Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,023 เจ็ดวิบัติสมบูรณ์แบบ
ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ มันได้มีอัจฉริยะที่
สามารถสร้างเมฆพลังงานต้นกำเนิดก่อนที่พวกเขาจะมาถึงเก้าวิบัติได้อยู่
บ้าง แต่ก็เกิดขึ้นเฉพาะที่แปดวิบัติ สำหรับผู้ที่สามารถรวบรวมเมฆ
พลังงานต้นกำเนิดในเจ็ดวิบัติได้นั้นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการ
เลย!
หลังจากราชันเซียงหูและราชทูตจินเจี้ยนได้ตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้น
ศิษย์คนอื่นๆก็เริ่มที่จะเข้าใจด้วยแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าศิษย์ส่วนใหญ่
เหล่านี้ไม่สามารถบรรลุขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้ พวกเขามาถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 8 ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
การเข้าถึงเก้าวิบัติและก่อให้เกิดเมฆพลังงานต้นกำเนิดระดับต่ำสุด
ได้นั้นก็เป็นความฝันที่เหล่าศิษย์เหล่านี้ปรารถนา จึงมิต้องกล่าวถึง
ก่อให้เกิดเมฆพลังงานต้นกำเนิดที่เจ็ดวิบัติ
นั่นหมายความว่าในอนาคตเมื่อหลินหมิงก้าวเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 8 และ 9 เมฆพลังงานต้นกำเนิดที่เขาสร้างขึ้นก็จะยิ่งใหญ่กว่ามาก
และการสันดาปของกฎที่เขาจะได้อาบก็จะรุนแรงมากขึ้น!
สำหรับศิษย์ธรรมดา การได้สันดาปผ่านกฎก็เป็นคือความหรูหราที่
ไม่น่าเชื่อแล้ว แต่หลินหมิงจะได้ทำเช่นนั้นถึง 3 ครั้ง นั่นเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่
สามารถแข่งขันด้วยได้
เมื่อเมฆพลังงานต้นกำเนิดสะท้อนอยู่แววตาที่สดใสของเหยียนเยว่
เอ่อร์ นางได้ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า นางสังหรณ์ใจในหัวใจของนางว่า
หลินหมิงได้ถูกลิขิตไว้ให้เปล่งประกายรุ่งโรจน์ภายในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
และก้าวไปสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่กว่าสามพันโลกของแดนเทวะ…
………….
เมฆพลังงานต้นกำเนิดที่ปั่นป่วนในท้องฟ้ายังคงดำเนินต่อไปเป็น
เวลา 15 นาที่ ในที่สุดมันก็รวบรวมเป็นรัศมี 3 ไมล์ นี่เรียกว่าสวรรค์
ชั้นหนึ่ง
เมฆพลังงานต้นกำเนิดสวรรค์ชั้นหนึ่งนั้นไม่ถือว่ามากมายอันใดเลย
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เท่านั้น รัศมี 3
ไมล์นี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง
ดังคำกล่าวที่ว่า เต๋าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิด
สาม และสามให้กำเนิดทุกสิ่ง!
สามคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งและเป็นรากฐานของโลก ตัวเลขนี้มีความ
จริงอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลอยู่
“เมฆพลังงานต้นกำเนิด 3 ไมล์…” ราชันเซียงหูกลืนน้ำลาย ขณะที่
นางเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า นางรู้สึกดีใจที่หลินหมิงไม่สามารถไปถึง
สวรรค์ชั้น 4-5 ในคราวเดียว มิเช่นนั้นนางก็ไม่รู้ว่าควรจะแสดงออก
อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้านางก็พบว่าเมฆพลังงานต้นกำเนิดของหลินห
มิงนั้นไม่ธรรมดาเลย กลับกัน ชั้นของหมอกกระเพื่อมรอบเมฆพลังงาน
ต้นกำเนิด หมอกนี้ดูธรรมดาอย่างมาก แต่จริงๆแล้วมันให้ความรู้สึก
เก่าแก่และไร้สิ้นสุด เพียงแค่มองไปยังมัน ผู้หนึ่งก็จะรู้สึกได้ถึงลมหายใจ
ของเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่พัดมายังพวกเขา
“มันคือสิ่งใดกัน?”
