Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,061 ฟื้นคืนหลัง 50,000 ปี
ราชาอาชูร่ามีความมั่นใจ 90% ว่าจะสามารถจับกุมหลินหมิงได้ แต่ เขาก็กังวลว่า เมื่อลงไปลึกกว่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงแปลกๆอื่นเกิดขึ้น เพื่อที่จะรับประกันความสำเร็จที่แน่นอน เขาจึงยอมสละแขนตนเอง การ สละมือทิ้งสามารถชดเชยใหม่ได้ โดยการกลืนกินพลังงานที่มากขึ้นใน อนาคต แต่ถ้าเขาสูญเสียกระดูกมังกรเทวะ เช่นนั้นถูกอย่างจะจบสิ้น
ในขณะนั้น หลินหมิงรู้สึกถึงความตายที่คืบคลานเข้าใกล้เขามากขึ้น เขาเหลือเพียงประคำสังหารเทพหนึ่งเม็ดในมือของเขา และเขาก็ผลาญ ยันต์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์หมดแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถป้องกัน การ โจมตีของราชาอาชูร่าครั้งนี้และลงลึกเข้าไปในแม็กม่าได้
“สังเวยชีวิตเพื่อข้าซะ!”
ราชาอาชูร่าสั่นสะท้าน ร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา และมันก็พองขึ้น ใบหน้าไม่ได้มีรูปลักษณ์ของชายหล่อเหล่าอีกต่อไป ตอนนี้มันดูไม่ต่างจากปีศาจที่น่าเกลียดและดุร้าย
หลินหมิงย่อมไม่เพียงแต่ยืนรอความตาย เขาโคจรปราณแท้ปกป้อง ร่างของเขาเพื่อป้องกัน และยิงประคำสังหารเทพลูกสุดท้ายในมือออกไป!
กรึบ!
ประคำสังหารเทพถูกจับโดยกรงเล็บปีศาจและถูกห่อหุ้มไว้ด้วย หมอกโลหิตทันที
บึม!
ประคำสังหารเทพได้ระเบิดขึ้น กวาดล้างหมอกโลหิตส่วนใหญ่ ออกไป แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งราชาอาชูร่า หลังจากเสียสละเนื้อ
หนังและโลหิตแล้ว ความแข็งแกร่งของราชาอาชูร่าตอนนี้อยู่ที่ 20% ของ จุดสูงสุด
ขณะที่หลินหมิงเห็นกรงเล็บนี้กำลังมาถึง เขาก็ได้ชกหน้าอกของ ตัวเอง เขาพร้อมที่จะบังคับเอาปราณโลหิตของตนออกมาและเผาผลาญ มัน!
เมื่อปราณโลหิตฟีนิกซ์ถูกเผาผลาญมันจะไม่ลดลง แต่ถ้าหลินหมิง เผาผลาญปราณโลหิตของตัวเองมันก็จะหมดไปเรื่อยๆ หลังจากที่ชก หน้าอกของตนเองแล้ว หลินหมิงได้บังคับเอาปราณโลหิต 30% ออกมา เมื่อเขาเผาผลาญมัน มันก็จะส่งผลต่อการบ่มเพาะและอายุขัยของเขาใน อนาคต แต่ไม่มีอะไรที่เขาจะสามารถทำได้ ตราบเท่าที่เขายังมีแสงแห่ง ความหวัง เขาก็จะคว้ามันไว้
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเผาผลาญปราณโลหิตของตน เขาก็ต้อง ประหลาดใจ แหวนม่วงพยัคฆ์หลุดจากนิ้วมือของเขาราวกับถูกควบคุม โดยพลังที่ไม่รู้จัก
หืม?
หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง จากนั้น ในขณะนั้นเอง พลังมหาศาลและ น่าเหลือเชื่อ หลั่งไหลออกมาจากแหวนม่วงพยัคฆ์ และกลายเป็นแสง ศักดิ์สิทธิ์ที่รวมตัวกันขึ้นตรงหน้าของหลินหมิง ป้องกันกรงเล็บปีศาจร้าย
“นี่มัน…”
หลินหมิงไม่เชื่อสายตาตนเองในขณะที่มองไปยังหญิงสาวตรงหน้า ของเขา จากชุดของนางและจากรูปทรงที่ด้านหลังของนาง มันก็เห็นได้ ชัดว่าเป็น… เหยียนเยว่เอ่อร์!!
