Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,056 กระดูกมังกรในมือ
แม้ว่าเหล่าศิษย์ของเผ่ามังกรโบราณจะน่าทึ่ง แต่การบ่มเพาะของ
พวกเขาก็ไม่สม่ำเสมอ คนที่มีการบ่มเพาะสูงที่สุดในหมู่พวกเขาอยู่ขั้นเทพ
สมุทรช่วงกลาง และที่ต่ำที่สุดในหมู่พวกเขาก็อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ
7
ความแตกต่างระหว่างจุดสูงสุดและต่ำสุดนี้ไม่ใช่น้อยๆ มันจึงความ
แตกต่างระหว่างพลังต่อสู้มากเกินไป และนั่นก็หมายความว่ามีจุดอ่อน
หลายที่รูปแบบค่ายกลเคลื่อนดาราสวรรค์ และหลังจากที่ได้รับการปะทะ
กันหลายครั้ง รูปแบบก็เริ่มพังทลายลงโดยเริ่มจากจุดอ่อนเหล่านี้!
สำหรับศิษย์ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7-8 พวกเขาได้ผลาญปราณแท้ไป
เกือบทั้งหมดจนแทบจะหมดสติ ถ้าพวกเขาตกลงไปอยู่ในกองทัพปีศาจ
แดนเร้นลับแสนตนในสถานการณ์เช่นนี้ ชะตากรรมของพวกเขาก็ย่อม
จินตนาการได้
“ไม่ดีแล้ว!”
มังกรแปดและมังกรสิบสองเฝ้าดูขณะที่ทั้ง 10 คนที่มีการบ่มเพาะต่ำ
กว่าขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรงและพวก
เขาเริ่มที่จะรู้สึกกระวนกระวายใจ ความเหน็บหนาวลุกลามมาถึงสันหลัง
ของพวกเขา เมื่อรูปแบบค่ายกลแตกเป็นเสี่ยงๆ สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ก็
คือความตายเท่านั้น
ในสถานการณ์เป็นตายเช่นนี้ ดวงตาของมังกรหนึ่งสาดประกายด้วย
แสงที่เย็นยะเยือกอย่างยิ่ง เขาเอื้อมมือออกไปและลำแสงสีฟ้าพุ่งออกมา
ห่อรอบเหล่าศิษย์ 10 คนที่อยู่ในสภาพครึ่งตายก่อนที่พวกเขาจะกระเด็น
ออกไปเกินขอบเขตของรูปแบบค่ายกล จากนั้น เขาก็คว้ามือที่ความว่าง
เปล่า และมีกรงเล็บมังกรใหญ่ปรากฏขึ้น ทุบลงไปบนเหล่าศิษย์ทั้ง 10
คน
“มังกรหนึ่ง – เจ้า!!”
ศิษย์เผ่ามังกรโบราณหลายคนร้องออกมา อย่างไรก็ตาม มันสาย
เกินไปแล้ว ด้วยเสียงแตกหัก เหล่าศิษย์ระดับต่ำเหล่านี้ได้ถูกบดขยี้เป็น
เศษเนื้อและโลหิต ปราณโลหิตของพวกเขาถูกดูดซับเข้าไปในรูนใต้เท้า
ของมังกรหนึ่ง ทำให้มันกลายเป็นสีสันสดใสยิ่งกว่าแต่ก่อน!
“นี่จะเป็นการโจมตีสุดท้ายของเรา! รวมพลังอีกครั้ง!”
เสียงของมังกรหนึ่งเย็นชาและไร้อารมณ์ เสียงของเขาดังเข้าสู่หูของ
ศิษย์อื่นๆ ทำให้ทุกคนตกใจ มันเหมือนกับมังกรหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าพวก
เขาไม่ได้เป็นศิษย์พี่ที่คุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นปีศาจที่โหดเหี้ยมแทน!
