Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,060 แสงสีขาว
ในขณะที่เหยียนเยว่เอ่อร์กำลังตื่นตระหนกและประหลาดใจ นางก็
เห็นแสงสีเทาอ่อนโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า และปกคลุมทั้งกระดูก
มังกร
ภายใต้พลังงานที่ไม่รู้จักนี้ พลังของกระดูกมังกรถูกดึงออกไปอย่าง
รวดเร็ว!
พลังของกระดูกมังกรถูกดึงออกไปเช่นนั้นหรือ?
ดวงตาของเหยียนเยว่เอ่อร์เบิกกว้างขึ้น นี่คือหลินหมิงหรือไม่? ไม่…
ถ้าเป็นหลินหมิงแล้ว เช่นนั้นเขาจะต้องเข้าสู่มิติภายในแหวนนี้ ก่อนที่จะ
ดูดกลืนกระดูกมังกรได้ นอกจากนี้ การดูดซับพลังของกระดูกมังกรย่อม
ไม่ง่ายดายเช่นนี้ ผู้หนึ่งจะต้องสงบจิตใจให้มากที่สุด และปรับตัวเองให้อยู่
ในสภาพสูงสุดของตน ก่อนที่จะดูดซับพลังของกระดูกมังกรอย่างช้าๆ
เพื่อไม่ให้ร่างกายระเบิดออกได้
บางที… มันอาจเป็นไปได้ว่ามันไม่ใช่พลังของกระดูกมังกรที่กำลังถูก
ดึงออกมา แต่จิตสำนึกของจิตวิญญาณมังกรภายในกระดูกมังกรได้ตื่น
ขึ้นมา และกำลังรวบรวมพลังภายในกระดูกมังกรเพื่อสร้างร่างกายขึ้น…?
จิตวิญญาณมังกร…
เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์คิดได้เช่นนี้ หัวใจของนางก็เริ่มเต้นรัว
“ข้าต้องเตือนหลินหมิงเรื่องนี้หรือไม่? แล้วหลินหมิงจะรู้หรือไม่?”
ความคิดของเหยียนเยว่เอ่อร์วิ่งพล่าน นางอยากจะแจ้งให้หลินหมิงรู้ แต่
กลัวว่าหลินหมิงคงกำลังต่อสู้อย่างอันตรายอยู่ในขณะนี้
เพราะโดยปกติ ถ้าหลินหมิงปลอดภัยแล้ว การกระทำครั้งแรกของ
เขา ย่อมคือการเข้ามาในแหวนม่วงพยัคฆ์และมองหาสมบัติที่เขาได้รับมา
นี่เป็นลักษณะธรรมชาติของมนุษย์ กระดูกมังกรเทวะคือสมบัติที่อาจทำ
ให้ราชันพิภพบ้าคลั่งด้วยความอิจฉาได้
ถ้าหลินหมิงยังไม่ได้เข้ามา นั่นก็จะเป็นข้อพิสูจน์ว่าเขายังคงตกอยู่ใน
อันตราย!
ขณะที่ เหยียนเยว่เอ่อร์จมอยู่ในความคิดของนาง แสงสีขาวได้
รวบรวมและปรากฏที่ด้านหน้าของนาง แสงสีขาวเหล่านี้สั่นสะเทือน
เล็กน้อยดั่งระลอกบนทะเลสาบ ราวกับว่าพวกมันกำลังเปลี่ยนไปเป็น
อย่างใดอย่างหนึ่ง
เหยียนเยว่เอ่อร์ช่วยไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไป ขณะที่นางเห็นแสงสี
ขาวกระพริบอย่างต่อเนื่อง และค่อยๆกลายเป็นใบหน้าที่งดงามอย่างที่สุด
ลักษณะใบหน้าพร่ามัวเล็กน้อย แต่เผยให้เห็นถึงความไม่แยแสและสูงส่ง
“ร่างเงามนุษย์? แสงสีขาวนี้เป็นผู้หญิงใช่หรือไม่? นี่คือสิ่งที่เรียกว่า
จิตวิญญาณมังกร?”
