Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,069 ความลับของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 1,069 ความลับของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
“เจ้าหนู… เจ้ายืนกรานที่จะจากไปจริงหรือ?” ฮั่วเล่ยสือถามซ้ำ แต่
เมื่อเขาเห็นการแสดงออกอย่างจริงจังของหลินหมิงเขาก็ต้องยอมแพ้ เขา
รู้ว่าเมื่อหลินหมิงทำสิ่งต่างๆ เขาย่อมต้องมีเหตุผลของตัวเองในการทำ
เช่นนั้น เขาจะไม่ทำอะไรบางอย่างที่ตนไม่มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นฮั่วหยางกวง
หรือการทำให้ได้รับปราณโลหิตฟีนิกซ์ เขาก็ทำเช่นนั้นด้วยความมั่นใจเต็ม
เปี่ยม
หลินหมิงลังเล ในความเป็นจริง เขาสามารถบอกออกไปถึงเหตุผลที่
น่าขันบางอย่าง เช่นรู้สึกถึงโชคชะตาบางอย่างกำลังรออยู่ประมาณนั้น ไม่
ว่าอย่างไร โชคชะตาก็เป็นแนวคิดที่ไม่อาจพิสูจน์ได้อย่างแท้จริง และไม่มี
ใครสามารถสงสัยได้
อย่างไรก็ตาม ขณะที่หลินหมิงกำลังจะกล่าวออกมา ฮั่วเล่ยสือก็โบก
มือและพูดว่า “ดี ยังไงก็ช่าง ตราบเท่าที่เจ้ารู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่ ข้า
เชื่อมั่นในการตัดสินใจของเจ้า”
ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ให้ข้าไป หลินหมิงรู้สึกดีใจ ถ้าเป็นไปได้ เขา
ไม่ต้องการโกหกสุ่มๆเพื่อหลอกลวงฮั่วเล่ยสือ
เหยียนเยว่เอ่อร์เองก็โล่งใจ ถ้าหลินหมิงไม่ได้ไป ฮั่วเล่ยสือก็จะนำ
ความคิดในการแต่งงานมาพูดถึง จากนั้นนางก็จะติดอยู่ในทางเลือกที่
ยากลำบาก เพราะนางไม่อาจทำสิ่งใดได้ นอกจากยอมรับว่านางเองก็มี
ความรู้สึกที่ดีต่อหลินหมิง ซึ่งตรงกันข้ามกับนางเคยให้คำมั่นไว้กับตัวเอง
ทุกคนขึ้นเรือรบจิตวิญญาณ เราจะกลับไปยังเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ส่วน
หลินหมิง เขาจะออกเดินทางด้วยตัวเอง ก่อนออกเดินทาง ฮั่วเล่ยสือได้
มอบหินตะวันม่วง 5 ก้อนและเรือจิตวิญญาณของเขาเอง เพื่อให้หลินห
มิงสามารถเดินทางผ่านอวกาศได้
หลินหมิงเหลือโลหิตมังกรส่วนใหญ่ไว้สำหรับเหยียนเยว่เอ่อร์ มันถูก
ซ่อนไว้ในแหวนมิติของนาง เขาบอกนางว่านี่เป็นโชคที่เขาได้รับมา
ในขณะที่นางหมดสติ และตัดสินใจแบ่งให้นางพร้อมทั้งเก็บเป็นความลับ
ไว้
เมื่อหลินหมิงจากไป เหยียนเยว่เอ่อร์จึงลองค้นหาแหวนมิติดู จากนั้น
นางได้พบว่ามันมีมากกว่า 1000 หยดโลหิตมังกรในแหวนมิติ และโลหิต
มังกรนี้ยังมีคุณภาพค่อนข้างสูง สิ่งนี้ทำให้นางตกตะลึง นางไม่คิดว่า
หลินหมิงจะมอบของขวัญราคาสูงเช่นนี้แก่นาง
“หลินหมิงได้รับโลหิตมังกรจำนวนมากเช่นนี้จากที่ใด? เขาค้นพบบ่อ
โลหิตมังกรในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะหรือไม่?” เหยียนเยว่เอ่อร์พึมพำ
กับตัวเอง ในความเห็นของนาง ถ้าหลินหมิงแบ่งให้นางมากถึงเพียงนี้แล้ว
เช่นนั้นเขาก็ต้องมีในปริมาณที่มากกว่า
“โชคของหลินหมิงครั้งนี้ เหมือนกับข้าที่ได้พบบ่อโลหิตฟีนิกซ์ในอดีต
