Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,080 แดนเร้นลับจำลอง
หลินหมิงต้องการเอาต้นสิบผลตัดเต๋าไป นี่มันมากกว่าผลประโยชน์
ของศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรที่จะได้รับมหาศาล มันเหมือนกับการชี้
กระบี่มาที่หน้าอกของพวกเขา แล้วพวกเขาจะไม่เกลียดชังเมื่อต้องตกอยู่
ในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร?
ถ้าหลินหมิงมีพลังของกึ่งราชันพิภพแล้ว ถึงแม้พวกเขาจะไม่พอใจก็
ตาม แต่นั่นก็ยังเป็นระดับที่ไม่สามารถต่อกรได้ แล้วพวกเขาจะไม่พูด
อะไรเลย แต่หลินหมิงอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เท่านั้น ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 8 ด้อยกว่าการบ่มเพาะของศิษย์สายตรงส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น
หลิวอวิ๋นเองยังอยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงต้น ตอนนี้เมื่อทุกคนรู้ว่าหลินหมิงอ
ยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 และกำลังจะขโมยหลอดเลือดดำของพวกเขา
ไป มันก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดปัญหา
ไป่หมิงอวี้ยิ้มขณะที่เขาได้เห็นการแสดงออกที่โกรธและเศร้าหมอง
ของหลิวอวิ๋น เขาจะไม่ยอมแพ้ต่อต้นสิบผลตัดเต๋า เขามีความ
ทะเยอทะยานที่จะได้เป็นเจ้านิกายคนต่อไป กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ต้นสิบ
ผลตัดเต๋าจะเป็นของเขาในอนาคต ดังนั้นเขาจะยอมให้มันไปอยู่กับคน
นอกได้อย่างไร?
แต่เมื่อโดนเสี่ยวโฮเทียนเตือนมา มันจึงทำให้ไป่หมิงอวี้รู้สึกกลัว มิ
เช่นนั้น เขาคงจะรวมตัวกันกับสามผู้อาวุโสสูงสุด และฆ่าหลินหมิงก่อนจะ
มีโอกาสที่จะเติบโต
ปัจจุบัน ไป่หมิงอวี้ยังไม่เชื่อคำพูดของเสี่ยวโฮเทียน เขาคิดเพียงว่า
เสี่ยวโฮเทียนกำลังพยายามข่มขู่พวกเขา ด้วยการโกหกจากเรื่องที่ไม่มีมูล
ความจริง
แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงภัย ดังนั้นเขาจึงโยนหินทดสอบออกไปดู
ตราบเท่าที่เขาเล่าถึงการบ่มเพาะของหลินหมิง และกล่าวถึงเป้าหมาย
ของเขาในการเดินทางมายังเกาะวิญญาณสัญจรให้คนอื่นฟัง ไป่หมิงอวี้ก็
ไม่จำเป็นต้องออกหน้าเอง มันจะมีคนอื่นเป็นคนทดสอบหลินหมิงเอง
ตัวอย่างเช่น หลิวอวิ๋นผู้นี้
เย่ฉุ่ยถงเข้าร่วมสภาผู้อาวุโสและได้ติดตามไป่หมิงอวี้มาที่นี่ด้วย
แน่นอนนางสามารถมองเห็นผ่านแผนของเขา แต่ตอนนี้ที่นางได้เห็นการ
รุกรานของหลิวอวิ๋น ในปัจจุบันนางรู้ว่าเขาจะไม่เชื่อนาง ไม่ว่าจะให้คำ
เตือนอะไรก็ตาม นางจึงส่ายหน้าและเงียบไว้
“บัดซบ มิใช่ว่าเขาเป็นลูกหลานจากหลายชั่วอายุของบุคคลลึกลับ?
ซึ่งคนผู้นั้นน่าจะตายไปแล้ว มิเช่นนั้นพวกเขาจะรอมาจนถึงตอนนี้เพื่อส่ง
ส่งคนมาเอา? บางทีเจ้านั่นอาจจะไม่เกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มแรก แต่เขาเกิด
บังเอิญได้รับบันทึกบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง แล้วเขาก็คิดที่จะ
เดินทางมายังเกาะวิญญาณสัญจรและหลอกพวกเราทุกคน เขาคิดว่าเรา
เป็นคนโง่หรือไร?”
