Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,055 โอกาสมาถึง
ในท้องฟ้า ยิ่งการต่อสู้ดำเนินต่อไปมันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ในเวลานี้
มันสามารถอธิบายได้ว่าสุดๆ
ไม่ว่าจะเป็นปีศาจแดนเร้นลับหรือศิษย์ของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ ต่าง
ฝ่ายต่างก็สู้สุดชีวิต!
สีหน้าของมังกรหนึ่งซีด สำหรับศิษย์เผ่ามังกรคนอื่นๆนั้น ทุกคนก็
ผลาญพลังงานไปเป็นจำนวนมาก ถ้าการต่อสู้ครั้งนี้จบลง แม้ว่าจะมีชีวิต
อยู่ แต่ถ้าพวกเขาไม่ได้รับกระดูกมังกรเทวะแล้ว พวกเขาก็จะมีชีวิตอยู่ได้
อีกเพียง 10,000-20,000 ปีเท่านั้น
สำหรับอัจฉริยะ สิ่งนี้เป็นอันตรายอย่างที่สุด
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องชนะเท่านั้น!
บึม!
มีการปะทะรุนแรงกันอีกครั้งเกิดขึ้น ศิษย์เผ่ามังกรหลายสิบคนรู้สึก
ว่าร่างกายของพวกเขาสั่นสะเทือน และกระอักโลหิตออกมาทันที! และ
สำหรับศิษย์เพียงคนเดียวที่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 นั้น ริมฝีปาก
ของเขาสั่น ในที่สุดเขามันก็มาถึงขีดจำกัดของเขา
เหล่าศิษย์ของเผ่ามังกรโบราณส่วนใหญ่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ
8-9, ศิษย์ผู้นี้ยังไม่มีพรสวรรค์ที่ท้าทายฟ้าสวรรค์เช่นหลินหมิงอีกด้วย
ดังนั้นพลังการต่อสู้ของเขาจึงถูกจำกัด ในการต่อสู้ที่บ้าคลั่งนี้ เขาพบว่า
มันยากที่จะดำเนินต่อไปได้
แม้แต่มังกรหนึ่งก็ยังรู้สึกว่าโลหิตไหลภายในร่างกายของเขาสั่น
สะท้าน เส้นเลือดดำพองออกมาบนหน้าผากของเขา – เป็นสัญญาณว่า
เขาเองก็กำลังใกล้ขีดจำกัด จากทุกคนที่นี่ เขามีพรสวรรค์และการบ่ม
เพาะที่สูงที่สุด และเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วย เขาสามารถสังหาร
อัจฉริยะคนใดในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7-8 ได้ทันที่
แต่เพราะเขาแข็งแกร่ง ภาระที่เขาต้องแบกรับต่อคนอื่นจึงต้องมาก
ขึ้นตามไปด้วย เขาเป็นดั่งดวงตาของรูปแบบค่ายกลเคลื่อนดาราสวรรค์
และ 1 ใน 4 ของรูปแบบค่ายกลนี้ก็ถูกสนับสนุนโดยเขาคนเดียว!
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ราชาอาชูร่าเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก
การสันดาปผ่านทัณฑ์สวรรค์ปีศาจยังคงไม่สิ้นสุด ถ้าราชาอาชูร่า
ไม่ได้ดูดซับพลังงานและโลหิตชีวิตจากกระดูกมังกรเทวะมาก่อน เช่นนั้น
เขาก็คงจะถูกฆ่าตายไปนานแล้ว
“บัดซบ! เจ้าพวกหนูสกปรกเหล่านี้ได้ทำให้ข้าโกรธอย่างแท้จริง
แล้ว!”
แขนขวาของราชาอาชูร่าเต็มไปด้วยโลหิต หลังจากกลืนกินเนื้อหนัง
และโลหิตของนักสู้ไปจำนวนมาก และยังรวมถึงไขกระดูกมังกรเทวะ
ราชาอาชูร่าจึงได้สร้างร่างกายขึ้นมาแล้ว มันมีอวัยวะ เส้นชีพจร และ
แม้แต่จุดชีพจร ถ้ามันได้รับบาดเจ็บแล้ว มันก็จะมีโลหิตไหลออกมา
“ปีศาจหนึ่งกลับมาหาข้า และช่วยข้าสังหารศิษย์เหล่านี้! ปีศาจสอง,
ปีศาจสาม, เผาผลาญการบ่มเพาะของพวกเจ้าและสังหารทุกคนให้เร็ว
ที่สุด!”
