Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,063 ผู้บ่มเพาะคู่อีกคน
“มู่เชียนเสวีย…”
หลินหมิงมึนงงอยู่พักหนึ่ง
นับตั้งแต่ที่เขาได้รับกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า มันก็มีปริศนามากมาย ที่เขาไม่สามารถคิดออกได้ เขาพยายามหาปราณโลหิตของนักสู้ที่ทรงพลัง มากขึ้น เพื่อให้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้ากลืนกิน มิใช่เพื่อให้ได้รู้เสี้ยว ความจำภายใน แต่เพราะเขาอยากรู้ถึงความลับของกล่องปัญญาแห่งพระ เจ้าด้วย
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เป็นสาเหตุหลักอย่างที่สุดที่หลินหมิง สามารถมาถึงทุกวันนี้ได้!
แม้ว่าหลังจากที่ไปถึงขั้นปราณปลายฟ้าและขั้นหลอมรวมแก่นแท้ กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าก็ยังไม่เป็นประโยชน์กับหลินหมิงมากนัก เหตุผล ส่วนใหญ่ที่ว่าทำไมหลินหมิงจึงประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ก็ เนื่องมาจากการทำงานหนัก ความพยายามและความขยันหมั่นเพียรของ ตัวเขาเองด้วย แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า ถ้าเขาไม่มีกล่องปัญญาแห่งพระ เจ้า เขาคงจะยังเป็นเพียงนักสู้ในอาณาจักรลิขิตฟ้า การบ่มเพาะอย่าง มากที่สุดของเขา ก็คงจะอยู่ที่ขั้นผสานชีพจรหรือขั้นปราณต้นฟ้า มันจะ เป็นขีดจำกัดของเขา
มันเป็นกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ให้โอกาสหลินหมิงในตอนเริ่มต้น จึงเอาชนะช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อตอนยังขาดความสามารถทางด้าน การต่อสู้ได้
หลินหมิงสามารถยืนยันได้ว่า กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเป็นหนึ่งใน สมบัติอันล้ำค่าที่สุดของจักรวาล สิ่งที่เขาพยายามจะหาคำตอบมา ตลอดเวลา คือหน้าที่อื่นๆที่นอกเหนือจากการรักษาเสี้ยวความจำ เหตุใด มันจึงดึงดูดความสนใจของผู้อาวุโสสูงสุดของแดนเทวะให้ต่อสู้เพื่อมันได้?
คำถามมากมายเหล่านี้วนเวียนอยู่ในจิตใจของหลินหมิง แต่เขาไม่ได้ เปิดปากถาม เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าแผนของมู่เชียนเสวียคือสิ่งใด ถึงแม้ นางจะขอยืมพลังของเขาเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งและจิตสำนึกของนาง แต่เขาก็ไม่รู้ว่านางจะทำอะไรต่อจากนี้ บางทีนางอาจจะครอบครองร่าง ของเหยียนเยว่เอ่อร และเอากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าออกจากเขาไป
ถ้านี่เป็นสิ่งที่นางตั้งใจจะทำ เช่นนั้นมันก็คงจะเป็นเรื่องที่โง่เขลา หากหลินหมิงต้องการจะถามเกี่ยวกับต้นกำเนิดของกล่องปัญญาแห่งพระ เจ้า นางอาจพยายามปิดปากทุกคนที่รู้เรื่องกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า และ หลินหมิงก็ไม่สามารถต่อต้านนางได้ เขาไม่แม้แต่จะสามารถจัดการกับ ราชาอาชูร่าได้ ดังนั้นจึงมิต้องกว่าถึงการต่อต้านมู่เชียนเสวีย
มู่เชียนเสวียดูเหมือนจะเห็นความกลัวในหัวใจของหลินหมิง นางจึง กล่าวออกมาอย่างนุ่มนวลและสงบเงียบว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลใจ แม้ว่าข้าจะหลับไหลอยู่ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเป็นเวลา 50,000 ปี แต่จิตสำนึกของข้ายังมีจุดประกายความตื่นตัวอยู่บ้าง ข้าได้รับรู้ตั้งแต่ครั้ง แรกที่เจ้าได้สัมผัสกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของข้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส และข้าต้องการพลังของปราณโลหิตเพื่อที่จะฟื้นฟู ตัวเอง ข้าเพียงแต่หวังว่าผู้ทรงพลังคนนั้น จะช่วยข้าหาปราณโลหิตมา เพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่ง ของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของข้า แน่นอนว่าถ้าเป็น ผู้ทรงพลังที่ข้าเลี้ยงดูขึ้นมาด้วยตัวเองแล้ว จึงจะเป็นการดีที่สุด เช่นนั้นข้า
จึงจะสามารถไว้ใจได้ ข้าพอใจในการกระทำและตัวตนของเจ้ามาก เจ้า กล้าหาญและเจ้ายังสามารถฆ่าได้อย่างเด็ดขาด เจ้าไม่ได้ทำผิดพลาด และ ไม่นุ่มนวลเมื่อไม่จำเป็น ในเวลาเดียวกัน เจ้าก็ไม่ใช่คนใจร้ายเช่นกัน เจ้า รู้คุณ และเจ้ามีบรรทัดฐานของตนเอง และที่สำคัญที่สุดคือเจตจำนงที่ มั่นคง อีกทั้งเจ้ายังต้องการแสวงหาจุดสูงสุดของนักสู้ด้วยหัวใจและ วิญญาณ เจ้าค่อนข้างดี!
