Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,043 12 คน
“แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะถูกฝั่งอยู่ในดินแดนนั้น? และมันยังเคย
เป็นสนามรบโบราณอีกด้วย? ผู้ทรงพลังหลายคนตกตายภายในแดนเร้น
ลับนี้มาก่อน?” ขณะที่หลินหมิงได้ยินคำอธิบายของฮั่วเล่ยสือเกี่ยวกับแดน
เร้นลับสัตว์อสูรเทวะ เขาก็สะท้อนคำพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่คิดว่าดินแดนแปลกๆและมหัศจรรย์ดังกล่าวจะมีอยู่ในแดนเทวะ
“ผู้อาวุโสฮั่วไม่ได้บอกหรือว่าคนที่มีการบ่มเพาะที่สูงจะมีช่วงเวลาที่
ยากลำบากในการเคลื่อนผ่านม่านพลัง? ดังนั้นผู้ทรงพลังจำนวนมากจะไป
ยังแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ และตกตายที่นั่นได้อย่างไร?” เหยียนเยว่
เอ่อร์ถามอย่างงุนงง
“สงครามนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ประวัติศาสตร์
ของแดนเทวะนั้นไร้สิ้นสุด มีหลายเรื่องที่ความจริงยังไม่สามารถค้นพบได้
บางทีในอดีต แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร
อันศักดิ์สิทธิ์ แต่ภายหลังถูกแยกออกไป สิ่งที่ข้าต้องบอกเจ้าทั้งสองคือ
มันมีสมบัติล้ำค่ามากมายกระจายไปทั่วแดนเร้นลับ อย่างไรก็ตาม มันน่า
เสียดายที่เราไม่สามารถเอาพวกมันมาได้ มีสมบัติมากมายที่มีค่ามากยิ่ง
กว่าปราณโลหิตฟีนิกซ์! แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับมา! นี่
เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเจ้า นี่จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่ง
และโชคชะตาของพวกเจ้าด้วย ถ้าความแข็งแกร่งของเจ้าขาดแล้ว เจ้า
อาจจะไม่รอดกลับมา ถ้าโชคชะตาของเจ้าขาดแล้วเช่นนั้นแม้ว่าเจ้าจะ
รอดชีวิต แต่เจ้าก็จะกลับมามือเปล่า”
หลินหมิงพยักหน้า นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขา ถ้าเขาต้องพึ่งพาเพียง
การสนับสนุนทรัพยากรจากเผ่าฟีนิกซ์โบราณ เช่นนั้นเขาก็จะกลายเป็นผู้
ทรงพลังระดับผู้ปกครองเทวะได้ง่าย แต่หากต้องการไปให้สูงกว่านั้นแล้ว
มันจะทำได้ยากอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การดูดซับหนึ่งหรือสองหยด
ปราณโลหิตฟีนิกซ์คือขีดจำกัดของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ถ้าเขาดูดซับหลาย
สิบหยด เช่นนั้นทุนสำรองทั้งหมดของเผ่าฟีนิกซ์โบราณจะแห้งเหือดโดย
หลินหมิง
“ข้ายังต้องเตือนเจ้าอีกอย่างด้วย หลังจากที่เจ้าเข้าสู่แดนเร้นลับแล้ว
เจ้าจะต้องไม่เพียงระมัดระวังแค่อันตรายจากแดนเร้นลับ แต่ต้องระวัง
อันตรายจากคนอื่นๆที่นั่นด้วย วิธีการตรวจจับและเฝ้าระวังทั้งหมดจะถูก
ตัดออก อาจมีบางกรณีที่ผู้คนฆ่าคนอื่นเพื่อขโมยความมั่งคั่ง แม้ว่าทั้ง 4
เผ่าสัตว์อสูรเทวะจะดูเป้นหนึ่งจากภายนอก แต่เป็นเพียงภาพลวงตา ต่อ
หน้าของขุมสมบัติ สิ่งอื่นทั้งหมดจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระ มันอาจมีคนที่
จะพยายามใช้ประโยชน์จากเจ้าหรือฆาตกรรมเจ้าแทน เจ้าต้องไม่ใจดี
เกินไป ต้องฆ่าให้หมดจด ลบหลักฐานทั้งหมด และจะไม่มีใครจะสามารถ
