Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,081 พินาศไปด้วยกัน?
แดนเร้นลับจำลองที่ไป่หมิงอวี้พูดถึงอยู่ห่างจากพลับพลาสัญจรไม่ถึง
10 ไมล์ เกาะวิญญาณสัญจรได้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมหาศาล
ในการสร้างแดนเร้นลับจำลองนี้ มันมีรูปแบบค่ายกลจำนวนมาก
เช่นเดียวกับหุ่นเชิดและสัตว์อสูรดุร้าย มันสามารถคัดลอกสถานการณ์
ภายในแดนเร้นลับแปลกแยก ในระดับใกล้เคียงที่สุดเพื่อให้ศิษย์สามารถ
ได้รับประสบการณ์เสมือนจริง
เพราะไม่ว่าอย่างไร มันก็มีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ ในการเข้าสู่แดนเร้น
ลับแปลกแยกแต่ละครั้ง ถ้ามีบางคนเข้าไปและเสียชีวิต นั่นจะเป็นราคาที่
ต้องจ่ายมากขึ้นไปอีก
หลินหมิงยืนอยู่ตรงหน้าแดนเร้นลับจำลอง และสำรวจมันด้วยสัมผัส
ของเขา ขอบเขตของแดนเร้นลับจำลองนี้ครอบคลุมพื้นที่หนึ่งแสนไมล์
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือมีรูปแบบค่ายกลอยู่ภายในนับไม่ถ้วน นั่นหมายความ
ว่า พื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่กว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่า ถ้าใครอยากจะ
เข้าไปและได้รับสมบัติจำลอง มันก็จะไม่ใช่เรื่องง่าย
“ฮ่าฮ่า หลินหมิงเจ้ามีความกล้าที่จะทดสอบตัวเองหรือไม่? ข้าจะเข้า
ร่วมกับเจ้าเอง!”
หลิวอวิ๋นหัวเราะเยาะขณะที่เขายืนอยู่หน้าแดนเร้นลับจำลอง
หลินหมิงมองไปยังหลิวอวิ๋น ในเวลานี้ เย่ฉุ่ยถงก็ส่งกระแสเสียง
ปราณแท้มาหาเขา “ศิษย์น้องหลิน แดนเร้นลับจำลองนี้ถูกสร้างขึ้นด้วย
รูปแบบค่ายกล แต่หลังจากที่เจ้าเข้าไป เจ้าอาจจะได้รับบาดเจ็บ เพราะมี
หุ่นจำลองนักสู้ที่แท้จริงวางอยู่ภายใน กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันมีโอกาสที่เจ้า
จะได้รับบาดเจ็บสาหัส”
มันมีความเสี่ยงและอันตรายมากมายในแดนเร้นลับแปลกแยก และ
ผู้คนมักเสียชีวิตไปในการสำรวจพวกมัน มันไม่ใช่เกมสำหรับเด็กเล่น
เกาะวิญญาณสัญจรพยายามสร้างแดนเร้นลับแปลกแยกให้เหมือนจริง
ที่สุด แต่ไม่ว่ารูปแบบค่ายกลจะมีความเหมือนจริงเพียงใดก็ตาม ย่อมจะมี
ความแตกต่างกับสภาพแวดล้อมที่แท้จริง เกาะวิญญาณสัญจรเตรียมหุ่น
นักสู้ที่แท้จริงไว้ด้วยเหตุนี้
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ” หลินหมิงตอบกลับ หลิวอวิ๋นผู้นี้ต้องการ
ที่จะเตะเขาลงหลุม และทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานในแดนเร้นลับ
จำลองนี้
“อะไรกัน? เจ้ากลัว? เจ้าต้องการที่จะกลับไป?” ขณะที่หลิวอวิ๋นกล่า
วออกมา เขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าของแดนเร้นลับจำลอง ในขณะนี้มัน
มีผู้ที่กำลังทดสอบอยู่ภายใน
และศิษย์หลายคนก็กำลังออกมาจากแดนเร้นลับจำลอง จากสภาพ
ของพวกเขา มันสามารถบอกได้ว่าพวกเขาได้รับบาดเจ็บ แต่ยังตื่นเต้น
มาก พวกเขาได้ผ่านการทดสอบอย่างชัดเจนแล้ว
“ความยากลำบากระดับ 27 เสร็จสมบูรณ์ในเวลาเพียง 45 นาที!
