Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,036 เสร็จสิ้นการสังหารหนึ่งพันคน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,036 เสร็จสิ้นการสังหารหนึ่งพันคน
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าไม่เพียงจะมีจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง แต่ยัง
มีสนามพลังที่ทรงพลังและน่าอัศจรรย์ และเจ้าก็สามารถต่อสู้ข้ามขั้นจน
ทำให้ข้าบาดเจ็บได้!”
ชือจ้านอวิ๋นลุกขึ้นจากซากปรักหักพัง เขาเช็ดโลหิตที่มุมปาก ขณะที่
เขานึกย้อนถึงสนามพลังเจตจำนงแปลกประหลาดเมื่อครู่ แม้เขาเองไม่
อยากจะเชื่อก็ตาม แต่หลินหมิงสามารถเข้าใจถึงสนามพลังเจตจำนงแห่ง
นักสู้ลึกลับอันทรงพลังเช่นนี้ได้จริง!
เจตจำนงแห่งนักสู้นั้นมายาและเป็นไปไม่ได้ที่จะชี้ชัด ผู้ที่เข้าใจมันได้
จะแตกต่างกัน และไม่ว่าพวกเขาจะสามารถเข้าใจได้หรือไม่ มันก็ไม่ได้
เกี่ยวข้องกับความเข้าใจในกฎหรือพรสวรรค์ของพวกเขา มันมีกระทั่ง
อัจฉริยะสูงสุดบางคนที่ไม่สามารถเข้าใจถึงเจตจำนงแห่งนักสู้ของตัวเอง
ได้
อาจกล่าวได้ว่าเจตจำนงแห่งนักสู้เป็นสิ่งที่ประจักษ์ถึงโชคชะตาของ
นักสู้
“หลินหมิง การบ่มเพาะของเจ้าด้อยกว่าของข้า 1 ระดับ และเจ้ายัง
สามารถบังคับข้ามาจนถึงขั้นนี้ได้ ข้าต้องสรรเสริญเจ้าจริงๆ ข้ายอมรับว่า
พรสวรรค์ของเจ้าไม่ได้ด้อยไปกว่าข้า ทักษะต่อไปนี้คือท่าไม้ตายที่
แข็งแกร่งที่สุดของข้า แม้แต่เมื่อ 40,000 ปีก่อนที่ข้าได้เสร็จสิ้นการ
สังหารหนึ่งพันคนที่นี่ข้าก็ยังไม่ได้ใช้มัน
“หลินหมิง มันยังไม่สายเกินไปสำหรับเจ้าที่จะยอมรับความพ่ายแพ้
เพราะเมื่อข้าใช้ทักษะนี้แล้ว ข้าไม่สามารถควบคุมพลังของมันได้ แม้ว่า
เราจะอยู่ในค่ายกลมายาเทพสงครามและเจ้าไม่มีอะไรนอกจากรูปแบบ
พลังงาน การโจมตีของข้าจะทำให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าได้รับความ
เสียหายอยู่ดี มันเป็นเพราะทักษะนี้เป็นเสี้ยวพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ใน
แผ่นหยกที่บิดาของข้าได้รับมาจากซากโบราณ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่แท้จริง แต่ก็อาจจะค่อนข้างใกล้เคียง และข้าก็ยัง
สามารถแสดงพลังการโจมตีส่วนแรกของความสามารถนี้ได้เท่านั้น ถึง
กระนั้น เจ้าก็ยังจะไม่สามารถต้านทานได้อยู่ดี
“พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ?”
ขณะที่เหล่านักสู้ในปัจจุบันได้ยินคำพูดของชือจ้านอวิ๋น พวกเขา
ทั้งหมดต่างก็ตกตะลึงอย่างหนัก พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพเป็นความสามารถ
ระดับสูงสุดของแดนเทวะ! มีเพียงตัวตนในระดับราชันสวรรค์ ตัวตนที่
ผู้คนเปรียบพวกเขาดั่งพระเจ้า ผู้ที่สามารถสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพได้
ยิ่งไปกว่านั้น ราชันสวรรค์ยังสามารถสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพได้เพียง
อย่างเดียว เพราะพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพคือการสะสมความรู้ทั้งชีวิตของ
พวกเขา!
