Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,083 พี่ชายหลิวผู้น่าเศร้า
ในเวลานี้ นอกแดนเร้นลับจำลอง ไป่หมิงอวี้และเย่ฉุ่ยถงต่างก็จัดการ
รูปแบบค่ายกล ทันใดนั้น รูปแบบค่ายกลของแดนเร้นลับจำลองก็สั่นไหว
“หืม? ใครบางคนออกมา?” เย่ฉุ่ยถงกล่าว
ด้านข้างนาง ไป่หมิงอวี้มองไปยังเวลาและพูดเบาๆว่า “ไม่มีทางที่จะ
รวดเร็วถึงเพียงนี้ได้ ใครบางคนอาจจะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงและถูก
ส่งออกมามากกว่า มีหลายคนที่ไม่สามารถผ่านระดับที่ 30 ได้ จึงไม่ต้อง
พูดถึงการอยู่ภายในได้นานถึงหนึ่งชั่วโมง”
“อืม… น่าจะเป็นเช่นนั้น” ขณะที่เย่ฉุ่ยถงพยักหน้า แสงก็สาดประกาย
ขึ้น และศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรก็ถูกส่งออกมา
ความรู้สึกของไป่หมิงอวี้กวาดไปทั่วร่างของศิษย์ผู้นั้น ศิษย์ผู้นี้ไม่ได้
รับบาดเจ็บมาก เขาต้องใช้เวลาเพียงไม่กี่วันบนเตียงเท่านั้น ในแดนเร้น
ลับจำลอง ตราบเท่าที่ผู้หนึ่งไม่ได้เกินขีดจำกัดของตัวเองหรือมีโชคร้าย
มากเกินไป มันก็จะไม่มีการบาดเจ็บที่คุกคามชีวิตใดๆ
“เอานี่ไป” ไป่หมิงอวี้โยนโอสถฟื้นฟูออกมาจากแหวนมิติของเขา
และศิษย์ผู้นั้นคว้ามันไว้ด้วยความอับอายก่อนจะกลืนมันลงไป หลังจากที่
ได้โอ้อวดก่อนเข้าไป มันก็ทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหลือหน้าอยู่
เลย
หลังจากจากนั้น ค่ายกลก็สั่นไหวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศิษย์อีกหลายคน
ถูกส่งออกมา ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สำหรับนักสู้ระดับสูง ตราบ
เท่าที่ไม่มีใครเสียแขนหรือขา พวกเขาก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
ด้วยโอสถที่เพียงพอ
“30 นาทีผ่านไปแล้ว มีเพียงศิษย์ 4 คนที่ยังไม่ได้ถูกส่งออกมา
หลินหมิงยังอยู่ที่นั่น และคนอื่นๆก็ต่างอยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงต้น” ไป่หมิ
งอวี้กล่าว พลางลูบคางของเขา ดวงตาของเขาสาดประกายด้วยแสงสว่าง
จ้า แต่ก็ยังมีแสงเย็นชาที่มองไม่เห็นภายในนั้นด้วย “พรสวรรค์ของหลินห
มิงผู้นี้ค่อนข้างดี ข้าสงสัยว่าเขาจะสามารถอยู่ได้นานเพียงใดกัน ถ้าเขา
สามารถอยู่ได้นานเท่าหลิวอวิ๋น นั่นหมายความว่าการบ่มเพาะขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 8 ของเขา คล้ายคลึงกับอัจฉริยะขั้นเทพสมุทรช่วงต้นได้
พรสวรรค์เช่นนี้ถือว่าดียิ่งกว่าน้องสาวเย่ในอดีตเสียอีก”
ขณะที่เย่ฉุ่ยถงได้ยินไป่หมิงอวี้กล่าวถึงนาง นางก็ไม่ตอบสนอง นาง
ยังจดจำคำพูดของไป่หมิงอวี้ที่สภาผู้อาวุโสได้
ในเวลานี้ แดนเร้นลับจำลองสั่นไหวอีกครั้งและชายหนุ่มก็ถูกส่งออก
มาเหมือนลูกศรก่อนที่จะร่อนลงไปบนพื้นอย่างช้าๆ
“หืม?”
สายตาของไป่หมิงอวี้เบิกกว้างขึ้น จากความเร็วของบุคคลนี้และการ
เคลื่อนไหวที่มั่นคง มันดูเหมือนว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
ในจำลองแดนเร้นลับ ถ้าไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ออกมาก่อนเวลาที่
กำหนด นั่นหมายความว่าพวกเขาได้เสร็จสิ้นภารกิจภายในและได้สมบัติ
จำลอง
“หลินหมิง… เจ้า…”
ไป่หมิงอวี้ตกตะลึงอย่างมากขณะที่เขาเห็นใบหน้าของหลินหมิง
“หลินหมิง เจ้าทำภารกิจเสร็จแล้วเช่นนั้นหรือ?”