จิตวิญญาณมังกรคือวิญญาณของมังกรศักดิ์สิทธิ์ ในความเป็นจริง
จิตวิญญาณมังกรไม่ได้มีพลังต่อสู้มากนัก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์อสูร
เทวะ ทั้งสองก็ต้องพึ่งพากายหยาบ เพื่อทำหน้าที่เป็นสิ่งบรรจุและส่ง
พลังงานผ่านออกมา และวิญญาณของพวกเขาคือผู้ควบคุมพลังงานนี้
หากไม่มีกายหยาบมันก็ไม่มีพลังงาน ถ้ามีเพียงวิญญาณแล้ว ศักยภาพใน
การสังหารของสิ่งนั้นจะถูกจำกัดอย่างมาก เมื่อหลินหมิงอยู่ในทวีปนภา
รินไหล นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพลังของมารเจิดจรัสจึงขาดหายไปอย่าง
มาก
เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์นึกถึงข้อเท็จจริงนี้ได้ ในที่สุดนางก็สงบลง นาง
คว้าเอากระบี่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดออกมา จิตใจของนางจดจ่อ
อยู่กับการระวังภัยอย่างเต็มที่ นางเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการต่อสู้ทุก
ช่วงเวลา นางคาดเดาว่าเงาของผู้หญิงคนนี้อาจเป็นเสี้ยววิญญาณมังกร
เมื่อสิ่งมีชีวิตนี้ยังมีชีวิตอยู่ มันก็ทรงพลังกว่านางล้านเท่า! แต่ตอนนี้ มันได้
ตายไปแล้วและสิ่งที่เหลืออยู่ก็เป็นเพียงเสี้ยววิญญาณ และอาจมิใช่คู่มือ
ของนาง
ในขณะที่เหยียนเยว่เอ่อร์กำลังคิด การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันก็
เกิดขึ้น!
ร่างเงาผู้หญิงคนนี้ขยับมาหาเหยียนเยว่เอ่อร์ด้วยความเร็วที่ไม่
สามารถคาดเดาได้!
“หืม!?” แววตาของเหยียนเยว่เอ่อร์หดลงเท่ารูเข็มทันที่ อย่างว่องไว
นางใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญแทงไปยังหัวของร่างเงานี้ อย่างไรก็ตาม
ในเสี้ยววิที่กระบี่ของนางกำลังจะโดนเป้าหมาย จู่ๆร่างของนางก็ได้แข็ง
ค้างทันที่ ความแข็งแกร่งอันท้วมท้นกดทับลงบนร่างของนาง ทำให้นางไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้!
“มันคืออะไรกัน? มันเป็นไปได้อย่างไร? นี่คือเจตจำนง? จิตวิญญาณ
ต่อสู้?”
เมื่อใดที่เจตจำนงของผู้หนึ่งถึงขอบเขตที่สูงพอ มันจะทำให้วัตถุ
กลายรวดเร็ว เฉียบคมและอย่างอื่นได้ แต่ถ้าพลังเจตจำนงถูกใช้โจมตี
โดยตรงต่อร่างกายของนักสู้นั้น พลังของมันจะมีความอ่อนแออย่างมาก
แต่ตอนนี้ เสี้ยววิญญาณที่หลงเหลืออยู่นี้ กลับมีการประจักษ์สู่โลกแห่ง
ความเป็นจริง และตรึงการเคลื่อนไหวของเหยียนเยว่เอ่อร์ไว้ได้ มันเป็น
พลังระดับใดกัน!?
เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่สามารถคิดออกได้ เสี้ยววิญญาณนี้ได้ทะลวงเข้าสู่
ทะเลแห่งจิตวิญญาณ และกำราบวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางอย่างสิ้นเชิง!
ในขณะนั้น เหยียนเยว่เอ่อร์รู้สึกว่าตนเอง กำลังจะตกสู่การหลับลึกและ
ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย!
ยึดร่าง… นางกำลังจะยึดร่างของข้า!?
เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์ตระหนักถึงเรื่องนี้ นางรู้สึกว่าตนตกลงไปในนรก
เก้าขุม เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เมื่อร่างของนางถูกยึดแล้ว มันจะไม่ต่างจากตายไปแล้ว นางอายุ
เพียงแค่ 20 ปีและยังคงมีเวลาให้สนุกกับชีวิตอีกมากมาย… นางจะเต็มใจ
กับเรื่องได้อย่างไร?
“ไม่!”
