแผนกคุมกฎของข้า”
แผนกคุมกฎคือกองกำลังที่อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรงของผู้อาวุโสคุม
กฎ พวกเขาเป็นเหมือนดั่งองค์รักษ์เก้าเตาหลอมเทวะ พวกเขาใช้อำนาจ
ในการบังคับใช้กฎ อิทธิพลของพวกเขาเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ในแผนกคุม
กฎ สมาชิกทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้ชั้นยอด ราชทูตจินเจี้ยนเป็น
ผู้บัญชาการแผนกคุมกฎและยังเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้อาวุโสคุมกฎคน
ต่อไป แผนกคุมกฎได้รับการปฏิบัติอย่างดีและได้รับทรัพยากรจำนวน
มาก ราชทูตจินเจี้ยนไม่มีเหตุผลใดที่จะเชื่อได้ว่าหลินหมิงจะปฏิเสธ
ข้อเสนอของเขา
“หลินหมิงทำเช่นนี้ได้?” ราชันเซียงหูเมินคำพูดของราชทูตจินเจี้ยน
เปลือกตาที่บอบบางและงดงามของนางสั่นไหวเป็นเวลาสั้นๆ ในขณะที่
ความคิดไร้สาระเกิดขึ้นในใจนาง แต่นางก็ส่ายหัวปฏิเสธมันทันที่ “ข้าคง
คิดมากเกินไป”
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง หลินหมิงก็เริ่มชะลอ
ลง เมื่อเขาไปถึง 7000 ไมล์ในระดับที่ 4 เขาได้หยุดลง มันไม่รู้ว่าเขากำลัง
ทำอะไรอยู่
ดูเหมือนเขาจะสะสมความแข็งแกร่งและรับรู้บางสิ่งบางอย่าง ครู่
ต่อมา เขาก็นั่งไขว่ในอากาศ ดวงตาของเขาก็ปิดลงด้วยการเข้าฌาน!
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนที่รออยู่ในจัตุรัสงงงวย หลินหมิงกำลังทำสิ่งใดกัน?
โดยปกติแล้ว นักสู้จะใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันของพวกเขาและไปให้
ไกลเท่าที่จะเป็นไปได้ในครั้งเดียว แต่หลินหมิงกลับหยุดอยู่ที่นี่ มันมิใช่ว่า
เป็นการสูญเสียพลังงานไปเปล่าๆหรอกหรือ?