เมื่อราชาอาชูร่าเห็นว่าศิษย์อีกสามเผ่ามีความคิดที่จะถอยกลับ แต่
พวกเขาก็กำลังติดขัด ดังนั้นเขาจึงออกคำสั่งนี้
ตอนนี้ ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือเหล่าศิษย์ของเผ่ามังกร
วูซ!
ปีศาจหนึ่งกลายเป็นเงาที่บินกลับไปทางฝั่งราชาอาชูร่า ในขณะที่อีก
สองตน มันได้มีแสงสีฟ้าภายในร่างสว่างออกมา
ภายใต้การควบคุมจิตใจของราชาอาชูร่า พวกมันเชื่อฟังคำสั่งอย่าง
ยิ่ง
………………..
ในเวลานี้ ภายใต้กระดูกมังกรเทวะ หลินหมิงยังคงอยู่ในบึงโคลนนี้
เขาสังเกตเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องในท้องฟ้า!
เพราะเขากลัวว่าตนจะถูกพบ เขาจึงยังไม่กล้าเปิดเผยสัมผัสกวาด
ออกไป เขาเพียงขึ้นมาสูงพอที่จะมองดูและซ่อนตัวอยู่ใต้กลุ่มเห็ดที่ตาย
แล้วบนโคลน ขอบเขตการมองเห็นของเขามีจำกัด และสิ่งที่เขารับรู้ได้จึง
ยังคลุมเครือ แต่เขาสามารถบอกได้จากแหล่งพลังงานของพื้นที่ใกล้เคียง
ที่สั่นสะเทือน และวิธีที่ปีศาจแดนเร้นลับถูกจัดการกลายเป็นกระแส
พลังงานอย่างต่อเนื่อง และการต่อสู้ก็กำลังเข้าสู่ความดุเดือดสูงสุด
ในเวลานี้ มันไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้
เขาคิดถึงการใช้ค่ายกลมายาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของกระดูกมังกร
เทวะขึ้นมาแทนที่และขโมยของจริงไป แต่ค่ายกลเช่นนี้ยากที่จะวางลงใน
สถานการณ์เช่นนี้และง่ายที่ผู้อื่นจะตระหนักถึงก่อนด้วย นอกจากนี้ ราชา
อาชูร่ายังได้ทิ้งสัมผัสของตนไว้บนกระดูกมังกรเทวะ ตราบเท่าที่ราชาอาชู
ร่ายังไม่ตาย เช่นนั้นเขาก็มิต้องคิดถึงการเอามันไป ราชาอาชูร่าจะรู้เมื่อ
หลินหมิงเริ่มสัมผัสกับมัน!
หลินหมิงทำได้เพียงรอโอกาสที่ดีที่สุดมาถึงเท่านั้น
นี่เป็นการทดสอบความอดทนทางจิตใจของหลินหมิง เขาอยู่ใน
สถานการณ์ที่อันตรายอย่างมากในขณะนี้ ทันทีที่เขาถูกค้นพบ สิ่งเดียวที่
รอเขาอยู่ก็คือความตาย
เป็นเช่นนี้ เวลาได้ผ่านไปอย่างช้าๆ
ฝ่ามือของหลินหมิงก็เริ่มเปียกไปด้วยเหงื่อ เหงื่อนี้ไม่สามารถแม้แต่
จะหยดลงมาก่อนที่มันจะถูกสลายไปในทันทีด้วยพลังของมิติอนุภาคแรก
กำเนิด และกลายเป็นพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดขั้นพื้นฐาน
เส้นประสาทของหลินหมิงเริ่มตึงเหมือนลวดเหล็ก ถึงแม้เขาจะไม่ได้
ทำอะไรก็ตาม แต่ก็ราวกับกำลังต่อสู้เป็นตาย!