เหยียนเยว่เอ่อร์ต่อสู้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมี แต่มันก็ไร้
ความหมาย เมื่อเทียบกับเสี้ยววิญญาณนี้ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของ
นาง ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเปลวเทียนต่อหน้าจันทร์เต็มดวง นางไม่
สามารถแม้แต่จะเรียกว่าเป็นคู่มือได้ นางรู้สึกว่าความคิดของนางกำลัง
จางหายไป และกลายเป็นอ่อนแอมากขึ้น ราวกับว่านางกำลังจะถูกปิด
ผนึกตลอดไป
“ข้าไม่อาจหลับได้ ข้าจะต้องไม่หลับ… ” เหยียนเยว่เอ่อร์ย้ำกับตนเอง
ตลอดจนสติของนางหายไปในที่สุด
……………
ในทะเลแม็กม่าที่ลึกและกว้างใหญ่ ไม่นานความเร็วของหลินหมิงก็
เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของความเร็วของเสียง
ความจริงคือ แม็กม่านี้ไม่แตกต่างจาก 18 นรกแห่งเปลวเพลิง และ
18 นรกของเปลวเพลิงเต็มไปด้วยพลังงานต้นกำเนิด และสายลมสวรรค์
ของดวงดาว มันไม่ได้เป็นเช่นแม็กม่าที่หนาและแข็ง และยังเต็มไปด้วย
แรงต้านทานอย่างมาก
ดังนั้นใน 18 นรกแห่งเปลวเพลิง, หลินหมิงจึงสามารถเพิ่มความเร็ว
ของเขาให้ได้หลายเท่าของเสียง แต่ที่นี่ แค่รักษาความเร็วไว้สองเท่าของ
ความเร็วเสียงก็ลำบากมากแล้ว!
โดยปกติ ถ้านักสู้บินที่ความเร็วเหนือเสียงในท้องฟ้า มันจะทำให้เกิด
คลื่นเสียงโซนิค และต้องผลาญพลังงานจำนวนมากเพื่อต้านทาน ดังนั้น
จึงมิต้องกล่าวถึงในแม็กม่าที่หนาแน่นเช่นนี้
ในเวลานี้ หลินหมิงดำลงลึกไปประมาณหนึ่งล้านฟุตแล้ว อุณหภูมิ
ที่นี่และพลังงานเพลิงต้นกำเนิดไม่ด้อยไปกว่านรกแห่งเปลวเพลิงระดับที่
5-6 เลย
ถ้าเขาสามารถทนต่อไปได้ และเข้าถึงระดับความลึกที่เทียบเท่า
ระดับที่ 7 ของนรกแห่งเปลวเพลิงแล้ว เขาจะมีพลังในการต่อสู้มากกว่า
บนพื้นดิน อย่างน้อยเขาก็อาจจะหนีรอดไปได้
แต่ในขณะนี้ ราชาอาชูร่าส่งการโจมตีออกมาอีกครั้งมันรุนแรงกว่า
ครั้งล่าสุด!
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ และการบ่ม
เพาะของเจ้ายังไม่ได้อยู่ในขั้นเทพสมุทรด้วยซ้ำ แต่เจ้ากลับสามารถ
หลอกลวงข้าได้! เจ้าคิดว่าถ้าลงลึกไปในแม็กม่าแล้ว ข้าจะไม่สามารถทำ
อะไรเจ้าได้? ฮ่าฮ่า มันก็จริงว่าเจ้ามีข้อได้เปรียบที่นั่น แต่สิ่งที่น่าเสียดาย
ก็คือ เจ้าจะไม่อาจไปถึงความลึกนั้นได้! ข้าได้ฟื้นฟูพลังมาเกือบ 10%
ของความแข็งแกร่งเดิมแล้ว! ข้าจะสังหารเจ้าด้วยรูปแบบจัตุรัสมังกร
เคลื่อนดารา!”
