Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,042 เผ่ามังกรโบราณ
ระดับที่ 8 ของนรกแห่งเปลวเพลิง แม้แต่ทั้งประวัติศาสตร์ของเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณ สิ่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับความมหัศจรรย์!
ที่ความลึกนี้ มันอาจเรียกได้ว่าเป็นยุคใหม่!
เยี่ยม!”
ฮั่วเล่ยสือช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างพอใจ เขาเพียงแต่ต้องการที่จะ
เห็นผลการฝึกฝนของหลินหมิง เขาไม่ได้หวังว่าหลินหมิงจะสามารถก้าว
เข้าสู่ระดับที่ 8 ได้เช่นนี้
“พวกเจ้าทั้งสอง เป็นไงล่ะ? ฮ่าๆๆๆๆ!” ฮั่วเล่ยสือหัวเราะตบมือ
อย่างชอบใจ เขามีบุคลิกที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมา ตอนนี้เขารู้สึก
ซาบซึ้งมากจนไม่สามารถปิดบังความพึงพอใจ และความภาคภูมิใจของ
เขา ดังนั้นเขาจึงหัวเราะเมื่อพูดกับราชทูตจากเผ่ากิเลนทั้งสองคน
ผู้หญิงเผ่ากิเลนรู้สึกทึ่งอย่างมาก นางเปิดปากราวกับว่านางต้องการ
จะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในที่สุดก็ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา
ด้านข้างเขา ผู้ชายฝืนยิ้มและพูดออกมาด้วยความลำบากว่า “เขา
ค่อน… ดี…!”
ราชทูตทั้งสองได้ตระหนักดีถึงความหมายของศิษย์ใหม่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 7 ที่ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 8 ของนรกแห่งเปลวเพลิงได้ แม้ว่าเผ่า
กิเลนจะมีอัจฉริยะ แต่เมื่ออัจฉริยะเหล่านี้ถูกนำมาเปรียบเทียบกับหลินห
มิง พวกเขาก็ไม่สามารถเทียบกันได้เลย
การได้ฟังย่อมไม่เท่าตาเห็น เมื่อได้ยินว่าหลินหมิงเอาชนะชือจ้า
นอวิ๋นได้ พวกเขาก็ยังมีคำถามในใจอยู่ แต่ตอนนี้ พวกเขาได้เห็นผลลัพธ์
ของหลินหมิงด้วยสายตาของตัวเองแล้ว พวกเขาจึงไม่สงสัยอีกต่อไป
แต่หลังจากนั้น…
หลินหมิงไม่ได้หยุดหลังจากที่ไปถึงระดับที่ 8!
เขาปล่อยปราณเทพทรราชคลั่งและมุ่งหน้าต่อไป จากนั้น โดยไม่
คาดคิด เขาไปได้ถึงระดับที่ 8 ระยะ 1500 ไมล์ก่อนจะถึงขีดจำกัดของ
เขา
ผลลัพธ์สุดท้ายของหลินหมิงจึงเป็นระดับที่ 8 ระยะ 1500 ไมล์!
นี่เป็นความลึกที่น่าสะพรึงกลัว เหล่าศิษย์ของสามตำหนักรู้สึก
สะท้านไปถึงขั้วหัวใจ สำหรับพวกเขา ระดับที่ 7 เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ
มากแล้ว จึงมิต้องกล่าวถึงระดับที่ 8!
เหยียนเยว่เอ่อร์ก็ทำได้ค่อนข้างดี ผลสุดท้ายของนางคือระดับที่ 6
ระยะ 5000 ไมล์ หากผลลัพธ์นี้ได้รับการประกาศในเวลาปกติแล้ว มันก็
น่าจะสั่นสะเทือนกองบัญชาการได้ แต่ตอนนี้ เมื่อเทียบกับหลินหมิง
ผลลัพธ์นี้จึงถูกบดบังไปอย่างมาก
“ข้าต้องแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสฮั่ว ท่านได้รับศิษย์ที่ยอดเยี่ยมมา
อย่างแท้จริงในครั้งนี้”
“ฮ่าๆๆๆ! ฮั่วเล่ยสือหัวเราะอย่างมีความสุข โชคชะตาของชายชราผู้
นี้อาจกล่าวได้ว่าในที่สุดก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แล้วเป็นอย่างไร
หลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์มีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเท
วะหรือไม่?”