คำพูดของหลิวอวิ๋นกลายเป็นรุนแรงขณะที่เขาพูด แต่ก็เป็นสิ่งที่คน
อื่นๆคิด รูปลักษณ์ของหลินหมิงแปลกประหลาดเกินไป เมื่อไม่มีใครรู้
เรื่องแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรอง พวกเขาก็จะต้องสงสัย
เกี่ยวกับอัตลักษณ์ของหลินหมิง เพียงแค่เรื่องกลับมาหลังจาก 50,000 ปี
เพื่อเอาต้นสิบผลตัดเต๋าก็ไม่สมเหตุสมผลเลย
เย่ฉุ่ยถงพบว่ามันเป็นการยากที่จะเฝ้าดูต่อไป “หลิวอวิ๋น แม้ว่าข้าจะ
ไม่ประสงค์ให้ผลประโยชน์ของเกาะวิญญาณสัญจรเสียหาย แต่คำพูดของ
เจ้าก็น่ารังเกียจเกินไป หลินหมิงไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด พรสวรรค์ของเขาสูง
และมีขุมกำลังบางอย่างที่สนับสนุนเขาจากเบื้องหลังแน่นอน มิเช่นนั้นมัน
ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นอัจฉริยะเช่นนี้โดยไม่ได้รับการฝึกฝน”
“ฮ่า ฮ่า! พรสวรรค์ของเขาสูง? มันจะสูงสักเพียงใดกัน? เจ้ารู้ไหมว่า
เขาได้รับการทดสอบจากเกาะวิญญาณสัญจร? นั่นคือการทดสอบที่จัดทำ
ขึ้นเพื่อรับศิษย์สายนอกเท่านั้น หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่า
กลุ่มคนไร้ชื่อ ถ้าข้าเลือกที่จะเข้าร่วมในการสอบนี้ ข้าก็จะสามารถกวาด
ล้างพวกเขาได้เหมือนไม่มีอันใดสำคัญ!”
ขณะที่หลิวอวิ๋นกล่าวออกมา เขาก็เดินมาถึงหน้าพลับพลาหมิง
สัญจร ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังฝึกในน้ำพุจิตวิญญาณที่ด้านหลัง เขาไม่
สนใจว่าพวกเขาพูดอะไร แต่เขารู้สึกว่าคนเหล่านี้กำลังมองหาเขาอยู่
หลินหมิงจึงขึ้นมาจากน้ำพุ น้ำพุค่อยๆไหลลงตามผิวของเขาอย่าง
เรียบเนียน นี่เป็นผลมาจากขอบเขตของร่างกายได้มาถึงระดับหนึ่ง
หลังจากที่ได้รับกายจิตวิญญาณสมบูรณ์ในตำนาน หลังจากอาบน้ำแล้ว
น้ำจะไม่ทำให้ร่างกายเปียก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำให้มันแห้งเลย
ด้วยการโบกมือขวาของเขา น้ำหยดที่เหลือทั้งหมดก็ระเหยออกจาก
ร่างกาย จากนั้นพลังงานเพลิงต้นกำเนิดก็รวมตัวกันเพื่อสร้างเป็นชุดสี
แดงที่ห่อหุ้มรอบตัวเขาไว้
“ศิษย์น้องหลิน” เย่ฉุ่ยถงยิ้มขณะที่นางเห็นหลินหมิงปรากฏตัว ไป่หมิ
งอวี้ยิ้มและพยักหน้า ซ่อนความเกลียดชังต่อหลินหมิงไว้
เฉพาะหลิวอวิ๋นที่ไม่ต้องกังวลกับการปกปิดการแสดงออกอย่าง
เย่อหยิ่งของเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยการยั่วยุขณะที่มองหลินหมิง
“หืม?” หลินหมิงคิ้วขมวด ดูเหมือนเขาจะไม่รู้จักสหายผู้นี้ ดังนั้นเขา
สร้างศัตรูรายใหม่นี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน?
“เจ้าคือหลินหมิง?”