“ในตอนแรกข้าไม่ได้หวังอะไรมากนักในพรสรรค์ของเจ้า แต่ข้าไม่ เคยคิดว่าเจ้าจะทำให้ข้าประหลาดใจอย่างมากในด้านนี้ สำหรับเจ้าที่ก้าว มาถึงขั้นนี้ ในฐานะนักสู้จากแดนเบื้องล่างนั้นก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์แล้ว”
ขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าวออกมา หลินหมิงจึงสามารถรวบรวมข้อมูล ได้จากคำพูดของนาง ทุกครั้งที่เขาเข้าไปยังมิติภายในกล่องปัญญาแห่ง พระเจ้า เพื่อดูดซับเสี้ยววิญญาณ นั่นก็เป็นเพราะ มู่เชียนเสวียได้พาเขา เข้าไปและนำทางเขาไปยังกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เพื่อให้เขาหาปราณ โลหิตของผู้เชี่ยวชาญมา
“ตอนนี้เมื่อแม่นางมู่ตื่นขึ้นมาแล้ว ข้าสามารถถามถึงแผนการของ ท่าน…” หลินหมิงถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
หลังจากที่เขากล่าวคำเหล่านี้ออกมา มู่เชียนเสวียก็ได้สูดหายใจเข้า ลึก ในขณะนั้น ความเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกไป แม้กระทั่งการ หยุดยั้งแม็กม่ารอบตัวพวกเขา ราวกับว่าบริเวณโดยรอบทั้งหมดจะถูกปิด ผนึกไว้ในน้ำแข็ง
“ข้าจะสร้างร่างเนื้อใหม่และฟื้นฟูตัวเองให้สมบูรณ์ นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่กล้าลงมือกับแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง ข้าจะฆ่า
พวกมันทุกคน! และเทียนหมิงจื่อผู้นั้น! เราจะทำลายวิญญาณของมันและ กระจายไปตามลม”
ในขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าวออกมา ดวงตาที่งดงามก็เต็มไปด้วยจิต สังหารที่หนาแน่น
หลินหมิงรู้สึกว่าหัวใจเต้นของตนเต้นข้ามจังหวะ แม้ว่ามู่เชียนเสวีย จะสูงส่งราวกับว่านางไม่เคยถูกแปดเปื้อนจากโลก แต่ความจริงก็คือนาง เป็นคนไร้ความปราณีและเด็ดขาด เป็นคนที่รู้ถึงความเสียใจและความ กตัญญู!
นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ในอดีต มู่เชียนเสวียอาจเป็นผู้ควบคุมแดน ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง แม้ว่าจะไม่ใช่เช่นนั้น อย่างน้อยนางก็คง เป็นหนึ่งในตัวตนระดับสูงที่นั่น
“เทียนหมิงจื่อ เขา… เขาแข็งแกร่งเพียงใด?” หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะ ถามเช่นนี้ออกไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทียนหมิงจื่อคือชายชุดดำ ที่ได้นำ ทัพเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของแดนเทวะ 10,000 คนเพื่อโจมตีแดนศักดิ์สิทธิ์ ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง ในที่สุด มู่เชียนเสวียก็ได้ถูกบังคับให้สละชีวิตของ ตนเพื่อทำการโจมตีครั้งสุดท้าย ด้วยพลังของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ผู้ หนึ่งสามารถบอกได้จากสิ่งนี้ว่าเขาแข็งแกร่งเพียงใด
“ขั้นราชันพิภพช่วงต้น!” มู่เชียนเสวียกล่าวออกมาอย่างช้าและ ชัดเจน แต่เมื่อคำพูดเหล่านี้ดังเข้าไปในหูของหลินหมิง เขาก็ต้องสูดลม หายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าเขาจะคาดเดาเช่นนี้ไว้แล้ว แต่เขาก็ตกใจมากที่ ได้รับคำยืนยันจากมู่เชียนเสวีย
ผู้ทรงพลังขั้นราชันพิภพ ระหว่างขั้นผู้ปกครองเทวะกับขั้นราชัน พิภพมีการแบ่งแยกที่แทบจะข้ามไปไม่ได้ ในประวัติศาสตร์ของเผ่าฟีนิกซ์
โบราณทั้งหมด 100 ล้านปี พวกเขาก็ยังไม่เคยมีราชันพิภพถือกำเนิดมา ก่อนเลย!
แน่นอน นี่เป็นเพราะเผ่าฟีนิกซ์โบราณเป็นเพียงนิกายของมนุษย์ ที่มี การปลูกถ่ายสายเลือดฟีนิกซ์โบราณ พวกเขาไม่ใช่ลูกหลานที่แท้จริงของ ฟีนิกซ์โบราณ ที่เป็นสัตว์อสูรเทวะที่แท้จริง… ผู้ใดจะรู้ว่าตัวตนเหล่านี้มี ทั้งหมดจำนวนเท่าใดในแดนเทวะ? และมันไม่ได้มีสัตว์อสูรเทวะตั้งแต่ เริ่มต้นด้วย และแต่ละตัวต่างหยิ่งยโสและภาคภูมิ แล้วพวกเขาจะยอมรับ ใช้มนุษย์ได้อย่างไร? ถ้ามีเด็กที่เกิดมาจากพวกเขา คนประเภทนี้อาจเรียก ได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก
เนื่องจากสัตว์อสูรเทวะเป็นสัญลักษณ์ของร่างกายที่แข็งแกร่ง และ สอดคล้องกับกฎ ด้วยมนุษย์มีความสามารถลึกซึ้งในการเรียนรู้ รวมถึง ความสามารถในการะฝึกฝนการต่อสู้ ความสำเร็จของตัวตนดังกล่าวไม่ สามารถจินตนาการได้!
“นั่นคือการบ่มเพาะของเขาเมื่อ 50,000 ปีก่อน? ถ้าเป็นตอนนี้แล้ว ก็มิใช่ว่าจะยิ่งสูงขึ้นหรอกหรือ?” หลินหมิงถามออกไปอย่างลืมตัว
“ก็ใช่ แต่เมื่อ 50,000 ปีก่อน เทียนหมิงจื่อไม่มีโลกขนาดใหญ่ของ ตัวเอง เขาเพียงควบคุมโลกขนาดกลางเท่านั้น เขาไม่อาจถูกเรียกได้ว่า เป็นมหาราชันพิภพอย่างแท้จริง แต่ก็ยังถือว่าเป็นราชันพิภพอยู่ดี”
ขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ หลินหมิงก็รู้สึกประหลาดใจชั่ว ครู่ ก่อนที่จะทำความเข้าใจได้ทันที แม้ว่าจะมีราชันพิภพเพียง 3,000 คน ในแดนเทวะ แต่ก็มีเพียง 3000 โลกอันยิ่งใหญ่ในแดนเทวะเช่นกัน ใน แดนเทวะอันกว้างใหญ่ มันมีราชันพิภพถือกำเนิดใหม่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกือบตลอดเวลา แต่ราชันพิภพที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง
ครอบครองโลกของตัวเองเสมอไป พวกเขาจำต้องให้ราชันพิภพคนเก่า ตาย หรือบางทีก็เอาชนะพวกเขาและยึดครองดินแดนมา
แต่หากต้องการที่จะเอาชนะราชันพิภพคนเก่านั้น มันก็คงไม่ง่าย อย่างที่คิด อายุขั้นราชันพิภพเหล่านี้อยู่ในหลักล้านเป็นฐาน แม้แต่ราชัน พิภพที่ทรงพลังอย่างยิ่งสามารถมีชีวิตอยู่มานับสิบล้านปี!