“แน่นอน! อย่างไรก็ตาม มันมีความเสี่ยงบางประการที่เกี่ยวข้องกับ
การเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ผู้อาวุโสฮั่วควรจะจัดทำแผนฉุกเฉินใน
บางกรณี” ผู้หญิงเผ่ากิเลนเปลี่ยนหัวข้อ
“แน่นอน หยกที่ยังไม่ได้ตัดและขัด ก็ย่อมไม่สามารถทำสิ่งที่ดีได้
สำหรับนักสู้ที่จะเติบโต ความเสี่ยงและความทุกข์ทรมานจาก
อันตรายย่อมเป็นเรื่องปกติ หากไม่มีความเสี่ยงและปิดด่านตลอดทั้งปี
แล้ว เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่มีความสำเร็จใดๆเลย สัตว์อสูรต้องกลับไปยัง
ภูเขาเพื่อเป็นราชาของสัตว์อสูรทุกตัว ถ้าผู้หนึ่งตกตายเพียงเพราะความ
เสี่ยงเพียงเล็กน้อยแล้ว นั่นก็สามารถพูดได้ว่าโชคชะตาของพวกเขาขาด
ไป ถ้าเป็นเช่นนั้น ความตายจะเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของพวก
เขาตั้งแต่แรกเริ่ม!”
สำหรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแดนเร้นลับ ฮั่วเล่ยสือรู้สึกมั่นใจ
อย่างยิ่งในหลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์ เขาเชื่อมั่นอย่างมากว่าตัวตน
เช่นพวกเขาจะไม่ตกตายในแดนเร้นลับ
“อืม ยังคงมีเวลาอยู่หลายเดือนก่อนที่จะเข้าสู่แดนเร้นลับ ดังนั้นเรา
จะต้องกลับไปยังเผ่าและเตรียมพร้อม และผู้อาวุโสฮั่ว ท่านควรรู้ด้วยว่า
เผ่ามังกรโบราณยังมีผู้มีพรสวรรค์หลายคน ในหมู่รุ่นเยาว์ของพวกเขา ข้า
เกรงว่าจะมีการปะทะกันระหว่างทุกคนในการผจญภัยครั้งนี้ ข้าคิดว่า
ศิษย์หลานหลินจะต้องพบกับความโกลาหล…”
“ฮ่า ข้ารู้จักพวกทารกเหล่านี้จากเผ่ามังกรโบราณ พวกเขาจะ
สามารถเปรียบเทียบกับศิษย์ของชายชราผู้นี้ได้อย่างไร!” ฮั่วเล่ยสือกล่าว
ด้วยท่าทางภูมิใจ ราวกับว่าไม่มีศิษย์ของเผ่ามังกรโบราณสามารถเทียบ
กับหลินหมิงได้
แต่คำพูดที่ว่า ‘พวกเขาจะสามารถเปรียบเทียบกับศิษย์ของชายชราผู้
นี้ได้อย่างไร’ มันก็ทำให้ราชทูตทั้งสองของเผ่ากิเลนจ้องมองเขาด้วยความ
ประหลาดใจ
ตามที่พวกเขารู้ก็คือ เมื่อหลินหมิงเอาชนะชือจ้านอวิ๋นนั้น ฮั่วเล่ยสือ
ได้จึงรับเขาเป็นศิษย์ แต่ฟังความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของฮั่วเล่ยสือ
มันราวกับว่าผลงานทั้งหมดของหลินหมิงเกิดขึ้นจากคำสอนของเขาล้วนๆ
แน่นอนว่าพวกเขาเพียงคิดในใจ พวกเขาย่อมไม่กล้าพูดความคิดของ
ตนออกมาดังๆ
“หลินหมิงเป็นคนที่ยอดเยี่ยม แต่เผ่ามังกรโบราณก็ยังไม่สามารถ
มองข้ามได้เช่นกัน เวลานี้ เผ่ากิเลนและเผ่าร็อกอาจมีปัญหาบางอย่าง…”
เหตุผลที่เผ่ามังกรโบราณแข็งแกร่งนั้นไม่ได้เป็นเพียงเพราะสายเลือด
ของพวกเขา แต่ยังเป็นเพราะพวกเขามีจำนวนคนมากกว่าเผ่าฟีนิกซ์
โบราณถึง 10 เท่า
เผ่ามังกรโบราณมีจำนวนกว่าล้านล้านคน!