หรือไม่?” เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์เอาโลหิตมังกรออกมา นางมองออกไปนอก
หน้าต่างห้อง จ้องที่อวกาศที่ไร้สิ้นสุดและเต็มไปด้วยดวงดาวมากมาย
นางมีความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ ขณะที่นางตกอยู่ในความคิด
เหยียนเยว่เอ่อร์ไม่เคยคิดว่าหลินหมิงจะเดินทางไปนานเป็นปีใน
คราวนี้ และเมื่อถึงเวลาที่เขากลับมา นางก็คงจะอยู่ในขั้นเทพสมุทร
เรียบร้อยแล้ว…
……………
ในความกว้างใหญ่ของอวกาศที่ไร้สิ้นสุด มีแสงเรือจิตวิญญาณแล่น
ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรือจิตวิญญาณนี้ไม่ใหญ่เกินไป และพื้นผิวสีเทา ซึ่งดู
เหมือนจะหลอมรวมกับฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว นอกจากนี้ มันยังมี
การสร้างรูปแบบการปกปิดตัวเอง หากผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ตรวจสอบด้วย
สัมผัสของตนอย่างละเอียดแล้ว พวกเขาก็จะไม่สามารถค้นพบได้
และบนเรือจิตวิญญาณนี้ย่อมเป็นหลินหมิง
ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังนั่งอยู่กลางเรือจิตวิญญาณ เพื่อศึกษา
รูปแบบค่ายกลของเรือนี้ “แม้ว่าเรือจิตวิญญาณจะขนาดเล็ก แต่การเดิน
ทางผ่านอวกาศด้วยเคลื่อนย้ายทะลวงห้วงมิติ หนึ่งครั้งก็มีค่าใช้จ่ายถึง
100,000 หินตะวันม่วง ต้องใช้หินตะวันม่วงอย่างมาก ในการเกิน
ทางผ่านอวกาศ… และถ้ามีใครคิดจะเดินทางข้ามโลกอันยิ่งใหญ่ของแดน
เทวะ เขาก็จะต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย และมันต้องใช้หินตะวันม่วง
มหาศาล นักสู้ทั่วไปย่อมไม่สามารถเดินทางข้ามอวกาศระดับนี้ได้…”
“ใช่แล้ว ในแดนเทวะ มันมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มั่งคั่งพอจะใช้หิน
ตะวันม่วงสำหรับการฝึกฝน ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับขับเคลื่อนรูปแบบค่าย
กลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพระราชวังระดับแดนศักดิ์สิทธิ์ พวก
เขาต้องใช้หินตะวันม่วงจำนวนมากเพื่อรักษาสภาพของมันไว้ หินตะวัน
ม่วงเป็นแหล่งพลังงานที่พบมากที่สุดในแดนเทวะ”
ด้วยเสียงที่แปลกประหลาด มู่เชียนเสวียปรากฏตัวขึ้นข้างหลินหมิง
นางซ่อนตัวอยู่ในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าในช่วงนี้ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่
ทุกคนที่จะตรวจพบนาง
หลินหมิงถามออกไป “แม่นางมู่ ข้ามีคำถามบางอย่างที่ติดอยู่ในใจข้า
มาเป็นเวลานานแล้ว ข้าสงสัยว่าสามารถถามท่านเกี่ยวกับพวกมันได้
หรือไม่?”
“ถามได้” มู่เชียนเสวียกล่าวตอบ
หลินหมิงครุ่นคิดชั่วครู่แล้วถามว่า “แม่นางมู่ ข้าอยากรู้ว่ากล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าคืออะไร? และมันคือสมบัติระดับใด? นอกเหนือจาก
การจัดเก็บเสี้ยววิญญาณไว้ภายในแล้ว มันยังสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง?