เย่ฉุ่ยถงเองก็ตกตะลึงอย่างมาก นางจ้องมองมายังหลินหมิงด้วย
ความงุนงง สำหรับนักสู้ที่กำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่ พวกเขาก็หยุดการรักษา
และมองไปยังหลินหมิงเช่นกัน
หลินหมิงค่อยๆสัมผัสที่แหวนมิติของเขา และนำเอาสมุนไพรบาง
ชนิดที่เต็มไปด้วยพลังงานต้นกำเนิดออกมา แต่หลังจากที่ออกจากแดน
เร้นลับจำลอง ‘สมุนไพร’ เริ่มสูญเสียพลังงานจิตวิญญาณของพวกมัน
อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหายไปอย่างสิ้นเชิง สมุนไพรยังเปลี่ยนรูปลักษณ์
ของพวกมัน เปลี่ยนเป็นเหรียญที่มีเพียงสองคำ ‘เร้นลับ’ เขียนไว้บนนั้น
นี่เป็นสมบัติจากแดนเร้นลับจำลอง!
“เขาทำมันสำเร็จจริงด้วย!”
ดวงตาของเย่ฉุ่ยถงเบิกกว้างขึ้น แม้นางจะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
เสร็จสิ้นภารกิจภายในแดนเร้นลับจำลองและออกมาอย่างปลอดภัย แต่
ขณะที่นางเห็นหลินหมิงดึงเอาสมบัติจำลอง ออกมาแสดงให้เห็นด้วยตา
ของนางเอง นางก็ต้องตกตะลึงและยอมรับในความเป็นจริงอย่างช่วย
ไม่ได้
เบื้องหลังเย่ฉุ่ยถง เหล่าศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บหนักต่างเหลือบมองกัน
และกัน พวกเขามองไปยังพวกตนที่สะบักสบอม และจากนั้นก็มองไปยัง
รูปลักษณ์อันบริสุทธิ์ของหลินหมิง พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขาถูกตบ
หน้าต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง พวกเขาต้องการให้ตนกลายเป็นมดและหลบ
ซ่อนเข้าไปในที่มืดมิด เพื่อหนีจากความอับอายนี้
พวกเขาเสี่ยงชีวิตและต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง แต่ผลก็คือพวกเขาถูก
ส่งออกมาในเวลาไม่นาน หลินหมิงไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขา
ยังทำภารกิจเสร็จสิ้นอีกด้วย ขณะที่พวกเขานึกถึงตอนที่ตัวเองหัวเราะต่อ
หลินหมิง ทุกคนต่างก็ต้องการเอาหัวโขกกำแพงให้ตายไปเสีย พวกเขา
รู้สึกละอายใจที่ได้ตกอยู่สถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้า
หลินหมิง
หลินหมิงโยนเหรียญไปไว้บนโต๊ะและมองขึ้นไปยังเย่ฉุ่ยถง “ศิษย์พี่เย่
ข้าจะกลับไปยังที่พักและฝึกฝนต่อ”
“ศิษย์น้องหลิน เจ้า…” เย่ฉุ่ยถงกลืนน้ำลาย สูญเสียคำพูดไป
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงก็ได้จากไปขณะที่บรรดาศิษย์ซึ่งได้รับบาดเจ็บ
กำลังก้มหัวอยู่ เฉพาะเมื่อหลินหมิงจากไปแล้ว พวกเขาจึงถอนหายใจยาว
ด้วยความโล่งอก เพราะข้อโต้เถียงก่อนหน้านี้ และสายตาที่หลินหมิงได้
ชำเลืองมองมายังพวกเขา มันก็ให้พวกเขาทุกคนรู้สึกเต็มไปด้วยความอับ
อาย ตอนนี้เมื่อเขาจากไป พวกเขาจึงเริ่มผ่อนคลายได้
สำหรับไป่หมิงอวี้ เขายังคงมองย้อนกลับไปยังแผ่นหลังของหลินหมิง
จนร่างของเขาเลือนหายไปไกล ดวงตาของเขาสาดประกายด้วยแสงเย็น
ชา
“มันเป็นไปได้อย่างไร พรสวรรค์ระดับนี้เป็นมากกว่าข้าหลายเท่าเมื่อ
ข้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา! เขายังเป็นมนุษย์หรือไม่!?”
ไป่หมิงอวี้ค่อยๆกำหมัด เล็บของเขาจิกลงไปในฝ่ามือ เขารู้สึกว่า
วิกฤติที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง การกำเนิดของอัจฉริยะที่แท้จริง
ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการรับรู้ พรสวรรค์นักสู้ หรือแม้กระทั่งการต่อสู้ใน
ชะตากรรมของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้เพื่อทรัพยากร พื้นหลัง
และมรดก มิเช่นนั้น ไม่ว่าอัจฉริยะจะมีพรสวรรค์เพียงใด พวกเขาก็ยังคง
จะถูกทำลายหากไม่ได้รับการบ่มเพาะที่เหมาะสม สำหรับหลินหมิงที่จะ
เติบโตมาได้เช่นนี้ ไป่หมิงอวี้ก็ย่อมจะไม่เชื่อว่าเขาไม่ได้มีขุมกำลัง
บางอย่างสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง!
