Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,041 แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
“อาวุโสฮั่ว, นั่นคือหลินหมิง?”
ผู้หญิงหันมามองดูศิษย์ทั้งหมดก่อนที่สายตาของนางจะหยุดลงที่
หลินหมิง
นางมองไม่เห็นอะไรพิเศษเกี่ยวกับหลินหมิงนอกเหนือจากรากฐานที่
มั่นคง
“เขาเอาชนะชือจ้านอวิ๋นในวัยเดียวกันได้?”
“ใช่แล้ว!” ฮั่วเล่ยสือกล่าวด้วยความพอใจในขณะที่ลูบเครา
“หืม…” ผู้หญิงจมอยู่ในความคิด ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา เนื่องจากฮั่วเล่
ยสือกล่าวเช่นนี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการกล่าวเกินจริง แต่ส่วน
ใหญ่ก็เป็นความจริง แม้กระนั้นก็ตาม นางก็พบว่ามันยากที่จะเชื่อได้ว่า
ชายหนุ่มที่หล่อเหลาตรงหน้านางคือตัวตนที่ภาคภูมิใจซึ่งได้รับการ
คัดเลือกจากสวรรค์
“มันมีหลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ที่มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณ
สมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวของผู้อาวุโสในระหว่างด่านทดสอบหล่อหลอม
ฟีนิกซ์โบราณไม่เลวเลย!” ชายอีกคนกล่าวออกมาอย่างสุภาพ สถานะของ
เขาค่อนข้างต่ำกว่าฮั่วเล่ยสือ
“นี่คือช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่สุดในเผ่าฟีนิกซ์โบราณของข้าในรอบ
หลายหมื่นปี จากสองสาขาหลักของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ผู้นำเผ่าฟีนิกซ์
น้ำแข็งได้ออกไปยังที่ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน และกลับไปยังดินแดนขั้ว
โลก สำหรับเผ่าฟีนิกซ์เพลิงของข้า มันเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะ
จัดการกับทุกอย่างตามลำพัง เราไม่เหมือนเผ่ากิเลนของเจ้า เจ้ามีสาขา
ใหญ่มากมายที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน ดังนั้นมันจึงง่ายสำหรับเจ้าที่
เติบโตและพัฒนา
ฟีนิกซ์เป็นสัตว์อสูรเทวะที่หาได้ยากที่สุดแห่งแดนเทวะ สำหรับกิเลน
และมังกรนั้นต่างก็มีมากมาย เผ่าฟีนิกซ์โบราณมีเพียง 2 สาขาหลัก นั่น
คือสาขาฟีนิกซ์เพลิงและสาขาฟีนิกซ์น้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม เผ่ากิเลนมี 4
สาขา คือกิเลนสายฟ้าม่วง กิเลนเพลิง กิเลนวารี และกิเลนเงา พวกเขามี
คนกว่า 200 พันล้าน
“อาวุโสฮั่วถ่อมตนมากเกินไป เผ่าฟีนิกซ์เพลิงของท่านนั้นยิ่งใหญ่
พอที่จะเอื้ออำนวยต่อการเปรียบเทียบ กับเผ่ากิเลนสองหรือสามสาขา
ของข้าได้แล้ว ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสกำลังวางแผนที่จะอนุญาตให้ หลินหมิง
และเหยียนเยว่เอ่อร์เข้าร่วมการเดินทาง เข้าไปในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเท
วะ เพื่อสำรวจและหาประสบการณ์ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว!”