ด้วยจำนวนที่มากมายและสายเลือดที่เข้มข้นดังกล่าว เผ่ามังกร
โบราณจึงมีรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นปรากฏขึ้นในหมู่พวกเขาอย่างมาก นี่เป็น
เหตุผลที่ทำให้เผ่ามังกรโบราณ สามารถสร้างราชันพิภพขึ้นมาได้
แม้กระทั่งรุ่นเยาว์ของอีก 3 เผ่ารวมกันก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับ
เหล่าเผ่ามังกรโบราณได้! ตามลำดับความสำเร็จ ส่วนใหญ่ของ
ผลประโยชน์ในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ จะถูกครอบครองโดยเผ่ามังกร
โบราณ
และคราวนี้ ด้วยสัตว์ประหลาดอัจฉริยะเช่นหลินหมิง เข้าร่วมกันกับ
เผ่ากิเลนและเผ่าร็อก การแบ่งผลประโยชน์จะยิ่งน้อยลง
ขณะที่ราชทูตทั้งสองนึกถึงเรื่องนี้ สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือยิ้มอย่างขม
ขื่น
ผลลัพธ์สุดท้ายของด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณ ที่หลินหมิง
ไปถึงระดับที่ 8 ของนรกแห่งเปลวเพลิง ก็ได้แพร่กระจายไปยัง
กองบัญชาการของเผ่าฟีนิกซ์โบราณอย่างรวดเร็ว
…….
ในเวลานี้ ภายในตำหนักอมตะอันยิ่งใหญ่ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ มันมี
มิติที่เต็มไปด้วยทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง
ที่นั่น มันมีเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ของหมู่เมฆ
ตำหนักหยกงดงาม และศาลาริมทะเลสาบหลายแห่ง มีนกจิตวิญญาณ
จำนวนนับไม่ถ้วนทะยานผ่านฟากฟ้า มีนกกระเรียนศักดิ์สิทธิ์ถือไวน์ และ
วานรขาวที่กำลังถือผลไม้ ภาพดังกล่าวงดงามและยากที่จะเห็น!
และในศูนย์กลางของสวรรค์นี้ มันมีต้นอู๋ถงสูงตระหง่านอยู่ ต้องใช้
ผู้คนนับแสนจึงจะโอบมันได้ และพวกเขายังไม่สามารถห่อรอบฐานของ
ต้นอู๋ถงนี้ได้ และใต้ร่มต้นอู๋ถงยักษ์นี้เป็นโต๊ะหินธรรมดา และที่นั่งบนโต๊ะ
หินนี้ก็เป็นชายชราชุดเหลือง และคนวัยกลางคนที่มีหนวดเครายาวซึ่ง
กำลังเล่นหมากรุกกันอยู่ ชายชราผู้นี้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ และสำหรับชายวัยกลางคนที่มีหนวดเครายาวนั้น เขาเป็นผู้นำเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณที่ชื่อว่า เฟิงจื่อหยาง!