เหล่าศิษย์ 10 คนนั้นหมดพลังและสูญเสียสติไปแล้ว ชะตากรรม
เดียวที่รอพวกเขาอยู่คือตาย ไม่มีใครที่มีพลังเหลือพอจะช่วยชีวิตพวกเขา
ได้ ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะจบสิ้นในสภาพที่น่าสังเวช
เช่นนี้ เพราะเหล่าศิษย์ 10 คนนี้ได้ต่อสู้เคียงข้างพวกเขามาตลอด
ในสถานการณ์เช่นนี้ มังกรหนึ่งกลับยังคงเลือดเย็นและสังหารพวก
เขาในการโจมตีเดียว ดึงเอาปราณโลหิตทั้งหมดของพวกเขามาเพื่อ
กระตุ้นการโจมตีครั้งสุดท้ายจากรูปแบบค่ายกลเคลื่อนดาราสวรรค์
แม้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่น่ารังเกลียด แต่ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง มิ
เช่นนั้น มันอาจทำให้ปราณโลหิตของศิษย์เหล่านี้ถูกดูดซับโดยราชาอาชู
ร่า และจะทำให้สถาการณ์ของพวกเขาเลวร้ายลงกว่าเดิม ถึงกระทั่ง
มังกรหนึ่งก็ยังเรียกได้ว่าโหดเหี้ยมไร้ปราณี เขาสังหารศิษย์ของเผ่าตัวเอง
โดยไม่ลังเลใจในทางที่ทำให้คนอื่นรู้สึกกลัว เขาเป็นคนไร้ศีลธรรมที่ใช้การ
กระทำที่โหดเหี้ยมเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต ถ้าเขารอดชีวิตไปได้ เขา
ก็คงจะเป็นจ้าวปีศาจแห่งยุคของตน!
“แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรได้บ้าง? เจ้าต้องการที่จะตายที่นี่?” มังกร
หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก ศิษย์คนอื่นๆก็ตอบสนองในที่สุด พวก
เขารีบยืมพลังของเหล่าศิษย์ 10 คนเพื่อฟื้นฟูรูปแบบค่ายกลเคลื่อนดารา
สวรรค์ขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ละคนได้เผาผลาญปราณโลหิตไปแล้ว 20% สำหรับการต่อสู้ครั้ง
นี้ นี่จะทำให้พวกเขาสูญเสียเวลานับหมื่นปีเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่ขั้น
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ มันอาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายที่พวกเขาสามารถ
เข้าถึงได้ พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้การตายดังกล่าวของทั้ง 10 เสีย
เปล่าได้
สำหรับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดจากการสังหารพวกเขา ทั้งหมดก็ถูกทำโดย
มังกรหนึ่ง; มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเขา
หวืดดด —
กงล้อเจ็ดสีเริ่มหมุนอีกครั้ง มันมีออร่ามหาศาลไหลออกมาในทุก
ทิศทาง แสงนี้เต็มไปในอากาศในขณะที่มันสว่างไปถึงสวรรค์
“เจ้าสารเลวนั้นเป็นคนที่โหดเหี้ยมมาก!” ที่ด้านหน้ามังกรหนึ่ง
ร่างกายของราชาอาชูร่ายังสั่นสะเทือนราวกับว่ามีการเปลี่ยนแปลง
เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ที่แท้จริงแล้ว มันมีแผนจะดูดซับปราณโลหิตของ
เหล่าศิษย์ระดับต่ำทั้ง 10 คน แต่มังกรหนึ่งกลับได้ลงมือก่อน ก่อนที่ศิษย์
เหล่านั้นจะกระเด็นออกจากการป้องกันของรูปแบบค่ายกล ร่างกายของ
พวกเขาก็ถูกบดขยี้และปราณโลหิตทั้งหมดก็ถูกดูดออกไปสร้างเสริม
รูปแบบค่ายกลขึ้นอีกครั้ง
เหล่าศิษย์ 10 คนได้เผาผลาญปราณโลหิตออกไปเพียง 20% เท่านั้น
ตอนนี้ ส่วนที่เหลืออีก 80% และส่วนที่เหลือของเนื้อหนังและโลหิตนั้น
ทั้งหมดกลายเป็นพลังงานและหลอมละลายเข้าสู่ในรูปแบบค่ายกลอย่าง
สมบูรณ์!
ด้วยเหตุนี้ รูปแบบค่ายกลเคลื่อนดาราสวรรค์จึงกลับคืนมาอีกครั้ง
และรูนมังกรสวรรค์ที่เหลือก็ยิ่งสว่างขึ้นกว่าเดิม ความแข็งแกร่งของพวก
เขาได้เพิ่มขึ้นหลายเท่า!