ดังนั้น ในทั่วทั้งแดนเทวะแล้ว พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพอันใหม่ก็อาจจะ
เกิดขึ้นเพียงทุกๆล้านหรือแม้แต่หลายล้านปีเท่านั้น นอกจากนี้ พลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพมากมายได้จมหายไปในแดนเร้นลับ ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์
แห่งเทพมีน้อยและเป็นที่น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง โดยปกติแล้วจะมี
เพียงราชันสวรรค์หรือราชันพิภพที่โดดเด่นซึ่งเต็มไปด้วยโชคจึงจะได้
รับมาหนึ่งอย่าง สำหรับผู้ปกครองเทวะ มันไม่มีทางที่จะกล่าวถึง
ความสำเร็จของพวกเขาในสิ่งนี้ได้
ตัวอย่างเช่น บิดาของชือจ้านอวิ๋นที่ได้รับเพียงส่วนหนึ่งของพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ และปริมาณที่สามารถเรียนรู้ได้นั้นถูกจำกัด
ถึงกระนั้น มันก็ยังเป็นมรดกที่น่าทึ่ง!
“เสี้ยวพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพจากแผ่นหยก! สวรรค์! ชือจ้านอวิ๋นมี
โอกาสได้เรียนรู้ความสามารถอันน่าตกตะลึงดังกล่าว!”
“ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาเป็นตระกูลที่มี
ราชันพิภพ เหตุผลที่ตระกูลของชือจ้านอวิ๋นมีชื่อเสียงอย่างมากมิใช่เพียง
เพราะสายเลือดของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังเนื่องมาจากมรดกอันลึกลับ
ด้วย ตัวอย่างเช่น เผ่าฟีนิกซ์โบราณของเราจะไม่มีวันที่จะได้รับสิ่งที่เป็น
ตำนานเช่นเสี้ยวพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ”
“ข้าเกรงว่าหลินหมิงจะไม่สามารถที่จะจัดการเขาได้… น่าสงสารยิ่ง
ถ้าเพียงชือจ้านอวิ๋นไม่ได้มีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพแล้ว ศิษย์น้องหลินก็
อาจจะชนะ”
“ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้ เพราะนี่คือความแตกต่างของพื้นหลัง
มันไม่มีความละอายใดๆถ้าศิษย์น้องหลินจะต้องพ่ายแพ้เช่นนี้ การต่อสู้
ครั้งนี้จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ!”
ขณะที่เหล่าศิษย์ของตำหนักทั้งสามแห่งรู้สึกเสียใจกับหลินหมิง ใน
เวลานี้ หลินหมิงกำลังเผชิญหน้ากับชือจ้านอวิ๋นซึ่งมีใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไป
ด้วยความมั่นใจ แม้เสี้ยวพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพก็ไม่สามารถประมาทได้
ต้องเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์เองก็ยังเป็น
เพียงส่วนหนึ่งของเจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิดที่สมบูรณ์ แต่ก็ยังคงทรง
พลังอย่างมากแล้ว
ส่วนปราณเทพทรราชคลั่ง นั่นน่าจะเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่
สมบูรณ์แบบ แต่ลักษณะของทักษะลับนี้มุ่งเน้นไปยังการบ่มเพาะเสริม
การสนับสนุน และช่วยให้เข้าใจกฎ พลังการโจมตีไม่ได้เป็นจุดเด่นที่สุด
ของมัน สำหรับชือจ้านอวิ๋น จากความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของเขา
สิ่งที่บิดาของเขาได้รับคือส่วนหนึ่งของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพด้านการ
โจมตี!
ทักษะด้านการต่อสู้ซึ่งเข้าใจจากเสี้ยวพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพอาจไม่ใช่
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพที่แท้จริง แต่มันก็ยังถูกสร้างขึ้นใหม่โดยผ่านความ
แข็งแกร่งและความเข้าใจของผู้ทรงพลังระดับราชันพิภพ ความน่ากลัว
ของมันทรงพลังอย่างยิ่ง
ในขณะนี้ หลินหมิงไม่สามารถออมมือไว้ได้อีกแล้ว นี่เป็นการโจมตี
ครั้งสุดท้ายของชือจ้านอวิ๋น เขาจำเป็นต้องหยุดการโจมตีครั้งนี้ให้ได้ และ
การพึ่งพาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพมิติอนุภาคแรก
กำเนิด กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การปลดปล่อยมิติอนุภาคแรกกำเนิดถึงขีดสุด
ออกมา
ก่อนหน้านี้ เนื่องจากความกังวลต่างๆของหลินหมิง เขาจึงได้ยับยั้ง
มิติอนุภาคแรกกำเนิดไว้ประมาณ 3 ฟุตรอบตัว และเขายังซ่อน
ปรากฏการณ์ของมันเอาไว้ด้วย แต่ถ้าเขายังคงปิดบังมันต่อไป เขาก็จะ
พ่ายแพ้ลงที่นี่
“ดูเหมือนว่าเจ้าอยากจะสู้ตายสินะ ฮ่าๆ ดี นั่นเป็นสิ่งที่ข้าคาดหวัง มิ
เช่นนั้น มันจะทำให้ข้าสูญเสียความสนใจในการเอาชนะเจ้า” เมื่อชือ
จ้านอวิ๋นได้เห็นออร่าของหลินหมิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาก็ไม่แปลกใจ
เลย เขายกดาบขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง และออร่าของเขาก็ทะยานขึ้นสู่
สวรรค์ ทำให้กลายเป็นแสงเพลิงที่พุ่งขึ้นไปย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีแดงฉาน!
“โลหิตทรราชสวรรค์พลิกฟ้า!”
ชือจ้านอวิ๋นฟันลงมาด้วยดาบยักษ์ของเขา ในเวลานี้ ตัวเขาเป็น
เหมือนดั่งโลก ควบคุมทัณฑ์สวรรค์ และดาบของเขาคือพิพากษาของเต๋า
สวรรค์!
ม่านตาของหลินหมิงหดลง ในขณะนั้น เขาได้เผาผลาญโลหิตฟีนิกซ์
ทั้งหมดของเขาอีกครั้ง พลังจิตวิญญาณและพลังเจตจำนงของเขาปะทุขึ้น
อย่างสมบูรณ์! เบื้องหลังหลินหมิง ท่ามกลางแสงสีทองอันโชติช่วงและ
ฟีนิกซ์ในท้องฟ้า, ดอกบัวโลหิตเริ่มเบ่งบานอย่างช้าๆ!
นี่คือบัวบานจักรพรรดิสูงสุด เฉพาะเมื่อดอกบัวนี้เบ่งบานที่ขีดสุด
เจตจำนงอนุภาคแรกกำเนิดจึงจะมีความแข็งแกร่งถึงขีดสุดของมัน!
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่กล้าที่จะยอมให้บัวบานจักรพรรดิสูงสุด
เบ่งบานออกโดยไม่ปิดบัง แม้ว่าชือจ้านอวิ๋นหรือฮั่วเล่ยสือจะเป็นตัวตนที่
ยังห่างไกลจากระดับราชันสวรรค์ และก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเคยได้
เห็นใครบางคนเช่นราชันสวรรค์บรรพกาล แต่หลินหมิงก็ไม่กล้าประมาท
ประสบการณ์ของพวกเขา ในขณะที่เขาปล่อยบัวบานจักรพรรดิสูงสุด เขา
ก็ใช้ระบำบัวครามอัคคีอีกครั้ง!
วิถีสามระดับแรกของกฎแห่งเพลิงควบแน่นเป็นดอกบัวครามและ
หลอมรวมกับดอกบัวจักรพรรดิสูงสุด ทำให้ดอกบัวนี้ปรากฏสีครามอม
แดงแปลกๆ!
แต่หลินหมิงยังไม่พอเท่านี้ เขาถ่ายเทจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรก
กำเนิดเข้าสู่ดอกบัวสีครามอมแดงนี้ด้วย จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง
สามารถสร้างโลกแห่งการประจักษ์ขึ้นมาได้ มันเปลี่ยนรูปลักษณ์ของ
ดอกบัวจักรพรรดิสูงสุดอีกครั้ง ปกคลุมมันด้วยสีทองเข้ม!
บึม!
ซี่ ซี่ ซี่!
ดาบของชือจ้านอวิ๋นตัดเข้าไปในมิติอนุภาคแรกกำเนิด พลังงานสี
แดงเข้มปะทะรุนแรงกับมิติอนุภาคแรกกำเนิด จากนั้น เส้นใยของ
พลังงานอนุภาคแรกกำเนิดขั้นพื้นฐานถูกตัดเฉือนเข้าไปโดยชือจ้านอวิ๋น
เรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน โลหิตทรราชสวรรค์พลิกฟ้าของชือจ้านอวิ๋นก็
อ่อนแอลง พลังงานสีแดงหนาถูกดูดกระจายออกไปในทุกทิศทาง ย้อมมิติ
อนุภาคแรกกำเนิดราวกับว่าเป็นน้ำตาโลหิตของสวรรค์อันไร้สิ้นสุด!
