Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,075 เข้าสู่นิกาย
“ยินดีต้อนรับทุกคน ข้าเป็นผู้คุมสอบในครั้งนี้ แซ่ของข้าคือไป่ ดังนั้น
พวกเจ้าสามารถจะเรียกข้าว่าศิษย์พี่อาวุโสไป่ได้ ทุกคนรอมานานแล้ว ข้า
จะไม่พูดมาก ข้อแรก บรรดาคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีต้องมีหนังสือแนะนำ
จากตระกูลนักสู้ระดับ 6 หรือสูงกว่า สามารถไปยืนที่นั่นได้ มันถือว่าเจ้า
ผ่านแล้ว”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าแซ่ไป่กล่าวอย่างอ่อนโยน เมื่อเสร็จสิ้นการพูด นักสู้
ขั้นปราณปลายฟ้าหลายคนก็มองกันและกันด้วยความดีใจ พวกเขาเป็น
หญิงสองชายสอง ทั้งหมดต่างเป็นผู้เยาว์
ทั้งสี่คนนี้อยู่ในขั้นปราณปลายฟ้าช่วงต้นและช่วงกลาง ตระกูลของ
พวกเขาเป็นผู้ที่มีขุมกำลังใต้อานัติของเกาะวิญญาณสัญจร และพวกเขามี
คุณสมบัติที่จะได้รับการแนะนำให้เข้าร่วมเกาะวิญญาณสัญจรโดยตรง
แม้ว่าพวกเขารู้ว่าการข้ามเกณฑ์นี้ กับคำแนะนำของตระกูลจะไม่เป็น
ปัญหา แต่พวกเขาก็ยังยินดีที่ได้รับการถูกปฎิบัติพิเศษเช่นนี้
ขณะที่ทุกคนมองไปยัง 4 อัจฉริยะ โดยเฉพาะนักสู้อิสระก็เต็มไปด้วย
ความอิจฉา พวกเขายังเด็กและมีพรสวรรค์ ตอนนี้พวกเขาก็ยังได้เข้าร่วม
เป็นนิกายใหญ่ อนาคตของพวกเขาจึงไร้ขีดจำกัด ในอนาคตจะไม่มีปัญหา
ใดๆสำหรับพวกเขา ที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ พวกเขายังมี
ความหวังที่จะเข้าถึงขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ได้เช่นกัน นี่เป็นสิ่งที่เหนือเกิน
กว่าผู้สอบรายอื่นจะสามารถเปรียบเทียบได้
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าหันไปหาคนอื่นและพูดว่า “เอาล่ะ ทุกคน ติดตามข้า
ไปยังสนามประลอง!”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าหันหน้าและเดินไป พร้อมกับหลายคนติดตามไป
อย่างเงียบๆ ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้มาถึงจัตุรัสขนาดใหญ่ นี่คือที่เรียกว่า
สนามประลอง มันมีเวทีขนาดใหญ่ที่นี่ รวมถึงรูปแบบค่ายกลของสนาม
ประลองขนาดยักษ์ เพื่อให้ผู้คนต้องระวังในทุกการใช้กระบวนท่า
ด้านข้างของสนามประลองนี้ มันมีตำหนักสีดำอยู่ ประตูของตำหนัก
สีดำนี้ถูกแกะสลักด้วยรูนขนาดเล็กและลึกลับ ไม่รู้ว่ามีสิ่งอยู่ภายใน
“เอาล่ะ เริ่มสอบได้แล้ว เนื้อหาของการสอบนั้นง่ายๆ นั่นคือ… เพื่อ
เอาชนะหุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย!”
“หุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย? มันคืออะไรกัน?” นักสู้อิสระ
บางคนตกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ ความรู้สึกตื่นเต้นเต็มอยู่ทรวงอกของพวก
เขา หุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิตเดียวดายคืออะไรนั้น มันก็ไม่มีใครรู้
“ฮ่าๆ หุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิตเดียวดายนี้ เป็นหนึ่งในประเภท
ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย พวก
มันดุร้าย และความแข็งแกร่งของพวกมันก็ไม่ธรรมดา พวกมันชอบจับ
มนุษย์และตัดแขนขา แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายถือ เป็นแหล่ง
ทรัพยากรสำคัญของเกาะวิญญาณสัญจรของข้า วัสดุการเล่นแร่แปรธาตุ
และการกลั่นสกัดของเกาะวิญญาณสัญจร ต่างมาจากที่นั่น! ทุกครั้งที่
ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรเข้าไปในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิต
เดียวดาย และฆ่าพวกยักษ์ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย พวกเขาจะนำ
ซากศพกลับมาด้วย เพื่อที่จะได้กลายเป็นหุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิต
เดียวดาย! ร่างกายของพวกมันแข็งเหมือนกับเหล็กศักดิ์สิทธิ์ และพวกมัน
ไม่รู้จักความเหนื่อยล้า ความกลัวหรือความเจ็บปวด พวกเขาเป็นฆาตกร
เลือดเย็นที่เกิดมาเพื่อสู้ เมื่อพวกเจ้าต่อสู้กับพวกมัน ก็จำต้องระวังให้มาก
แม้ว่าข้าจะเข้าไปช่วยชีวิตเจ้า แต่บางครั้ง ข้าก็ไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้
ทันเวลา และเจ้าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส การแขนขาหักที่นี่เป็นไปได้สูง
มาก!”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าไม่ได้พยายามทำให้คนอื่นกลัว ในระหว่างการสอบ
เข้าทุกครั้ง มันจะมีคนที่จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงอยู่แล้ว ผู้ทดสอบ
เหล่านี้จะไม่ถูกช่วยจนกว่าจะถึงช่วงเวลาสุดท้าย
“เอาล่ะ เรากำลังจะเริ่มแล้ว พวกเจ้าขึ้นมาได้ทีละคน ข้าจะจัดหุ่น
เชิดให้เป็นคู่ต่อสู้ตามระดับการบ่มเพาะของแต่ละคน! ถ้าเจ้าสามารถ
เอาชนะหรืออยู่จนครบหนึ่งชั่วธูปแล้ว มันจะถือว่าผ่าน มิเช่นนั้น เจ้าจะ
ถือว่าล้มเหลว!”
“เจ้า ขึ้นไปยังสนามประลอง!”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าชี้ไปยังนักสู้ที่ใกล้ที่สุด และด้านหลังชายชุดฟ้า ศิษย์
อีกคนหนึ่งก็ผลักประตูเปิดเข้าสู่ตำหนักสีดำ ภายในเป็นความมืดดำสนิท
จากนั้น ดวงตาสีแดงสดสองดวงก็สว่างขึ้นดั่งโคมไฟสีแดงตอนกลางคืน
ด้วยเสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัว หุ่นเชิดสีแดงที่สูง 10 ฟุตวิ่งออกมา
หุ่นเชิดนี้ถูกพันด้วยโซ่ และกล้ามเนื้อก็แข็งและแน่นราวกับหินทมิฬ มันมี
เขี้ยวยาวครึ่งฟุต และมีกรงเล็บที่เฉียบคม!
“หุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย” หลินหมิงมองไปยังหุ่นเชิด
เหล่านี้ โดยไม่ต้องสงสัย แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย เป็นแดน
เร้นลับที่คล้ายกับแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ แต่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายใน
ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ มีปีศาจแดนเร้นลับ
อาศัยอยู่ภายในซึ่งเป็นรูปแบบพลังงาน และหุ่นเชิดยักษ์ทะเลทรายโลหิต
เดียวดายก็มีกายหยาบที่ชัดเจน
โฮกก!
หุ่นเชิดแห่งปีศาจวิ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาด ทันใดนั้น มันรีบ
วิ่งไปหานักสู้ที่อยู่ตรงหน้า
วูป –!
นักสู้คนนั้นตกใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่สำหรับเขาที่เติบโตมาถึงจุดนี้ เขาก็
ย่อมผ่านประสบการณ์มามาก เขาฟื้นคืนสติและเอากระบี่ออกมา กระบี่
แสงฟันออกไปยังหุ่นเชิด!
เคล้งง!
หุ่นเชิดกวาดกรงเล็บของมันออกมาเช่นนั้น บดขยี้กระบี่แสงได้อย่าง
ง่ายดาย จากนั้น โดยไม่ได้ชะลอลง มันดูเหมือนเทเลพอร์ทไปอยู่ด้านหลัง
ของนักสู้และกวาดกรงเล็บออกไป!