ศิษย์พี่ฮั่วร้ายกาจยิ่ง!”
“ฮ่าๆ ข้าไม่ค่อยมีความคืบหน้ามาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว” ผู้ที่ถูกเรียกว่า
ศิษย์พี่ฮั่วกล่าวออกมาอย่างจงใจเจียมเนื้อเจียมตัว แต่เขาไม่สามารถ
ปิดบังรอยยิ้มบนใบหน้าได้ เห็นได้ชัดว่าเขาภูมิใจในความสำเร็จนี้
“อ่า? นั่นมิใช่ศิษย์พี่หลิวอวิ๋นหรือ? หืม? นอกจากนี้ยังมีศิษย์พี่ไป่หมิ
งอวี้และน้องพี่หญิงเย่ฉุ่ยถงด้วย!”
เมื่อพวกศิษย์เหล่านี้เห็นผู้มาถึง พวกเขาต่างก็ตกใจ เพราะคนเหล่านี้
เป็นศิษย์สายตรงของเกาะวิญญาณสัญจร โดยเฉพาะไป่หมิงอวี้และเย่
ฉุ่ยถง ทั้งสองมีสถานะพิเศษ พวกเขาจ้องมองด้วยความกลัว
“โอ้? เด็กนั่นเป็นใคร? เขามิใช่คนจากเกาะวิญญาณสัญจรของเรา”
ทุกคนสังเกตเห็นหลินหมิง พวกเขาไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของต้นสิบผล
ตัดเต๋า และหลิวอวิ๋นย่อมเป็นธรรมดาที่จะไม่พลาดโอกาสนี้ เพื่อ
ก่อให้เกิดความเกลียดชังต่อหลินหมิง เขาเริ่มส่งกระแสเสียงปราณแท้
ให้กับคนเหล่านี้ โดยบอกพวกเขาเกี่ยวกับหลินหมิง และเป้าหมายของ
เขาในการเดินทางมายังเกาะวิญญาณสัญจร
“อะไรกัน? ศิษย์พี่หลิวอวิ๋น สิ่งที่ท่านกล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงเช่นนั้น
หรือ?”
“นี่มันเรื่องตลกอันใดกัน! เราต้องส่งต้นสิบผลตัดเต๋าคืนให้แก่เขา
หรือไม่? เขาอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8! รุ่นเยาว์ผู้นี้จะสามารถ
จัดการกับเรื่องสำคัญดังกล่าวได้อย่างไร? นี่ต้องเป็นเรื่องที่มีอย่างน้อยขั้น
ผู้ปกครองเทวะมาเกี่ยวข้อง!”
ในแดนเทวะ ผู้ปกครองเทวะเองก็เป็นชื่อของขอบเขตพลัง
ผู้เชี่ยวชาญขั้นผู้ปกครองเทวะ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ปกครองดินแดนเสมอ
ไป เกาะวิญญาณสัญจรอยู่ห่างจากการกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่
ก้าว และผู้อาวุโสสูงสุดของเกาะวิญญาณสัญจรก็เป็นผู้เชี่ยวชาญขั้น
ผู้ปกครองเทวะ สำหรับเรื่องที่สำคัญเช่นนี้ มันจำเป็นต้องได้รับการจัดการ
โดยผู้เชี่ยวชาญขั้นผู้ปกครองเทวะ การส่งนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 มา
จึงเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเลย!
“ทุกคนคิดว่าอย่างไร? เขาอาจจะไม่มีแม้แต่ผู้ทรงพลังขั้นผู้ปกครอง
เทวะที่สนับสนุน ข้าเดาว่าหลังจากสายเลือดของเขามาถึงรุ่นนี้ มันก็เหลือ
เพียงเด็กคนนี้เท่านั้น!”
“เป็นไปได้ เด็กนี้ไร้เดียงสาเกินไป!”
“น่าสนใจยิ่ง! เด็กคนนี้มายังเกาะวิญญาณสัญจรเพื่อจะเอาต้นสิบผล
ตัดเต๋าไป และเขาก็กล้าที่จะยืนอยู่ที่นี่ด้วย เขาไม่กลัวที่จะถูกคนอื่นอัดจน
เละ?”