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาโชคดีคือ มันไม่มีปีศาจแดนเร้นลับใกล้กระดูก
มังกรเทวะ สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงมีสมาธิในการคิด รอคอยให้ถึงวินาทีที่
โอกาสมาถึง
“อ๊ากกกกก!”
ทางฝั่งของศิษย์สามเผ่า ศิษย์สองคนของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ เนื่องจาก
ปีศาจสองและการโจมตีทุ่มสุดตัวของปีศาจสาม ในที่สุดสองคนนี้ก็ไม่
สามารถต้านได้อีกต่อไป พวกเขาส่งเสียงร้องที่น่าสังเวชและระเบิดเป็น
หมอกโลหิต และถูกกลืนกินโดยปีศาจแดนเร้นลับจำนวนมาก ปีศาจแดน
เร้นลับเหล่านี้เป็นเหมือนหมาป่าที่หิวโหย ทุกที่ที่พวกมันไปจึงไม่มีสิ่งใด
เหลืออยู่
เมื่อศิษย์เหล่านี้ตกตายไป ช่องโหว่ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในรูปแบบ
ค่ายกลของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ก่อนหน้านี้ เซี่ยวผิงสามารถพึ่งพา
ความสามารถพิเศษของเขาในการตรึงค่ายกลไว้ต่อไปได้ แต่เขาก็ได้มาถึง
ขีดจำกัดแล้วในขณะนี้ เขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป สามปีศาจแดนเร้น
ลับพุ่งเข้ามาในช่องโหว่ของรูปแบบค่ายกล
และเป้าหมายของพวกเขาคือศิษย์ที่ใกล้ที่สุด, หมิงเหว่ยหวง! ตอนนี้
ในรูปแบบค่ายกลร้อยวิหคผลาญสุริยัน มันมีเพียง 5 คนเท่านั้นที่เหลืออยู่
และคนที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเขาก็คือ หมิงเหว่ยหวง! และตอนนี้เขา
กลายเป็นเป้าหมายหลักของปีศาจแดนเร้นลับไปแล้ว สามปีศาจแดนเร้น
ลับที่พุ่งเข้าหาเขานั้น แต่ละตนมีการบ่มเพาะกว่า 8000 ปี!
“ม่ายยยย!”
หมิงเหว่ยหวงร้องออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าของเขาซีดราวกับ
กระดาษ มันเป็นความหวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ ตอนนี้ที่เขาต้องเผชิญหน้า
กับความตาย ความกลัวและความสิ้นหวังอย่างที่สุดได้ปรากฏขึ้น เขาไม่
ต้องการที่จะตาย! เขาจะตายไม่ได้!
“ศิษย์พี่เซี่ยว ช่วยข้าด้วย!”
หมิงเหว่ยหวงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชอย่างยิ่งในเวลานี้ แต่เซี่ยวผิง
ดูราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงร้องของหมิงเหว่ยหวง ดวงตาของเซี่ยวผิงมอง
ไปยังหมิงเหว่ยหวงและตัดสินในสถานการณ์ของเขาในทันที่ สามปีศาจ
แดนเร้นลับที่มีการบ่มเพาะ 8000 ปีกำลังโจมตีเขาจากจุดบอด ขณะที่
เซี่ยวผิงเห็นเช่นนี้ เขาจึงตัดสินใจปล่อยให้หมิงเหว่ยหวงตกตาย!
หากเซี่ยวผิงอยู่ในสภาพสูงสุดของเขาแล้ว เขาก็จะสามารถป้องกัน
สามปีศาจแดนเร้นลับและช่วยหมิงเหว่ยหวงได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้
เขาเกือบใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดไปแล้ว และยังต้องป้องกันการโจมตี
ของปีศาจลึกลับโหลรอบตัวของเขาอีกด้วย ในเวลานี้เขาแทบจะไม่
สามารถจัดการเรื่องของตัวเองได้ ดังนั้นเขาจะไปสามารถช่วยผู้อื่นได้
อย่างไร?
“เมื่อร่างของหมิงเหว่ยหวงระเบิดออก ข้าจะใช้โอกาสนี้หลบหนี!”