เหยียนเยว่เอ่อร์!?!?
มันเป็นไปได้อย่างไร!?
หญิงสาวคนนี้ที่ออกมาจากแหวนม่วงพยัคฆ์คล้ายคลึงกับเหยียนเยว่ เอ่อร์ แต่ก็ไม่มีทางที่เหยียนเยว่เอ่อร์จะมีบรรยากาศ และออร่าที่น่า สะพรึงกลัวเช่นผู้หญิงคนนี้ได้!
“เจ้า…”
หลินหมิงผลักดันปราณโลหิตกลับไป โดยไม่มีเวลาได้กล่าวสิ่งใด นาง ได้เหยียดมือที่ขาวเพรียวบาง ไปยังกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาด้วยพลังงานปีศาจ อันรุนแรง
“จงพังทลาย!”
ริมฝีปากสีแดงของหญิงคนนี้เปิดขึ้น และมีเพียงคำเดียวดังออกมา มันเบาบางและมายา สะท้อนดั่งประกาษิตแห่งทัณฑ์สวรรค์ กรงเล็บ ปีศาจกลายเป็นเหมือนดั่งแก้วที่โดนหินบด พวกมันเริ่มแตกออกด้วยเสียง ‘แคร๊ก แคร๊ก แคร๊กก’!
“อะไรกัน!?”
หลินหมิงตกตะลึง สำหรับราชาอาชูร่า ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วย ความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ที่จู่ๆก็ปรากฏตัวออกมาจากที่ ไหนไม่รู้
“เจ้า… เจ้าเป็นใครกัน?”
ราชาอาชูร่าสับสน แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะถูกปิดผนึกอย่าง สมบูรณ์ ดังนั้นผู้หญิงที่น่าอัศจรรย์เช่นนางมาจากที่ใด? และเมื่อมองไปยัง การบ่มเพาะของนาง มันก็อยู่เพียงจุดสูงสุดเจ็ดวิบัติ และยิ่งไปกว่านั้นนาง ยังจงใจยับยั้งการบ่มเพาะในดินแดนนี้ มิเช่นนั้น นางก็คงจะทะลวงเข้าสู่ แปดวิบัติแล้ว นี่เป็นสิ่งที่มีเพียงผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะอย่างมาก
เท่านั้นที่จะทำได้ จึงทำให้ดูเหมือนว่ามันไม่ได้เป็นของปลอม นอกจากนี้ ผู้หญิงคนนี้ยังมีพลังมากจนไม่จำเป็นต้องปลอมแปลงระดับการบ่มเพาะ
“นางอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7? คนที่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 จะมีพลังต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้อย่างไร! มันเกิดอะไรขึ้นกัน แน่?”
ราชาอาชูร่ารู้สึกราวกับว่าตนตกอยู่ในความฝัน เขาไม่อาจเห็น กระทั่งว่านางได้ทำสิ่งใดในเมื่อครู่ แต่ มันจะถูกต้องกว่าที่จะบอกว่าเขา ไม่ได้รู้สึกว่ามีความผันผวนปราณแท้เกิดขึ้นเลย
ใช่แล้ว นางไม่ได้ใช้ปราณแท้เลย สิ่งที่นางใช้มีเพียงความคิดเดียว และคำพูดเดียว แค่เพียงสิ่งเหล่านั้นก็เป็นดั่งเต๋าสวรรค์แล้ว ด้วยเหตุนี้ นางได้ทำลายการโจมตีที่ราชาอาชูร่าเรียกออกมาด้วยเพียงมือเปล่า
ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับราชาอาชูร่าเลย นางหันหน้า และเหลือบมองหลินหมิง
เมื่อพวกเขาสบตากัน หลินหมิงก็สามารถเห็นถึงใบหน้าของผู้หญิง คนนี้ได้ หน้าตาของนางคือเหยียนเยว่เอ่อร์ อ่อนโยน และงดงามดั่งสาว อายุ 16-17 ปี
แต่ดวงตาของนางแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาของเหยียนเยว่เอ่อร์ดูสดใสดั่งฤดูใบไม้ผลิในภูเขา มันโปร่งใส มากพอที่จะมองเห็นถึงเบื้องลึกได้
แต่ผู้หญิงคนนี้ กลับดูเหมือนจะหลอมรวมกับพื้นที่รอบๆตัวนาง แวว ตาของนางดูเหมือนจะมีจักรวาลที่ไร้สิ้นสุด ลึกซึ้งและไม่สามารถ จินตนาการได้!
หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขามองเห็นกฎของจักรวาลผ่านสายตาของ นาง ในสายตาเหล่านี้ มันมีดวงดาวถือกำเนิดและแตกดับในเวลาเดียวกัน
“ท่าน… คือ… ท่านคือ…” หลินหมิงโผล่งออกมา สัมผัสที่หน้าอกของ ตนที่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าอยู่อย่างไม่รู้ตัว เขาไม่รู้สึกอะไรที่นั่น ใน ความเป็นจริง นับตั้งแต่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าผสานเข้ากับร่างกายของ เขา หลินหมิงก็ไม่เคยรู้สึกถึงการดำรงอยู่ของมันอีกเลย ถ้ามีการ เปลี่ยนแปลงใดๆกับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า หลินหมิงก็คงจะไม่รู้อยู่ดี
แต่หลินหมิงสามารถรู้สึกได้อย่างเลือนราง ถึงอะไรบางอย่างจาก ผู้หญิงคนนี้ได้ ราวกับว่าพวกเขาเคยพบกันที่ไหนมาก่อน ความรู้สึกนี้ เหมือนกับในเม็ดแสงสีขาวของมิติแห่งกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ที่ลอยอยู่ ในใจกลางของเสี้ยวความทรงจำนับไม่ถ้วน!
เมื่อกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าดูดซับปราณโลหิต ความจริงก็คือมันถูก ดูดกลืนโดยเม็ดแสงนั้น!
เมื่อหลินหมิงอายุ 15 ปี นั่นก็คือตอนที่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า รุกรานเข้าสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาเป็นครั้งแรก เขาได้เห็นฉากที่ เป็นเหมือนความฝัน เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ร่างของนางเพรียวบางและ สวมชุดสีขาว นางยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวและภาคภูมิท่ามกลางทุ่งหิมะที่ไร้ สิ้นสุด โดยเผชิญหน้ากับ 10,000 ผู้เชี่ยวชาญของแดนเทวะ!
และในบรรดาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ที่ด้อยที่สุดก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับ เทพธิดาเฟิงและจักรพรรดิปีศาจ!
และผู้ที่แข็งแกร่งในหมู่พวกเขาก็ยังอยู่ในขั้นผู้ปกครองเทวะ!
ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังมีผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากหรือ แม้กระทั่งอยู่ในจุดสูงสุดขั้นผู้ปกครองเทวะ!
และยังมีชายชุดดำที่นำทัพพวกเขาทั้งหมด แม้ว่าหลินหมิงจะไม่ สามารถคาดเดาการบ่มเพาะของเขาได้ แต่ก็สามารถมองเห็นถึงความ แข็งแกร่งของเขาได้จากการที่ทุกคนปฏิบัติต่อเขาด้วยความยำเกรง ชาย ชุดดำคนนั้นอาจจะใกล้เคียงกับขั้นราชันพิภพ!
และเผชิญหน้ากับผู้ทรงพลังเหล่านั้น ผู้หญิงคนหนึ่งก็ได้ยืมพลังของ กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า สังหารพวกเขาทั้งหมดในคราวเดียว!
วิญญาณทั้งหมดของพวกเขาถูกระเบิดและแตกสลาย!
หลินหมิงในเวลานั้น ไม่รู้ว่าฉากนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด และไม่ เข้าใจออร่าของผู้หญิงคนนั้น แต่เมื่อความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง เขาก็เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มตระหนักว่าตัวตนของผู้หญิง คนนั้น ที่เสียสละชีวิตของตัวเองน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงใด!
