Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,070 ดูดซับไขกระดูกมังกร
“ทรยศ?”
คิ้วของหลินหมิงชันขึ้น หลังจากที่ปู่ของมู่เชียนเสวียเสียชีวิต เทียนห
มิงจื่อก็สามารถฉีกทำลายแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองได้
แผนการเช่นนี้อาจจะใช้เวลาที่ยาวนาน
เป็นการยากที่จะตรวจสอบผลประโยชน์ และความขัดแย้งต่างๆ
ภายในมหานิกาย แม้ว่าเทียนหมิงจื่อจะเป็นศิษย์สายตรงของปู่ของมู่
เชียนเสวีย เมื่อเวลาผ่านไปและเขาเติบโตขึ้น เขาก็เริ่มเปิดเผยความ
ทะเยอทะยานที่มากขึ้น และเมื่อปู่ของมู่เชียนเสวียรู้สึกเช่นนี้ เขาก็เริ่มที่
จะป้องกัน จากนั้น เทียนหมิงจื่อก็ค้นพบว่าปู่ของมู่เชียนเสวียกำลังเฝ้าดู
เขา และความขัดแย้งของพวกเขาจะไม่ได้รับการแก้ไข
ด้วยความแข็งแกร่งและสถานะของเทียนหมิงจื่อ มันเป็นเรื่องง่าย
สำหรับเขาที่จะชนะใจผู้สนับสนุน ในอดีตแม้ว่าพรสวรรค์ของมู่เชียนเสวีย
จะมากกว่า แต่นางก็ยังเด็กเกินไป หลังจากที่ราชันพิภพคนเก่าแก่สิ้นไป
แล้ว มันยากเกินกว่าที่นางจะจัดการเรื่องต่างๆได้ เพราะฉะนั้น แดน
ศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองระดับแดนศักดิ์สิทธิ์จึงถูกทำลายเพราะ
สถานการณ์เหล่านี้รวมตัวกัน มันเป็นช่วงเวลาที่เศร้าหมองอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ผ่านคำอธิบายของมู่เชียนเสวีย หลินหมิงก็ยังได้พัฒนา
ความระมัดระวังเกี่ยวกับ เทียนหมิงจื่อมากขึ้น คนประเภทนี้มีพรสวรรค์
และยิ่งกว่านั้นเขาเป็รคนที่เนรคุณและไร้คุณธรรม เขาโหดเหี้ยมไร้เมตตา
และจะใช้วิธีใดก็ตามที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เขาเป็นตัวตนที่ทำให้
แดนศักดิ์สิทธิ์ระดับราชันพิภพพลิกคว่ำได้ แม้ว่าเขาจะทำเช่นนั้นได้
เพราะเขาเข้าใจในจังหวะที่สมบูรณ์แบบ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดา
สามารถทำได้
“พอเถอะ อย่าพูดถึงอดีตในตอนนี้ เหตุผลที่เราจากมาก็เพื่อช่วยให้
เจ้าดูดซับกระดูกมังกรเทวะ มันมีไขกระดูกอยู่มากและมันก็บริสุทธิ์
เกินไป โดยปกติแล้ว นักสู้ทั่วไปจะไม่สามารถกลืนกินมันได้ทั้งหมด แม้แต่
บางคนเช่นมังกรหนึ่งก็จะต้องดูดซับไขกระดูกมังกรอย่างช้าๆเป็น
เวลานานมาก”
มิต้องกล่าวถึงมังกรหนึ่ง แม้แต่ราชาอาชูร่าก็ยังต้องใช้เวลานาน และ
ก็ยังดูดซับได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น นั่นเป็นจำนวนเดียวกับที่หลินหมิงวาง
แผนจะดูดซับ แน่นอนว่านั่นคือไขกระดูกที่ได้รับการกลั่น จากราชาอาชู
ร่าหลังจากที่เขาตาย
มู่เชียนเสวียเปลี่ยนหัวข้อและพูดว่า “ข้าต้องการให้เจ้าดูดซับทั้งหมด
ในทันที! ก่อนอื่น เจ้าจะดูดซับไขกระดูก สำหรับกระดูกมังกรนั้น ส่วน
ใหญ่เกี่ยวข้องกับทักษะกายผันแปรของเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงสามารถใช้เวลา
ของเจ้ากับสิ่งนั้นได้ เพราะเจ้ากำลังจะข้ามขั้นทำลายชีวิตอีกครั้ง ยิ่งเจ้า
จะมีไขกระดูกภายในร่างกายมากขึ้น เจ้าก็จะยิ่งมีข้อได้เปรียบ มิเช่นนั้น
ส่วนใหญ่ของผลประโยชน์จะลดลง เจ้าบ่มเพาะคู่ ดังนั้นเส้นชีพจร เนื้อ
หนัง และกระดูกของเจ้า ทั้งหมดจะเหนือกว่าในแง่ของความทนทาน ถ้า
เจ้าไม่สามารถดูดซับไขกระดูกในลมหายใจเดียว เช่นนั้นมันจะเสียของ!”