ขณะที่ราชาอาชูร่าเห็นเหตุการณ์นี้ ความรู้สึกของความกลัวได้แล่น
ผ่านจิตใจของเขา เข้าใจดีว่านี่เป็นการโจมตีสุดท้ายของเหล่าศิษย์เผ่า
มังกรที่เหลืออยู่ ถ้ามันต้านมันได้ เช่นนั้นเขาก็จะชนะ แต่ถ้าล้มเหลว
เช่นนั้นเขาก็จะพินาศเป็นฝุ่นควัน
แต่จนถึงตอนนี้ราชาอาชูร่าก็ยังผลาญพลังไปอย่างมาก เมื่อเขารู้สึก
ว่าพลังงานภายในกงล้อแสงเพิ่มขึ้นนั้น เขาก็พบว่าตัวเองขาดความมั่นใจ
“ฮ่าๆๆ, ถ้าเจ้าสามารถเสียสละผู้อื่นจากเผ่าของตนแล้ว เช่นนั้นเหตุ
ใดข้าจะไม่ทำเช่นเดียวกันบ้างเล่า?”
ราชาอาชูร่าตะโกนกู่ก้อง ปีศาจหนึ่งที่อยู่ข้างเขาถูกจับ
“ราชาของข้า…!”
ใบหน้าของปีศาจหนึ่งเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มันมีการบ่ม
เพาะ 30,000 ปีและได้รับสติปัญญาศักดิ์สิทธิ์ของตนเองมาแล้ว
มันต้องการที่จะต่อต้าน แต่ความคิดของราชาอาชูร่าก็เจาะผ่านเข้าสู่
ระหว่างคิ้วทันที่ ในวินาทีถัดมา ทั้งร่างของปีศาจก็ระเบิดขึ้นกลายเป็น
พลังงานบริสุทธิ์ที่ถูกดูดกลืนโดยราชาอาชูร่า!
ในขณะนั้น ราชาอาชูร่าเป็นเหมือนสัตว์อสูรโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่น
จากจากหลับลึกและสามารถทำลายทุกสิ่งได้!
ทั้งสองฝ่ายสังเวยคนของตนเพื่อโจมตีสังหารครั้งสุดท้าย!
ในท้องฟ้า พลังงานที่บ้าคลั่งและรุนแรงรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ
ความรู้สึกนี้ราวกับว่าท้องฟ้าถูกฉีกออก และสวรรค์หลั่งโลหิต
“ตายซะ!”
มังกรหนึ่งเป็นคนแรกที่โจมตี! คลื่นเสียงที่ดั่งฟ้าผ่าไร้สิ้นสุดได้
สั่นสะเทือนท้องฟ้า ทำให้เกิดการระเบิดของเมฆและยังคงแผ่ขยาย
ออกไปในทุกทิศทาง บึงโคลนด้านล่างยังถูกทุบด้วยแรงกันมหาศาล ราว
กับถูกกำปั่นของเทพเจ้าทุบ มันสร้างเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ถึง
100,000 ฟุตและก่อให้เกิดโคลนสีดำกระเด็นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า! ในขณะนั้น
น้ำในโคลนนับล้านปอนด์ถูกระเหยอย่างหมดจด และโคลนสีดำถูกเผา
ผลาญไม่จำนวนมาก
หลินหมิงซ่อนอยู่ในบึงโคลนตลอดเวลา ตอนนี้ ดวงตาของเขาสว่าง
อย่างฉับพลัน – ตอนนี้ล่ะ!
การใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งการระเบิดและการปกปิดตัวตน
ภายใต้คลื่นพลังงาน หลินหมิงได้ใช้ยุทธภัณฑ์เกราะอนุภาคแรกกำเนิด
เพื่อปกป้องตัวเองและส่งพลังงานออกมา พลังงานของเขากวาดไปโอบ
ล้อมกระดูกมังกรเทวะ และดึงเอามันเข้าไปในแหวนม่วงพยัคฆ์!
เป็นช่วงเวลานานหนึ่ง หลินหมิงยังคงได้รับผลกระทบจากการคลื่น
ช็อกของโจมตี!