หลิวอวิ๋นมองหลินหมิงขึ้นลง ดวงตาของเขาเหมือนกับนายทหารที่
กำลังมองหาคนร้าย ดูถูกและเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เขาไม่ได้รอให้หลินหมิงตอบก่อนที่จะหัวเราะและพูดว่า “ข้าคือ
หลิวอวิ๋น ข้าได้ยินถึงผลการสอบของเจ้าว่าค่อนข้างดี! ในเวลานั้น เจ้าดู
เหมือนจะขอให้ผู้ทดสอบบอกถึงคุณสมบัติที่จะกลายเป็นศิษย์สายตรงใช่
หรือไม่? ดูเหมือนว่าเจ้าจะหมายถึงว่าเจ้าสามารถบรรลุความสำเร็จ
ดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย?”
เมื่อหลินหมิงได้ยินคำพูดเหล่านี้เขาก็เข้าใจบางอย่าง หลิวอวิ๋นกำลัง
หาเรื่องเขาอย่างชัดเจน
เขาไปยั่วยุคนผู้นี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน? นับตั้งแต่ที่เขามาถึงตำหนัก
วิญญาณสัญจร เขาก็พำนักอยู่ที่บ้านนี้ตลอด นอกจากมู่ฉุ่ยเทียน, เจ้า
นิกายและอีกสองสามคนแล้ว เขาก็ยังไม่เคยเห็นใครเลย เขาใช้เวลาส่วน
ใหญ่ในการฝึกฝน และถึงแม้กระนั้น เขาก็ยังได้สร้างปัญหาขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ในเวลานี้ กระแสเสียงปราณแท้ของเย่ฉุ่ยถงสะท้อนอยู่ในหูของ
หลินหมิง “ต้องขออภัยด้วย… ศิษย์น้องหลิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หลิวอวิ๋นได้พยายามอย่างมากเพื่อให้ได้รับต้นสิบผลตัดเต๋า ดังนั้นเขารู้สึก
ขมขื่นต่อเจ้า”
“ต้นสิบผลตัดเต๋า?” หลินหมิงตกใจ “ต้นสิบผลตัดเต๋าคือสิ่งใดกัน?”
“หืม? เย่ฉุ่ยถงรู้สึกแปลกใจ “ศิษย์น้องหลิน เจ้าไม่ได้มาที่เกาะ
วิญญาณสัญจรเพื่อเอาต้นสิบผลตัดเต๋าหรอกหรือ?
ต้นสิบผลตัดเต๋า…
หลินหมิงได้นึกคิดถึงสิ่งที่ได้อ่าน มันก็มีบางอย่างเกี่ยวกับต้นสิบผล
ตัดเต๋าในตำราโบราณ นี่เป็นโอสถสวรรค์ปาฏิหาริย์ชนิดหนึ่ง และมีเพียง
หนึ่งเดียวในโลกเท่านั้น เฉพาะเมื่อมันตาย ต้นใหม่จึงจะถือกำเนิด
โอสถในแดนเทวะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือมนุษย์ เร้นลับ ปฐพี
และสวรรค์ โอสถระดับสวรรค์คือสูงสุด แต่เหนือโอสถระดับสวรรค์ มันยัง
โอสถปาฏิหาริย์เทพ โอสถปาฏิหาริย์เทพนี้อยู่ในระดับเดียวกับพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ เป็นบางสิ่งบางอย่างที่อาจทำให้ราชันพิภพ กลายเป็น
บ้าคลั่งด้วยความปรารถนา มันเป็นโอสถในตำนานที่สามารถมีอายุขัยได้
ถึงร้อยล้านปี นั่นไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิง หรือแม้กระทั่งขุมกำลังระดับแดน
ศักดิ์สิทธิ์สามารถปลูกได้ เฉพาะบางคนเช่นท่านปู่ของมู่เชียนเสวีย จึงจะ
สามารถบังเอิญสะดุดกับสมบัติดังกล่าวได้ สำหรับคนอื่นๆ พวกเขาไม่รู้
และไม่เข้าใจ
หลินหมิงได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “มันเป็นเช่นนี้นี่เอง ดู
เหมือนว่าเรื่องจะง่ายขึ้น ข้าคิดว่าทรัพยากรที่มู่เชียนเสวียทิ้งไว้ทั้งหมดจะ
อยู่กับมู่ฉุ่ยเทียน และตราบเท่าที่ข้าได้รับอนุมัติจากมู่ฉุ่ยเทียน และผ่าน
การทดสอบของนางแล้ว ข้าก็จะสามารถใช้พวกมันได้ ข้าไม่ได้คิดเลยว่า
แหล่งทรัพยากรเหล่านี้กำลังถูกใช้โดยเกาะวิญญาณสัญจร! ถ้าข้าต้องการ
ที่จะใช้พวกมันตอนนี้ มันก็จะมีการต่อต้านเป็นอย่างมาก!