ราชันเซียงหูตกตะลึง แม้จะมีความเข้าใจในกฎอย่างมาก นางก็ยัง
พบว่ามันยากที่จะมองผ่านชั้นหมอกนั้นได้ ขณะที่นางยังคงจ้องไปยังมัน
นางพบว่าลมหายใจของเต๋าอันยิ่งใหญ่หายไปราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่
ตั้งแต่แรก
หมอกนี่คือรูปแบบพื้นฐานของพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด! เมื่อ
หลินหมิงได้รับรู้ผ่านหินกลียุค เขาก็ได้รวมกฎอนุภาคแรกกำเนิดไว้ในตัว
เขาด้วย ดังนั้น เมฆพลังงานต้นกำเนิดที่เขาสร้างขึ้นจึงต้องมีออร่าของกฎ
อนุภาคแรกกำเนิด
อนุภาคแรกกำเนิดได้มาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อจักรวาล
ก่อตัวครั้งแรก เนื่องจากผ่านเวลามาเนินนาน พลังงานอนุภาคแรกกำเนิด
จึงได้หายตัวไปจากโลก มันสามารถพบได้เฉพาะในหลุมดำบางแห่งรวมถึง
ดาวลึกลับบางแห่งเท่านั้น แม้ว่าจะมีคนที่ค้นพบพลังงานอนุภาคแรก
กำเนิด แต่พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดนั้นก็อาจสูญเสียความมีชีวิตชีวาไป
แล้ว และอาจทำให้ออร่าของกฎเสียไป
อนุภาคเนื้อหนังและโลหิตของหลินหมิง เสี้ยววิญญาณของเขา
ทั้งหมดพุ่งขึ้นไปทางช่องทางพลังงานมหาศาลและเข้าสู่เมฆพลังงานต้น
กำเนิด
ที่นี่ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีได้ควบแน่นเป็นแผนภาพเต๋า
สวรรค์เบื้องบนนับไม่ถ้วน แผนภาพเต๋าสวรรค์เบื้องบนนี้มีความลึกลับ
และงดงามอย่างยิ่ง พวกมันควบแน่น แตกตัว ก่อตัว และแตกตัวออกอีก
ครั้งเป็นวัฏจักรไร้สิ้นสุด อนุภาคเนื้อหนังและโลหิตของหลินหมิงห่อหุ้ม
รอบแผนภาพเต๋าสวรรค์เบื้องบนนี้ ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มภายใต้กฎ
ข้อได้เปรียบที่เขาได้รับจากมันนั้นมากมาย
เมื่อนักสู้ทะลวงขั้นทำลายชีวิตและต้องทนต่อการสันดาปของกฎ
ภายในเมฆพลังงานต้นกำเนิด มันเป็นเช่นเดียวกับการผลักดันเต๋าสวรรค์
เข้าไปในร่างกายของพวกเขาโดยตรง
การสันดาปมานี้ดำเนินต่อไปเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ร่างกายของหลินห
มิงก็เริ่มค่อยๆปฏิรูป อย่างแรกคือแก่นแท้หมุนวนหลุมดำ จากนั้น ด้วย
แก่นแท้หมุนวนเป็นรากฐาน อนุภาคนับไม่ถ้วนได้รวมตัวโครงกระดูก
อวัยวะภายใน กระดูก กล้ามเนื้อและผิวหนัง…
ทะเลทางจิตวิญญาณก็เริ่มค่อยๆควบแน่น คลื่นวิญญาณเหล่านั้นที่
สั่นสะเทือนภายในเมฆพลังงานต้นกำเนิดเริ่มรวบรวมภายในกายมนุษย์
ของหลินหมิง สร้างเป็นวิญญาณที่สมบูรณ์
ในขณะที่ร่างกายของหลินหมิงก่อตัวขึ้น แผนภาพสวรรค์เบื้องบน
จำนวนมากที่เกิดขึ้นจากกฎก็ได้ถูกฝังลงในร่างของหลินหมิง และ
กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา
ถ้ามีคนตัดส่วนหนึ่งในร่างของหลินหมิงออกตอนนี้ พวกเขาก็จะ
สามารถหาชิ้นส่วนของกฎและแผนภาพเต๋าสวรรค์เบื้องบนจากภายในตัว
เขาได้ ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีรูนกฎที่ฝังตัวอยู่ลึกเข้าไปในกระดูกของเขา
อีกด้วย
นี่เป็นปรากฏการณ์ของสวรรค์เบื้องบนแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่