“หืม? มีอะไรหรือ?” ชายชราชุดเหลืองมองและถามขึ้นมา เขา
สังเกตเห็นว่าเฟิงจื่อหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“มันคือหลินหมิง ในที่สุดเขาก็เสร็จสิ้นการทดสอบของเขา เขา
สามารถไปถึงระดับที่ 8 ของนรกแห่งเปลวเพลิงได้ มันจะถูกต้องมากกว่า
ที่จะบอกว่าเขาไปถึงระดับความลึก 1500 ไมล์ของระดับที่ 8!”
“โอ้!” ชายชราชุดเหลืองหยิบหมากรุกไว้ในมือ ขณะที่ดวงตาของเขา
สว่างขึ้น “น่าเหลือเชื่อยิ่ง! จื่อหยาง เจ้าเองก็มีส่วนร่วมในด่านทดสอบ
หล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณ ในฐานะศิษย์ใหม่เมื่อ 50,000 ก่อนมิใช่หรือ?
ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าไปถึงระดับความลึกระดับที่ 7 ระยะ 4000 ไมล์!
สำหรับข้า ข้าเองก็เคยเข้าร่วมเมื่อ 70,000 ปีมาแล้ว และข้าก็ยังด้อยกว่า
เจ้าเป็นระยะทาง 1000 ไมล์!”
“ใช่แล้ว ระดับที่ 8… ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นไปได้! หากไม่มี
อุบัติเหตุใด หลินหมิงจะกลายเป็นตัวตนระดับเซียวเต๋าจี๋ หรือฮั่วเฝิน
เทียนในอนาคต ไม่เพียงแค่นั้น นอกจากหลินหมิงแล้วก็ยังมีเหยียนเยว่
เอ่อร์ นอกจากนี้ ในตำหนักหลักยังมีเพียงบางคน ที่ไปถึงระดับที่ 6 ได้
เท่านั้น แต่เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ มันก็เป็นความล้มเหลวอย่างยิ่ง ตำหนัก
หลักมีทรัพยากรมากที่สุดและมีสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนที่ดีที่สุด แต่
ศิษย์เหล่านี้กลับด้อยกว่าผู้ที่ในดาวจิตวิญญาณเพลิง!”
“เจ้าไม่สามารถตำหนิตำหนักหลักได้ ศักยภาพของพวกเขาก็เหมือน
ตำหนักอื่น เพราะการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดอัจฉริยะในรอบ 10
ล้านปีเช่นหลินหมิงนั้น ย่อมเกินความคาดหมายของทุกคน เวลานี้ตาเฒ่า
ฮั่วได้รับความสนใจอย่างมาก และตระกูลเซี่ยวกับตระกูลหวงก็ไม่
สามารถแข่งขันกับตาเฒ่าฮั่วนั่นได้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถผลักดัน
อัจฉริยะด้วยทรัพยากรทั้งหมดเช่นตระกูลฮั่วได้ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แดนเร้น
ลับสัตว์อสูรเทวะกำลังจะเปิดขึ้น เจ้าวางแผนที่จะส่งหลินหมิงไปยังที่นั่น
หรือไม่?” จู่ๆชายชราชุดเหลืองก็ถามออกมาขณะที่เขาเดินหมากรุก
คริสตัลในมือของตน
“แน่นอน! เราจำเป็นต้องใช้หินตะวันม่วงหนึ่งพันล้านเพื่อเปิดแดน
เร้นลับ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถปล่อยให้หลินหมิงพลาดโอกาสเช่นนี้ได้”
“ฮ่าๆ หินตะวันม่วงหนึ่งพันล้าน?” ชายชราชุดเหลืองหัวเราะ “เมื่อใด
ก็ตามที่เวลานี้มาถึง ผู้แทนกิจการฝ่ายในจะอยู่ในสภาวะวุ่นวาย มันแพง
มาก แต่ก็คุ้มค่า เผ่าฟีนิกซ์โบราณของเราควรจะได้ 10 ตำแหน่งในครั้งนี้!”