ร่างกายของราชาอาชูร่าเปล่งออกมาด้วยแสงสีฟ้าที่ไร้สิ้นสุด ในเวลา
เดียวกัน มือของเขาก็ผสานกันและสร้างเป็นตราประทับนับพันขึ้น
รูปแบบจัตุรัสมังกรเคลื่อนดาราเป็นหนึ่งในรูปแบบค่ายกล ของเผ่า
มังกรโบราณ ราชาอาชูร่าได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกล
นี้ จากเหล่าศิษย์เผ่ามังกรโบราณที่เคยกลืนกินในอดีต ในฐานะที่เป็น
ปีศาจแดนเร้นลับนั้น เขายังไม่มีความสามารถในการฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ
ของมนุษย์ แต่การวางค่ายกลนั้นเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมี
แก่นพลังมังกรคราม อยู่ภายในร่างกายของเขาเป็นจำนวนมาก การ
เรียนรู้รูปแบบค่ายกลนี้จึงทำได้ง่ายกว่าเดิม
รูปแบบจัตุรัสมังกรเคลื่อนดาราไม่ใช่รูปแบบค่ายกลระดับสูงเกินไป
แต่ก็ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อราชาอาชูร่าที่ต่อสู้มาก่อนหน้านี้ เขาพึ่งพา
เพียงความแข็งแกร่งของตัวเอง โดยไม่ต้องใช้การสนับสนุนจากรูปแบบ
ค่ายกลและทักษะการต่อสู้ แม้ว่ารูปแบบของค่ายกลนี้ จะเพิ่มความ
แข็งแกร่งในการต่อสู้ได้ถึง 30-40% แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หลินหมิงตก
อยู่ในอันตรายอย่างมากได้
ในแม็กม่า มันมีตราประทับสีครามบินอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในแง่ของ
พลังงานเพียงอย่างเดียว ราชาอาชูร่าก็มีมากกว่าหลินหมิง 10 เท่า!
“ผนึก, สังหาร!”
ราชาอาชูร่าผสานมือและตราประทับสีครามเหล่านี้ก็รวมตัวกัน
สร้างเป็นตราประทับสีครามขนาดใหญ่หลายร้อยฟุตที่พุ่งไปยังหลินหมิง!
ในขณะนั้น หลินหมิงรู้สึกว่าพื้นที่โดยรอบถูกผนึก ไม่มีที่ให้เขาหนีได้
ทางเลือกเดียวของเขาคือ การต่อต้านการโจมตีของตราประทับขนาด
ใหญ่นี้ การโจมตีครั้งนี้รุนแรงกว่าการโจมตีก่อนหน้านี้ของราชาอาชูร่า
หลายเท่า มันเกินกว่าความสามารถของหลินหมิงที่จะป้องกันได้
แม้ว่าหลินหมิงอยู่ในสภาพสูงสุดของเขา แต่การโจมตีครั้งนี้ก็ยังคง
จะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และตอนนี้เขายิ่งไม่มีความแข็งแกร่งอยู่
มากนักด้วย นอกจากนี้ มันยังเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา ที่จะเผาผลาญ
ปราณของโลหิตฟีนิกซ์โบราณต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่เขาจะสามารถสกัด
กั้นการโจมตีนี้ได้!
ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ หลินหมิงได้หยิบประคำสีม่วง 3 เม็ด ออกมาจาก
แหวนมิติของเขา เขาเก็บลูกหนึ่งไว้ในมือและโยนอีก 2 ลูกไปยังตรา
ประทับ ในเวลาเดียวกัน หลินหมิงก็บดขยี้กระดาษอักขระฟ้าในมือ ทำให้
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าสว่าง ปราณแท้ปกป้องร่างของเขาได้
หนาขึ้นทันทีถึง 10 เท่า!
นี่เป็นไพ่ตายช่วยชีวิตสุดท้ายของหลินหมิง เขาสามารถใช้มันได้เพียง
ครั้งเดียว ก่อนที่หลินหมิงจะเข้าสู่แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ ฮั่วเล่ยสือได้
จัดเตรียมบางสิ่งไว้ให้หลินหมิงเป็นการป้องกัน มันมีประคำสังหารเทพ 3
เม็ดและหนึ่งยันต์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์
สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้ปราณแท้ใดๆก็ทำให้เกิดการระเบิดได้
แม้ว่าปุถุชนจะใช้มัน ผลลัพธ์ก็จะคล้ายคลึงกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ถ้า
ปุถุชนใช้ประคำสังหารเทพนี้ พวกเขาก็จะสามารถสังหารแม้แต่นักสู้ขั้น
เทพสมุทรช่วงต้นได้
สมบัติเช่นนี้ที่ไม่เกี่ยวกับระดับการบ่มเพาะนั้นมีค่าอย่างมาก หลินห
มิงไม่ต้องการใช้สมบัติเหล่านี้ จนกว่าจะเข้าสู่วิกฤตชีวิตและความตาย
อย่างแท้จริง และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะทำเช่นนั้น
บึม! บึม!