นักสู้หลายคนได้สนทนากันด้วยกระแสเสียงปราณแท้ ทุกคนมองไป
ยังหลินหมิงด้วยแสงแห่งความเย้ยหยันในดวงตา ถึงคำอธิบายของ
หลิวอวิ๋นเกี่ยวกับหลินหมิง จะไม่ได้มีรายละเอียดเหมือนกับไป่หมิงอวี้ก็
ตาม เพราะหลิวอวิ๋นยังจงใจล้อเลียน และดูหมิ่นหลินหมิงอย่างเปิดเผย
ดังนั้นเหล่าศิษย์เหล่านี้จึงไม่รู้ว่าตัวตนระดับสูงของเกาะวิญญาณสัญจรได้
เรียกประชุมสภาผู้อาวุโส และเสี่ยวโฮเทียนยังได้สนับสนุนหลินหมิงด้วย
ไม่มีใครห่วงว่าหลินหมิงจะเดินออกไปจากที่นี่พร้อมกับต้นสิบผลตัด
เต๋า พวกเขาไม่ได้มองไปยังหลินหมิงด้วยความโกรธหรือความเกลียดชัง
กลับกัน พวกเขามองด้วยความรู้สึกขบขัน สำหรับพวกเขา นี่เป็น
เหมือนกับการที่ปุถุชนบอกจักรพรรดิว่าต้องการเอาบัลลังก์ของเขา
“ฮ่าฮ่า หลินหมิง ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยบอกว่าตนสามารถเป็นศิษย์สาย
ตรงชั้นยอดของเกาะวิญญาณสัญจรได้ใช่หรือไม่?” หลิวอวิ๋นยิ้มด้วยความ
มุ่งร้าย พูดออกมาเสียงดังต่อหน้าทุกคน
หึ บิดาผู้นี้จะเล่นกับเจ้าจนกว่าจะพอใจเอง!
แท้จริงแล้ว คำพูดเหล่านี้ของหลินหมิงทำให้เกิดความโกรธมากขึ้น
แม้ว่าศิษย์เหล่านี้จะเป็นศิษย์สายตรง แต่ก็เป็นศิษย์สายตรงระดับกลาง
เท่านั้น พวกเขาอยู่ห่างไกลจากความสามารถในการเปรียบเทียบ กับ
ตัวตนชั้นยอดเช่นไป่หมิงอวี้และเย่ฉุ่ยถง การที่จะกลายเป็นศิษย์สายตรง
คือเป้าหมายที่ทุกคนพยายาม ถึงแม้พวกเขาจะพยายามทุกวิถีทางแล้วแต่
ก็ยังยากเกินไป แต่ตอนนี้ พวกเขาได้ยินว่าหลินหมิงเคยกล่าวว่าตน
สามารถบรรลุเป้าหมายของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย มันจึงเป็นดั่งการถ่ม
น้ำลายรดหน้าพวกเขา
“น่าสนใจยิ่ง! ดูเหมือนว่าเจ้าค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง! ข้าได้ยินมาว่า
ผลการสอบเข้าของเจ้าค่อนข้างดีใช่หรือไม่?” เหล่าศิษย์พากันหัวเราะ
เยาะ
“ฮ่าๆ ผู้ได้อันดับหนึ่งในการเข้าสอบ ช่างร้ายกาจยิ่ง!” ศิษย์อีกคน
หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่โอ้อวด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหยาบคาย
“คนที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบเข้า สามารถเป็นได้เพียงศิษย์สายใน
ใช่หรือไม่? ข้าต้องขออภัย ข้าลืมที่จะขอร้องให้ศิษย์น้องของข้า บอกเรื่อง
เหล่านี้แก่เจ้า”
ในขณะที่ศิษย์หลายคนกำลังหันไปเย้ยหยันเขา หลินหมิงยิ้มและพูด
ว่า “ทุกคนดูเหมือนจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าไม่ได้บอกว่ามันง่ายที่จะ
กลายเป็นตัวตนสูงสุดในหมู่ของพวกเจ้า ถึงแม้จะไม่มีความหมายอันใด
กับข้ามาก เพราะข้าเองก็ไม่มีความสนใจ ที่จะเข้าร่วมเกาะวิญญาณ
สัญจรในตอนนี้หรือในอนาคต พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกดีกับตัวเอง
เหตุผลที่ข้าเข้าร่วมการสอบเข้าเกาะวิญญาณสัญจรก็เป็นเพียงเพราะข้า
ต้องการพบเจ้านิกาย”
คำพูดเหล่านี้ของหลินหมิงไม่เพียงแค่ตบหน้าพวกเขา แต่เหมือนกับ
การเอาอึมาราดหน้าพวกเขาเลยต่างห่าง! เหล่าศิษย์จึงกลายเป็นโกรธ
อย่างมาก หลินหมิงผู้นี้ไม่ได้เห็นเกาะวิญญาณสัญจรอยู่ในสายตาของเขา
เลย
หลิวอวิ๋นหักนิ้วดังลั่น “น้องชาย เจ้ามีความกล้าไม่เบา! ข้าอยากเห็น
นักว่าในวันนี้ว่าเจ้าจะเก่งจริงตามที่โอ้อวดหรือไม่! หากเจ้ามีความกล้า
หาญ ก็จงเข้าสู่แดนเร้นลับจำลองกับข้า! ศิษย์น้องหลู่ เปิดความยาก
ระดับ 29! และใส่หุ่นเชิดสังหารเข้าไป ถ้าเราจะเล่นกันเราก็ต้องเล่นของ
จริง!”