ตอนนี้หลินหมิงได้สบตาเหยียนเยว่เอ่อร์ เขารู้สึกราวกับว่าพวกเขา เคยได้พบกันที่ไหนสักแห่ง และความทรงจำที่หลินหมิงหวนนึกก็คือ ผู้หญิงที่สวมชุดสีขาว
มันเป็นนาง!?
หรือจู่ๆนางก็ฟื้นขึ้นมา? และนางก็ยังครอบครองร่างกายของเหยียน เยว่เอ่อร์ด้วย!?
นางเพียงมองเข้าไปในดวงตาของหลินหมิงชั่วครู่ จากนั้น โดยไร้ซึ่ง คำพูด นางก็หันกลับไปยังราชาอาชูร่า!
ราชาอาชูร่าตะลึงในเวลานี้ มันสามารถรู้สึกถึงออร่าที่น่าสะพรึงกลัว จากผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้ขนหัวลุก เขาเกือบหันหน้าและหลบหนีไปแล้ว แต่ ด้วยกระดูกมังกรที่ยังคงอยู่ในมือของหลินหมิง เขาก็ไม่ยอมรามือ!
“ท่านเป็นใครกันแน่? ข้าต้องการที่จะสังหารเจ้าหนูที่อยู่ด้านหลัง ถ้า ท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่นนั้นได้โปรดหลบไป ข้าจะขอบคุณ ท่านอีกครั้งในอนาคต”
ราชาอาชูร่ากุมมือและโค้งคารวะด้วยความเคารพ
เขาบอกได้เลยว่าผู้ที่เพิ่มมานี้น่าจะไม่ใช่ข่าวดี แต่เขาเองก็ยังไม่เชื่อ ว่าผู้หญิงที่น่าสะพรึงกลัวนี้ถูกเรียกมาที่นี่โดยหลินหมิง นี่เป็นเพราะถ้าผู้ ทรงพลังที่ประสงค์จะเข้ามาในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ พวกเขาก็จะถูก จำกัด ด้วยกฎของโลกนี้และจะต้องใช้หินตะวันม่วงนับไม่ถ้วนเพื่อทำ เช่นนั้น ถ้าหลินหมิงมีไพ่ตายดังกล่าวในมือ แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ใช้มันก่อน หน้านี้? เหตุใดจึงปล่อยราชาอาชูร่าไล่ล่าและทำให้เขาตกอยู่ในสภาพที่ น่าสังเวชเช่นนี้เล่า?
มันเป็นไปได้ว่าผู้หญิงคนนี้ อาจเป็นตัวตนบางอย่างที่ไม่รู้จักอยู่ใน แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะแต่แรกซึ่งเนื่องจากสาเหตุที่ไม่รู้แน่ชัด นางอาจ คงอยู่ในสมบัติบางอย่าง และสมบัตินั้นได้ถูกครอบครองโดยหลินหมิงจาก บางแห่ง ในตอนนี้คือ มันเห็นได้ชัดว่าหลินหมิงไม่รู้ว่าว่าผู้หญิงคนนี้เป็น ใคร เพราะฉะนั้นนางน่าจะไม่ช่วยเหลือ มันจะดีตราบเท่าที่เขาสามารถ ซ่อนความจริงเรื่องกระดูกมังกรเทวะจากนาง
ขณะที่ราชาอาชูร่าคิดได้เช่นนี้ เขาก็กลัวว่าหลินหมิงจะเปิดเผยถึง การมีอยู่ของกระดูกมังกรเทวะ
ขณะที่ผู้หญิงคนนี้ได้ยินคำพูดของราชาอาชูร่า นางก็ยังไร้สีหน้าใดๆ เช่นเคย นางเพียงแค่แยกริมฝีปากสีแดงอีกครั้งและกล่าวออกมาคำเดียว
“ตาย”
เสียงนี้ฟังดูเบาบางและเป็นดั่งฝันสำหรับหลินหมิง แต่เมื่อมันเข้ามา ในหูของราชาอาชูร่า มันก็เหมือนกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากสวรรค์ชั้นสูงสุด ราชาอาชูร่ารู้สึกราวกับว่าสวรรค์ได้พังทลายลงมา ทำให้ร่างกายของเขา สั่นสะเทือนและอวัยวะทั้งหมดพลิกกลับ!