ฮั่วเล่ยสือพยักหน้า เหตุผลที่ราชันเซียงหูและราชทูตจินเจี้ยน ได้เข้า
มายังดาวจิตวิญญาณเพลิงในครั้งนี้ ก็คือการสังเกตการณ์เหยียนเยว่เอ่อร์
รวมทั้งพานางเข้าสู่แดนเร้นลับเพื่อหาประสบการณ์ พวกเขาไม่เคยคิดเลย
ว่าพวกเขา จะได้พบกับความประหลาดใจที่ยิ่งใหญ่กว่าจากหลินหมิง
และเป็นในระดับที่แม้แต่ฮั่วเล่ยสือยังต้องตื่นตัว
แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะตั้งอยู่ในโลกที่แยกจากแดนเทวะ
แดนเทวะไม่ได้มีโลกเพียง 3000 โลกหลักเท่านั้น
แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะตั้งอยู่ในแดนเร้นลับเหล่านี้ ตำแหน่งของ
มันเป็นหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ
นี่เป็นสมบัติที่ซ่อนอยู่ของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ
ผู้หญิงตระกูลกิเลนมองไปยังหลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ นางพยัก
หน้าและกล่าวว่า “4 ตระกูลเราสามารถอนุญาต ให้คนเข้าสู่แดนเร้นลับ
แต่ละครั้งในจำนวนจำกัด จำนวนส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยเผ่ามังกร
โบราณ ในส่วนที่เหลือจะแบ่งระหว่างเผ่าอื่น และแต่ละที่ว่างจะมีค่าอย่าง
มาก พวกเขามีคุณสมบัติ แต่…”
ในบรรดา 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ เผ่ามังกรโบราณเป็นเผด็จการและ
หยิ่งยโสที่สุด แต่แน่นอนว่าพวกเขามีคุณสมบัติที่จะทำเช่นนั้นได้ พวกเขา
มีทรัพยากรสายเลือดที่มั่งคั่งที่สุด และความแข็งแกร่งของพวกเขาก็สูง
กว่าอีก 4 ตระกูล!
หากความแข็งแกร่งของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะรวมเข้าด้วยกัน มันก็จะ
สามารถเปรียบเทียบกับตระกูลราชันพิภพได้
และเหตุผลที่ทั้ง 4 ตระกูลของสัตว์อสูรเทวะ สามารถได้รับสายเลือด
สัตว์อสูรเทวะนั้น ส่วนใหญ่ก็เพราะอิทธิพลของเผ่ามังกรโบราณ มิเช่นนั้น
อาจมีขุมกำลังระดับราชันพิภพลงมือชิงไปและความแข็งแกร่งของ 4 เผ่า
สัตว์อสูรเทวะ ก็อาจจะลดลงอย่างมาก ถึงแม้สายเลือดสัตว์อสูรเทวะจะ
เบาบาง แต่ก็มีคุณภาพสูงมาก มันเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ทรง
พลัง
คำพูดของผู้หญิงเผ่ากิเลนหายไปก่อนจบประโยค แต่ฮั่วเล่ยสือก็
เข้าใจถึงความหมายของนางได้ชัดเจน นางอยากจะได้สัมผัสกับความ
แข็งแกร่งของเหยียนเยว่เอ่อร์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลินหมิง ไม่ว่า
อย่างไร การได้ยินเพียงข่าวลือและคำบอกเล่าย่อมไม่เท่าตาเห็น เมื่อฮั่วเล่
ยสืออธิบายถึงหลินหมิง มันดูเหมือนจะโอ้อวดมากเกินไป ถึงแม้ว่าหญิง
เผ่ากิเลนรู้ว่าฮั่วเล่ยสือไม่ใช่คนพูดไร้สาระ แต่นางก็ยังไม่เชื่อคำพูดของ
เขา
ฮั่วเล่ยสือลูบเคราของเขาและยิ้มว่า “หลินหมิง เหยียนเยว่เอ่อร์ เจ้า
ทั้งสองเดินเข้าไปใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิงและไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำ
ได้”
ฮั่วเล่ยสือได้ออกจากคัมภีร์เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์และปล่อยให้หลินห
มิงเข้าฌานอยู่ด้านใน 200 วัน จากนั้นเขาก็ออกจากดาวจิตวิญญาณเพลิง
หลังจากนั้น สำหรับการฝึกฝนของหลินหมิง เขาก็ไม่รู้เลยว่าไปถึงขึ้นใด
แล้วนี่อาจถือเป็นการทดสอบขั้นสุดท้ายก่อนที่ด่านทดสอบหล่อหลอม
ฟีนิกซ์โบราณจะสิ้นสุดลง
“ข้าสงสัยว่าเด็กคนนี้จะสามารถเข้าใจในคัมภีร์เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้
เท่าใดของวิถีแห่งเพลิงระดับที่ 4”
ฮั่วเล่ยสือพึมพำกับตัวเอง เขามีความคาดหวังอย่างมากในหัวใจ
ระดับที่ 7 ของนรกแห่งเปลวเพลิงถูกเรียกว่าเขตแดนของเทพเจ้า สำหรับ
ระดับที่ 8 นั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจินตนาการเลยทีเดียว
“ขอรับ!”