“อืม น่าจะใช่ เราควรได้ 12 ตำแหน่ง เผ่ากิเลนและเผ่าร็อกควรจะได้
10 ตำแหน่ง สำหรับเผ่ามังกรโบราณพวกเขาควรจะได้ 36 ตำแหน่ง”
“36 ตำแหน่ง!” ชายชราชุดเหลืองคิ้วขมวด “นั่นมากกว่าอีก 3 เผ่า
รวมกัน!”
จำนวนของคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
ขึ้นอยู่กับศักยภาพของอัจฉริยะในรุ่นเยาว์ของแต่และเผ่า ยิ่งอัจฉริยะที่มี
ศักยภาพสูง ก็จะยิ่งได้ตำแหน่งมากขึ้น มิเช่นนั้น พวกเขาจะได้รับ
ตำแหน่งน้อยลง สิ่งเหล่านี้เป็นกฎที่ก่อตั้งโดยเผ่ามังกรโบราณ
เผ่ามังกรโบราณมีประชากรและทรัพยากรจำนวนมาก ดังนั้นผู้มี
พรสวรรค์ของพวกเขาจึงมีมาก ในทุกครั้งตำแหน่งส่วนใหญ่จึงเป็นของ
พวกเขา
ทุกตำแหน่งมีค่ามาก เพราะทุกครั้งที่มีคนถูกส่งไปยังแดนเร้นลับสัตว์
อสูรเทวะนั้น มันต้องใช้หินตะวันม่วงปริมาณมหาศาล
นี่เป็นเพราะมีม่านพลังแปลกๆ แยกระหว่างแดนเร้นลับสัตว์อสูรเท
วะและแดนเทวะ ม่านพลังนี้คือสิ่งใดหรือใครสร้างมันนั้นย่อมไม่มีผู้ใดรู้
บางทีมันอาจจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ แต่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจาก
เต๋าสวรรค์
ปุถุชนสามารถผ่านม่านพลังนี้ไปได้ แต่สำหรับนักสู้ที่ต้องการผ่านไป
พวกเขาก็จำเป็นต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ยิ่งมีระดับการบ่มเพาะที่
สูง มันก็จำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้น!
ถ้าต้องให้ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ เข้าไปในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
มันก็ต้องใช้หินตะวันม่วงในจำนวนที่ไม่สามารถจินตนาการได้ บางที
แม้แต่หินตะวันม่วงแสนล้านก็อาจไม่เพียงพอ!
สำหรับผู้ปกครองเทวะ มันก็ย่อมต้องใช้ปริมาณมากจนไม่สามารถ
จินตนาการได้!
มีสมบัติล้ำค่าและโชคมากมาย ที่พบได้ในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
โชคเหล่านี้อาจทำให้ผู้ปกครองเทวะและราชันพิภพต้องกลืนน้ำลายด้วย
ความอิจฉา แต่น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสสูงสุดเหล่านี้ไม่สามารถเข้าไปสำรวจ
ได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายมีมหาศาลเกินไป
ทุกครั้งที่เผ่าสัตว์อสูรเทวะได้ส่งคนไป พวกเขาก็มักจะส่งนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตและขั้นเทพสมุทรไป ปริมาณที่พวกเขาจะสำรวจได้นั้นถูก
จำกัดมาก
ดังนั้น แม้ว่าแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ จะตกอยู่ในมือของ 4 เผ่าสัตว์
อสูรเทวะมานานกว่าแสนล้านปีแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้ สมบัติที่ทั้ง 4 เผ่า
สัตว์อสูรเทวะ ได้รับมาจากแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะก็เป็นเพียงจำนวน
น้อยกว่าหนึ่งในล้านของสิ่งที่มี!