คำว่า ‘ตาย’ ไม่ใช่เพียงแค่เสียง แต่มันมีกฎบรรจุอยู่ด้วย เสียงนี้ถือ เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหล และเป็นคำสั่งที่ไม่สามารถฝ่าฝืนได้ ด้วยเพียงคำที่ เรียบง่าย กฎของสวรรค์และปฐพีก็ได้รับผลกระทบจากมัน!
ความคิดของผู้หญิงคนนี้ที่เปล่งออกมาพร้อมกับคำพูดนี้ รวมเข้า ด้วยกันเป็นเสียงที่ศักดิ์สิทธิ์และกว้างใหญ่ ทำลายทุกสรรพสิ่ง ทะลวงทุก สรรพสิ่ง ลงทัณฑ์ทุกสรรพสิ่ง ทะลุเข้าไปในร่างกายของราชาอาชูร่า!
เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ราชาอาชูร่ารู้สึกราวกับว่าสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน โผล่คำรามในหูของตนและมีพายุสายฟ้าระเบิดขึ้นในใจ โลกภายในจิตใจ ได้กลายเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว เกินกว่าความรู้สึก ของเขาจะทนได้ ทำให้วิงเวียนและตาบอดด้วยโลหิตที่ไหลออกมาจากหัว!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
ราชาอาชูร่าได้ส่งเสียงร้องอันน่าสยดสยองขณะที่กระเด็นออกไป เห็นได้ชัดว่าเมื่อผู้หญิงคนนั้นโจมตี นางไม่ได้ใช้พลังงานใดๆเลย กล่าวได้ ว่า นางไม่ได้ใช้ปราณแท้ของขั้นทำลายชีวิตแม้แต่น้อย
ทั้งหมดที่นางใช้คือเสียงโจมตีไปด้วยจิตวิญญาณต่อสู้ของนาง และ ด้วยกฎที่มีอยู่ภายในนั้น มันจึงมีอำนาจอันยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลัง!
นางเป็นใครกันแน่!?
ราชาอาชูร่าหวาดกลัวจนถึงแก่น ในเวลานี้ เขาไม่ต้องการที่จะเอา กระดูกมังกรอีกต่อไป เขาหันหน้าและกำลังจะหนีไปด้วยความเร็วเต็ม พิกัด!
แต่เบื้องหลังของเขา ผู้หญิงคนนั้นก็ได้ตอบสนองด้วยเช่นกัน ในช่วง เวลาสั้นๆหลังจากที่นางโจมตี นางก็ขมวดคิ้วราวกับว่านางไม่พอใจกับ ความเสียหายที่นางได้ทำ
“แข็ง”
อีกคำหนึ่ง อีกคำสั่งที่ทำได้เพียงจำนนเท่านั้น คำพูดของนางเต็มไป ด้วยกฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ โลกแห่งเจตจำนงของนางปรากฎซ้อนทับกับ ความเป็นจริง มีอำนาจของกฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ ดั่งเช่นพลังแห่งทัณฑ์ สวรรค์!
ในขณะนั้น แม็กม่าทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าราชาอาชูร่าก็เต็มไปด้วย เจตจำนงของผู้หญิงคนนั้น แม็กม่าก็แข็งตัวขึ้นดั่งเหล็กศักดิ์สิทธิ์ด้วย ความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!
บึม!
ราชาอาชูร่าโดนแม็กม่าที่แข็งตัวในระดับที่ไม่น่าเชื่อกระแทก! ใน เวลานี้ เขาไม่แตกต่างจากหนูในกรง เขาไม่มีความสามารถที่จะต่อต้าน รอเพียงการถูกทำลายเท่านั้น!
หลินหมิงที่อยู่ข้างหลังนาง เขาได้อ้าปากค้างด้วยฉากเหล่านี้ จิต วิญญาณต่อสู้สามารถใช้เช่นนี้ได้ด้วยหรือ? โดยไม่ต้องใช้ปราณแท้ใดๆ อาศัยเพียงจิตวิญญาณต่อสู้และความเข้าใจในกฎ กลับสามารถมีพลังใน การต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้