“นี่มันสนามพลังอันใดกัน? มันทรงพลังอย่างยิ่ง!” ชือจ้านอวิ๋นรู้สึกทึ่ง
เขารู้สึกว่าพลังของตัวเองถูกดูดไปอย่างรวดเร็ว “สลายไปซะ!”
ชือจ้านอวิ๋นปะทุขึ้นด้วยเสียงคำรามดังสนั่น ร่างกายของเขาก็พองโต
หลอดเลือดใต้ผิวหนังทั้งหมดพองขึ้นและเส้นเลือดดำก็พองขึ้นทั่วร่าง เขา
ผลักดันพลังกายของเขาไปถึงขีดสุด และพยายามฉีกพลังงานอนุภาคแรก
กำเนิดพื้นฐานเบื้องหน้าที่กำลังขัดขวางเขาไว้!
อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน พลังส่วนใหญ่ของโลหิตทรราชสวรรค์
พลิกฟ้าก็ได้ถูกใช้เต็มพิกัดด้วย!
“ปราณเทพทรราชคลั่ง เปิด!”
ความคิดของหลินหมิงจมลงสู่ต้นอ่อนเทพทรราช 6 ใบของต้นอ่อน
เทพทรราชเผยให้เห็นถึงความสว่างสดใสราวกับดวงอาทิตย์เที่ยงวัน
ในช่วงเวลานั้น ด้านหลังหลินหมิง ดอกบัวสีครามอมแดงปรากฏตัวขึ้นอีก
ครั้ง พุ่งตรงไปข้างหน้า!
ระบำบัวครามอัคคี!
บึม!
ในการปะทะกันอย่างรุนแรง โลหิตทรราชสวรรค์พลิกฟ้าและระบำ
บัวครามอัคคีได้ปะทะกัน ดอกบัวสีครามอมแดงถูกฉีกขาดออก แต่โลหิต
ทรราชสวรรค์พลิกฟ้าของชือจ้านอวิ๋นเองก็ถูกตัดฉีกหลายครั้งจนในที่สุด
มันก็ระเบิดออก!
คลื่นกระแทกจากพลังงานกวาดออกสู่ภายนอก ปราณแท้ปกป้อง
ร่างของหลินหมิงแตกเป็นเสี่ยงๆและเส้นชีพจรของเขาถูกฉีกขาดออก
หลินหมิงกระอักโลหิตคำโตออกมา
ส่วนชือจ้านอวิ๋น หนึ่งในสามของเกล็ดทั่วร่างกายของเขาถูกฉีกขาด
โดยการโจมตีของหลินหมิง ทั่วร่างของเขาถูกย้อมด้วยโลหิต!
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนต่างไม่ถอย พวกเขาทั้งสองอยากจะใช้
ช่วงเวลานี้ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงโจมตีกัน!
โลหิตทรราชสวรรค์พลิกฟ้า!
ชือจ้านอวิ๋นต้องการใช้โลหิตทรราชสวรรค์พลิกฟ้าอีกครั้ง แต่ด้วย
สภาพปัจจุบันของเขา มันจึงแทบจะไม่สามารถใช้ทักษะนี้และภาระบน
ร่างกายของเขาตอนนี้ก็มากมายอย่างยิ่งแต่เขาก็ฝืนใช้ทักษะนี้ได้ แต่พลัง
ของมันไม่สามารถเทียบได้กับก่อนหน้านี้
แต่พอชือจ้านอวิ๋นกำลังจะโจมตี เขาก็ได้ยินเสียงสายฟ้าคำรามมายัง
เขา จากร่างของหลินหมิง ราชสีห์ม่วงทะยานมายังเขา!
“มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วง ระเบิด!”
หลินหมิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง มูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วงพุ่งเข้าสู่กระแส
ที่ยิ่งใหญ่ของเปลวเพลิงที่ยังคงมีอยู่ พลังสายฟ้าและเพลิงหมุนวน
ก่อให้เกิดการระเบิดอย่างฉับพลัน
บึมมมมม!