มู่เชียนเสวียดูเหมือนไม่แยแส แต่คำพูดของนางก็ทำให้หลินหมิงพูด
ไม่ออก เมื่อเติบโตขึ้นมาก เขาก็เกือบจะเหนือกว่าอัจฉริยะอื่นๆทั้งหมดที่
พบเจอ เขาได้รับการสรรเสริญจากคนนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้กับมู่เชียนเส
วียที่นี่ คำแนะนำที่เข้มงวดของนางทำให้เขาถึงกลับพูดไม่ออก หลินหมิ
งคิดว่ามีเฉพาะเขาที่สามารถตอบสนองความต้องการของนางได้ และการ
จะเหนือกว่านางนั้นย่อมไม่ง่ายเลย
นี่ก็มีเหตุผล มู่เชียนเสวีย เป็นคนที่สามารถกลายเป็นราชันพิภพได้
อย่างง่ายดาย และนางยังเลือกที่จะบ่มเพาะคู่ พรสวรรค์ของนางอยู่ใน
ระดับสูงอย่างไม่น่าเชื่อ มาตรฐานที่นางตั้งไว้สำหรับตัวเอง จึงเป็น
มาตรฐานที่นางกำหนดไว้สำหรับหลินหมิงด้วย
“มองหาสถานที่เพื่อดูดซับไขกระดูกก่อน จากนั้นข้าจะพาเจ้าไปหา
แหล่งทรัพยากรเพิ่มเติม จากแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองในอดีต
และถึงแม้แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองจะได้รับหายนะในอดีต
แต่ก็ยังไม่พินาศจนหมดสิ้น ยังคงมีบางแผนกที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นี่เป็น
เพราะการวางแผนของท่านปู่ข้า แม้แต่เทียนหมิงจื่อก็ไม่รู้ เมื่อปู่ของข้า
อยู่บนปากเหวแห่งความตาย ท่านก็ได้เปิดเผยเรื่องทั้งหมดนี้ให้ข้ารู้ ส่วน
ใหญ่ของความมั่งคั่งถูกนำไปโดยท่าป้าของข้า เพื่อที่นางจะสามารถรวม
ขุมกำลังไว้บางแห่ง ขุมกำลังดังกล่าวเองก็ควรจะมีการพัฒนาขึ้นอย่าง
ช้าๆในตอนนี้ ขุมกำลังดังกล่าว ควรจะตัดการติดต่อกับแดนศักดิ์สิทธิ์ขน
วิหคสวรรค์เรืองรอง มิเช่นนั้นข้าก็เกรงว่าเทียนหมิงจื่อจะกำจัดพวกเขา
ไปแล้ว”
ดั่งคำพูดที่ว่า ตะขาบที่ถูกตัดครึ่งก็ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ไม่น่า
แปลกใจที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว จะมีทรัพยากรอย่างมากในช่วงเวลา
ที่รุ่งโรจน์ และเก็บมันไว้เพื่อที่พวกเขาจะมีเส้นทางหลบหนีในอนาคต
หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาถามว่า “ป้าของท่านเป็นคนที่น่าเชื่อถือ
หรือไม่? นางอาจจะ…”
“นางน่าเชื่อถือ!”