หลินหมิงพยักหน้า การผ่านค่ายกลมายาเทพสงครามนั้นเป็นเรื่อง
ลำบาก แต่การผ่าน 18 นรกแห่งเปลวเพลิงนั้นใช้เวลาน้อยกว่า ในช่วง 4
เดือนที่ผ่านมานี้ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเข้าฌานผ่านกฎ และ 18
นรกของเปลวเพลิงเป็นสถานที่ซึ่งเขาสามารถตรวจสอบกฎที่ได้เรียนรู้มา
ปกติเขาจะไม่ไปลึกเกินไปใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิง มิเช่นนั้น การผลาญ
พลังงานของเขาจะมากเกินไปและเขาจะไม่สามารถอยู่ภายในได้นาน ซึ่ง
จะไม่เป็นประโยชน์สำหรับการฝึกฝนอย่างมาก ดังนั้นหลินหมิงก็ไม่รู้ว่า
ข้อจำกัดของตนเป็นอย่างไร
ตอนนี้ เขาสามารถทดสอบมันได้แล้ว
โดยไม่รีรอ หลินหมิงพุ่งเข้าไปใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิง ประตูแห่ง
ความพิศวงและเงาสายฟ้าเร้นลับถูกเปิดใช้
กระจกจิตวิญญาณเพลิงปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือจัตุรัส กระจกจิต
วิญญาณเพลิงมีความยาวหลายพันฟุต และภาพหลินหมิงได้สะท้อนให้
เห็นอย่างชัดเจนในนั้น
ขณะที่เหล่าศิษย์ของสามตำหนักสาขา มองขึ้นไปยังกระจกจิต
วิญญาณเพลิงอันกว้างใหญ่ในท้องฟ้า ทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาเองก็ต้องการที่จะเห็นว่าหลินหมิงจะก้าวหน้าขึ้นมากเพียงใด ใน
ปีที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันดีว่าหลินหมิงได้ฝึกฝนอยู่ที่ระดับที่ 7 ระยะ 5000
ไมล์ ดังนั้นความคิดนี้จึงมักปรากฏขึ้นในจิตใจของคนเหล่านี้
คราวนี้หลินหมิงจะไปได้ลึกเพียงใดกัน?
“ข้าสงสัยว่าศิษย์น้องหลินจะสามารถไปได้ถึงขอบของระดับที่ 8 ได้
หรือไม่…” ไป่เต๋าหงพึมพำ
ด้านข้างเขา ลู่เสี่ยวหยวนเองก็ยังได้เฝ้ามองกระจกจิตวิญญาณเพลิง
บนท้องฟ้า “ระดับที่ 8 นั่นเป็นตำนานในตำนาน มันนอกเหนือจากการ
คำนวณ ข้าไม่สามารถจินตนาการได้เลย เมื่อข้าได้เข้าร่วมด่านทดสอบ
เป็นครั้งที่ 2 แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถเข้าสู่ระดับที่ 8 ได้…”
18 ระดับของนรกแห่งเปลวเพลิง จะกลายเป็นยากมากยิ่งขึ้นไป
เรื่อยๆ เมื่อลงไปลึกความยากลำบากจะเพิ่มสูงขึ้น ในระดับ 7 ระยะ
5000 ไมล์ แต่ในระดับที่ 8 ความยากลำบากจะเพิ่มขึ้น จนแทบต่างกัน
ลิบลับ มันต้องเป็นที่รู้กันดีว่าแม้กระทั่งตัวตนเช่นลู่เสี่ยวหยวนและไป่เต๋า
หงยังเพิ่งไปถึงระดับที่ 11 ได้แม้จะมีการบ่มเพาะสูงมากแล้ว
หลินหมิงพุ่งไปด้วยความเร็วสูงมาก แม้แต่ในระดับที่ 3 เขาก็ยัง
สามารถรักษาความเร็วไว้ที่ 30 เท่าของความเร็วของเสียงได้!
คราวนี้ เขาไม่จำเป็นต้องลดความเร็วในการเสริมกฎอีกต่อไป
เป้าหมายเพียงอย่างเดียวของเขาตอนนี้ คือการไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะ
เป็นไปได้ และหาว่าขีดจำกัดของเขาอยู่ที่ใด!
ระดับที่ 4 ทะลวง!
ระดับที่ 5 ทะลวง!