หลิวอวิ๋นตะโกนกับศิษย์ชื่อว่าหลู่ แต่ศิษย์คนนั้นดูไม่ค่อยสนใจ
ขณะที่เขาตอบ “ศิษย์พี่หลิว ไม่จำเป็นต้องฆ่าไก่ด้วยมีดฆ่าวัว ข้าสามารถ
จัดการกับเขาเองได้”
“ไม่จำเป็น ข้าจะสั่งสอนเขาด้วยตัวเอง”
ตอนเมื่อหลินหมิงเพิ่งมาถึง เขาได้ยินศิษย์คนหนึ่งสามารถผ่านระดับ
ความยากระดับ 27 ได้ จากสิ่งนี้ เขาก็สามารถรวบรวมความเข้าใจ
โดยประมาณ เกี่ยวกับความยากลำบากในแดนเร้นลับจำลองนี้ได้
ส่วนใหญ่แล้ว หลินหมิงจะไม่สนใจที่จะต่อสู้กับผู้อื่นในเรื่องเช่นนี้ แต่
นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลัวพวกเขา นอกจากนี้ ตามสิ่งที่เย่ฉุ่ยถงบ
อกเขา และยังคิดเกี่ยวกับการกระทำของมู่ฉุ่ยเทียน เขาก็ตระหนักเรื่องที่
สำคัญเช่นต้นสิบผลตัดเต๋า นางดูเหมือนกำลังทดสอบเขาอยู่ด้วย
บางทีทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจกำลังถูกมองโดยมู่ฉุ่ยเทียน นาง
อาจจะแอบดูเขาและดูว่าเขาจะสามารถรับมือกับศิษย์เหล่านี้ได้หรือไม่
เมื่อหลินหมิงตระหนักถึงเรื่องนี้ เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้
ได้ ถ้าเขาถอยกลับและซ่อนตัวยังที่พัก เขาก็จะดูเหมือนว่าสามารถกลั่น
แกล้งเขาได้อย่างง่ายดาย แล้วเขาจะได้รับต้นสิบผลตัดเต๋าจากการกระทำ
เช่นนี้ได้อย่างไร?
เขาหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ตั้งแต่เจ้าสนใจที่จะ ‘สั่งสอน’ ข้าแล้ว
เช่นนั้นพวกเจ้าทุกคนก็เข้าไปพร้อมกับข้าเป็นอย่างไร? ดินแดนเร้นลับนี้
สามารถเขาไปได้มากกว่าหนึ่งคนอยู่แล้ว”
“ฮ่าๆ นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการจะได้ยิน!”
