Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,022 ปรากฎการณ์เจ็ดวิบัติ
ขณะที่หลินหมิงทะลวงขั้นทำลายชีวิต กระบวนการทั้งหมดได้แสดง
อยู่ในกระจกจิตวิญญาณเพลิงเหนือจัตุรัสหอคอยสลัก แต่เพราะโลกแห่ง
เจตจำนงและหมื่นเปลวเพลิงผลาญสุริยันเจิดจ้าเกินไป เหล่าศิษย์จึงไม่
สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของหลินหมิงได้
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดเช่น เฮยมู่, ราชันเซียงหูและ
ราชทูตจินเจี้ยนต่างสามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองของหลินหมิงเป็นศูนย์กลาง เสี้ยว
วิญญาณนับไม่ถ้วนได้แตกสลายอย่างต่อเนื่อง พวกมันเปลี่ยนจากขนาด
ของเปลือกไข่ไปเป็นขนาดของเมล็ดข้าว และในที่สุดก็กลายเป็นขนาด
ของอนุภาคฝุ่นก่อนที่จะลดขนาดเล็กลงไปอีกครั้ง…
ราชันเซียงหูสัมผัสถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นและถอนหายใจ “ในแง่ของจิต
วิญญาณต่อสู้หลินหมิงอาจกล่าวได้ว่าเหนือกว่าอัจฉริยะของแดนเทวะ ใน
เรื่องนี้เพียงอย่างเดียว เขาก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว เขาได้เปิดประตูแห่งการ
เปิดและวิธีที่เขาทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ตอนนี้ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่
อัจฉริยะสามัญสามารถเทียบได้…”
จิตวิญญาณต่อสู้เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของพรสวรรค์นักสู้ มันเกี่ยวข้อง
กันโดยธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ!
“ข้าเกรงว่าหลินหมิงจะสามารถสลายวิญญาณของเขาให้เล็กลงเท่าที่
จะเป็นไปได้ เขาทะลวงขั้นทำลายชีวิตในครั้งเดียวก็สำเร็จ แต่อัจฉริยะ
สามัญต้องทำถึง 2-3 ครั้ง! เมื่อเขาเสร็จสิ้น 3 ระดับสุดท้ายแล้ว ข้าสงสัย
ว่าพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงจะไปถึงจุดไหนกัน?”
พลังวิญญาณ มันยืนหยัดกฎทั้งหมดและเป็นพื้นฐานของเจตจำนง
แห่งนักสู้ มันเป็นพื้นฐานสำหรับการควบคุมปราณแท้ ถ้าวิญญาณของผู้
หนึ่งไม่แข็งแกร่งพอ มันก็จะทำให้ศักยภาพของนักสู้ตายไปด้วย นี่คือ
เหตุผลว่าเหตุใดผู้ทรงพลังแปดวิบัติจึงพบว่ามันยากมากที่จะเข้าถึงขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
โดยปกติแล้ว พรสวรรค์ของนักสู้ การรับรู้ เจตจำนงแห่งนักสู้ พลัง
จิตวิญญาณ พลังเจตจำนง และโชคชะตาทั้งหมดจะครอบคลุมการบงชี้
พรสวรรค์ ในสิ่งเหล่านี้ เจตจำนงแห่งนักสู้นั้นมีความสำคัญน้อยที่สุด หาก
ขาดเจตจำนงแห่งนักสู้ก็อาจจะชดเชยได้! เพราะมีโอสถจิตวิญญาณล้ำค่า
และสายเลือดสัตว์อสูรเทวะที่สามารถชดเชยการขาดพรสวรรค์ของนักสู้
อย่างไรก็ตาม ในแดนเบื้องล่าง โอสถเหล่านี้เป็นของที่หายากมาก
และสายเลือดของสัตว์อสูรเทวะก็เกือบจะหาไม่ได้ นอกจากนี้ เมื่อนักสู้
คนแรกเริ่มต้นบ่มเพาะ พรสวรรค์ของพวกเขาจะเป็นที่ชัดเจนมากที่สุด
แต่ในสำหรับด้านอื่นๆ แต่ละอย่างล้วนยากลำบากที่จะเพิ่มพูน!