เซี่ยวผิงคิดอย่างฉับพลัน ไม่เพียงแต่เขาไม่ได้วางแผนที่จะช่วยหมิง
เหว่ยหวง แต่เขาก็ยังวางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ร่างกาย
ของหมิงเหว่ยหวงระเบิดออกเพื่อหนีด้วย ไม่ว่าอย่างไร หมิงเหว่ยหวงก็ไม่
รอด เผ่าฟีนิกซ์โบราณของพวกเขาก็จะเหลือเพียง 4 คนเท่านั้นที่จะ
สนับสนุนรูปแบบค่ายกลต่อไป และค่ายกลที่มีเพียง 4 คนจะอ่อนแอ
เพียงใด?
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหลบหนี!
นี่คือสิ่งที่หัวใจของมนุษย์เป็น เซี่ยวผิงเป็นผู้นำกลุ่มศิษย์เผ่าฟีนิกซ์
โบราณ และยังได้รับมอบหมายให้ดูแลศิษย์คนอื่นๆอีกด้วย เขาสามารถ
ช่วยศิษย์ให้ออกไปได้อย่างง่ายดายเมื่อมันไม่เป็นอันตรายต่อผลประโยชน์
ของตัวเองแต่เมื่อมีบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเขาเองแล้ว เขาก็ย่อม
ต้องให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับแรก คนอื่นๆต้องเสียสละเพื่อ
ความอยู่รอดของเขา
“ไม่! ไม่! ไม่! ศิษย์พี่เซี่ยว…!”
ในเวลานี้ ปีศาจแดนเร้นลับได้กลืนกินหมิงเหว่ยหวง
ไขกระดูกของเขาถูกกิน อวัยวะของเขาถูกเคี้ยว โลหิตของเขาถูกดูด
และแม้แต่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาก็กำลังจะฉีกขาด ความเจ็บปวดนี้
มาจากทุกทิศทาง ทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว เสียงร้องของเขา
กลายเป็นติดขัด
เขายืนมือออกไปทางเซี่ยวผิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียด
ชังราวกับว่าต้องการที่จะลาก เซี่ยวผิงไปลงนรกกับเขาด้วย
ทำไม… ทำไมเจ้า… ไม่ช่วยข้า?
หมิงเหว่ยหวงต้องการตะโกนออกมาอีกครั้ง แต่เขาไม่สามารถพูดได้
อีกต่อไป
ปัง!
ภายใต้การเฝ้ามองของเซี่ยวผิง ดวงตาทั้งสองดวงตาของหมิงเหว่ย
หวงกระเด็นออกมาก่อนที่จะระเบิดออก! โลหิตไหลออกมาจากหัวของ
เขา หน้าอกและกระเพาะอาหารของเขาระเบิดออกมาด้วยเนื้อและโลหิต
ไปทั่วทุกทิศทาง! มันความคิดสุดท้ายของเขาก่อนที่จิตสำนึกของเขาจาง
หายไป…
และในช่วงเวลาที่หมิงเหว่ยหวงตกตายไป เมื่อปีศาจแดนเร้นลับ
จำนวนมหาศาลได้ถูกดึงดูดความสนใจไปในทิศทางนั้น เซี่ยวผิงก็ได้เปิด
ใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของเขาโดยไม่กล่าวสิ่งใดและพุ่งออกไป!
เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับการจัดการกลุ่มอีกแล้ว กำลังรบของกลุ่มได้
กลายเป็นอ่อนแอมากเกินไป ตอนนี้ เขาสามารถพึ่งพาได้เพียงพลังของ
ตัวเอง ทุกคนที่เป็นภาระต่อเขาจะถูกทิ้งไว้
กลุ่มได้สูญเสียประโยชน์ต่อเขาแล้ว กลับกัน เมื่อเขาพุ่งออกไป เขาก็
ได้ดึงดูดความสนใจจากปีศาจแดนเร้นลับ ในกรณีนี้ เซี่ยวผิงตัดสินใจหนี
ไปคนเดียว ทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลังเพื่อรั้งปีศาจแดนเร้นลับไว้ให้เขา
“เซี่ยวผิง!”
“ศิษย์พี่เซี่ยว, ท่าน!!”