มู่เชียนเสวียพยักหน้าอย่างแข็งขัน บิดามารดาของข้าตายไปตั้งแต่ข้า
ยังเยาว์ นอกจากท่านปู่ของข้าแล้ว ท่านป้าก็ยังเป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุด”
“ดี เช่นนั้นเราจะไปหาท่านป้าของท่าน ข้าหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น
…”
……………
ครึ่งเดือนหลังจากนั้น ในอวกาศที่กว้างใหญ่ มันมีดาวเคราะห์ที่ดู
ธรรมดาอยู่ ดาวเคราะห์ดวงนี้ห่างไกลหลายพันล้านไมล์จากโลกใหญ่ และ
โลกนี้ก็มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงแสนไมล์ ในแดนเทวะอันยิ่งใหญ่มีดาว
เคราะห์เช่นนี้นับไม่ถ้วน
และในเวลานี้ ลึกลงไปในโลกนี้ มันมีถ้ำที่เพิ่งเกิดขึ้น ถ้ำนี้มีรูปแบบ
ค่ายกลทุกประเภทซ่อนไว้ แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังจะ
มีปัญหาในการมองผ่าน
“ดี ขอให้เจ้าดูดซับไขกระดูกที่นี่ ข้าได้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบแล้ว
และไม่มีนักสู้ที่สามารถคุกคามเจ้าได้ นอกจากรูปแบบค่ายกลปกปิดของ
ข้าแล้ว มันไม่มีใครสามารถหาเจ้าพบที่นี่ได้ เจ้าควรจะปลอดภัย”
ในแดนเทวะ ผู้หนึ่งต้องอยู่ในขั้นเทพสมุทรเป็นอย่างน้อย จึงจะ
ออกไปผจญภัย มิเช่นนั้น พวกเขาก็สามารถตกตายได้นับครั้งไม่ถ้วน นี่
เป็นเพราะมีผู้ทรงพลังขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์มากเกินไปในแดนเทวะ แม้แต่
ผู้ที่มีพรสวรรค์ที่ไม่ยิ่งใหญ่นัก ก็ยังสามารถบ่มเพาะไปถึงขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ได้ ไม่ว่าอัจฉริยะขั้นทำลายชีวิตจะทรงพลังเพียงใด แต่ถ้าพวก
เขาวิ่งเข้าไปในกลุ่มนักสู้ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็คงจะต้องจบสิ้น
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมฮั่วเล่ยสือจึงไม่อยากให้หลินหมิงออกไปผจญภัย
แต่ด้วยมู่เชียนเสวียมาพร้อมกับเขา ดังนั้นมันจึงไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น
“ดี”
หลินหมิงนั่งลงบนเตียงหินและหยิบแหวนม่วงพยัคฆ์ออกมา และเข้า
ไปภายในมิติของมันโดยตรง ภายในแหวนม่วงพยัคฆ์ กระดูกมังกรเทวะ
ขนาด 1000 ฟุตตั้งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า และรอบๆกระดูกมังกรเทวะมี
โอสถสีดำลอยอยู่ โอสถนี้มีขนาดเท่าไข่นกพิราบ และมันราบเรียบราวกับ
ว่ามันถูกสลักจากหยกดำ และบนพื้นผิวของโอสถนี้ มันมีภาพของมังกร
คราม มังกรครามนี้เป็นการควบแน่นของกระดูกมังกร แม้ว่ามันจะ
เลือนลาง แต่มันก็มีกฎแห่งมิติที่มู่เชียนเสวียวางอยู่ภายใน แก่นไขกระดูก
ถูกบีบอัดในมิตินี้ และปริมาณทั้งหมดก็น่าทึ่งอย่างมาก!