เหตุใดคนจำนวนมากจึงดิ้นรนต่อสู้เพื่อมันในอดีต?”
มู่เชียนเสวียส่ายหัวเล็กน้อย นางกล่าวว่า “ข้าเองก็ไม่รู้ว่ากล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าคือสิ่งใด บางที่ มันอาจจะเป็นเพียงผลึกวิญญาณ ของ
ตัวตนที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของเรา มันมีความสามารถในการบดขยี้
วิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของข้า
มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าฌานและรับรู้ผ่านมันได้ ดังนั้นจึงมิต้อง
กล่าวถึงการควบคุมมัน”
“บดขยี้วิญญาณ? มันเป็นสมบัติประเภทการโจมตีวิญญาณหรือไม่?”
หลินหมิงนึกไปถึงความฝันแรกของเขา จากที่มู่เชียนเสวียแสดงให้เห็น
เขาเห็นนางใช้พลังของกึ่งราชันพิภพในการทำลายหมื่นผู้ทรงพลังอย่าง
รวดเร็ว หลายคนเคยอยู่ในขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย และมีแม้แต่
ผู้ที่อยู่ในขั้นผู้ปกครองเทวะ นางสามารถทำให้เทียนหมิงจื่อที่อยู่ในขั้น
ราชันพิภพช่วงต้น ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากสิ่งนี้ก็สามารถมองเห็นได้ว่า
พลังโจมตีวิญญาณของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าทรงพลังเพียงใด
มู่เชียนเสวียกล่าวขึ้นว่า “การโจมตีทางวิญญาณเป็นเพียงหนึ่งใน
ความสามารถของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า มันมีพลังอย่างอื่นอีกที่ท้า
ทายเจตจำนงแห่งสรรค์อย่างแท้จริง นั่นคือ… หลังจากที่มันบดขยี้และดูด
ซับวิญญาณ มันก็ยังสามารถลบเครื่องหมายจิตวิญญาณของเจ้าของเดิม
และเปลี่ยนเป็นหน่วยความทรงจำไม่มีเจ้าของได้ หากกลืนเสี้ยวความทรง
จำเหล่านี้เข้าไป พวกเขาจะได้รับความทรงจำของผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ ซึ่ง
รวมถึงเคล็ดบ่มเพาะ ทักษะการต่อสู้ ทักษะเสริม ทักษะรูปแบบค่ายกล
และทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าสามารถนึกได้! กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หากเจ้า
สามารถควบคุมกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้ และถ้าเจ้าฆ่าคนที่ได้
ครอบครองพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ เจ้าก็จะสามารถกลืนกินวิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ด้วยกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้ จากนั้น เจ้าก็
สามารถลบเครื่องหมายวิญญาณและดูดซับความทรงจำนั้นได้ เจ้าจะ
ได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพทั้งหมดนี้ได้”
มู่เชียนเสวียพยักหน้าอย่างช้าๆ จนถึงปัจจุบันนี้ มันเป็น
ความสามารถที่ทรงพลังที่สุดของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าที่นางค้นพบ
ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าในโลกแห่งการต่อสู้ รากฐานของทุกนิกายก็เป็น
มรดกที่สืบทอด
แต่แผ่นหยกมรดกเหล่านั้นสามารถสลักได้โดยผู้ที่มีความเข้าใจใน
มรดกเหล่านั้นเป็นอย่างมาก และยังต้องใช้เวลาและความพยายามที่จะ
ทำเช่นนั้นด้วย สิ่งนี้ทำให้แผ่นหยกเคล็ดบ่มเพาะเหล่านี้มีค่ามากยิ่งขึ้น
เนื่องจากผู้ที่สามารถประสบความสำเร็จได้มีน้อยเกินไป มีหลายแผ่นหยก
ที่เป็นมรดกที่มีเอกลักษณ์ และเป็นเอกลักษณ์โดยไม่มีสำเนาอื่นอยู่อีก
แม้ว่าศิษย์ทั่วไปจะมองไปยังแผ่นหยกนี้ และจดบันทึกไว้ในใจของ
พวกเขา แต่พวกเขาก็ยังคงไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ ถ้าพวกเขาถูก