กระบวนการของการปฏิรูปร่างกายของเขายังคงดำเนินไปเป็นเวลา
หลายชั่วโมง เนื่องจากมีการหลอมรวมกับสายโลหิตฟีนิกซ์จำนวน
มหาศาล ร่างของหลินหมิงจึงกลายเป็นเหนียวแน่นและใสเหมือนคริสตัล
ที่ไม่มีสารปนเปื้อนแม้แต่น้อย ความเข้ากันได้ของเขากับกฎแห่งเพลิง
เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เส้นผมของเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ทุกเส้นเป็นดั่งไหม มันวาวและ
เงางาม แต่ก็ทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อ แม้แต่ดาบก็ไม่สามารถตัดเส้นผม
นี้ออกจากกันได้
ถ้าผู้ใดได้รับผมเส้นหนึ่งของหลินหมิง พวกเขาก็สามารถปรับแต่งมัน
ให้กลายเป็นเชือกสมบัติระดับสูงได้ ถ้าสมบัตินี้ถูกวางไว้ในโลกของมนุษย์
มันอาจทำให้ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรต้องต่อสู้แย่งชิงมัน
หลินหมิงค่อยๆเปิดตา เปลวเพลิงสาดประกายในแววตาที่สดใสของ
เขาชั่วครู่ ด้วยเพียงความคิดของเขา พลังงานเพลิงต้นกำเนิดรอบตัวก็ได้
เปลี่ยนเป็นชุดคลุมผ้าไหมสีแดงที่พันรอบร่างของเขา ในวินาทีถัดมา เมฆ
พลังงานต้นกำเนิด 3 ไมล์ก็รวมตัวกันและจมลงสู่ร่างของหลินหมิง
หลินหมิงใช้เวลาประมาณ 2 วันเพื่อทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7!
ในขณะที่หลินหมิงค่อยๆร่อนลงมาจากฟากฟ้า สายลมสวรรค์ที่ร้อน
ระอุอย่างรุนแรงที่พัดเข้าสู่เขาจู่ๆพวกมันก็ได้กลายเป็นอ่อนโยนอยู่
รอบตัวเขา ราวกับว่าหลินหมิงได้เป็นเจ้านายของพวกมัน
ชุดสีแดงที่สะบัดอยู่ในสายลมและผมยาวของเขาก็สยายไปตามสาย
ลมอ่อน สองแววตาของเขาส่องประกายเหมือนดวงจันทร์คู่ในฟากฟ้ายาม
ราตรี ขณะที่ก้าวไปในสายลม ทุกย่างก้าวได้สร้างดอกบัวครามของพลัง
ต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีขึ้นใต้ฝ่าเท้า ดอกบัวครามเหล่านี้คงอยู่เป็น
เวลานานกว่า ใสกว่าและลึกล้ำกว่าของเหยียนเยว่เอ่อร์มาก ขณะที่เดิน
ขึ้นไปบนดอกบัวบานเหล่านี้ มันก็เหมือนกับว่าเขากำลังก้าวขึ้นไปบน
สวรรค์
ในขณะนี้ หลินหมิงดูราวกับว่าเขามาจากสวรรค์ เป็นผู้ปกครอง
อมตะได้ลงมาสู่โลก!
ในขณะที่นักสู้เห็นหลินหมิงในขณะนี้ ทุกคนต่างตกใจจากเบื้องลึก
ของพวกเขา ราวกับว่าตัวหลินหมิงเองเป็นเต๋าสวรรค์ ทุกย่างก้าวของเขา
จะตามมาพร้อมกับออร่าของกฎ!
ด้วยคำสั่งเดียว ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย กฎก็จะเคลื่อนไหว
ตามคำสั่งของเขา!
“ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 สมบูรณ์แบบ…” ราชันเซียงหูจ้องมองไปยัง
หลินหมิงด้วยความอิจฉาในสายตาของนาง “เพราะจิตวิญญาณต่อสู้ระดับ
ทอง เขาจึงสามารถทำลายวิญญาณของตนเองจนกลายเป็นเพียงคลื่น
วิญญาณที่เล็กที่สุดได้ นอกจากนั้น เขายังได้รับการสันดาปจากกฎของ
โลก ถ้าเขาเข้าไปใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิงอีกครั้ง เขาอาจจะยังไม่
สามารถไปถึงระดับที่ 8 ได้ก็จริง แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถเข้าถึงระดับที่
7 ระยะ 5000 ไมล์ได้!