นี่คือการโจมตีจากรูปแบบค่ายกลเคลื่อนดาราสวรรค์ของศิษย์ 36
คนรวมทั้งทั้งการเผาผลาญปราณโลหิตที่เหลือของทั้ง 10 คนที่ตกตายไป
ด้วย พลังของมันจึงย่อมมหาศาล แม้แต่คลื่นช็อกนี่ก็ยังเพียงพอที่จะ
สังหารอัจฉริยะเก้าวิบัติได้ทันที่
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงมียุทธภัณฑ์เกราะอนุภาคแรกกำเนิดปกป้อง
เขา มันสามารถสลายอำนาจของกฎทั้งหมดได้ เมื่อคลื่นแห่งพลังชนเข้า
กับมิติอนุภาคแรกกำเนิด พวกมันก็ถูกสลายไปโดยตรง กลับกัน
ผลกระทบต่อการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ทำให้หลินหมิงใช้พลังของมัน
ผลักดันให้ร่างกายของเขาพุ่งทะยานหนีไปไกล!
“ขอบคุณสวรรค์ที่ช่วยข้า!”
โลหิตของหลินหมิงปั่นป่วนในร่างกาย และมีกลิ่นโลหิตขึ้นมาที่คอ
ของเขา เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากมันเท่านั้น และเขาไม่มีเวลามาใส่
ใจมัน สิ่งที่เขาห่วงที่สุดคือผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า หลังจากที่
เขาคว้าเอากระดูกมังกรเทวะ เขาก็หนีออกไปด้วยความเร็วเต็มพิกัด!
ทิศทางที่เขาเลือกที่จะหลบหนีไม่ได้ผ่านท้องฟ้า แต่ผ่านใต้บึงโคลน
เช่นเดิม!
หลินหมิงทราบดีว่าเมื่อปีศาจแดนเร้นลับได้กลายเป็นราชาอาชูร่า
พวกเขาจะสร้างร่างเนื้อและโลหิตขึ้นมาได้ พวกมันจะไร้ตัวตนเหมือน
เหล่าปีศาจแดนเร้นลับสามัญที่สามารถกระโดดลงมาในบึงโคลนสีดำได้
อย่างง่ายดาย ถ้าราชาอาชูร่าต้องการทำเช่นนั้น ทางเลือกเดียวก็คือการ
ละทิ้งร่างกายที่ตนได้ใช้เวลาหลายปี แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าทำ
เช่นนั้น เขาก็จะล้มเหลวในการสันดาปผ่านทัณฑ์สวรรค์ปีศาจ
ดังนั้น การหลบหนีจากใต้ดินจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของหลินหมิง
สำหรับศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ หลินหมิงทำได้เพียงขอให้พวกเขา
โชคดีในการหลบหนี ในเวลานี้ เขาแทบจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้
ถ้าเขาหนีรอดไปได้ การเก็บเกี่ยวก็จะยิ่งใหญ่อย่างมาก หากไม่สำเร็จ
เขาก็จะตกตายอย่างน่าสังเวช!
ความน่าเสียดยเพียงอย่างเดียวคือ ครึ่งหนึ่งของกระดูกมังกรเทวะ
ถูกดูดกลืนไปโดยราชาอาชูร่าแล้ว มิเช่นนั้นการเก็บเกี่ยวของหลินหมิงก็
จะยิ่งใหญ่กว่านี้
อย่างไรก็ตาม คนก็ไม่ควรจะโลภมากเกินไปในสิ่งที่พวกเขา
ครอบครองอยู่ หลินหมิงพอใจกับสิ่งที่เขามีอยู่ สำหรับครึ่งหนึ่งของ
กระดูกมังกรเทวะในร่างของราชาอาชูร่านั้น เขาจะปล่อยให้แก่มังกรหนึ่ง
และคนที่เหลือ
ดี ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะสามารถมีชีวิตอยู่ผ่านจุดนี้หรือไม่
บึม บึม บึม!
ในเวลาเดียวกันกับที่หลินหมิงได้ขโมยกระดูกมังกรเทวะ ศิษย์ของ
เผ่ามังกรโบราณก็ได้ปะทะกับราชาอาชูร่าอย่างรุนแรง นี่เป็นช่วงเวลาที่ดี
ที่สุดสำหรับหลินหมิง!