ฆาตกรรมโดยใครบางคนที่สามารถใช้ทักษะการค้นหาดวงจิตได้ แต่สิ่งที่
พวกเขาพบก็จะเป็นเพียงเสี้ยวที่ไม่สมบูรณ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำซ้ำ
เคล็ดบ่มเพาะแบบเต็มรูปแบบ
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มรดกของพวกเขาจะไม่รั่วไหล
ในทำนองเดียวกัน ทักษะรูปแบบค่ายกล ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ
ทักษะการกลั่น ทั้งหมดนี้เป็นแบบเดียวกัน
เพื่อให้ได้มาซึ่งเคล็ดบ่มเพาะของใครบางคน หรือทักษะรูปแบบค่าย
กล หน่วยความจำทักษะเสริม รูปแบบการฝึกฝนและอื่นๆ มันก็มีเพียง
ทางเดียวในการทำเช่นนั้น และนั่นก็คือการหลอมรวมวิญญาณของตนกับ
บุคคลอื่น
แต่วิญญาณทั้งหมดย่อมมีเครื่องหมายวิญญาณ เมื่อดูดซับไปแล้ว
เครื่องหมายวิญญาณจะหลอมรวมเข้าด้วยกัน และจะเริ่มสูญเสียความ
เป็นตัวเอง
เครื่องหมายวิญญาณจะมีอยู่ในทุกเสี้ยวของวิญญาณ ถ้าผู้ใดอยากที่
จะลบเครื่องหมายวิญญาณ มันก็ย่อมไม่ง่ายเลย สิ่งที่จำเป็นคือการใช้จิต
วิญญาณต่อสู้เพื่อลบล้างเครื่องหมายวิญญาณ แต่การกระทำเช่นนี้ยังจะ
ทำลายวิญญาณไปด้วย
เมื่อเปรียบเทียบสมองกับวิญญาณ เครื่องหมายจิตวิญญาณก็จะ
เปรียบเหมือนกับเส้นประสาท และเส้นเลือดที่วิ่งผ่านทุกส่วนของสมอง
วิญญาณจะพังยับเยินจนกลายเป็นว่างเปล่า
แต่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้านั้นต่างออกไป มันสามารถลบ
เครื่องหมายวิญญาณทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้สามารถดูดซับความ
ทรงจำ และประสบการณ์ของศัตรูได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดบ่ม
เพาะหรือทักษะเสริมที่สูงส่งเพียงใด
คำพูดของมู่เชียนเสวียไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้หลินหมิง เขา
เองก็สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถนี้ได้แล้ว แต่หน่วยความจำที่
หลินหมิงดูดซับในอดีตนั้น มีคุณภาพทั่วไปที่เขาสามารถทนต่อมันได้
เท่านั้น ถ้าวันหนึ่งเขาสามารถควบคุมกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้อย่าง
สมบูรณ์แล้ว เมื่อใดก็ตามที่เขาสังหารอัจฉริยะ เขาก็จะสามารถกลืน
ความทรงจำ และเอาสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นประโยชน์มาได้ นี่เป็นเหมือนกับ
อัจฉริยะที่นับไม่ถ้วนมากมาย ได้ช่วยหลินหมิงในการฝึกฝน เมื่อสิ่งนี้เริ่มมี
การสะสมได้มากแล้ว มันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หลินหมิงจะสามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นในจิตใจจนกว่าจะถึงขีดจำกัด
หลินหมิงช่วยไม่ได้ที่จะถามอีกว่า “แม่นางมู่ จากสิ่งที่ข้ารู้ กล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้า น่าจะเป็นเครื่องมือมหัศจรรย์บางอย่าง แล้วมันมาตก
ไปอยู่ในมือของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองได้อย่างไร? ดู
เหมือนกับว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองเพียง…”
มู่เชียนเสวียหัวเราะเบาๆและพูดว่า “เจ้ากำลังบอกว่าแดนศักดิ์สิทธิ์
ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง อ่อนแอเกินกว่าที่จะควบคุมกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าได้ใช่หรือไม่? ในความเป็นจริง แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง
คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ
และผู้ที่มีการบ่มเพาะมากที่สุดคือท่านปู่ของข้า ราชันพิภพแห่งแดน
ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง และศัตรูที่ยิ่งใหญ่ของข้าเทียนหมิงจื่อ
ซึ่งเคยเป็นศิษย์สายตรงของท่านปู่ กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าได้ถูกนำมา
จากแดนเร้นลับเป็นครั้งแรกโดยท่านปู่ของข้า แต่ในเวลานั้น เขาไม่รู้ว่า
เป็นเพราะเหตุใด เขาจึงสามารถเก็บกล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามาไว้ได้นาน
“ในขณะนั้น ท่านปู่ของข้ารู้สึกราวกับว่า ออร่าของกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าน่าทึ่งอย่างมาก เขาเริ่มจดจ่ออยู่กับการศึกษา และคลี่คลายมัน
อย่างช้าๆ แต่น่าเสียดายที่มีการกลายพันธุ์บางอย่างเกิดขึ้นในภายหลัง
บางทีเมื่อท่านปู่ของข้ากำลังเข้าฌานผ่านความลับของกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า เขาอาจไปกระตุ้นฟันเฟืองขนาดใหญ่บางอย่าง ผลลัพธ์ก็คือ
วิญญาณของท่านปู่ของข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ในช่วงเวลานั้น ความ
แข็งแกร่งของท่านปู่ของข้าจึงลดลงอย่างมาก หากวิญญาณของราชัน
พิภพได้รับบาดเจ็บสาหัส การฟื้นฟูจะเป็นเรื่องยากอย่างมาก! ซึ่งต้องใช้
วัสดุสวรรค์ที่ล้ำค่าอย่างยิ่งในการรักษา ตัวอย่างเช่น กระดูกมังกรเทวะ
กระดูกมังกรเทวะเป็นสิ่งที่หายากแม้แต่กับแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพ
เพราะฉะนั้นท่านปู่ของข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฟื้นฟูอย่างช้าๆ
“แต่บังเอิญ เทียนหมิงจื่อ สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นราชันพิภพได้ใน
เวลานั้น ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก และความสามารถเดิม
ของเขายังสูงอย่างน่าอัศจรรย์อยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความ
ทะเยอทะยานของเขา เมื่อเขาได้รู้ถึงกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เขาใช้
ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ท่านปู่ของข้าได้รับบาดเจ็บ เขาลอบโจมตีและ
พยายามขโมยกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า! ผลที่ได้คือเขาประเมินความ
แข็งแกร่งท่านปู่ของข้าขาดไป ท่านปู่ของข้าเป็นราชันพิภพมาหลายปีแล้ว
และภูมิหลังของเขาก็ลึกซึ้งอย่างมาก เขาจ่ายไปอย่างมากเพื่อต่อสู้กับ
เทียนหมิงจื่อ แต่แล้ว… บาดแผลของท่านปู่จึงเพิ่มขึ้น และในที่สุดท่านก็
ต้องเสียชีวิตด้วยเหตุนี้…”
ขณะที่มู่เชียนเสวียกล่าวถึงตรงนี้ ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความ
เศร้าโศก หลินหมิงเองก็เริ่มตระหนัก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดมู่เชียนเส
วีย จึงเกลียดชังเทียนหมิงจื่อจนเข้ากระดูกดำเช่นนี้ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็น
หัวหน้าศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง แต่เขากลับมา
กวาดล้าง แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง! บุคคลเช่นนี้สมควรได้รับ
โทษตายอย่างแท้จริง!
มู่เชียนเสวียกล่าวต่อ “หลังจากนั้น กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าก็ตกอยู่
ในมือของข้า แต่เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น ความแตกแยกจึงปรากฏในแดน
ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง บางคนตัดสินใจที่จะทรยศต่อข้า และ
ติดตามเทียนหมิงจื่อ หลังจากก็ก่อตั้งแดนศักดิ์สิทธิ์จักรวาลบรรพกาลขึ้น
เจ้าคงจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น