ติดตามอะไรกลับมาหาเจ้าได้”
คำกล่าวของฮั่วเล่ยสือได้พูดออกมาด้วยกระแสเสียงปราณแท้ หลินห
มิงไม่แปลกใจเลย ในช่วงหลายปีที่เขาเดินทางไปทั่วโลก เขาเคยประสบ
กับความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน ถ้ามีคนพยายามจะฆ่าเขาและเขาก็
จะตอบโต้โดยไม่ลังเลใจ
อย่างไรก็ตาม เหยียนเยว่เอ่อร์นั้นต่างกัน ขณะที่นางได้ยินข้อความ
ปราณแท้ของฮั่วเล่ยสือ นางตกใจและสีหน้าเปลี่ยนไป
ชีวิตส่วนใหญ่ของนางคือการบ่มเพาะอย่างขยันขันแข็ง แม้ว่านางจะ
เคยต่อสู้หลายต่อหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการต่อสู้และ
เปรียบเทียบลองเชิง นางยังไม่ได้ต่อสู้เป็นตาย แม้ว่านางจะตระหนักดีว่า
การฆาตกรรมและการโจรกรรม มันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในการผจญภัยที่
แดนเร้นลับ แต่นางก็ยังรู้สึกว่าหัวใจของนางบีบรัดเมื่อนางได้ยินว่าฮั่วเล่
ยสือ แนะนำให้ฆ่าศัตรูและลบหลักฐานอย่างหมดจด
ฮั่วเล่ยสือมีอายุนับหมื่นปี เขาเพียงแค่มองไปยังปฏิกิริยาของเหยียน
เยว่เอ่อร์ก็รู้ว่ามีปัญหาอะไร
นี่คือข้อบกพร่องของดอกไม้ที่โตขึ้นในเรือนกระจก ในแง่ของ
ความสามารถในการอยู่รอดในแดนเร้นลับ แม้ว่าจะขี่ม้า แต่นางก็จะไม่
สามารถติดตามหลินหมิงได้
“หลินหมิง ดูแลเหยียนเยว่เอ่อร์และอย่าปล่อยให้อะไรเลวร้ายเกิด
ขึ้นกับนาง มิเช่นนั้น มันจะเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ต่อเผ่า” ฮั่วเล่ยสือ
หันมาและยิ้มให้กับหลินหมิง “นอกจากนี้ นางยังไม่ได้แต่งงานและความ
แข็งแกร่งทางสายเลือดของนางนั้นมีค่ามาก ฮ่าๆ บางทีสิ่งที่ดีอาจตกอยู่
ในมือของเจ้าในอนาคต ฮ่าๆๆ!”
“เอ่อ…” หลินหมิงไม่เคยคิดเลยว่าฮั่วเล่ยสือจะพูดเรื่องหยาบคาย
เช่นนี้ เขาถึงกลับพูดไม่ออกเป็นเวลานาน
…………………
หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังปิดด่านบ่ม
เพาะ สำหรับเหยียนเยว่เอ่อร์ นางเดินทางไปยังแดนเร้นลับระดับต่ำ เพื่อ
ทดลองต่อสู้และฆ่าอย่างแท้จริง
ในที่สุด เหล่าศิษย์ทั้งหมดที่จะได้เข้าไปในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
ได้รวมตัวกันในที่ประชุมพิเศษแห่งหนึ่งที่ห่างไกล มีทั้งหมด 12 คน!
จาก 12 คนเหล่านี้ หลินหมิงไม่รู้จักพวกเขานอกจากเหยียนเยว่เอ่อร์
คนเหล่านี้เป็นอัจฉริยะของกองบัญชาการเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ทั้งสาม
ตระกูลใหญ่และ 72 ตำหนักสาขา
สำหรับลู่เสี่ยวหยวนและไป่เต๋าหง พวกเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้า
ร่วม ประการแรกพรสวรรค์ของพวกเขาขาดไป ประการที่สองและเป็น
เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ การบ่มเพาะของพวกเขาสูงเกินไป พลังงานที่
จำเป็นในการส่งพวกเขาเข้าไปในแดนเร้นลับย่อมมากมาย
ตอนนี้ เมื่อหลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์มาถึง สายตาของทุกคนก็
จับจ้องไปยังหลินหมิง หลินหมิงไม่รู้จักพวกเขา แต่ทุกคนรู้จักหลินหมิง
หลินหมิงเป็นศิษย์คนแรกในรอบ 40,000 ปี ที่สามารถเสร็จการสังหาร