ในความเห็นของหลินหมิง นี่เป็นเรื่องปกติที่เกาะวิญญาณสัญจร ไม่
ต้องการที่จะส่งคืนต้นสิบผลตัดเต๋า กลับกัน เขาจะยิ่งพบว่ามันแปลกถ้า
พวกเขาจะยอมให้มันมาอย่างราบรื่น นี่ฟังดูไร้ยางอาย แต่ก็เป็นธรรมชาติ
ของมนุษย์ มันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมที่เกาะวิญญาณสัญจรไม่ได้พยายามฆ่า
เขาปิดปากเพื่อมัน นี่น่าจะเกิดจากมู่ฉุ่ยเทียนยับยั้งพวกเขา
“สารเลว เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าพูด?” หลิวอวิ๋นโกรธขณะที่เขาเห็น
หลินหมิงดูไม่ใส่ใจ
หลังจากเข้าใจจุดสำคัญของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หลินหมิงก็ยิ้มให้
หลิวอวิ๋นและพูดว่า “แล้วเจ้าต้องการจะพูดสิ่งใด?”
แม้แต่คนตาบอดก็เห็นสิ่งที่หลิวอวิ๋นต้องการได้ หลิวอวิ๋นอยากจะ
แสดงพลังของตัวเองเพื่อทำให้หลินหมิงยอมถอย อย่างน้อยที่สุด
หลิวอวิ๋นก็จะสามารถขจัดความโกรธของตนได้บางส่วน
ในขณะที่ไป่หมิงอวี้เห็นบรรยากาศที่ตึงเครียด ระหว่างหลิวอวิ๋นและ
หลินหมิง เขาก้าวออกมาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ “ศิษย์น้องหลิว เหตุใดจึงมี
ทัศนคติเช่นนี้? นี่ไม่ใช่วิธีที่เกาะวิญญาณสัญจรของเราปฏิบัติต่อแขก
ศิษย์น้องหลินมายังเกาะวิญญาณสัญจร และเขายังไม่เคยไปไหนมาก่อน
เอาเป็นว่ามาเปลี่ยนบรรยากาศเล็กน้อยเป็นอย่างไร?”
หลินหมิงมองไปยังไป่หมิงอวี้ เขาไม่สามารถรู้สึกถึงความเป็นปรปักษ์
ใดๆจากการแสดงออกของเขา แต่หลินหมิงรู้ดีว่าตนเป็นจุดรวมของความ
เกลียดชังสำหรับศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรในขณะนี้ แน่นอนเขาย่อม
ไม่อยากเชื่อว่าทุกคนจะต้องปฏิบัติกับเขาอย่างสุภาพ
หลิวอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจชั่วครู่ เขามองไปยังไป่หมิงอวี้ งงงวยและ
พูดด้วยกระแสเสียงปราณแท้ “ศิษย์พี่ไป่ มันหมายความว่าอย่างไร? เหตุ
ใดท่านถึงได้สุภาพกับมัน?”
เพราะหลิวอวิ๋นก็ยังไม่รู้ว่ามีใครสนับสนุนหลินหมิง และเขายังไม่รู้
ด้วยว่าเสี่ยวโฮเทียนสนับสนุน หลินหมิงอย่างเต็มที่ มันจึงไม่สามารถ
ตำหนิเขาได้ ไม่มีทางที่เขาจะจินตนาการได้ถึงความเชื่อมโยงที่ซับซ้อน
ระหว่างเกาะวิญญาณสัญจรกับแดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์เรืองรองเมื่อ
50,000 ปีก่อน
“อะไร เจ้าต้องการต่อสู้กับเขาตรงนี้?” ไป่หมิงอวี้โต้กลับ
หลิวอวิ๋นรู้สึกประหลาดใจแล้วเขาก็พูดว่า “ใช่ ข้าอยากจะจัดการ
และเหยียบเขาให้จมดิน แต่การบ่มเพาะของข้ามีขอบเขตที่สูงกว่าเขามาก
ถ้าข้าชนะเขาเช่นนี้ คนอื่นจะบอกว่าการชนะของข้าน่าอับอาย ยิ่งไปกว่า
นั้น… เด็กนี่ได้ขอในเรื่องไร้สาระและยังคงอยู่ในพลับพลาวิญญาณสัญจร
อย่างสบายใจอีกด้วย มีใครบางคนในนิกายสนับสนุนเขาใช่หรือไม่?”