ภายในนั้น มันมีสมบัติจำนวนมหาศาลที่ลึกลับและน่าอัศจรรย์ทุก
ประเภท หากสมบัติทั้งหมดรวมกันแล้ว มูลค่าของมันก็จะไม่สามารถ
จินตนาการได้
มันจะเพียงพอที่จะทำให้เกิดสงครามใหญ่ทั่วทั้งแดนเทวะ!
แต่เพราะมีกฎข้อจำกัดที่แปลกๆของแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ซึ่ง
อนุญาตให้ทั้ง 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะเข้าไป และรักษาความลับของแดนเร้น
ลับนี้ไว้ มิเช่นนั้น มันอาจมีขุมกำลังของราชันพิภพบางแห่งเข้ารวมพลัง
เพื่อต่อสู้กับ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ
ความรู้สึกที่เห็นเทือกเขาสมบัติตรงหน้าพวกเขา และไม่สามารถ
สัมผัสมันได้นั้น เป็นความรู้สึกที่เศร้าอย่างบอกไม่ถูก ปุถุชนมีพลังงาน
ปริมาณเล็กน้อย ซึ่งน้อยจนม่านพลังแทบจะไม่สามารถตรวจจับและไม่มี
ผล แต่ปุถุชนก็อ่อนแอและบอบบางมากเกินไป พวกเขาจะไม่สามารถ
แม้แต่จะทนต่อพลังมิติบิดเบื้อน ของค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ และจะ
กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน สำหรับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า หรือขั้นหลอมรวม
แก่นแท้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถผ่านค่ายนกลเคลื่อนย้าย ไปยังแดน
เร้นลับสัตว์อสูรเทวะได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทนต่ออันตรายที่นั่นได้อยู่
ดี
พวกเขาสามารถไปแต่ไม่สามารถกลับมาได้
เป็นเพราะเหตุผลต่างๆเหล่านี้ ผู้ที่เหมาะสมจะไปที่สุดคือรุ่นเยาว์
อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์นั่นเอง
การบ่มเพาะของเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์เหล่านี้ไม่สูงเกินไป ดังนั้นพลังงาน
ที่จำเป็นในการส่งพวกเขาจึงไม่สูงเกินไปด้วย และพวกเขายังเป็นบุคคล
ที่มีพลังในการต่อสู้สูงมากด้วย พวกเขาสามารถต่อสู้กับนักสู้ขั้นเทพสมุทร
โดยที่ตนอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตได้ หรือต่อสู้กับขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์โดยที่
ตนอยู่เพียงขั้นเทพสมุทรก็ได้เช่นกัน ความสามารถในการอยู่รอดของพวก
เขาจึงสูงพอสมควร
นอกจากนี้ การเข้าสู่แดนเร้นลับ ก็ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับมากอยู่
แล้วด้วย การส่งศิษย์อัจฉริยะชั้นยอดไปจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
“หึ เผ่ามังกรโบราณมีอำนาจมากเกินไป จำนวนศิษย์ที่พวกเขาส่งไป
นั้นมากกว่า 3 เท่า แต่พวกเขากลับต้องจ่ายเพียง 1.5 พันล้านหินตะวัน
ม่วง ซึ่งพอๆกับเราที่จำนวนน้อยกว่าเลย ในทุกครั้ง เราต้องจ่ายให้กับ
ส่วนของศิษย์พวกเขาอย่างช่วยไม่ได้!”
ชายชุดเหลืองกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคืองเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เฟิงจื่อหยางส่ายหัว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา เผ่ามังกรโบราณมี
อำนาจมากที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถครอบครองทรัพยากรทั้งหมด
ของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ พวกเขามีบทบาทของการยับยั้งขุมกำลังอื่นๆ
ไม่ให้กล้าเข้ามายุ่ง ดังนั้น หินตะวันม่วงเหล่านี้จึงไม่แตกต่างจากค่า
คุ้มครองของเผ่ามังกรโบราณ