หลินหมิงหายใจเข้าลึกๆ แต่ไม่ได้ขยับกระดูกมังกร เขาคว้าโอสถ
เอาไว้ นี่เป็นโอสถที่เกิดขึ้นจากการสะสมแหล่งพลังงานของราชาอาชูร่า
อายุ 100,000 ปี และแก่นไขกระดูกมังกรของกระดูกมังกรเทวะ พวกมัน
ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่า โดยเฉพาะแก่นไขกระดูกมังกร นั่นคือสิ่งที่ผู้ทรง
พลังขั้นราชันพิภพต้องอิจฉา
ขณะที่หลินหมิงคว้าโอสถนี้ไว้ในมือ เขารู้สึกราวกับว่ามันกำลัง
หายใจ เหมือนมีมังกรขนาดเล็กอยู่ข้างใน
หลินหมิงได้ดูดซับโลหิตมังกรมาบางส่วนและรวมถึงแหล่งพลังของ
มังกรหนึ่ง ทั้งหมดนี้ได้ทำให้หลินหมิงสามารถวางรากฐาน และช่วยให้
ร่างกายของเขา สามารถปรับตัวให้เข้ากับการดูดซับที่มากขึ้นในอนาคต
และตอนนี้ มันถึงเวลาแล้วที่จะดูดซับไขกระดูก
หลินหมิงกลืนกินโอสถลงไปในปากของเขาโดยตรง ในขณะนั้น เขา
รู้สึกราวกับว่ามีงูตัวเล็กๆพันอยู่รอบลิ้นของเขา
“ช่างเป็นแก่นไขกระดูกมังกรที่ลึกลับยิ่ง มังกรครามที่เหลือเพียง
กระดูกมังกรนี้นั้นตายไปนับร้อยล้านปีแล้ว แต่ก็ยังมีไขกระดูกที่ยังมี
ชีวิตชีวาอยู่
มังกรครามโบราณมีลักษณะพิเศษ และนั่นก็คือพลังงานของมันมี
คุณลักษณะของความไร้สิ้นสุด ความยืดหยุ่นและความมีชีวิตชีวาของมัน
มีประสิทธิภาพในระดับที่ไม่น่าเชื่อ
ในขณะที่ไขกระดูกมังกรเข้าสู่ร่างกายหลินหมิง เขาก็รู้สึกว่ามี
พลังงานที่รุ่นแรงไหลเข้าไปในตัวเขา มันไหลผ่านเส้นชีพจร เส้นเลือด จุด
ชีพจร และกระจายสู่ทั่วร่างของเขา!
หลินหมิงได้คาดการณ์ไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไร เขาก็กำลังดูดซับไข
กระดูกมังกรจำนวนมาก และไขกระดูกก็มีพลังชีวิตปริมาณมากที่
เหลืออยู่ภายใน หลังจากที่เข้าสู่ร่างกายของเขา ไขกระดูกก็ยังไม่ยอม
สลายตัว มันพยายามต่อต้าน ดังนั้นความเจ็บปวดจึงเริ่มเกิดขึ้นในร่างกาย
ของเขา
หลินหมิงรู้สึกว่าร่างกายของเขาร้อนขึ้น ราวกับว่าเขาถูกต้มอยู่ใน
หม้อน้ำเดือดขนาดใหญ่ ถึงแม้ความร้อนจะอยู่ห่างไกลจากระดับที่ 8 ใน
18 นรกแห่งเปลวเพลิง เมื่อหลินหมิงอยู่ที่นั่น อย่างน้อยเขาก็สามารถที่
จะทำให้ความร้อนออกจากร่างกาย โดยการใช้อำนาจของกฎแห่งเพลิง
และปราณแท้ปกป้องร่าง ดังนั้นอุณหภูมิที่แท้จริงที่เขาต้องเผชิญจึงไม่สูง
เลย
แต่ตอนนี้ สถานการณ์แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ร่างกายของนักสู้ไม่มีความสามารถในการต่อต้านอุณหภูมิที่สูงเกินไป
แม้ว่าหลินหมิงจะบ่มเพาะคู่ แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก ร่างกายของเขา
เริ่มมีหยดเหงื่อ เพราะความร้อนนี้ แม้แต่ความคิดของเขาก็เริ่มเชื่องช้า
ในไม่ช้า เสื้อผ้าของเขาก็เริ่มถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือไว้เพียง
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชุดคลุมเกล็ดมังกร
หลินหมิงได้สูดหายใจเข้าไปอย่างมาก และทุกครั้งที่เขาหายใจออก
พลังเพลิงก็จะตามออกมาด้วย จุดชีพจรทั้งหมดบนร่างกายของเขาขยาย
ออก และไอน้ำเบาบางสีแดงไหลออกมาจากร่างกาย มันเกือบจะทะลัก
ออกมาเนื่องจากความร้อนนี้
“ปิดผนึกจุดชีพจรของเจ้า มิเช่นนั้นเจ้าจะสูญเสียพลังของไขกระดูก
ไอน้ำแดงที่หนีออกมาคือพลังสายเลือดที่บริสุทธิ์” มู่เชียนเสวียกล่าวออก
มา ขณะที่ยืนอยู่ข้างหลินหมิง ในอดีต นางได้ดูดซับเสี้ยววิญญาณจำนวน
มาก ดังนั้นประสบการณ์ของนางจึงมากมายเป็นพิเศษ นางสามารถ
แนะนำหลินหมิง เพื่อให้เขาสามารถดูดไขกระดูกมังกรได้มากที่สุด
“ปิดผนึกจุดชีพจรของเจ้า…”
หลินหมิงเจ็บปวดทรมานและขยับประสาทสัมผัส เพื่อปิดผนึกจุดชีพ
จรของเขา ในขณะที่เขาทำเช่นนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังจะ
ระเบิด พลังงานที่รุนแรงฉีกผ่านเส้นชีพจร และเส้นเลือดทั้งหมดของเขา
ถึงแม้ว่าเขาจะบ่มเพาะคู่ และเส้นชีพจรของเขาก็เหนียวแน่นกว่าปกติ แต่
ก็ยังไม่สามารถทนต่อพลังงานดังกล่าวได้
วูซ วูซ วูซ!