หากต้องการเพิ่มการรับรู้อย่างเห็นได้ชัด มันก็มีเพียงการเปิดประตู
แห่งการเปิดของ 8 ประตูเร้นลับภายในเท่านั้น สำหรับวัสดุในสวรรค์ที่
สามารถเพิ่มการรับรู้พวกเขาได้นั้นก็เป็นเพียงสมบัติในตำนาน
หากต้องการเพิ่มเจตจำนง พวกเขาจะต้องใช้สมบัติเช่น คริสตัล
สายฟ้าชีวิตแฝดที่เกือบสาบสูญไปแล้ว
สำหรับโชคชะตา แม้กระทั่งผู้ปกครองเทวะ, ราชันพิภพหรือบรรดา
ผู้อาวุโสสูงสุดก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นอย่างไร
สำหรับการเพิ่มพูนโชคชะตาของพวกเขา นั่นก็เป็นเพียงเรื่องตลก ในแง่
หนึ่ง โชคชะตาเป็นหัวใจหลักของพรสวรรค์แห่งนักสู้ แม้แต่ต้นกำเนิดของ
นักสู้ก็อาจถือได้ว่าเป็นโชคชะตา
ในขณะที่ราชันเซียงหูและคนอื่นๆกำลังพูดกัน ภายในระดับที่ 7
หลินหมิงได้สลายเสี้ยววิญญาณของเขาลงจนเป็นอนุภาคขนาดเล็กกว่าฝุ่น
ละอองนับ 10,000 เท่า หลังจากที่พลังจิตวิญญาณหมดลงแล้ว มันก็เริ่ม
แพร่กระจายออกไปเป็นคลื่นวิญญาณขั้นพื้นฐาน
วิญญาณก็เป็นอนุภาคแต่ก็ยังเป็นคลื่น สำหรับเรื่องที่ว่าต้นกำเนิด
ของวิญญาณเป็นอย่างไรนั้น หลินหมิงก็ยังคิดไม่ออกเช่นกัน ถึงกระนั้นก็
ตาม เรื่องนี้ไม่ได้ขัดขวางการทำลายวิญญาณของเขาอย่างสิ้นเชิงและยัง
ช่วยเสริมมันอีกด้วย!
คลื่นวิญญาณนับไม่ถ้วนสะท้อนอยู่ภายในโลกของเจตจำนงที่
ประจักษ์สู่โลกภายนอก ขณะที่พวกมันชนกำแพงของเจตจำนงเหล่านี้
พวกมันก็สะท้อนกลับเข้ามาด้านในและรับการสันดาปของกฎ!
“เด็กนี่ เขาสามารถบรรลุได้ถึงระดับดังกล่าว!” ราชทูตจินเจี้ยน
ตะโกนออกมาในขณะที่เขาเห็นสิ่งที่น่าทึ่งนี้
ราชันเซียงหูยกย่องหลินหมิงจากส่วนลึกของหัวใจ ไม่เพียงแต่หลินห
มิงมีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง แต่จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาก็ไม่ปกติ มันมี
คุณลักษณะพิเศษ ถ้าเขาไม่สามารถเข้าถึงขั้นนี้ได้แล้ว ก็คงมีเพียงอีกไม่กี่
คนที่สามารถทำได้ พรสวรรค์ของเขาทำให้ทุกคนที่เห็นเขาต้องอิจฉา ทุก
ขั้นตอนของหลินหมิงนั้นถึง
ความสมบูรณ์แบบ ถ้ายังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ ข้าก็ไม่สามารถ
จินตนาการได้ว่าเขาจะไปถึงระดับพลังใดในอนาคต!”
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เมื่อนักสู้ทะลวงขั้นทำลายชีวิต พวกเขาก็
มักจะต้องใช้เวลาหลายวัน แม้ว่าหลินหมิงจะได้รับความช่วยเหลือจากชื
อหวง ผู้ซึ่งกำลังถ่ายเทพลังงานที่สะสมของ 18 นรกแห่งเปลวเพลิงเข้าไป
ในตัวเขาก็ตาม แต่นี่ก็ไม่ใช่กระบวนการที่จะเสร็จสิ้นภายในหนึ่งหรือสอง
วัน แต่เนื่องจากราชันเซียงหูและราชทูตจินเจี้ยนไม่ได้ระบุว่าพวกเขาจะ
จากไป มันจึงไม่มีศิษย์จากตำหนักทั้งสามสาขาสามารถไปทำอย่างอื่นได้
ถึงกระนั้นก็ตาม มันไม่มีใครต้องการจากไปทำอย่างอื่นอยู่แล้ว เพื่อเป็น
สักขีพยานในเหตุการณ์ดังกล่าว มันก็ล้วนเป็นประสบการณ์ที่หายาก
อย่างมาก แม้กระทั่งบางคนที่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวน
ทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ของหลินหมิงได้บ้าง
20 ชั่วโมงผ่านไป ชือหวงปิดตาของเขาอย่างต่อเนื่องและเฝ้าอยู่ข้าง
หลินหมิง สำหรับวิญญาณของหลินหมิง ในที่สุดมันก็พังทลายลงจนหมด
ส่วนสุดท้ายวิญาณกลายเป็นคลื่นวิญญาณ
ในขณะนี้ ดวงตาของชือหวงเปิดขึ้นมา ถึงเวลาแล้วที่จะหลอมรวม
พลังของสายเลือดฟีนิกซ์!