ปีศาจแดนเร้นลับนับไม่ถ้วนถูกทำลายกลายเป็นควันโดยคลื่นช็อค
คลื่นโคลนสีดำทะยานขึ้นสูงหนึ่งหมื่นฟุตในท้องฟ้า มันกวาดออกไปดั่ง
เช่นสึนามิ สายลมเปลี่ยนไป สวรรค์และปฐพีสูญเสียสีสัน
จากนั้น ศิษย์ของเผ่ามังกรโบราณ 10 คนได้กระอักโลหิตและ
กระเด็นไปข้างหลัง พวกเขาไม่อาจสู้ได้อีกต่อไป เมื่อมาถึงจุดนี้ เผ่ามังกร
โบราณจึงเหลือเพียงศิษย์ 16 คนเท่านั้น
การต่อสู้ครั้งนี้ช่างน่าเศร้าอย่างแท้จริง! มันต้องเป็นที่รู้กันดีว่าทุกคน
ที่ตกตายในวันนี้ไม่ใช่สุนัขหรือแมวทั่วไป พวกเขาเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น
ที่สุดของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ เพียงพวกเขาเพียงคนเดียวก็ต้องใช้
ทรัพยากรในการเลี้ยงมากมายอย่างยิ่งแล้ว!
“หืม? อะไรกัน!?”
ในกระแสพลังงานที่รุนแรง ถึงแม้ว่าราชาอาชูร่าจะได้รับบาดเจ็บ
สาหัสและร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยโลหิต แต่เขาก็ยังคงรู้สึกได้ทันทีว่า
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ตนทิ้งไว้บนกระดูกมังกรเทวะถูกทำลาย!
ราชาอาชูร่าตกใจเกินกว่าจะเชื่อได้!
เขาเพิ่งได้กลืนกินเพียงครึ่งหนึ่งของแก่นพลังภายในกระดูกมังกรเท
วะ มันยังคงมีพลังงานเหลือพลังงานไขกระดูกอยู่ถึง 60% และสำหรับ
กระดูกมังกรเอง มันยิ่งล้ำค่ามากกว่า!
ราชาอาชูร่าเคยต้องการที่จะใช้เนื้อและโลหิตของเหล่าศิษย์ 4 เผ่า
สัตว์อสูรเทวะเพื่อทำให้ร่างของเขาสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าอย่างไร มันก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างร่างกายขึ้นจากการมีเพียงกระดูกอย่างเดียว เขาทำ
ได้เพียงสร้างโครงกระดูกเท่านั้น หลังจากการสร้างร่างเนื้อที่สมบูรณ์แบบ
แล้ว ความฝันทั้งหมดของเขาก็อาจจะเป็นไปได้
แต่ตอนนี้ กระดูกมังกรเทวะถูกขโมยไปแล้ว!
“ผู้ใดกล้าที่จะขโมยกระดูกมังกรเทวะของข้า!?!? ข้าจะสังหารเจ้าซะ!!
อ๊ากกก!”
ราชาอาชูร่าไม่อาจเชื่อได้ว่าในการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ที่เขามีปีศาจ
แดนเร้นลับนับแสนโดยรอบแต่กลับมียังคงมีใครบางคนที่สามารถขโมย
กระดูกมังกรเทวะไปได้ คนผู้นี้จะต้องซ่อนตัวอยู่ใกล้กับกระดูกมังกรเทวะ
รอเวลาที่สงครามถึงจุดตัดสินแล้วขโมยมันไปโดยไม่มีใครสามารถ
สังเกตเห็นได้!
แผนการดังกล่าวทำให้ราชาอาชูร่ารู้สึกเดือดดาน มันอยู่มานานถึง
100,000 ปี แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นดั่งตัวโง่งม!
“เจ้าหนีไม่รอดแน่!”
แม้ว่านี่จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของการต่อสู้เป็นตาย แต่ความเร็ว
ของปฏิกิริยาตอบสนองของราชาอาชูร่าก็น่าทึ่งอย่างยิ่ง มันจับทิศทาง
ของหลินหมิงได้แล้ว! ในเวลานี้ ราชาอาชูร่าไม่ใส่ใจการต่อสู้กับมังกรหนึ่ง
อีกต่อไป กลับกัน เขาไล่ตามหลินหมิงแทน!
ในขณะเดียวกัน ภายในแหวนม่วงพยัคฆ์ของหลินหมิง เหยียนเยว่
เอ่อร์จ้องมองไปยังสวนสมุนไพรข้างหน้าด้วยความตกตะลึง จากนั้น แสง
สีฟ้าส่องลงมาจากฟากฟ้า กระดูกชิ้นใหญ่หล่นลงมาจากก้อนเมฆและปัก
ลงไปในพื้นดิน!
“นี่… นี่มัน…”
ดวงตาของเหยียนเยว่เอ่อร์เบิกกว้างขึ้นเหมือนจันทร์เต็มดวงทันที!