สวรรค์และปฐพีสั่นสะเทือน พลังงานต้นกำเนิดระเบิดออกไปในทุก
ทิศทาง ชือจ้านอวิ๋นไม่ได้มีเวลาในการควบแน่นพลังดาบของเขาและถูก
อัดปะทะด้วยพลังระเบิดของเพลิงสายฟ้าที่คลุ้มคลั่ง เขาไม่อาจยืนหยัด
ต้านได้อีกและถูกส่งกระเด็นไปไกล เกล็ดทั้งหมดของเขาถูกฉีกออกมา
ขาดกระจุย ขณะที่เลือดไหลกระเซ็นไปในสายลม
การโจมตีครั้งสุดท้ายของหลินหมิงเกือบจะผลาญพลังงานทั้งหมด
ของเขา ในขณะที่เขาสังหารมาจนถึงตอนนี้ ฝ่ายตรงข้ามที่เขาเผชิญหน้า
ต่างก็เป็นอัจฉริยะในยุคของตัวเอง นอกจากนี้ เขาได้เผชิญหน้ากับ
รูปแบบค่ายกลสังหารผสานของพวกเขา ปริมาณการผลาญพลังงานของ
เขาจึงย่อมสามารถจินตนาการได้
แม้ว่าหลินหมิงจะมีประตูแห่งการรักษาสนับสนุนเขา แต่ก็ยังยากที่
จะชดเชย ความเครียดในจิตใจของเขาภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่
ต้องต่อสู้กับชือจ้านอวิ๋นได้
เพราะเขาระเบิดพลังมากเกินไปในการโจมตีครั้งสุดท้ายและเขาก็ยัง
ได้รับบาดเจ็บจากปราณแท้ระเบิด 30% ของเส้นชีพจรถูกฉีกขาดและ
กำลังอยู่ในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง เขาไม่ได้มีพลังในการต่อสู้
เหลืออยู่มากนัก ถ้าหากชือจ้านอวิ๋นยังมีพลังเหลืออยู่แล้ว เช่นนั้นเขาก็
ต้องยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือชือจ้านอวิ๋นอยู่ในสภาพที่เลวร้ายยิ่งกว่า
นัก
ในการโจมตีครั้งสุดท้ายของหลินหมิงนั้น เขาได้ใช้มูลฐานอัสนี
ราชสีห์ม่วงเพื่อทำให้เกิดการระเบิดของระบำบัวครามอัคคีขึ้น ชือ
จ้านอวิ๋นได้ยืนหยัดต่อสู้กับผลกระทบอย่างหนักหน่วง ถ้าหากไม่ใช่เพราะ
มีกายาต่อสู้โลหิตแผดเผา เกล็ดที่ปกคลุมตัวเขา และพลังป้องกันที่น่าทึ่ง
แล้ว การโจมตีของหลินหมิงก็คงจะฉีกร่างของชือจ้านอวิ๋นออกเป็นชิ้นๆ!
“เจ้า…!” เสียงของชือจ้านอวิ๋นแหบขณะที่เขาจ้องมองไปยังหลินหมิง
ทุกครั้งที่เขาพูด โลหิตจะพุ่งออกมาจากปากของเขาด้วย “เจ้าชื่อหลินหมิง
ใช่หรือไม่? ข้าจะจำเจ้าไว้!”
วูป – !
เมื่อชือจ้านอวิ๋นกล่าวจบ ร่างของเขากลายเป็นแสงสีแดงที่จางลง ไม่
นานก็หายไปอย่างสิ้นเชิง
หลินหมิง… เอาชนะชือจ้านอวิ๋นได้!
นี่ก็หมายความว่าเขาได้เสร็จสิ้นขั้นตอนสุดท้าย สังหารหนึ่งพันคน!
“หลินหมิงเอาชนะชือจ้านอวิ๋นได้! สวรรค์!”
“สังหารหนึ่งพันคน! เจ้าบ้านี่ทำมันได้ เขาเสร็จสิ้นการสังหารหนึ่งพัน
คน!”
ขณะที่เหล่าศิษย์ของทั้งสามตำหนักสาขาเห็นหลินหมิงเอาชนะชือจ้า
นอวิ๋นได้ในที่สุด พวกเขาทั้งหมดได้กลายเป็นโง่งมในเริ่มแรก พวกเขาคิด
ว่าเดิมทีหลินหมิงมีแสงแห่งความหวังที่จะบรรลุชัยชนะได้ แต่หลังจาก
ที่ชือจ้านอวิ๋น ดึงเอาการโจมตีที่เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพออกมา ทุกคน
รู้สึกว่าแสงแห่งความหวังสุดท้ายได้มลายหายไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงกลับได้ท้าทายความคาดหมายทั้งหมดของพวก
เขา!