มันรวดเร็วเกินไป นักสู้ผู้นั้นไม่สามารถตอบสนองได้ทัน ด้วยเสียง
แตก ปราณแท้ปกป้องร่างของเขาก็ได้ถูกทำลายและกระเด็นออกไป
พร้อมทั้งกระอักโลหิตออกมา
“ล้มเหลว!”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้ากล่าวออกมาเสียงดังอย่างไม่แยแส ด้านข้างเขา อีก
หนึ่งในนักสู้ขั้นเทพสมุทรได้สั่นกระดิ่งเล็กๆและร่ายคาถาเล็กน้อย หุ่นเชิด
ที่กระหายเลือดจึงสงบลง ดวงตาของมันกลายเป็นเลื่อนลอย ขณะที่เดิน
กลับเข้าไปในตำหนักโดยเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์
“คนต่อไป!” ชายหนุ่มชุดสีฟ้าชี้ไปยังคนที่สอง เขามองไปยังการบ่ม
เพาะของคนๆนี้ และจากนั้นก็ปล่อยหุ่นเชิดอีกตัวออกมาจากตำหนักสีดำ!
แม้ว่าหุ่นเชิดเหล่านี้จะมีการบ่มเพาะที่แตกต่างจากมนุษย์ แต่หลินห
มิงสามารถรู้สึกได้ว่าพวกมันมีระดับการบ่มเพาะเหนือกว่ามนุษย์ฝ่ายตรง
ข้ามราวๆ 3 ระดับ ไม่แปลกใจเลยที่บรรดานักสู้เหล่านี้จะพบกับความ
ยากลำบากในการต่อสู้
โดยไม่ต้องสงสัย คนที่สองก็ล้มเหลว!
คนที่สาม ล้มเหลว!
คนที่สี่ ล้มเหลว!
นักสู้เหล่านี้เริ่มหน้าซีด ผลกระทบที่มองเห็นหุ่นเชิดจัดการคนแล้ว
คนเล่านั้นค่อนข้างน่าตกใจ พวกมันดุร้ายอย่างเหลือเชื่อ และทุกครั้งที่
พวกมันลงมือ คู่ต่อสู้ก็ถึงกับต้องกระอักโลหิต! พวกเขารู้ถึงความสามารถ
ของตัวเอง และตระหนักว่าการจัดการหุ่นเชิดเหล่านี้เป็นเรื่องยากมาก
แม้กระทั่งชายหนุ่มหญิงสาวหลายคนในขั้นปราณปลายฟ้า ที่เข้าสู่
เกาะวิญญาณสัญจรได้โดยตรง เนื่องจากคำแนะนำจากตระกูลก็ยังหน้า
ซีด พวกเขาแอบประเมินความแข็งแกร่งของหุ่นเชิดเหล่านี้ในหัวใจ และ
พวกเขาพบว่ามันจะเป็นการยากที่จะทนอยู่ได้ถึงหนึ่งชั่วธูป ดังนั้นจึงมิ
ต้องกล่าวถึงการเอาชนะพวกมัน การพยายามเอาชนะสัตว์ประหลาด
เหล่านี้ย่อมเป็นเรื่องตลก
หลังจากได้เห็นคนจำนวนมากพยายามและล้มเหลว ศิษย์ขั้นเทพ
สมุทรช่วงกลางจึงกล่าวด้วยกระแสเสียงปราณแท้ “ศิษย์พี่ไป่ มิใช่ว่ามัน
ยากเกินไปหรอกหรือ? หุ่นเชิดเหล่านั้นต่างอยู่สูงกว่าเรา 3 ระดับ มิใช่ว่า
เราจะเข้าสู่โลกแปลกแยกของแดนเร้นลับ และรับคำสั่งเพื่อปกป้องศิษย์
เท่านั้นหรือ?