“ถ้าเจ้าต้องการที่จะตายอย่างเลวร้ายนัก เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของศิษย์เหล่านี้เต็มไปด้วยความหยิ่งและประมาท
“ขอบคุณทุกคนที่เห็นด้วย แต่หลิวอวิ๋น เนื่องจากเจ้าเลือกความยากระดับ
29 ซึ่งหมายความว่าเจ้าคงจะเคยผ่านมันมาแล้ว เจ้าไม่คิดว่าการใช้ความ
ยากที่เจ้าได้ผ่านมาแล้วมันไม่น่าเบื่อไปหน่อยหรือ? หลินหมิงกล่าวออก
มาขณะที่เขาหันไปหาหลิวอวิ๋น
หลิวอวิ๋นคิ้วขมวด “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
สำหรับศิษย์อื่นๆ พวกเขาถูกทิ้งไว้ในความงุนงง ส่วนใหญ่ของพวก
เขาได้ผ่านระดับ 27-28, และระดับ 29 อาจจะหมายความว่า พวกเขาจะ
ประสบความทุกข์ทรมานและความพ่ายแพ้อย่างหนัก สำหรับระดับ
เหนือกว่านั้น มันจึงเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับพวกเขาที่จะเข้าไปได้
“สิ่งที่ข้าหมายถึงก็คือ เราควรเพิ่มระดับความยาก เฉพาะการทำ
เช่นนั้นมันจึงจะมีความท้าทาย” รอยยิ้มปรากฎอยู่บนใบหน้าของเขา
“อะไรกัน?”
“เจ้าสารเลวนี่บ้าไปแล้ว!”
“เจ้าหมายถึงอะไรที่ว่าบ้า เขาเป็นคนโง่เขลาต่างหาก! เขาไม่เคยเข้า
ไปในแดนเร้นลับจำลอง ดังนั้นเขาจึงไม่รู้แน่ชัดว่าระดับ 29 หมายถึงอะไร
เขาคงแค่อยากจะตาย”
ศิษย์โดยรอบหน้าซีด เมื่อพวกเขาได้ยินว่าหลินหมิงต้องการที่จะเพิ่ม
ระดับความยาก พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะจัดการกับความยากลำบาก
ระดับ 29 ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวถึงระดับที่สูงกว่านี้
“ว่าอย่างไร? พวกเจ้าไม่ได้พูดเรื่องการสอนบทเรียนให้ข้าหรอกหรือ?
พวกเจ้าต้องการที่จะกลับคำใช่หรือไม่?” สายตาของหลินหมิงกวาดไปยัง
ทุกคน คนเหล่านี้ทุกคนมีการบ่มเพาะที่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้นหรือต่ำกว่า
และพรสวรรค์โดยรวมของพวกเขาอยู่ต่ำกว่าอัจฉริยะของ 4 เผ่าสัตว์อสูร
เทวะ 4 เผ่าสัตว์อสูรเทวะเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เผ่ามังกรโบราณเคยเป็นขุมกำลังระดับราชันพิภพ
“เจ้า!” ศิษย์ทุกคนหวาดหวั่น พวกเขาไม่กลัวพวกหุนหัน แต่พวกเขา
กลัวคนที่ไม่สนใจชีวิตของตนเองมากกว่า หรือว่าหลินหมิงพยายามที่จะ
พินาศไปพร้อมกับพวกเขา?
“ข้าเข้าใจแล้ว เพราะเขามีการบ่มเพาะต่ำเกินไป และไม่สามารถ
เอาชนะเราได้ นั่นคือเหตุผลที่เขาพยายามดึงพวกเราทั้งหมดลงมาพร้อม
กับเขา!”
“มันยังจะมีอะไรที่ต้องกลัว? นี่เป็นเพียงแดนเร้นลับจำลองเท่านั้น!
แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่แท้จริง ถ้าเราได้รับบาดเจ็บสาหัส เราก็จะถูกขับ
ไล่ออกจากสนามก่อนที่เราจะตาย อย่างเลวร้ายที่สุดเราจะต้องพักฟื้นบน
เตียงครึ่งเดือน เขาอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เท่านั้น บาดแผลของ
เขาจะยิ่งแย่กว่าพวกเรามากนัก!”
“ใช่แล้ว ใครสนใจเกี่ยวกับบาดแผลบ้าง? เราไม่สามารถกลับคำและ
สูญเสียแรงกดดันต่อเขาได้”
ศิษย์หลายคนพูดคุยกันด้วยกระแสเสียงปราณแท้ ก่อนที่จะตกลง
เป็นเอกฉันท์ ส่วนหลิวอวิ๋น มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะ
ตัดสินใจ เขากัดฟันและพูดว่า “ย่อมได้! เปิดระดับ 30 และนำหุ่นเชิด
สังหารและสัตว์อสูรดุร้ายเข้าไปด้วย! นี่จะเป็นการต่อสู้ที่แท้จริง!”