เหยียนเยว่เอ่อร์ได้พุ่งไปในนรกแห่งเปลวเพลิงพร้อมกับหลินหมิง แต่
ก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังรวดเร็ว ระยะทางระหว่างพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่า
เหยียนเยว่เอ่อร์จะเป็นตัวตนที่น่าทึ่ง แต่ความแตกต่างระหว่างนางกับ
หลินหมิงก็ยังมากมายเหลือเกิน
ไม่นานก่อนที่หลินหมิงจะทะลวงบุกเข้าสู่ระดับที่ 6
ณ จุดนี้ ความเร็วของเขาได้ลดลงแล้วอย่างมาก แรงดันในระดับที่ 6
ไม่ได้เล็กน้อยเลย สาเหตุที่หลินหมิงลดความเร็วของเขานั้น ไม่ได้เป็น
เพราะเขาไม่สามารถคงความเร็วนี้ไว้ได้ แต่เนื่องจากมันจะผลาญพลังงาน
มากเกินไป เนื่องจากเขาพยายามจะทำลายสถิติก่อนหน้านี้ให้ได้ เขาจึง
ต้องประหยัดปราณแท้และพลังกายเอาไว้ให้มาก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินหมิงเข้าสู่ระดับที่ 7 จากนั้นเขาก็เข้าสู่ระดับที่
7 ถึง 5000 ไมล์
ความลึกนี้เป็นความลึกที่หลินหมิงได้มาฝึกฝนในเวลาปกติ เมื่อเขา
ได้ฝึกฝนที่นี่ เขาก็สามารถอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลาหลายวัน การฝึกฝนเป็น
เวลานานจะผลาญพลังงานเกือบทั้งหมดของหลินหมิง ทุกครั้งที่เขาจบ
การฝึกฝนและถึงขีดกำจัดที่นี่ ร่างกายทั้งหมดของเขาจะถูกเผาไหม้และ
ทำให้มีสภาพค่อนข้างโทรม
การบังคับตัวเองให้ถึงขีดสุดเป็นวิธีการที่หยาบกระด้างและโหดร้าย
แต่ก็มีประสิทธิภาพในการเข้าใจกฎอย่างมาก
ระดับที่ 7 , 6000 ไมล์ ระดับที่ 7 , 7000 ไมล์ ระดับที่ 7 , 8000
ไมล์…
ความเร็วหลินหมิงยังคงลดลงเรื่อยๆ เมื่อเขามาถึงระดับที่ 7 , 9000
ไมล์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขามาถึงจุดนี้
ที่ความลึกนี้ หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขาอยู่ท่ามกลางดวงอาทิตย์
เปลวเพลิงที่นี่ได้เปลี่ยนเป็นแสงบริสุทธิ์เป็นเวลานานแล้ว นี่เป็นเพราะ
อนุภาคเล็กๆที่ได้รับความร้อนจนทำให้พวกมันเริ่มปล่อยแสงที่โชติช่วง!
เมื่อแสงโชติช่วงสัมผัสบนร่างของหลินหมิง มันก็หลอมรวมกับ
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดจิตวิญญาณภายในตัวเขา ทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลง นี่คือการสำแดงของวิถีแห่งการประจักษ์
ที่ความลึกนี้ หลินหมิงรู้สึกกดดันอย่างมาก ปราณแท้ปกป้องร่างของ
เขาถูกบีบอัดจนเหลือเพียงรัศมี 3 นิ้วรอบร่างกาย นอกจากนี้ มันก็เริ่มที่
จะส่งเสียงแตกราวกับว่าจะไม่สามารถทนต่อแรงกดดันดังกล่าวได้
ความคิดของหลินหมิงจมเข้าไปและสัมผัสกับต้นอ่อนเทพทรราช
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
ในขณะนั้น สามใบเปลวเพลิงของต้นอ่อนเทพทรราชเริ่มผลิบานด้วย
ความสุกใส
หลินหมิงกลายเป็นดาวตกที่พุ่งไปสู่ระดับที่ 8!
ด้วยเสียงดั่งพายุสายฟ้า ม่านพลังของระดับที่ 8 ก็ได้ถูกทำลายโดย
หลินหมิง
ในเวลานั้น เขาได้เข้าสู่ระดับที่ 8 ของนรกแห่งเปลวเพลิงอย่าง
แท้จริงแล้ว!