เส้นชีพจรและหลอดเลือดทั่วร่างกายหลินหมิงฉีกขาดออกด้วย
พลังงาน ผิวของเขาแตกและทำให้โลหิตไหลออกมา
ในสถานการณ์ปัจจุบัน ความเจ็บปวดจากผิวหนังของเขาไม่มากมาย
อันใดเลย ความเจ็บปวดที่แท้จริง มาจากไขกระดูกที่เผาไหม้ภายใน
ร่างกายของเขา ถ้าหลินหมิงจะไม่ได้เสริมร่างกายของตนมานาน มันก็จะ
ไม่เหนียวแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อเช่นนี้ และถ้าจิตวิญญาณต่อสู้ของเขายัง
ไม่ถึงระดับทอง จิตใจของเขาก็อาจจะพังทลายลงไปแล้วในตอนนี้
อย่ากังวลไปเลย โลหิตที่ไหลออกจากร่างกายของเจ้าตอนนี้ เป็น
เพียงโลหิตทั่วไปเท่านั้น! แม้ว่าร่างกายของเจ้าจะควบแน่นกายจิต
วิญญาณ หลังจากข้ามขั้นทำลายชีวิต และทุกเซลล์ของเจ้าก็ถูกเสริมด้วย
พลังงาน แต่เนื้อหนังและโลหิตของเจ้าก็ยังคงเป็นเนื้อหนังและโลหิตเดิม
เจ้ายังไม่สามารถเรียกได้ว่ากำเนิดใหม่ มันเป็นเพียงการพลัดเปลี่ยน และ
หลังจากนั้นเมื่อเจ้าดูดซับหยดปราณโลหิตฟีนิกซ์ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่า
แต่นั่นก็ยังคงเป็นเพียงแค่หยดเดียว! มันยังไม่เพียงพอ! ตอนนี้ สำหรับเจ้า
ที่จะดูดซับไขกระดูก เจ้าจึงจะได้รับการกำเนิดใหม่อย่างแท้จริง ละทิ้ง
โลหิตและไขกระดูกของเก่าเจ้าไป!
แม้ว่าหลินหมิงจะดูเหมือนน้ำพุที่เต็มไปด้วยโลหิต มู่เชียนเสวียก็
ยังคงนิ่งอยู่ในขณะที่นางเฝ้าดูฉากนี้ นางอธิบายอย่างช้าๆถึงผลของไข
กระดูกมังกร
ในความเป็นจริง ในเวลานี้ ทุกการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของหลินห
มิง ถูกปกคลุมด้วยสัมผัสของมู่เชียนเสวีย และอยู่ภายใต้การควบคุมที่
สมบูรณ์ของนาง ตราบใดที่มีการเปลี่ยนแปลงอันไม่น่ายินดี เกิดขึ้นใน
ร่างกายของหลินหมิง นางก็จะสามารถตอบสนองได้ทันที่ และรับประกัน
ได้ว่าชีวิตของเขาจะไม่ตกอยู่ในอันตราย