18 นรกแห่งเปลวเพลิงส่วนใหญ่จะทดสอบความเข้าใจของนักสู้ต่อ
กฎ ระดับการบ่มเพาะมีอิทธิพลน้อยมากกับเรื่องนี้ ในความเป็นจริง โดย
ไม่คำนึงว่าหลินหมิงอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 หรือ 7 เพราะเมื่อเขา
เข้าไปในนรกแห่งเปลวเพลิงความแตกต่างจะไม่มากนัก เหตุผลก็คือที่
ระดับความลึกนี้ สายลมสวรรค์จะรุนแรงและเป็นอันตรายเกินไป แม้แต่ผู้
ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังจะพบว่ามันยากที่จะทนต่อได้หากพวก
เขาไม่ได้ใช้อำนาจของกฎช่วย เมื่อเทียบกับผู้ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
ความแตกต่างระหว่างขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 และ 7 ก็เล็กน้อยเกินไป
แต่เมื่อหลินหมิงได้ทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เขาก็ได้ทนต่อการ
สันดาปจากกฎของโลก ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับกฎได้ลึกล้ำมากขึ้น
แล้ว และระยะทางที่เขาสามารถเข้าถึงได้ก็จะยิ่งลึกมากขึ้น!
เสียงของราชทูตจินเจี้ยนเต็มไปด้วยความรู้สึกและกล่าวว่า
“เนื่องจากหลินหมิงได้ทะลวงเขาสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ผลกระทบที่
เกิดขึ้นกับผลงานของเขาใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิงจะไม่ก้าวหน้ามาก
เกินไป แต่อิทธิพลที่จะมีต่อค่ายกลมายาเทพสงครามจะโดดเด่นอย่างยิ่ง
ค่ายกลมายาเทพสงครามเป็นการทดสอบเฉพาะความสามารถในการต่อสู้
ที่แท้จริงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นศัตรูที่อ่อนแอหรือแข็งแกร่ง มันจะขึ้นอยู่กับ
อายุของหลินหมิง เมื่อหลินหมิงทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 อายุของ
เขาไม่ได้เปลี่ยนไป ดังนั้นความแข็งแกร่งของศัตรูจะไม่เพิ่มขึ้น แต่ความ
แข็งแกร่งของหลินหมิงได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้าเกรงว่ามาตรฐานของการ
สังการหนึ่งพันคนก็ยังจะไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้!”
เดิมทีราชทูตจินเจี้ยนได้การประเมินค่าหลินหมิงไว้สูงอยู่แล้ว แต่
ตอนนี้ ดูเหมือนการประเมินค่าของเขาจะยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำ พรสวรรค์
ของหลินหมิงนั้นมากกว่า 100 เท่าที่เขาคิดไว้!
“ไม่ว่าในกรณีใด ผลลัพธ์ของหลินหมิงในด่านทดสอบหล่อหลอมของ
ดาวจิตวิญญาณเพลิงก็จะต้องสั่นสะเทือนทั้งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ทุกตระกูล
ชั้นสูงอันยิ่งใหญ่จะต้องการตอนรับเขา หลินหมิงจะก้าวสู่ความมีชื่อเสียง
ครอบครองอำนาจอันยิ่งใหญ่ ในเวลานั้น ตระกูลที่หลินหมิงเลือกจะเป็น
เรื่องสำคัญที่ทั้งเผ่าฟีนิกซ์โบราณจะให้ความสนใจ”
“ใช่แล้ว พายุอีกลูกจะมาถึงเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ตระกูลเซี่ยวมีเซี่ยวฉู่ชี่
และตระกูลหวงมีหวงเยว่เฟิง เฉพาะรุ่นปัจจุบัน มันมีเพียงตระกูลฮั่วที่
ค่อนข้างอ่อนแอ ข้าคิดว่าตระกูลฮั่วจะทำทุกอย่างในอำนาจของพวกเขา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน่ารังเกียจเพียงใดเพื่อจะเอาใจหลินหมิง พวกเขาอาจคิด
ที่จะให้หลินหมิงเป็นผู้ชิงบัลลังก์ผู้นำเผ่าคนต่อไป เช่นนี้แล้ว พวกเขาจึง
จะสามารถแข่งขันกับตระกูลหวงและตระกูลเซี่ยวได้ ”
เพื่อที่จะสร้างผู้ปกครองเทวะแห่งแดนเทวะขึ้นมาได้นั้น มัน
จำเป็นต้องมีทรัพยากรเป็นจำนวนมาก มันมีบางอย่างที่มีเพียงส่วนเดียว
เท่านั้น ถ้าผู้ใดใช้มัน ผู้อื่นก็จะไม่ได้ใช้ ดังนั้น แม้ในสามตระกูลใหญ่ที่มี
พื้นหลังลึกล้ำ พวกเขาก็ยังทำได้เพียงมุ่งความสนใจของพวกเขาใน
ยกระดับอัจฉริยะ
ตระกูลเซี่ยวและตระกูลหวงมีอัจฉริยะมากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่
เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อยกระดับหลินหมิงผู้เดียว ยิ่งไป
กว่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตัดสินใจที่จะยกระดับหลินหมิงผู้เดียว แต่
พวกเขาก็ยังไม่ยอมผลักดันเขาให้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำเผ่าได้ พวกเขาจะ
พิจารณาถึงศิษย์สายตรงของพวกเขาก่อน นั่นหมายความว่าตระกูลฮั่วจะ
มีความเหนือกว่าอย่างมากในการชนะใจหลินหมิง!