แต่ด้วยอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ดังกล่าวที่สนับสนุนเขา เหตุใดพวกเขาจึง
ไม่ส่งผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเพื่อมาเอาต้นสิบผลตัดเต๋าเล่า? เหตุผลเดียวคือ
…
สายตาของไป่หมิงอวี้เริ่มเปล่งแสงของการตระหนักรู้ มันย่อมต้องมี
อิทธิพลหนุนหลังหลินหมิง แต่อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่นั้นคงจะไม่รู้เกี่ยวกับเรื่อง
ต้นสิบผลตัดเต๋า พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้ และหลินหมิง
ได้มาเป็นการส่วนตัวเพื่อนำต้นสิบผลตัดเต๋าไป
หลังจากตระหนักได้เช่นนี้ ไป่หมิงอวี้กลายเป็นรู้แจ้ง
ถ้ามันเป็นจริง เขาไม่จำเป็นต้องกลัวหลินหมิงเพราะหลินหมิงยังไม่
เติบโตขึ้น แต่นี่ก็อาจจะไม่เป็นความจริงในอนาคต!
“เจ้าเด็กนี่ ถ้าเขาถูกปล่อยให้มีชีวิตอยู่ เขาก็จะกลายเป็นศัตรูของ
เกาะวิญญาณสัญจร! โอกาสเดียวก็คือถ้าเขายอมปล่อยมือจากต้นสิบผล
ตัดเต๋า แต่มันเป็นไปไม่ได้!”
ไป่หมิงอวี้จมหายไปในความคิดของเขา ในเวลานี้ 45 นาทีได้ผ่านไป
แล้ว มันเหลือเพียง 15 นาทีก็จะครบหนึ่งชั่วโมง และเหลือนักสู้ขั้นเทพ
สมุทรช่วงต้นอยู่ภายใน 3 คน
หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งเหลือเวลาเพียงหนึ่งชั่วธูปก่อนด่านทดสอบ
จะจบลง แดนเร้นลับจำลองได้สั่นไหวขึ้นอีกครั้งและสองร่างที่โชกเลือดก็
ได้ถูกส่งออกมาตามลำดับ ทั้งสองไม่ใช่หลิวอวิ๋น
ศิษย์ทั้งสองได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ทันทีที่ออกจากดินแดนเร้นลับ
พวกเขาตกอยู่ในสภาพกึ่งหมดสติ เย่ฉุ่ยถงรีบไปช่วยรักษาพวกเขา
ทั้งสองคนนี้ถือว่าดีมากที่สามารถทนอยู่ได้จนเกือบหมดเวลา พวก
เขาไม่ได้มองไปรอบๆและเริ่มรักษาตนเอง ต่อมา ทรายในนาฬิกาทรายก็
ไหลลงที่ด้านล่างอย่างสมบูรณ์ เป็นสัญญาณว่าด่านทดสอบได้มาถึง
จุดสิ้นสุด
วูป –!
คนสุดท้าย หลิวอวิ๋น เขาถูกส่งออกโดยรูปแบบของค่ายกล!
ร่างกายของเขาถูกย้อมไปด้วยโลหิตและเส้นผมของเขาก็ยุ่งเหยิง เขา
ได้ผลาญปราณแท้ไปมากกว่า 90% และพยุงตัวเองอยู่ได้ด้วยลมหายใจ
สุดท้าย อย่างไรก็ตาม ในด่านทดสอบเขาได้เดินบนขอบเหวแห่งชีวิตและ
ความตาย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเขา ถึงแม้ร่างกายของเขาจะ
เจ็บปวดอย่างหนัก และเขาก็เหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ก็เต็มไปด้วยความสุข
และความกระปรี้กระเปร่า
“ฮ่าฮ่า! 1 ชั่วโมง… ในที่สุดข้าก็ทนอยู่จนจบได้! ฮ่าๆๆ!”