หนึ่งพันคนในค่ายกลมายาเทพสงครามได้ เขาเอาชนะชือจ้านอวิ๋นในวัย
เดียวกัน และเขาก็เข้าสู่ระดับที่ 8 ของนรกแห่งเปลวเพลิงในฐานะศิษย์
ใหม่
ไม่ว่าความสำเร็จใดๆที่กล่าวถึงหนึ่งในพวกมันก็เพียงพอที่จะทำให้
ตกใจและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
“ศิษย์น้องหลิน ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามาอย่างมาก! และศิษย์
น้องเยว่เอ่อร์ ข้าเองก็ได้ยินถึงชื่อเสียงที่ดีของเจ้ามาเช่นกัน วันนี้ข้าได้รับ
เกียรติอย่างแท้จริง! ทันทีที่หลินหมิงและเหยียนเยว่เอ่อร์มาถึง ชายหนุ่มผู้
หนึ่งก็เดินเข้ามาหาพวกเขา ในมือของเขาถือพัด ชายหนุ่มผู้นี้หล่อเหลา
และแข็งแกร่งมาก เขามีความสูงเท่ากับหลินหมิง เขาสวมชุดขาวทั้งหมด
และเขามีกิริยาท่าทางที่สง่างามราวกับว่ามิได้แปดเปื้อนจากโลก
“ศิษย์พี่อาวุโสท่านนี้คือ…”
“ฮ่าฮ่า ข้าชื่อเซี่ยวผิง ข้าเป็นบุตรชายของตระกูลเซี่ยว เซี่ยวฉู่ชี่” เขา
ยิ้มแย้มขณะที่กล่าวออกมา รอยยิ้มของเขาทำให้รู้สึกความสดชื่นในฤดู
ใบไม้ผลิ
เซี่ยวฉู่ชี่!
คิ้วของหลินหมิงขมวดขึ้น เมื่อ 10,000 ปีก่อน เซี่ยวฉู่ชี่ได้เข้าร่วม
ด่านทดสอบหล่อหลอมของศิษย์ใหม่ และเข้าถึงระดับที่ 7 ของนรกแห่ง
เปลวเพลิงได้ เขาเป็นตัวตนที่มีชื่อเสียงที่สุดของตระกูลเซี่ยวในขณะนี้
และยังเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำเผ่าคนต่อไป!
ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินความจริงที่จะกล่าวได้ว่าทั่วทั้งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
นั้น นอกเหนือจากผู้นำเผ่าคนปัจจุบันและบรรดาผู้อาวุโสสูงสุดแล้ว เซี่ยว
ฉู่ชี่และหวงเยว่เฟิงมีสถานะสูงสุด!
“เซี่ยวผิง… เขาอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง การบ่มเพาะของเขาสูง
มาก!”
หลินหมิงมองผ่านฝูงชน เขาค้นพบว่าเซี่ยวผิงมีการบ่มเพาะสูงกว่า
ของทุกคนในปัจจุบัน นอกจากเขา มันยังมีนักสู้นเทพสมุทรช่วงต้นอีก
สองคนและส่วนที่เหลืออยู่ในขั้นทำลายชีวิต
พลังงานที่จำเป็นในการส่งนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง เข้าไปยังแดน
เร้นลับสัตว์อสูรเทวะ มีจำนวนหลายเท่ากว่าที่ใช้ในการส่งนักสู้ขั้นทำลาย
ชีวิต ถ้าคนใดคนหนึ่งไม่มีภูมิหลังที่สูงพอ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่ศิษย์จะได้รับ
การปฎิบัติเช่นนี้!
“การบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง มั่นใจได้เลยว่าเขาได้เข้าถึงเก้า
วิบัติ แต่ข้าไม่รู้ว่าสวรรค์ชั้นใดที่เขาสามารถทำได้ ข้าคิดว่าข้าคงไม่อาจ
เป็นคู่มือของชายผู้นี้ได้”
หลินหมิงแอบคิดในใจ นักสู้สามารถมองเห็นได้ว่ามีใครเข้าถึงแปด
วิบัติหรือเก้าวิบัติได้ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้ คือ เป็นสวรรค์
ชั้นใดที่พวกเขารวบรวมได้ระหว่างกระบวนการเก้าวิบัติ แต่เมื่อคิดเช่นนี้
ถ้าคนเช่นไป่เต๋าหงสามารถสร้างสวรรค์ชั้นเจ็ดได้แล้ว เซี่ยวผิงผู้นี้ก็ควรทำ
ได้อย่างน้อยสวรรค์ชั้นเก้า!