ในขณะที่หลินหมิงกำลังทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เขาได้โลหิต
ฟีนิกซ์โบราณ 1200 หยด โลหิตขนฟีนิกซ์ 600 หยด โลหิตหัวใจฟีนิกซ์
16 หยด โลหิตไขกระดูกฟีนิกซ์ 3 หยด และโลหิตมงกุฎฟีนิกซ์ 1 หยด
ช่วยสนับสนุน!
นอกจากนี้ ด้วยการที่ชือหวงมาช่วยด้วยตนเอง เขาได้ดึงพลังของ
ปราณอัคคีทั้ง 9999 และมูลฐานอัคคีทั้ง 36ชือหวงได้เพิ่มในปริมาณ
เล็กน้อยของพลังแหล่งกำเนิดของเขา นี่เป็นการเทียบเท่ากับการใช้เปลว
เพลิงที่แตกต่างกันถึง 10,036 รูปแบบเพื่อทำให้ร่างกายของหลินหมิง
สลายตัวและเสริมวิญญาณของเขา!
นี่คือการถูกปฏิบัติที่แม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ของสามตระกูลใหญ่ยังมิได้
รับ!
ทรัพยากรเหล่านี้เป็นผลมาจากพรสวรรค์และความแข็งแกร่งเขาเอง!
แม้ว่าเผ่าฟีนิกซ์โบราณมีกลุ่มคนจำนวนมากที่พยายามต่อสู้กันและกัน แต่
พวกเขาก็ยังไม่สามารถเมินเฉยต่ออัจฉริยะของพวกเขาได้ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อเป็นยอดอัจฉริยะเช่นหลินหมิง ผู้ซึ่งที่มีศักยภาพที่จะ
กลายเป็นผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณในอนาคต!
ถ้าอัจฉริยะดังกล่าวถูกเมินเฉยแล้ว เช่นนั้นเผ่าฟีนิกซ์โบราณก็คงจะ
เริ่มตกลงสู่ความเสื่อมโทรมมานานแล้ว!
“พลังแห่งสายเลือด… หลอมรวม!”
ชือหวงโบกมือและโลหิตฟีนิกซ์ลอยออกไป ผ่านความร้อนของ
10,036 พลังเพลิง สิ่งสกปรกทั้งหมดถูกเผาไหม้จนสิ้น โลหิตฟีนิกซ์
กลายเป็นหมอกที่หลอมรวมเข้ากับร่างของหลินหมิง กลายเป็นหนึ่งเดียว
ในสายเลือดของเขา
ครึน ครึน ครึน!
พลังงานต้นกำเนิดเกิดปั่นป่วน แม้กระทั่ง 18 นรกแห่งเปลวเพลิงก็
ยังดูเหมือนจะสั่นสะเทือนเล็กน้อย ภายในโลกแห่งเจตจำนงที่ประจักษ์
ของหลินหมิง ฟีนิกซ์สีทองที่สามารถมองเห็นได้กำลังอาบอยู่ในเปลวเพลิง
ซึ่งกำลังกำเนิดใหม่ผ่านนิพพาน!
แต่ฟีนิกซ์ตัวนี้ไม่ใช่ฟีนิกซ์สีแดงทองหรือฟีนิกซ์สีทองเจิดจ้า แต่เป็นสี
ทองคำดำและมันวาว
นี่เป็นฟีนิกซ์ทองคำดำ!