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่เข้าใจถึงธรรมชาติของมนุษย์ว่าเป็นอย่างไร ถ้าผ่าน
ไปได้ พวกเขาก็จะเหมือนกับศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจร แต่ถ้าเราส่ง
พวกเขาไปในภารกิจที่อันตราย พวกเขาจะไม่ยินดีและไม่เต็มใจ อย่างไรก็
ตาม หากพวกเขาล้มเหลวในการทดสอบนี้ พวกเขาจะรู้สึกผิดหวังในใจ
ตราบเท่าที่เราบอกพวกเขาว่าจะกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ โดยเข้า
ไปในโลกแปลกแยกของแดนเร้นลับเพื่อทำภารกิจร่วมกัน เช่นนั้นพวกเขา
ก็จะแย่งชิงกัน แม้ว่าจะมีโอกาสที่ชีวิตของพวกเขาจะตกอยู่ในอันตรายก็
ตาม”
“มันเป็นเช่นนี้นี่เอง มันสมเหตุสมผล แต่วิธีการนี้… มันค่อนข้างดูชั่ว
ร้ายเล็กน้อย” ศิษย์ที่กล่าวออกมาก่อนหน้านี้ มองไปยังเหล่าศิษย์ด้วย
ความเสียใจ
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าจ้องไปยังศิษย์ที่ถามและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เกาะ
วิญญาณสัญจรของเรามิใช่องค์กรการกุศล มันไม่มีอาหารกลางวันฟรีใน
โลกนี้ หากพวกเขาต้องการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ มันจึงเป็นธรรมดาที่
ต้องมีค่าใช้จ่ายบ้าง! เนื่องจากเผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ ได้
เข้าร่วมกองกำลังเพื่อปราบปรามเราในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นเกาะ
กลางเองไม่ได้ดีไปกว่าเรานัก ทรัพยากรสำรองลดน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ถ้า
เรื่องนี้ยังดำเนินต่อไป มันก็จะเป็นไปได้ที่จะพบจุดจบ!”
“อ่า… ศิษย์พี่กล่าวได้ถูกต้อง ข้าไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย” เห็นได้
ชัดว่าชายหนุ่มชุดสีฟ้าได้รับความนับถืออย่างมาก
ขณะที่ผุ้คุมทดสอบเหล่านี้แอบคุยกัน อีกหลายก็คนถูกคัดออก แต่มี
บางคนที่สามารถอยู่ได้นานถึง 10 ลมหายใจอยู่ ชายหนุ่มชุดสีฟ้าให้ความ
สนใจเป็นพิเศษกับคนเหล่านี้ หลังจากการทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว เขาจะ
เสนอให้นำพวกเขาเข้าสู่นิกายอีกครั้ง แต่แน่นอน มันมีข้อแลกเปลี่ยนคือ
ถ้าเขายินดีที่จะไปยังโลกแปลกแยกของแดนเร้นลับ
“หืม? นั่นมิใช่ว่าเป็นบุตรชายของตระกูลนักสู้ระดับ 6 เจิ้งส่วงของ
ตระกูลเจิ้งหรอกหรือ? เขาไม่ได้ถูกแนะนำโดยตระกูลเจิ้งโดยตรงเช่นนั้น
หรือ?”
เมื่อชายหนุ่มชุดขาวที่มีออร่าวีรบุรุษ ก้าวเข้าสู่สนามประลองพร้อม
กับดาบในมือ มันก็มีศิษย์คนหนึ่งที่จำเขาได้ทันที่
“เขาอาจจะมีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง จึงไม่ต้องการ
คำแนะนำเข้านิกายโดยไม่ทดสอบ ชื่อเสียงของเจิ้งส่วงได้แผ่กระจายไป
ไกลทีเดียว ดาบที่อยู่ในมือของเขานั้น มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ชั้นสูง ตระกูลนักสู้ระดับ 6 สูงสุดนั้นมั่งคั่งอย่างแท้จริง!”
ขณะที่ศิษย์หลายคนพูดคุยกัน เจิ้งส่วงได้เริ่มต่อสู้กับหุ่นเชิดแล้ว
เผชิญหน้ากับศัตรูที่มีระดับพลังสูงกว่าเขา เจิ้งส่วงจึงตัดสินใจที่จะใช้
รูปแบบการป้องกันของดาบ ทางเลือกนี้ก็ไม่เลว แต่หุ่นเชิดนี้ไม่เพียง
แข็งแกร่งอย่างเดียว แต่มันรวดเร็วด้วยเช่นกัน
หุ่นเชิดนี้เป็นเหมือนสัตว์ดุร้าย ในทันที่ มันวิ่งไปยังด้านข้างเจิ้งส่วง
ทุบลงด้วยโซ่ที่พันรอบมือ!
บึม!