ทันใดนั้นหลิวอวิ๋นก็รู้ว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง ไป่หมิงอวี้กล่าว “อืม
… เพราะไม่ว่าอย่างไร เจ้านิกายคนก่อนก็เป็นหนี้บุญคุณแก่บุคคลลึกลับ
ที่ทิ้งต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่นี่ เราจึงไม่ควรทำเกินไป”
“มันเป็นเช่นนี้เอง โลกแห่งการต่อสู้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการอยู่รอด
เรื่องบุญคุณและความเมตตา สามารถพูดคุยกันได้ระหว่างคนที่มีความ
แข็งแกร่งเท่านั้น ถ้าความแตกต่างยิ่งใหญ่เกินไปมันก็จะไม่มีความหมาย
เลย! ข้าเกรงว่าบุคคลลึกลับคงตายไปแล้ว!”
ขณะที่หลิวอวิ๋นพูด หลินหมิงก็กำลังเฝ้ามองด้วยสายตาที่เบื่อหน่าย
จากด้านข้าง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับพวกเขามากนัก ไป่หมิ
งอวี้ครุ่นคิดเล็กน้อยในเรื่องนี้ เขาหัวเราะและพูดว่า “ศิษย์น้องหลิน
พรสวรรค์และการบ่มเพาะของเจ้าเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง นี่เป็นช่วงเวลาที่
เหมาะสำหรับเจ้าในการเข้าสู่โลกแปลกแยกของแดนเร้นลับและหา
ประสบการณ์ เจ้าเคยไปแล้วหรือไม่?”
“ข้าเคยบ้าง” หลินหมิงพยักหน้า เขาเคยไปเพียงแดนเร้นลับสัตว์อสูร
เทวะเท่านั้น
“ฮ่าๆ เกาะวิญญาณสัญจรของข้าเพิ่งได้เจอโลกแปลกแยกของแดน
เร้นลับ หากน้องหลินมีเวลาก็สามารถไปดูได้ เจ้าอาจจะสามารถหาสมบัติ
บางอย่างที่นั่นได้ แต่ว่า มันก็มีอันตรายอยู่เสมอเมื่อเข้าสู่โลกแปลกแยก
ของแดนเร้นลับ เพื่อลดความสูญเสียโลกแปลกแยกของแดนเร้นลับ เกาะ
วิญญาณสัญจรจึงได้จ่ายจำนวนมากเพื่อสร้างแดนเร้นลับจำลอง น้องชาย
หลิน เจ้ามีความสนใจไปทดสอบดูบ้างหรือไม่?
“แดนเร้นลับจำลอง?” จิตใจของหลินหมิงสะท้าน เขาสนใจ
ค่อนข้างมาก
ที่ด้านข้าง ดวงตาของหลิวอวิ๋นก็สว่างขึ้น เห็นได้ชัดว่าเขาคิดอะไร
บางอย่างอยู่
“ถูกต้อง มันแดนเร้นลับจำลอง มีอันตรายทุกประเภทในแดนเร้นลับ
จำลอง แต่เจ้าสามารถออกมาได้อย่างปลอดภัย และยิ่งใช้อยู่เวลาภายใน
ได้น้อยเพียงใด เจ้าก็จะได้รับสมบัติของการจำลองมากขึ้น และนี่ก็จะ
พิสูจน์ได้ว่าเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด! หากเจ้าได้สัมผัสกับแดนเร้นลับจำลอง
เช่นนั้นแล้วเมื่อเจ้าเข้าสู่โลกแปลกแยกของแดนเร้นลับที่แท้จริง เจ้าก็จะ
สามารถจัดการกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ง่ายมากขึ้น”