นี่เป็นเพราะพลังสายเลือดหลินหมิงมีรูปแบบพื้นฐานของพลังงาน
อนุภาคแรกกำเนิดที่หลอมรวมอยู่ ถึงแม้แสงจะทำให้ตาพร่ามัว แต่ทุกคน
ที่มองไปยังกระจกจิตวิญญาณเพลิงก็สามารถมองเห็นฟีนิกซ์ทองคำดำนี้
ได้อย่างชัดเจน
ขณะที่เหล่าศิษย์รู้สึกถึงออร่าอันน่ากลัวที่มาจากร่างของฟีนิกซ์
ความรู้สึกหวาดกลัวและยำเกรงปรากฏขึ้นจากส่วนลึกในวิญญาณของ
พวกเขา ทำให้พวกเขาอยากจะก้มลงเพื่อคารวะ นี่เป็นความกลัว
เช่นเดียวกับที่ชนเผ่าดั้งเดิมของมนุษย์รู้สึกต่อรูปสลักศักดิ์สิทธิ์
“พลังสายเลือดนี่มัน… น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!” เหล่านักสู้ไม่แน่ใจว่าเกิด
อะไรขึ้น พลังสายเลือดของหลินหมิงสูงกว่าพวกเขาหลายคนอย่างมาก
แต่ก็ยังห่างไกลจากการเปรียบเทียบกับเหยียนเยว่เอ่อร์ที่มีสายเลือด
ฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเหตุใดต่อหน้าพลังของ
สายเลือดนี้ ทุกคนจึงต่างรู้สึกกดดันจากสายเลือดระดับเดียวกัน!
ในทิศทางของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา การมองเห็นของเหยียนเยว่เอ่อร์
พร่ามัวขณะที่นางมองไปยังฟีนิกซ์สีทองคำดำที่สะท้อนอยู่ในกระจกจิต
วิญญาณเพลิง ดวงตาของนางแข็งกระด้างและมือของนางเย็นเฉียบ
กฎและพลังสายเลือดเดิมทีเป็นจุดอ่อนของหลินหมิง แต่ตอนนี้ พวก
มันไม่ได้เป็นจุดอ่อนของเขาอีกต่อไปแล้ว!
เหยียนเยว่เอ่อร์สูดลมหายใจเข้าลึก ขนตาของนางสั่นระริก นางขุ่น
เคืองกับความยากลำบากในใจ
“ในเวลาเพียงปีเดียว สิ่งใดกันที่เขาได้รับจากหินกลียุค และความ
เข้าใจในกฎของเขาก็ได้เหนือกว่าข้าไปแล้วด้วย ถึงพลังสายเลือดเขายังไม่
สามารถเปรียบเทียบกับข้าได้ในตอนนี้ บางทีคงอาจจะอีกไม่กี่วันนับจาก
นี้ที่เขาจะได้รับปราณโลหิตฟีนิกซ์ หลังจากที่หลอมรวมเข้ากับมันแล้ว
เขาก็จะยังคงไม่ได้มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ แต่พลังของสายเลือด
ของเขาจะมีออร่าของสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง ซึ่งแม้แต่ข้าก็ยังไม่มีออร่า
นั่น ทางเดียวที่ข้าจะสามารถทำเช่นนั้นได้คือได้ปราณโลหิตฟีนิกซ์มา”
“และในตอนนั้น… ผู้ใดจะสามารถหยุดยั้งหลินหมิงได้? ข้อได้เปรียบ
ที่เขามี ข้าก็ไม่อาจมีมัน แต่ข้อได้เปรียบที่ข้ามี เขากลับไม่ได้ขาดพวกมัน
…”
เหยียนเยว่เอ่อร์มองไปยังฟีนิกซ์สีทองคำดำที่กระพือปีกอยู่ในระดับ
ที่ 7 ของนรกแห่งเปลวเพลิง และความรู้สึกมากมายก็พองโตขึ้นในหัวใจ
ของนาง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ดูเหมือนจะเป็นภาพลวงตาที่น่า
อัศจรรย์ วันนี้นางได้รับความพ่ายแพ้อย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันนางก็
ได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญ
อีก 20 ชั่วโมงได้ผ่านไป
ดวงอาทิตย์ของดาวจิตวิญญาณเพลิงโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง สำหรับหลินห
มิง การพัฒนาของเขาในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 กำลังจะสิ้นสุดลง
อนุภาคเนื้อและโลหิตได้รับความร้อนและถูกเผาด้วยพลังของเปลวเพลิงที่
แตกต่างกัน 10,036 รูปแบบ และได้หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
กับสายเลือดฟีนิกซ์โบราณ!
คลื่นวิญญาณที่สะท้อนอยู่ภายในโลกแห่งเจตจำนงที่ประจักษ์ก็ได้
เสร็จสิ้นลงในรอบสุดท้าย ขณะที่ทุกคนคิดว่าหลินหมิงกำลังจะปฏิรูป
ร่างกายของเขา ในท้องฟ้าข้างบน มันก็มีเสียงดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“หืม? นั่นมันอะไรกัน?”
ทุกคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและค้นพบสิ่งที่น่าอัศจรรย์ จู่ๆพลังต้น
กำเนิดสวรรค์และปฐพีเหนือดาวจิตวิญญาณเพลิงก็ถูกกระตุ้น กลายเป็น
ปั่นป่วนราวกับว่ามีสมบัติสวรรค์กำลังถือกำเนิด!
วูป –!
วูป –!
พลังงานต้นกำเนิดจากสวรรค์และโลกกลายเป็นกระแสวังวนขนาด
มหึมา ทั้งพลุ่งพล่านขึ้นและเคลื่อนไปด้วยกัน และศูนย์กลางของวังวนนี้ก็
เป็น 18 นรกแห่งเปลวเพลิง!
“มันคืออะไรกัน!?” เหล่าศิษย์ทุกคนต่างพากันมองด้วยสายตาที่ตก
ตะลึง
แม้แต่ราชทูตจินเจี้ยน ราชันเซียงหู และผู้ที่ไร้อารมณ์เช่นเฮยมู่ก็ยัง
ต้องตกตะลึง! สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้ตกใจมากยิ่งกว่าการที่หลินหมิง
สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับที่ 7 ของนรกแห่งเปลวเพลิงได้!
“นี่… หรือว่านี่จะเป็น…”
“มันเป็นไปไม่ได้!”
ราชทูตจินเจี้ยน ราชันเซียงหู และเฮยมู่ได้ตระหนักถึงความเป็นไปได้
พร้อมกัน แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเชื่อความคิดของตัวเอง การปฏิเสธความ
เชื่อนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนเมื่อพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเหนือ 18
นรกแห่งเปลวเพลิงก่อตัวเป็นกระแสวังวนด้วยชั้นของเมฆเหนือมัน
ศูนย์กลางของชั้นเมฆนี้ค่อยๆหมุนลงมาเช่นเดียวกับช่องทางยักษ์ ซึ่ง
เชื่อมตรงลงไปยังทางเข้าของ 18 นรกแห่งเปลวเพลิง!
เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น ทุกคนก็ตระหนักว่าความคิดก่อนหน้านี้นั้นถูกต้อง
ถึงแม้จะมีความจริงอยู่ตรงหน้า แต่พวกเขาก็ยังพบว่ามันยากที่จะเชื่อ!
“เมฆพลังงานต้นกำเนิด! มันเป็นเมฆพลังงานต้นกำเนิดที่ควบแน่น
จากกฎของโลก!” เสียงของราชันเซียงหูแหบแห้ง
“มันเป็นไปได้อย่างไร!? หลินหมิงอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7
เท่านั้น แต่เขายังสามารถสร้างเมฆพลังงานต้นกำเนิดได้เช่นนั้นหรือ? นี่
มัน… ข้าไม่สามารถแม้แต่จะ… ช่างอัศจรรย์อย่างแท้จริง!”
เมฆพลังงานต้นกำเนิดจะมีปรากฏการณ์เฉพาะเมื่อนักสู้กำลังทะลวง
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เมื่อนักสู้ทะลวงเข้าสู่เก้าวิบัติ ร่างกาย พลังงาน
และวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะบรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ และเหตุการณ์นี้จะ
ทำให้พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีควบแน่นกัน สะสมตัวเป็นเมฆ
พลังงานต้นกำเนิด เมฆพลังงานต้นกำเนิดเหล่านี้เต็มไปด้วยเสี้ยวกฎของ
โลกซึ่งทั้งหมดนี้มีความลึกลับไม่รู้จบ!
เมฆพลังงานต้นกำเนิดถูกแบ่งออกเป็นระดับ ระดับต่ำสุดคือเมฆ
พลังงานต้นกำเนิด 3 ไมล์ นี่จะถูกเรียกว่า เก้าวิบัติสวรรค์ชั้นหนึ่ง เมื่อฮั่ว
หยางกวงเข้าสู่เก้าวิบัติ เขาก็ได้ทำให้เกิดสวรรค์ชั้นสี่ เมฆพลังงานต้น
กำเนิดที่กว้าง 12 ไมล์ นั่นก็ยังเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกและความ
ประทับใจให้ศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานมากแล้ว แต่ตอนนี้ ไม่มีใคร
เคยจินตนาการเลยว่าเมื่อหลินหมิงทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 กลับ
เกิดเมฆพลังงานต้นกำเนิดรวมกันอยู่บนท้องฟ้าเช่นนี้!