สนามประลองระเบิดขึ้น เจิ้งส่วง ถูกส่งกระเด็นไปในอากาศจากคลื่น
ช็อกระเบิด อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ปราณแท้ปกป้องร่างกำลังจะระเบิด
เขาก็ได้เปลี่ยนมุมกลางอากาศเพื่อลดแรงปะทะทันทีและฟันออกไปด้วย
ด้วยดาบของเขา!
“ดาบสะบั้นแม่น้ำและขุนเขา!”
มุมของการโจมตีด้วยดาบนี้เป็นจุดอับ หุ่นเชิดจึงไม่อาจหลบและมัน
โดนฟันเข้าที่ไหล่ แต่ในขณะนั้น เจิ้งส่วงรู้สึกราวกับว่าดาบของเขาติดอยู่
ในเหล็กศักดิ์สิทธิ์ ดาบเฉือนเข้าไปเพียง 3 นิ้วก่อนที่จะติดอยู่ในกล้ามเนื้อ
ของมันไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป
หุ่นเชิดร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว มันเหวี้ยงกรงเล็บออกไป
เจิ้งส่วงตื่นตระหนก เขาต้องการที่จะดึงดาบและล่าถ่อย แต่ไม่ว่า
อย่างไรเขาก็ดึงดาบออกมาไม่ได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปและเลือกที่จะ
ทิ้งดาบ แต่ในขณะนั้น ปราณแท้ปกป้องร่างของเขาฉีกขาดออกพร้อมกับ
ชุดที่ขาดหวิ้น และร่องรอยจากห้ากรงเล็บถูกทิ้งไว้บนไหล่ของเขา!
ถ้าไม่มีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง เจิ้งส่วงแน่นอนว่าย่อมไม่มี
ความสามารถในการต่อสู้กับหุ่นเชิดนี้ เขาเปลี่ยนเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นกลางออกมาแทน ในที่สุด แม้ว่าเขาจะถูกโจมตีอีกหลายครั้ง
แต่เขายังสามารถทนอยู่ได้ถึงหนึ่งลมหายใจ
“หมดเวลา! เจ้าผ่านการรับรอง!”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าไม่แปลกใจ เขาเคยเห็นเจิ้งส่วงมาก่อนและคาดหวัง
ถึงผลลัพธ์นี้ไว้แล้ว แม้ว่าการทดสอบจะทำได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีใครผ่าน
ได้ มิเช่นนั้น มันก็จะน่าเกลียดเกินไป
“เจิ้งส่วงผู้นี้ค่อนข้างดี แต่ในบรรดานักสู้อิสระ มันยังมีอีกคนที่ดูไม่
ธรรมดา เขาควรจะมีคุณสมบัติเช่นกัน” ชายหนุ่มชุดสีฟ้าหันไปหาหลินห
มิง ในความเห็นของเขา รากฐานหลินหมิงแข็งแกร่งอย่างมาก!
“เจ้า ขึ้นมาทดสอบ”
ชายหนุ่มชุดสีฟ้ากล่าวกับหลินหมิง จิตใจของหลินหมิงสะท้าน
ตามลำดับปกติ มันควรจะอีกนานกว่าจะถึงเวลาของเขา เขาไม่คิดว่าผู้
ทดสอบลัดคิวอย่างฉับพลันเช่นนี้
หลินหมิงรู้สึกดีใจมากที่ได้ไปก่อนเวลา เขาไม่ได้ไปบนสนามประลอง
กลับกัน เขาหันไปถามผู้คุมสอบชุดสีฟ้าว่า “ศิษย์พี่ ก่อนการสอบครั้งนี้จะ
เริ่มขึ้นข้ามีเรื่องที่อยากถาม”
“หืม?” ชายหนุ่มชุดสีฟ้าคิ้วขมวด “มีอันใดหรือ? บอกมาได้เลย”
“ข้าอยากถามว่า ในเกาะวิญญาณสัญจร ศิษย์ลำดับใดจึงมีสิทธิที่จะ
ขอพบจ้าวเกาะและกลายเป็นศิษย์ได้ แล้วข้าต้องทำผลลัพธ์เช่นใดในการ
สอบครั้งนี้?”
หลินหมิงถามอย่างช้าๆ แต่ชายหนุ่มชุดสีฟ้าตกใจ คำถามนี้ตรงข้าม
กับความคาดหวังของเขาอย่างสิ้นเชิง