เหตุผลที่แดนเทวะมีราชันพิภพมากมายนั้น มิใช่เพราะราชันพิภพ เปรียบเหมือนกะหล่ำปลีที่สามารถหาซื้อตามท้องถนนได้ กลับกัน มันเป็น เพราะขอบเขตของแดนเทวะกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด จำนวนสิ่งมีชีวิตใน แดนเทวะไม่สามารถคำนวณได้ยิ่งไปกว่านั้นราชันพิภพเหล่านี้ยังมีชีวิตยืน ยาวนับล้านหรือแม้กระทั่งนับสิบล้านปี หลังจากจำนวนสะสมมาเป็น เวลานานแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงมีอยู่จำนวนมากมายได้
“แล้วเช่นนั้นระดับพลังของแม่นางมู่คือ…” หลินหมิงลังเลก่อนที่จะ ถามเรื่องนี้ เขาต้องการรู้เรื่องนี้จริงๆ
“ในอดีตข้าอยู่เพียงกึ่งราชันพิภพ ข้าเป็นเพียงผู้ปกครองเทวะคน เดียว ที่ยังติดอยู่เช่นนี้เป็นเวลานานและไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ ด้วย เหตุผลบางอย่าง และนั่นก็เป็นเพราะ…” ขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าวถึงตรงนี้ นางก็มองไปยังหลินหมิง คำพูดต่อไปนี้จะทำให้เขาตกตะลึงอย่างที่สุด
“นั่นเพราะ… ข้าบ่มเพาะร่างกายและพลังงาน”
“อะไรกัน? บ่มเพาะคู่… บ่มเพาะร่างกายและพลังงาน?” ดวงตาของ หลินหมิงเบิกกว้างขึ้น และจ้องมองไปยังมู่เชียนเสวียด้วยความประหลาด ใจ นางบ่มเพาะคู่เช่นเดียวกับเขา!
จากอัจฉริยะแห่งแดนเทวะ แม้ว่าจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากที่สุดใน ยุคของพวกเขา แต่ก็ยังมีคนจำนวนน้อยมากที่จะกล้าบ่มเพาะคู่ เนื่องจาก
กฎของสวรรค์และปฐพีเปลี่ยนแปลงไป มันจึงเป็นไปได้ยากมากที่จะเดิน ตามเส้นทางนี้ สำหรับคนที่เลือกเดิน มันจะมีกำไรไม่เท่ากับการสูญเสีย
ในความเป็นจริง เหตุผลหลักที่หลินหมิงได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่ม เพาะคู่นี้ ก็เป็นเพราะเขาไม่รู้ว่ามันยากเพียงใดในตอนเริ่มต้น เมื่อถึงเวลา ที่เขาเริ่มตระหนักแล้ว มันก็สายเกินไปที่จะเลิก
อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่มู่เชียนเสวียจะไม่รู้เรื่องนี้!
สำหรับผู้ที่รู้ว่าเพียงว่ามันยากเพียงใดที่จะบ่มเพาะคู่ แต่ก็ยังคงเลือก เส้นทางนี้นั้น มันก็มีเพียงสองความเป็นไปได้
ความเป็นไปได้อย่างแรกคือ พวกเขาเป็นคนโง่เขลาที่ต้องการกัดให้ ได้มากกว่าที่จะเคี้ยว
และความเป็นไปได้อย่างที่สองคือ… พวกเขาเป็นอัจฉริยะที่มี พรสวรรค์สูงจนไม่น่าเชื่อ!
โดยไม่ต้องสงสัย มู่เชียนเสวียย่อมเป็นอย่างหลัง มิเช่นนั้น มันไม่มี ทางที่นางจะกลายเป็นนักบุญหญิงของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์ เรืองรอง จากที่นางกล่าวถึง แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองเป็น แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงมาก ซึ่งอาจจะเป็นกระทั่งแดนศักดิ์สิทธิ์ของราชัน พิภพ!
นี่ก็สมเหตุสมผล มิเช่นนั้น บางสิ่งบางอย่างเช่นกล่องปัญญาแห่งพระ เจ้า จะตกอยู่ในมือของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองได้อย่างไร
และเหตุผลที่มู่เชียนเสวียไม่ได้กลายเป็นราชันพิภพก่อนที่ร่างกาย ของนางถูกทำลายนั้น มันไม่ได้เป็นเพราะนางขาดพรสวรรค์ แต่… มันเป็น เพราะนางยังเด็กเกินไป!
นางเป็นนักบุญหญิงของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง ไม่ใช่ ผู้ปกครองที่แท้จริง แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง ก็ควรมีผู้อาวุโส ที่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งอาจเป็นผู้อาวุโสสูงสุดบางคน และมู่เชียนเส วียก็สามารถถือได้ว่าเป็นเพียงผู้เยาว์เท่านั้นเมื่อเทียบกับพวกเขา แต่ถึง กระนั้น นางก็ยังสามารถบ่มเพาะมาถึงกึ่งราชันพิภพได้… พรสรรค์ของ นางไม่อาจจินตนาการ!
ความคิดทั้งหมดเหล่านี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง
‘ข้าสงสัยอย่างยิ่งสายเลือดตระกูลที่นางกำเนิดเป็นเช่นไร หรือมี ร่างกายพิเศษอันใด?’ หลินหมิงสงสัย เขาไม่เชื่อว่าสายเลือดธรรมดาจะ สามารถมีพรสวรรค์ดังกล่าวได้ หลินหมิงยังคงค้นหาวิธีการปรับปรุง สายเลือดและร่างกายของตัวเองอยู่เรื่อยๆ
มู่เชียนเสวียดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจที่จะพูดถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ และมหัศจรรย์ของนาง นางกล่าวว่า “หลินหมิง ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้าจะก้าว เข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะร่างกายและพลังงาน นอกจากนี้ เจ้ายังสามารถ มาได้ไกลถึงขั้นนี้อีกด้วย เส้นทางที่เจ้าเลือกนั้นเป็นเรื่องยากอย่างมาก ข้า เพียงแค่อยากถามคำถามเจ้า เจ้ายังคงตั้งใจที่จะเดินต่อไปตามเส้นทางบ่ม เพาะคู่อีกหรือไม่?”
หลินหมิงแข็งค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าอย่างหนักแน่น การ ล้มเลิกต่อความพยายามทั้งหมดที่ทำมาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ลักษณะของเขา นอกจากนี้ เมื่อมู่เชียนเสวียยังได้เลือกการบ่มเพาะคู่ นั่นหมายความว่า เส้นทางสายนี้ย่อมมีความเป็นไปได้ และยิ่งไปไกลในเส้นทางนี้ มันก็จะมี ประโยชน์มากขึ้น ปัญหาเดียวก็คือ มันเป็นเส้นทางที่ยากลำบากอย่าง แท้จริง
ในเมื่อมีคนอื่นเคยลอง เหตุใดเขาจะทำบ้างไม่ได้? หลินหมิงสงสัยว่า ระดับการบ่มเพาะคู่ของมู่เชียนเสวียไปถึงขอบเขตอันใด นางสามารถเปิด 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋าได้หรือไม่?
“ดี! เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้า” มู่เชียนเสวียกล่าวสั้นๆและตรงประเด็น
ช่วยข้า?
จิตใจของหลินหมิงสะท้าน คำพูดเหล่านี้ของมู่เชียนเสวียมี ความหมายอีกอย่างหนึ่ง!
นางไม่ได้วางแผนที่จะเอากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าไป ในอีก ความหมาย นางวางแผนที่จะอยู่กับเขาไปอีกนานมาก! มิเช่นนั้นแล้ว นาง จะช่วยหลินหมิงเพื่อบ่มเพาะคู่จนสำเร็จได้อย่างไร?
นอกจากนี้ มันยังมีอีกความหมายที่ลึกซึ้งมากขึ้น เหตุผลที่มู่เชียนเส วียช่วยหลินหมิงในอดีต ก็เพื่อช่วยฟื้นฟูจิตสำนึกของนางเอง และตอนนี้ นางก็จะช่วยเขาต่อไปอีก มันย่อมมีแรงจูงใจบางอย่าง
ดวงตาของหลินหมิงเบิกกว้างขึ้น “ท่านวางแผนที่จะให้ข้าช่วยท่าน แก้แค้นใช่หรือไม่?”
มู่เชียนเสวียตกตะลึงชั่วครู่แล้วมองหลินหมิงอย่างใส่ใจ “ช่างเป็นเด็ก ที่ฉลาด ใช่แล้ว ถูกต้อง แล้วเจ้ามีความกล้าที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่?”