ในขณะที่ศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณเห็นว่าเซี่ยวผิงหลบหนีไปตัวคน
เดียว ทุกคนต่างก็ตะลึงก่อนที่จะเต็มไปด้วยความไม่พอใจและสิ้นหวัง
หากปราศจากเซี่ยวผิง มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะต่อต้านการโจมตี
ต่อไปได้!
“หนี! เราต้องหนี!”
ปราศจากเสาหลัก ศิษย์คนอื่นๆก็ตื่นตระหนกและเริ่มหลบหนีอย่าง
สิ้นหวัง แต่การแยกกันหนีก็ยังหมายถึงความตายที่เร็วขึ้น
“จี๊ จี๊ จี๊ จี๊! พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย!” ปีศาจสองหัวเราะและพูดด้วย
ภาษาแดนเทวะออกมา ปีศาจสองเริ่มกลายบ้าคลั่งขณะที่รีบเร่งไปยังศิษย์
ที่เหลือ…
……………
“51… 50… 49…”
ด้วยร่างของเขาถูกฝังอยู่ในบึงโคลน หลินหมิงเริ่มนับจำนวนศิษย์ที่
ลดลงอย่างเงียบๆ
ในหมู่ศิษย์ของสามเผ่าที่ไม่ได้มาจากกองบัญชาการ หลินหมิงไม่ได้
สังเกตเห็นว่าพวกเขาตายหรือหนีไปได้สำเร็จ แต่จากศิษย์ที่เหลือในค่าย
กล มันมีเพียง 49 คนเท่านั้น ในจำนวน 49 คนนี้ มีเผ่ามังกรโบราณ 36
คน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อีกสามเผ่าเหลือศิษย์เพียง 13 คนเท่านั้น และแต่
ละเผ่าก็เหลือน้อยกว่า 5 คน!
และคนที่เหลือเหล่านี้ หลายคนกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต มันมีโอกาสที่
พวกเขาครึ่งหนึ่งจะตกตายที่นี่ ความรุนแรงของการต่อสู้ครั้งนี้!
“นกยอมตายเพราะอาหาร มนุษย์ยอมพินาศเพราะความมั่งคั่ง คน
เหล่านี้ทั้งหมดมีอนาคตที่สดใสข้างหน้า แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่คนส่วน
ใหญ่จะไปถึงขั้นผู้ปกครองเทวะ แต่พวกเขาก็สามารถไปถึงขั้นผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์และมีชีวิตถึง 100,000 ปีได้ แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่มีอะไรเหลือ
แม้แต่ร่างกาย”
หลินหมิงถอนหายใจ เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ปัจจุบันนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก
ทั้ง 4 เผ่าได้ประเมินความแข็งแกร่งของราชาอาชูร่าผิดไป ไม่ว่าอย่างไร
ข้อมูลที่บันทึกไว้ใน ‘ตำราสังเขปแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ’ ก็คือราชาอาชู
ร่าจะอยู่ในสถานะที่อ่อนแอขณะกำลังสันดาปผ่านทัณฑ์สวรรค์ปีศาจ
และจะเป็นโอกาสสังหารเขาได้ และในประวัติศาสตร์ของเหล่าเผ่าสัตว์
อสูรเทวะนั้น มันมีศิษย์คนหนึ่งที่เคยสังหารราชาอาชูร่า
แต่ราชาอาชูร่านี้ไม่ใช่ราชาอาชูร่าธรรมดา มันไม่แตกต่างจากแมงมุม
ที่ชักใยรอเหยื่อให้เดินเข้าไป
นี่เป็นเหตุผลที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากขึ้น
ในขณะที่ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง ในท้องฟ้า รูน
มังกรสวรรค์บางอันที่อยู่ใต้เท้ากลุ่มศิษย์ของเผ่ามังกรได้แตกออก กงล้อ
ค่ายกลทั้งหมดเริ่มพังทลาย!
ขณะที่กงล้อแตกออก ศิษย์จำนวน 10 คนได้กระอักโลหิต และ
ร่างกายของพวกเขากระเด็นออกไป!
“หืม?” ดวงตาของหลินหมิงสว่างขึ้น รูปแบบค่ายกลของเผ่ามังกร
โบราณได้พังทลายลงแล้ว!