สวรรค์ชั้นเก้าสามารถได้ถือเป็นก้าวกระโดดที่มีคุณภาพ! การสันดาป
ของกฎที่เซี่ยวผิงต้องเจอจะมากขึ้น และการบ่มเพาะของเขาก็สูงกว่า
หลินหมิงตั้งแต่เริ่ม ตอนนี้หลินหมิงจึงยังไม่ใช่คู่มือของเซี่ยวผิง
“เช่นนั้นท่านก็เป็นบุตรชายของผู้อาวุโสเซี่ยวฉู่ชี่ ออร่าของท่านพิเศษ
อย่างแท้จริง!” หลินหมิงชมเชย เหยียนเยว่เอ่อร์เองก็ยกย่อง
ในจำนวน 12 คน มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่เป็นสตรี เหยียนเยว่เอ่อร์
ได้รับความสนใจจากผู้หญิงมากที่สุด นางเป็นคนเดียวใน 3 คนที่มี
สายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์และนางยังเป็นหญิงพรหมจารีอีกด้วย
ในกองบัญชาการของเผ่าฟีนิกซ์โบราณและสามตระกูลใหญ่ มันก็มีผู้
มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ แต่ว่าในรุ่นเยาว์ที่อายุต่ำกว่า 33 ปีมัน
มีเพียงเหยียนเยว่เอ่อร์เท่านั้น!
หลินหมิงได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับคนอื่นๆ และหลินหมิงพบว่ามีเพียง
สองคนเท่านั้นที่มาจาก 72 ตำหนักสาขาเช่นเขาและเหยียนเยว่เอ่อร์
ส่วนที่เหลือทั้งหมดมาจากกองบัญชาการหรือสามตระกูลใหญ่!
ตัวอย่างเช่น มีโหลนของผู้อาวุโสสูงสุด บุตรสาวของรองผู้นำเผ่า
หลานชายของรองผู้นำเผ่าและอื่นๆ
นี่ทำให้หลินหมิงถอนหายใจ เผ่าฟีนิกซ์โบราณเป็นการจัดการ
รูปแบบปีรามิด ซึ่งกลุ่มคนที่อยู่ด้านบนสนุกกับทรัพยากรที่มากกว่า!
สำหรับโอกาสที่ยอดเยี่ยม เช่นการเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
พวกเขาส่วนใหญ่ก็ยังได้รับตำแหน่งเหล่านี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขา
แน่นแฟ้น พื้นหลังของพวกเขาลึกล้ำ สายเลือดของพวกเขามี
ประสิทธิภาพ และความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาก็สูงมาก คน
เหล่านี้เป็นอัจฉริยะ ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เกิด ด้วย
พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ พวกเขาจะไม่สามารถเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์
อสูรเทวะได้อย่างไรเล่า?
ที่เขาและเหยียนเยว่เอ่อร์ยังยืนอยู่ที่นี่ได้ นั่นก็เป็นเพราะว่า
พรสวรรค์ของพวกเขาโดดเด่นเกินไปจึงมาถึงจุดนี้ได้
“เช่นนั้น เขาก็คือหลินหมิงที่ข้าเคยได้ยินมา ศิษย์พี่เซี่ยว ถ้าเขาไปกับ
เราในแดนเร้นลับ ข้าเกรงว่าเขาจะได้รับผลประโยชน์ที่ดีไปมาก
นอกจากนี้ สหายผู้นั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลฮั่ว ดังนั้น เขาจึงเป็น
ศัตรูโดยธรรมชาติของตระกูลเซี่ยว ถ้าเขาเติบโตขึ้นในอนาคต เขาอาจจะ
ชิงตำแหน่งของบิดาท่านได้! ในระหว่างการผจญภัยครั้งนี้ ในแดนเร้นลับ
สัตว์อสูรเทวะ จาก 7 คนเราได้มาเพียง 4 คนเท่านั้น เราจะทำทุกอย่างที่
เราสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนพี่ชาย แม้ว่าหลินหมิงจะมีความสามารถที่
น่าอัศจรรย์ แต่การบ่มเพาะของเขาก็ยังต่ำเกินไป แม้แต่ข้าก็ยังจะ
สามารถจัดการกับเขาได้ และนอกจากนี้ ยังมีหญิงงามน้อยเหยียนเยว่