ราชันเซียงหูกล่าวว่า “ข้าเกรงว่าตระกูลฮั่วจะต้องลำบากเป็นอันมาก
ในคราวนี้ ตัวตนของหลินหมิงมีความสำคัญต่อพวกเขามากเกินไป
เพื่อที่จะชนะใจหลินหมิง พวกเขาต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล!
แม้ว่าพวกเขาจะต่อต้านการผลักดันหลินหมิงให้กลายเป็นผู้นำเผ่าคน
ต่อไป และถึงแม้ว่าพวกเขาจะล้มเหลวในที่สุด แต่หากพวกเขาสามารถให้
หลินหมิงเป็นรองผู้นำเผ่าด้วยพลังระดับขั้นผู้ปกครองเทวะ มันก็จะมี
ความหมายอย่างมากต่อตระกูลฮั่วแล้ว!”
แม้ว่าเผ่าฟีนิกซ์โบราณจะมีเพียงผู้นำเผ่าคนเดียวในแต่ละช่วงเวลาก็
ตาม แต่ก็ยังมีผู้ปกครองเทวะอยู่หลายคน ยกตัวอย่างเช่น ผู้อาวุโสสูงสุด
ที่เกษียณอายุจากตำแหน่งของผู้นำเผ่าหรือรองผู้นำเผ่า มันมีแม้แต่
อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สูงที่ได้กลายเป็นรองผู้นำเผ่าหลังจากล้มเหลวด้วย
เหตุผลบางอย่างในการต่อสู้เพื่อตำแหน่งผู้นำเผ่า ถึงกระนั้น
ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเลวร้ายกว่าผู้นำเผ่า
ในปัจจุบัน
“ส่งข่าวนี้ออกไป ข้าคิดว่าตระกูลฮั่วต้องการมันมากที่สุด ข้าเชื่อว่า
ก่อนที่ด่านทดสอบหล่อหลอมของดาวจิตวิญญาณเพลิงจะสิ้นสุดลง พวก
เขาจะต้องส่งผู้ส่งสารมาติดต่อหลินหมิง จินเจี้ยน เจ้าเป็นคนในตระกูล
ฮั่ว? พ่อตาของเจ้าควรจะมีความสุขมากที่ได้ฟังข่าวนี้”
ราชันเซียงหูกล่าวล้อเลียนขณะที่นางก็จำอะไรได้บ้าง
ราชทูตจินเจี้ยนจ้องกลับไปยังราชันเซียงหู เขากล่าวอย่างหงุดหงิด
ว่า “ข้าเป็นคนตระกูลจิน ข้าเพียงแต่งงานกับบุตรสาวของตระกูลฮั่ว มี
เพียงคนเช่นเจ้าเท่านั้นที่จะใช้เรื่องนี้กัดข้า”
แม้ว่าจินเจี้ยนดูเหมือนโกรธ แต่จริงๆแล้วเขาก็ไม่ค่อยใส่ใจนัก เขา
เข้าใจความสำคัญของการแสวงหาที่พึ่งของตระกูล ถ้าเขาไม่ได้แต่งงาน
กับหญิงสาวที่มีพรสวรรค์ของตระกูลฮั่ว เขาคงไม่สามารถก้าวมาถึงขั้นนี้
ได้