หลิวอวิ๋นเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้ที่เข้าไป เมื่อนักสู้อีกสอง
คนออกมา พวกเขาก็ไม่ได้มีแรงเหลือที่จะพูด แต่หลิวอวิ๋นกลับสามารถ
ยืนและหัวเราะเสียงดังได้
“ฮ่าๆ ศักยภาพของมนุษย์จะถูกขุดออกมาอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขา
มาถึงขีดจำกัด ข้าพึ่งพาเจตจำนงของตัวเองเพื่อทนอยู่จนจบได้! มันรู้สึก
ยอดเยี่ยมอย่างมาก!” หลิวอวิ๋นตะโกนออกมา เสียงของเขาแผ่กว้าง
ออกไป อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขาไม่ได้ยินเสียงสรรเสริญกลับมา และก็
รู้สึกว่าบางอย่างผิดพลาด เขามองไปรอบๆและเห็นว่าศิษย์อื่นได้รับ
บาดเจ็บหนักกว่าเขา และพวกเขาก็ถูกส่งออกมาก่อนเวลา เห็นได้ชัดว่า
ไม่สามารถทนอยู่จนจบได้ ถึงกระนั้น พวกเขาทุกคนก็มองเขาด้วยสายตา
แปลกๆ แม้แต่ไป่หมิงอวี้และเย่ฉุ่ยถงก็ทำเช่นนั้น
“หืม? พวกเจ้ากำลังมองอะไรกัน? หลินหมิงอยู่ที่ไหน? ทำไมข้าถึงไม่
เห็นมันที่นี่? ข้าอยากเห็นว่ามันจะเป็นอย่างไรหลังจากที่ท้าทายระดับ
30!”
หลังจากมองไปรอบๆและไม่เห็นหลินหมิง หลิวอวิ๋นก็ไม่มีความสุข
มากนัก เพื่อให้เรื่องราวความสำเร็จของเขาสมบูรณ์แบบ เขาจำเป็นต้อง
ใช้หลินหมิงเพื่อแสดงมัน แต่หลินหมิงกลับไม่ได้อยู่ที่นี่เลย
“เขา… จากไว้แล้ว” ศิษย์ที่กำลังฟื้นฟูช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา เมื่อ
เห็นภาพลักษณ์ของหลิวอวิ๋นที่มีความสุข
“จากไปแล้ว? บาดแผลสาหัสและถูกหามไปแล้ว?” หลิวอวิ๋นขุ่นเคือง
ถ้าหลินหมิงถูกหามไปแล้ว เขาจะแสดงความยิ่งใหญ่ของตนได้อย่างไร
“นี่…” ศิษย์ที่ได้รับบาดเจ็บหลายคนเหลือบมองกันและกัน ไม่มีใครรู้
ว่าจะพูดอย่างไรดี พวกเขาถือว่าเป็นทีมเดียวกับหลิวอวิ๋น และตอนนี้เมื่อ
พวกเขาเห็นหลิวอวิ๋นกำลังเป็นตัวตลก มันก็ไม่มีใครกล้าพอที่จะบอก
ความจริงกับเขา
ในเวลานี้ เย่ฉุ่ยถงจ้องมองไปยังหลิวอวิ๋นและบอกอย่างตรงไปตรงมา
ว่า หลินหมิงไม่ได้รับบาดเจ็บ เขาทำภารกิจเสร็จสิ้นและตัดสินใจที่จะจาก
ไปโดยไม่รอเจ้า
“หืม…?” หลิวอวิ๋นแข็งค้างไปเมื่อได้ยิน หลังจากนั้นเขาก็ตื่นตระหนก
“อะ-อะไรกัน?”
ดวงตาของหลิวอวิ๋นเบิกกว้างราวกับจันทร์เต็มดวง “เจ้ากำลังเล่น
ตลกอันใดกัน มันเป็นไปได้อย่างไร!?”
“ข้าไม่มีความสนใจจะมาล้อเล่นกับเจ้า ดูนี่ซะ เจ้ารู้จักหรือไม่?” เย่
ฉุ่ยถงกล่าวออกมา และชี้ไปยังเหรียญบนโต๊ะหลังจากที่ถูกถามโดย
หลิวอวิ๋น ไม่ใส่ใจที่จะพูดกับเขาจากนั้นนางก็จากไปเช่นกัน
สำหรับไป่หมิงอวี้ เขาถอนหายใจยาวและตบไหล่ของหลิวอวิ๋นโดยไม่
กล่าวอันใด แต่มันเป็นที่ชัดเจนว่ามันหมายความว่าอย่างไร
นี่ เป็นไปไม่ได้!
“พี่ชายหลิว มันเป็นความจริง” ศิษย์ขั้นทำลายชีวิตหลายคนที่ได้รับ
บาดเจ็บกล่าวออกมาหลังจากไป่หมิงอวี้จากไป ทุกคนมีสีหน้าราวกับ
มารดาและบรรพบุรุษของพวกเขาเสีย
หลินหมิงจากไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนโดยไม่ได้รับบาดเจ็บเลย และดู
เหมือนว่าเขาจะไม่ได้ใช้พลังงานใดๆเลยด้วย เขาวางเหรียญลงบนโต๊ะ
และจากไป เราทุกคนเห็นกับตา”
“พี่ชายหลิว อย่าเศร้าไปเลย”