เอ่อร์ นางค่อนข้างน่าดูชม และนางยังมีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์
บางทีเราควรจะ…”
เบื้องหลังเซี่ยวผิง ชายหนุ่มผู้หนึ่งยิ้มขณะที่เขากล่าวออกมาด้วย
กระแสเสียงปราณแท้ ชื่อของเขาคือ หมิงเหว่ยหวง และเขามาจาก
ตระกูลหวง เขาเป็นที่รู้จักในสมญานามลมกรดน้อย และเขาเป็นคนที่มี
ชื่อเสียงมากในบรรดานายน้อยเจ้าสำราญ แต่สมญานามนี้ไม่เพียงแต่
รวมถึงพรสวรรค์ของเขา แต่ยังรวมชื่อเสียงที่มืดมนและชั่วร้ายของเขา
ด้วย
เซี่ยวผิงคิ้วขมวดและพูดว่า “หมิงเหว่ยหวง เจ้าพ่นเรื่องไร้สาระอันใด
ออกมาในเวลานี้! แม้ว่าจะมีข้อพิพาทมากมายระหว่างสามตระกูลใหญ่
ของเรา แต่เราต้องเป็นหนึ่งที่ภายนอก เผ่าฟีนิกซ์โบราณมีความรุ่งโรจน์
ของทุกคนเชื่อมโยงกันอยู่ การทำร้ายหนึ่งตระกูลอาจเป็นอันตรายต่อทั้ง
เผ่า ทำลายอัจฉริยะที่เผ่าได้สร้างมา โดยใช้ทรัพยากรและเวลาจำนวน
มากในการฝึกฝนนั้น ย่อมเป็นอาชญากรรมที่ใหญ่หลวง! หากเรื่องนี้
เกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็วเผ่าฟีนิกซ์โบราณจะตกต่ำและพินาศลงใน
ท้ายที่สุด นอกจากนี้ ก่อนที่เราจะเข้าสู่แดนเร้นลับ เราจะถูกวางอาคมไว้
ภายในร่างกาย เราต้องให้สัตย์สาบานว่าเราไม่ฆ่ากันเอง!”
“ฮ่าฮ่า ข้าเพียงล้อเล่น ข้าไม่ได้พูดถึงการฆ่าหลินหมิง แต่การทำให้
เขาต้องสูญเสียก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่มาก ข้าเกรงว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่
จะถูกกลืนหายไปโดยเขา” หมิงเหว่ยหวงหัวเราะขณะที่เขาเห็นใบหน้า
เคร่งขรึมและน่ากลัวของเซี่ยวผิง และไม่ได้นำเรื่องนี้ขึ้นมากล่าวถึงอีก
หลินหมิงแน่นอนไม่รู้ว่าคนเหล่านี้คุยอะไรกัน แต่เขาจะรู้หรือไม่นั้น
ไม่สำคัญ เพราะเขาไม่ใช่คนที่เชื่อคนอื่นง่ายๆ
ในเวลานี้ เขากำลังคำนวณไพ่ในมือของตน
เมื่อตอนเขาเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ก่อนมา
ที่นี่ ฮั่วเล่ยสือก็ได้ให้ประคำสังหารเทพ 3 เม็ด และยันต์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์
ทั้งหมดนี้เป็นสมบัติที่ใช้ได้ครั้งเดียวสำหรับเหตุฉุกเฉิน
สำหรับแผ่นหยกพิทักษ์ที่เทพธิดาเฟิงให้เขานั้น ก็ไม่สามารถใช้มันได้
อีกต่อไป นี่เป็นเพราะแผ่นหยกพิทักษ์ที่มีร่างจำแลงของเทพธิดาเฟิง ถูก
ควบแน่นด้วยการบ่มเพาะของนางหลายร้อยปี ดังนั้นมันจึงมีข้อจำกัดต่อ
ม่านพลัง ถ้าเขาต้องการที่จะนำแผ่นหยกนี้เข้าไปยังแดนเร้นลับสัตว์อสูร
เทวะด้วยแล้วนั้น เขาก็จะต้องใช้หินตะวันม่วงเป็นจำนวนมาก
“ทุกคนมาถึงแล้ว ศิษย์พี่และศิษย์น้อง มันถึงเวลาจะไปกันแล้ว”
เซี่ยวผิงโบกมือและทุกคนก็บินขึ้นไปบนเรือรบจิตวิญญาณ ก่อนอื่น
พวกเขาต้องบินไปยังดาวเคราะห์ที่มีค่ายกลเคลื่อนย้าย และจากนั้นพวก
เขาก็จะต้องผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย เพื่อไปยังแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ
อีกที่
ทั้ง 12 คนขึ้นเรือจิตวิญญาณเรียบร้อย เรือรบจิตวิญญาณทะยานขึ้น
สู่ท้องฟ้า หลังจากผลาญหินตะวันม่วงไปเป็นจำนวนมากแล้ว เรือลำนี้
ทะลวงออกสู่มิติ บินต่อไปยังดาวเคราะห์ที่มีค่ายกลเคลื่อนย้าย…