ประคำสังหารเทพสองเม็ดระเบิดขึ้นพร้อมกัน พลังที่สามารถทำให้
นักสู้ขั้นเทพสมุทรกลายเป็นเถ้าถ่านได้ปะทุขึ้น ตราประทับสีครามจู่ๆก็
สั่นสะเทือนเพราะมีรอยแหว่งขนาดใหญ่จากการฉีกขาด!
สำหรับคลื่นช็อกของมัน ทั้งได้รับการป้องกันโดยยันต์ป้องกัน
ศักดิ์สิทธิ์และไม่มีอันตรายใดๆต่อเขา แต่หลังจากที่ได้รับผลกระทบ
รุนแรงเช่นนี้แล้ว ชั้นของแสงสีฟ้าหนาแน่นก็พังทลายลงเหลือเพียงรัศมี
3-4 นิ้วเท่านั้น
การโจมตีครั้งต่อไปอาจจะทำให้มันพังทลายลงทั้งหมด
“หืม? เจ้าสารเลว!”
ราชาอาชูร่ามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าการโจมตีเมื่อครู่ จะเป็นการสังหาร
หลินหมิงได้ แต่หลินหมิงกับป้องกันมันได้ หลินหมิงราวกับแมลงสาบที่
ตายยาก แม้จะมีความเหลื่อมล้ำอย่างมาก ในการบ่มเพาะของพวกเขา
และหลินหมิงยังถูกไล่ล่าเกือบหนึ่งชั่วโมง แต่เขาก็ยังสามารถยื้อเวลา
ออกไปได้อีก
“ดูเหมือนว่าเจ้าเป็นศิษย์หลักของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ ดี! เมื่อข้า
สังหารเจ้า สมบัติที่ข้าได้รับย่อมจะมีมาก เจ้าสามารถต่อต้านข้าได้ตอนนี้
แต่เจ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ตลอดไป! วิธีเดียวก็คือ ถ้าตระกูลของเจ้า
ส่งผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดมาช่วย มิเช่นนั้นเจ้าก็จะต้องตายที่นี่! แต่โอ้, ใช่แล้ว
, แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะนี้ถูกปิดผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ และเป็นไปไม่ได้
ที่ผู้ใดจะมาช่วยเจ้า! ฮ่าๆๆๆ!”
ราชาอาชูร่าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่าคำพูดของพวกเขาจะโหดร้าย
แต่มันก็เป็นข้อเท็จจริง ภายใต้การกำราบอย่างสมบูรณ์ ความแตกต่างใน
ระดับการบ่มเพาะ หลินหมิงได้ถูกผลักดันเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย
อย่างแท้จริง!
แม้ว่าการสังหารเจ้าจะง่ายเหมือนการจับเต่าในโหล แต่เพราะเรื่องนี้
เกี่ยวข้องกับกระดูกมังกรเทวะ ข้าจึงจะไม่ให้โอกาสใดๆที่เจ้าจะได้พบกับ
โชคและหลบหนีไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ข้าจะสังหารเจ้า
ที่นี่และเดี๋ยวนี้ เจ้าสามารถลืมเกี่ยวกับการลงลึกไปในแม็กม่านี้ได้เลย!”
ใบหน้าที่ดูคลุ้มคลั่งของราชาอาชูร่าที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือด
“สังเวยเนื้อหนังและโลหิต!”
มือขวาของราชาอาชูร่าสั่นสะเทือนก่อนที่จะระเบิดเป็นฝนโลหิต!
การฉีกของเนื้อหนังและโลหิต ที่ระเบิดในอากาศนี้ราวกับว่ามันมีชีวิต มัน
จมลงกลับสู่ร่างกายของราชาอาชูร่า
ร่างกายของราชาอาชูร่าเปลี่ยนไปเป็นสีโลหิต และความแข็งแกร่ง
ของเขาก็เพิ่มเป็นสองเท่า! เขาได้ละทิ้งส่วนหนึ่งของร่างกายหลังจาก
พยายามอย่างมาก ในการสร้างมันมาหลายปี และจากนั้นก็กลืนกินเนื้อ
หนังและปราณโลหิต เปลี่ยนแปลงพลังงานนั้น และปะทุความแข็งแกร่ง
ของเขาขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ!