Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,064 โชคร้ายของมังกรหนึ่ง
ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล และไม่มีความชั่วร้าย
ใดๆที่มาโดยไร้เหตุผล แม้ว่าวันนี้เป็นครั้งแรกที่มู่เชียนเสวียและหลินหมิง
ได้พูดคุยกัน แต่พวกเขาก็เป็นคนที่รู้เรื่องตัวตนของอีกฝ่ายมา 15 ปีแล้ว
และได้รับการเชื่อมโยงกันผ่านกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า โชคชะตาของ
พวกเขาอาจกล่าวได้ว่าเชื่อมโยงกันอย่างเหนี่ยวแน่น
หลินหมิงไม่สามารถใช้กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้ แม้ว่าเขาจะได้รับ
มันมาและเขาก็ยังไม่สามารถทำได้ในปัจจุบันเช่นกัน
หากปราศจากหลินหมิง มันก็ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ามู่เชียนเสวียจะ
ฟื้นฟูกลับมาได้หรือไม่ ถ้าคนที่อ่อนแอพยายามจะช่วยนาง มันก็จะเป็นไป
ไม่ได้สำหรับพวกเขา ที่จะหาปราณโลหิตจนเพียงพอที่จะทำให้นางฟื้นฟู
กลับมา แต่ถ้าเป็นคนที่แข็งแกร่งเกินไป พวกเขาอาจพยายามเจาะลึก
ความลับ ของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าด้วยตัวเอง และนำไปใช้ พวกเขา
สามารถแม้แต่กระทั่งขังมู่เชียนเสวีย และใช้นางเพื่อปรับแต่งอาวุธหรือ
โอสถวิเศษ ไม่ว่าอย่างไร นางก็เป็นอัจฉริยะชั้นยอดที่เคยเป็นกึ่งราชัน
พิภพ และวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางก็ย่อมมีค่ามาก นอกจากนี้ มันยังมี
ลักษณะพิเศษมากมายเกี่ยวกับดวงวิญญาณของนาง
เฉพาะบางคนเช่นหลินหมิงที่นางเลี้ยงดูมาตลอด จึงจะมีโอกาสช่วย
นางได้ ผ่านไป 15 ปีของการสังเกตเขา นางก็ได้เข้าใจพฤติกรรมและ
บุคลิกภาพของเขา เขาเป็นคนที่ยุติธรรมและกล้าหาญ รู้การชำระหนี้ของ
ตน นางสามารถไว้วางใจคนเช่นเขาได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การจะหาคนเช่นหลินหมิงนั้นมิใช่เรื่องง่ายเลย
ดังนั้น การพบกันโดยบังเอิญของมู่เชียนเสวียและหลินหมิง จึงอาจ
เรียกได้ว่าโชคชะตาของทั้งสอง
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แม่นางมู่ เหตุผลที่ข้าสามารถ
มาได้ไกลถึงวันนี้ นั่นก็เพราะความเมตตาของท่าน ไม่ว่าจะเป็นการแก้
แค้นหรือการฟื้นฟูร่างกายของท่าน ข้าก็จะพยายามอย่างเต็มที่ อย่าง
น้อย ท่านก็ยังชี้แนะข้าในการบ่มเพาะคู่ได้ ดังนั้นข้าจะปฏิเสธท่านได้
อย่างไร?”
ในขณะที่หลินหมิงกล่าวออกมา ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับศีลธรรม และ
ความยุติธรรมของตัวเอง เขาไม่สนใจเรื่องระดับพลังของเทียนหมิงจื่อ
หรือว่าเขามีภูมิหลังเช่นไร ราวกับว่าเขาไม่ได้มุ่งมั่นที่จะแก้แค้นราชัน
พิภพ แต่พูดถึงการแก้แค้นกับตัวตนที่ไม่มีนัยสำคัญเท่านั้น
“เจ้าค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง! อย่างไรก็ตาม เจ้ามีความสามารถที่จะ
มั่นใจได้ ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ข้าได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าแล้ว
ด้วยพรสวรรค์ในปัจจุบันของเจ้า และกระดูกมังกรเทวะในตอนนี้ เจ้าก็มี
คุณสมบัติในการเข้าสู่เส้นทางของขั้นราชันพิภพบ้างแล้ว แต่มันยังไม่
เพียงพอ! นี่เป็นเพราะเจ้าห่างไกลกับเทียนหมิงจื่อนับหมื่นปี และยัง… ใน
แง่ของพรสวรรค์ เทียนหมิงจื่อในอดีตก็เหนือกว่าตัวตนที่ภาคภูมิของ
สวรรค์ทั้งหมด!
“สำหรับข้า ก่อนที่ข้าจะปฏิรูปกายหยาบได้ ความแข็งแกร่งของข้า
จะถูกจำกัดอย่างมาก ข้าไม่สามารถใช้ปราณแท้ และสามารถพึ่งพาได้
เพียงจิตวิญญาณต่อสู้ และกฎในการต่อสู้เท่านั้น ข้าสามารถทำได้เพียง
ต่อสู้กับคนที่อ่อนแอที่สุดของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์”
ในอดีต เมื่อมู่เชียนเสวียอยู่ที่จุดสูงสุดของตน นางก็ยังเป็นเพียงกึ่ง
ราชันพิภพ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ของความแข็งแกร่งของนาง มาจาก
ร่างกายที่บ่มเพาะคู่ ตอนนี้ นางไม่มีร่างกายและนางไม่สามารถใช้ปราณ
แท้ได้ ด้วยความสูญเสียทั้งหมดของนาง มันจึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่นางจะ
สามารถเปรียบเทียบได้เพียงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนแอ
สำหรับเหตุผลที่มู่เชียนเสวียสามารถฆ่าราชาอาชูร่าได้ในขณะนี้ นั่น
ก็เป็นเพราะว่าระดับพลังสูงสุดของราชาอาชูร่า เทียบเท่าเพียงแค่
อัจฉริยะของขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น อีกอย่าง ราชาอาชูร่าก็ยังได้รับ
บาดเจ็บสาหัส และอยู่ในสถานะที่อ่อนแอที่สุด เนื่องจากเพิ่งผ่านการ
สันดาปผ่านทัณฑ์สวรรค์ปีศาจ
หลินหมิงพยักหน้า เขาคิดได้โดยประมาณว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร
เพื่อฟื้นฟูร่างกายของมู่เชียนเสวียนั้น ย่อมไม่ง่ายเลย และการยึดร่างของ
คนอื่นก็เป็นความคิดที่ไม่ดี เพราะถ้าวิญญาณและร่างกายไม่สามารถเข้า
กันได้ มันก็จะเป็นเรื่องเลวร้าย
มู่เชียนเสวียกล่าวอีกว่า “ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้า คือการ
ไม่มีใครรู้จัก เทียนหมิงจื่ออาจคิดว่าข้าตายแล้ว ข้าจะค่อยๆช่วยให้เจ้า
สามารถสำเร็จ 8 ประตูเร้นลับภายใน และดึงเอาพลังและศักยภาพที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดออกมา เมื่อข้าได้บ่มเพาะคู่ ข้าก็ได้รวบรวมความรู้และ
ประสบการณ์มามากมาย ไม่เพียงแค่นั้น ก่อนที่แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหค
สวรรค์เรืองรองจะถูกทำลายลง ข้าได้ทิ้งทรัพยากรบางอย่างไว้ และซ่อน
พวกมันไว้เป็นอย่างดี มีเพียงข้าที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้ ตอน
แรกข้าวางแผนที่จะใช้พวกมันเพื่อทะลวงขั้นราชันพิภพ และ 9 ดวงดารา
แห่งวิหารเต๋า แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการพวกมันอีกแล้ว ข้าจะให้พวกมันแก่
เจ้า เพื่อช่วยให้เจ้าสามารถทะลวง 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า จากนั้น เมื่อ
เจ้าไปถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของเจ้าจะสั่นสะเทือนทั้ง
สวรรค์!”
คำพูดของมู่เชียนเสวียทำให้หัวใจของหลินหมิงสะท้าน แหล่ง
ทรัพยากรที่เหลือจากแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง!
เขาไม่รู้ว่ามันเป็นวัสดุสวรรค์แบบใดที่ถูกรวมอยู่ในนั้น แต่มูลค่าของ
พวกมันย่อมสามารถจินตนาการได้!
อย่างไรก็ตาม แม้แต่มู่เชียนเสวียยังไม่สามารถทะลวง 9 ดวงดารา
แห่งวิหารเต๋าได้ จึงสามารถมองเห็นได้จากสิ่งนี้ว่ามันยากลำบากเพียงใด
เทพธิดาเฟิงและฮั่วเล่ยสือ ได้บอกกับเขาว่าหลังจากกฎของโลกเปลี่ยนไป
การพยายามเข้าถึง 9 ดวงดาราแห่งวิหารเต๋า ก็เหมือนกับการต่อต้าน
เจตจำนงของสวรรค์ และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ได้เป็นการกล่าวเกิน
จริง
คนเช่นมู่เชียนเสวียสามารถเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่ท้าทายสวรรค์
อย่างแท้จริง
หลินหมิงกล่าวขึ้นว่า “แม่นางมู่ ท่านสามารถสำเร็จ 8 ประตูเร้นลับ
ภายในได้หรือไม่?”
“ข้าสำเร็จ 8 ประตูเร้นลับภายในได้ จากนั้น ข้าใช้เวลา 1000 ปีใน
การสะสมทรัพยากร และความแข็งแกร่งเพื่อทะลวง 9 ดวงดาราแห่ง
วิหารเต๋า มันควรจะกล่าวได้ว่าข้าก้าวเข้าสู่ธรณีประตู 9 ดวงดาราแห่ง
วิหารเต๋า ตราบเท่าที่ข้ายังมีอีก 100 ปี ข้าจะทำมันสำเร็จได้ แต่อนิจจา
ข้านั้นไม่มีเวลา!”
ขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าวถึงตรงนี้ นางก็ถอนหายใจ หลินหมิงจ้องม
องนางโดยไร้คำพูด
เขาไม่รู้เลยว่ามู่เชียนเสวียเป็นสัตว์ประหลาดอัจฉริยะเช่นใดในอดีต
ฟังจากความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของนางแล้ว ถ้าไม่ได้เพราะความ
จริงที่ว่า นางต้องใช้เวลาและพลังงานมหาศาลเพื่อทะลวง 9 ดวงดารา
แห่งวิหารเต๋า นางก็จะกลายเป็นราชันพิภพได้แล้ว!
ถ้านางประสบความสำเร็จ สงครามของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์
เรืองรองเมื่อ 50,000 ปีที่ผ่านมาอาจจะเป็นอีกแบบ
“เอาล่ะ! เราไปจากที่นี่ก่อน เราสามารถพูดคุยเรื่องเหล่านี้ต่อไปใน
อนาคตได้”
มู่เชียนเสวียกล่าว ขณะที่นางเตรียมที่จะออกจากทะเลของแม็กม่า
แต่หลินหมิงลังเลชั่วครู่ก่อนที่จะพูดว่า “แม่นางมู่ ข้ากำลังคิดถึงเรื่องใน
วันนี้ว่าจะจบลงอย่างไร…. 4 เผ่าที่ยิ่งใหญ่ได้สูญเสียอัจฉริยะมากเกินไป
และกระดูกมังกรก็ยังอยู่ในความครอบครองของข้า ถ้าเราออกจากแดน
เร้นลับสัตว์อสูรเทวะไป เราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเดินทางผ่านค่าย
กลเคลื่อนย้ายของ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิดความ
จริงเรื่องกระดูกมังกร… และยังมีเหยียนเยว่เอ่อร์…”
เมื่อหลินหมิงมองเห็นมู่เชียนเสวีย ปรากฏตัวพร้อมร่างของเหยียน
เยว่เอ่อร์ เขาก็คิดว่านางควรจะไม่เป็นไร แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจ
และยังมีเรื่องกระดูกมังกรเทวะอีกด้วย มันสำคัญมากเกินไป ทั้ง 4
เผ่าได้เสียสละคนจำนวนมากเพื่อกระดูกมังกรเทวะ ดังนั้นพวกเขาจะตัด
ใจยอมให้หลินหมิงครอบครองแต่เพียงผู้เดียวได้อย่างไร? เผ่ามังกร
โบราณอาจเป็นตัวแทนของเผ่าอื่นๆ เพื่อบังคับเผ่าฟีนิกซ์โบราณด้วย
เหตุผลหลายประการ และอาจมีศิษย์อัจฉริยะบางคน กล่าวหาหลินหมิง
ว่าทำสิ่งที่น่ารังเกียจ เพื่อที่เขาจะถูกบังคับให้แบ่งปันกระดูกมังกรเทวะ
มิต้องกล่าวถึง 4 เผ่าของสัตว์อสูรเทวะ แม้แต่เผ่าฟีนิกซ์โบราณจะนั่ง
อยู่เฉยๆ และยอมให้หลินหมิงเก็บกระดูกมังกรไว้เพียงคนเดียว? แม้ว่า
ตระกูลฮั่วจะสนับสนุนเขา แต่ก็ยังมีตระกูลเซี่ยวและตระกูลหวงอยู่อีก ทั้ง
สองตระกูลเหล่านี้ได้สูญเสียผู้คนไปจำนวนมาก ด้วยการเสียสละจำนวน
มาก ดังนั้นพวกเขาจะยอมให้หลินหมิงได้ผลประโยชน์ทั้งหมดคนเดียว?
สำหรับหลินหมิงที่จะดูดซับกระดูกมังกรทั้งหมดในขณะนี้ มันก็ไม่น่า
เป็นไปได้เลยในมุมมองทั่วไป – เขาย่อมไม่สามารถดูดซับมันได้ นี่คือ
กระดูกมังกร 1000 ฟุต!
แม้ว่าเขาจะสามารถดูดซับกระดูกมังกรทั้งหมดได้ แต่เขาก็จะยืนอยู่
บนคลื่นแห่งความสนใจ เพราะมันจะมีหลายเรื่องที่เขาไม่สามารถอธิบาย
ได้ หากถูกค้นพบหลังจากที่เขาออกจากแดนเร้นลับนี้ไปแล้ว และ
ความลับบางส่วนของเขาถูกเปิดเผย ผลที่ตามมาก็จะน่าหวาดกลัวเกินไป
มู่เชียนเสวียกล่าวว่า “วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเหยียนเยว่เอ่อร์ ได้รับ
การผนึกโดยข้า ตราบเท่าที่ข้าครอบครองร่างกายนี้แล้ว มันจะไม่มี
อันตรายใดๆกับนาง สำหรับความทรงจำของนาง ข้าสามารถลบส่วนที่ข้า
ต้องการได้ ข้าสามารถทำให้มันเหมือนกับว่านางหนีออกจากสนามรบกับ
เจ้าได้ สำหรับกระดูกมังกรเทวะ และโอสถราชาอาชูร่านั้นยิ่งง่ายดายที่จะ
จัดการ อย่ารีบร้อนดูดซับพวกมันในขณะนี้ นั่นก็เพื่อป้องกันไม่ให้ใคร
สังเกตเห็นอะไรได้ จากนั้น เจ้าสามารถเก็บมันไว้ ในมิติของกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้าได้ แม้แต่ราชันพิภพก็จะไม่สามารถค้นพบอะไรแปลกๆกับ
เจ้าได้ เมื่อเจ้ากลับไปยังเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ให้ค้นหาโอกาสที่เจ้าสามารถ
ออกไปผจญภัย ในเวลานั้น เจ้าก็สามารถดูดซับกระดูกมังกรเทวะ และข้า
ยังสามารถนำพาเจ้าไปหาทรัพยากรที่ข้าทิ้งไว้ในอดีตได้อีกด้วย ข้าจะทำ
ให้เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรในคราวเดียว จากนั้น เมื่อเจ้าไปถึงขั้น
เทพสมุทร เจ้าสามารถซ่อนออร่าของตนในมิติย่อยของตนเองได้ มันจะ
ทำให้ทุกคนตรวจสอบเจ้าได้ยากมาก”
ขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าว หลินหมิงก็ตกตะลึง มิติของกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้าสามารถจัดเก็บสมบัติได้?
“ใช่แล้ว กล่องปัญญาแห่งพระเจ้านั้นยากแท้หยั่งถึง มันไม่ได้ดู
เหมือนสิ่งที่ควรจะมีอยู่ในจักรวาลนี้ มิติภายในของมันคือสิ่งที่แม้แต่ราชัน
พิภพก็ยังไม่สามารถเข้าใจหรือมองเห็นได้”
“ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก” หลินหมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นับตั้งแต่ที่เขาขโมยกระดูกมังกรเทวะ เขาก็กังวลเกี่ยวกับวิธีที่จะนำมัน
ออกไปพร้อมกับเขา และตอนนี้ปัญหาได้หมดไปแล้ว
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
ในขณะที่หลินหมิงเพิ่งจะกล่าวจบ คิ้วของมู่เชียนเสวียก็เลิกขึ้น
“หืม? เดี๋ยวก่อน มีบางคนลงมาที่นี่ แต่แค่คนเดียว มันควรเป็นศิษย์ของ
เผ่ามังกรโบราณ…”
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมู่เชียนเสวียมีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่ง แม้กระทั่ง
ในทะเลแม็กม่านี้ ที่คลื่นความร้อนและพลังงานจะสร้างความผันผวนกับ
สัมผัสศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก แต่นางก็ยังสามารถตรวจสอบทุกอย่างภายใน
ระยะ 1000 ไมล์ได้โดยไม่มีปัญหาเลย
“หืม? เผ่ามังกรโบราณ?” หลินหมิงชะงักไปชั่วครู่ ถ้ามีคนเพียงคน
เดียวก็คงจะเป็นมังกรหนึ่ง!
………………..
ความคิดของหลินหมิงนั้นถูกต้อง คนที่ลงมาที่นี่คือมังกรหนึ่งจริงๆ
มังกรหนึ่งไม่เชี่ยวชาญในกฎแห่งดินหรือกฎแห่งเพลิง เหตุผลเดียวที่
ลงมาได้ก็เพราะการบ่มเพาะที่ล้ำลึกของเขา
เดิมที่ ด้วยราชาอาชูร่าเปิดเส้นทางสำหรับเขาไว้ เขาจึงสามารถที่จะ
ประหยัดพลังไว้ได้มาก แต่ก่อนที่เขาจะมาถึงทะเลแม็กม่า ระเบิดอันน่า
สะพรึงกลัวก็ฝังเขาไว้ และมีแรงกดดันอย่างมากกดทับเขา หลังจากนั้น
หินที่ร่วงหล่นลงมา และดินที่พังทลายทับทมเขาจนแทบจะกระอักโลหิต
ในเวลานั้น มังกรหนึ่งเกือบจะยอมแพ้ไปแล้ว แต่สำหรับกระดูก
มังกรเทวะที่อยู่ตรงหน้า เขาได้เผาผลาญปราณโลหิตไปอีกประมาณ 20%
และยังกลืนกินโอสถเก้าวัฏจักรมังกร 2 เม็ด และยังได้ลงมือฆ่าพี่น้อง
ตัวเองหลายคนไปแล้วด้วย ราคาที่เขาจ่ายไปนั้นมากมายเกินไป ถ้าเขาไม่
สามารถได้รับกระดูกมังกรเทวะแล้ว ชะตากรรมของเขาก็จะน่าสังเวช
อย่างที่สุด เมื่อกลับสู่เผ่ามังกรโบราณ! เพียงแค่การฆาตกรรมคนของ
ตัวเองก็จะถูกกังขามากแล้ว
เขาไม่ได้มีทางเลือกในการถอยกลับ เขาต้องประสบความสำเร็จให้
ได้เท่านั้น เขาไม่สามารถพ่ายแพ้ที่นี่ได้!
แต่ไม่ว่าจะเป็นราชาอาชูร่า หรือตัวตนลึกลับที่ขโมยกระดูกมังกร
มังกรหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าตนไม่ใช่คู่มือของพวกเขา เขามีเพียงวิธีการ
เดียวที่จะประสบความสำเร็จ และนั่นก็คือการใช้ประโยชน์จากความ
วุ่นวาย เมื่อราชาอาชูร่าและตัวตนลึกลับได้รับบาดเจ็บร่วมกันในการต่อสู้
เขาจะแอบเข้าไปและขโมยกระดูกมังกรเทวะมา
มังกรหนึ่งจึงระมัดระวังเป็นพิเศษในขณะที่เขาเคลื่อนไหวไปข้างหน้า
เขาปกปิดออร่าทั้งหมด ในเผ่ามังกรโบราณ มีสาขาที่เรียกว่าสาขาเต่า
มังกร เต่ามังกรเป็นที่รู้จักกันว่า ปี้ซี่, เจ้าแห่งผืนธรณี มันเป็นหนึ่งในบุตร
ทั้งเก้าของมังกร และมีหัวเป็นมังกรและมีร่างกายเป็นเต่า มังกรหนึ่งมี
สายเลือดเต่ามังกรจำนวนมากในร่างกายของเขา ด้วยสายเลือดนี้ เขา
สามารถใช้ทักษะการซ่อนตัวของเต่าได้ มันเป็นทักษะการปกปิดที่มี
ประสิทธิภาพอย่างมาก แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังจะมี
ปัญหาในการค้นพบตำแหน่งของมังกรหนึ่ง สำหรับราชาอาชูร่าที่ไม่ได้อยู่
ในขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์แล้ว ดังนั้นจึงย่อมไม่สามารถค้นพบเขาได้ นี่เป็น
เหตุผลหลักที่ทำให้มังกรหนึ่งยินดีเสี่ยงชีวิต เพื่อขโมยกระดูกมังกรเทวะ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่เคยนึกคิดเลยก็คือ การที่เขาจะต้อง
เผชิญหน้ากับมู่เชียนเสวีย ผู้ที่มีสัมผัสศักดิ์สิทธิ์สูงกว่านับร้อยนับพันเท่า
ของผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์
อาจกล่าวได้ว่าเมื่อผู้คนประสบกับความโชคร้าย พวกเขาสามารถ
ตายได้แม้เพียงแค่ดื่มน้ำเย็น