Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,082 ผ่านได้อย่างง่ายดาย
หลิวอวิ๋นตระหนักถึงทักษะของตัวเอง เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ผ่านระดับ 30 ตราบเท่าที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป และอยู่ได้จน
หมดเวลาก็จะไม่เป็นไร
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงจะอยู่ในสภาพที่เลวร้าย เขาคงจะถูกทุบตีจน
กระดูกหักและเขาอาจจะเป็นง่อย ภายในแดนเร้นลับจำลองเป็นสิ่งที่
อันตรายมาก ถึงแม้ว่าจะมีค่ายกลช่วยชีวิตไว้ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงใน
สงครามอาจเกิดขึ้นภายในพริบตา เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่อ่อนแอ
จะต้องสูญเสียแขนหรือขาไป
ขณะที่หลิวอวิ๋นคิดได้เช่นนี้ เขาก็ยิ้มอย่างพอใจ
เมื่อเย่ฉุ่ยถงเห็นรอยยิ้มอันน่าสยดสยองของหลิวอวิ๋น ดวงตาของนาง
ก็กระตุก นางไม่คิดว่าหลินหมิงจะขาดความเข้าใจเกี่ยวกับแดนเร้นลับ
จำลอง และกล้าที่จะท้าทายความยากลำบากระดับ 30 เช่นนี้ นาง
อยากจะให้คำแนะนำแก่เขา แต่จากลักษณะของหลินหมิง เขาย่อมจะไม่
ฟังนาง นางสามารถบอกได้แค่ว่า “ศิษย์น้องหลิน…ไม่ต้องพยายามหา
สมบัติ เพียงเดินไปรอบขอบก็พอ มันจะมีแรงกดดันน้อยกว่า…”
หลิวอวิ๋นกล่าว “ศิษย์พี่เย่ ท่านอย่าได้พยายามพูดอะไรกับเขาเลย
เขาคงจะไม่ฟังท่านแน่ เปิดค่ายกล ท่านและศิษย์พี่ไป่สามารถจัดการ
รูปแบบค่ายกลได้”
เย่ฉุ่ยถงและไป่หมิงอวี้แข็งแกร่งกว่าเหล่าศิษย์อื่นๆ มันเป็นธรรมชาติ
ที่พวกเขาจะรับหน้าที่ในการจัดการรูปแบบค่ายกล
“ย่อมได้” เย่ฉุ่ยถงเหลือบมองไปยังหลินหมิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะ
เปิดรูปแบบค่ายกล
ครึ่น ครึ่น ครึ่น!
รูปแบบค่ายกลเปิดขึ้น ศิษย์ทั้งหมดได้กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปใน
แดนเร้นลับ แต่ความเร็วของหลินหมิงก็เหนือกว่าทุกคน
“รวดเร็วดี! อย่างไรก็ตาม ในแดนเร้นลับจำลอง สิ่งที่สำคัญคือความ
แข็งแกร่งของเจ้า”
ไป่หมิงอวี้กอดหน้าอก รอยยิ้มที่พอใจปรากฎบนใบหน้าของเขา
บึม บึม บึม!
เสียงของพลังงานที่รุนแรงขยายออกไปจากแดนเร้นลับจำลอง
เรียบร้อยแล้ว หลินหมิงพบว่าเมื่อเข้ามา เขาก็ถูกแยกออกจากคนอื่น มัน
มีพื้นที่หลายชั้นในแดนเร้นลับจำลอง มันเป็นพื้นที่ซับซ้อนอย่างมาก
วูซ! วูซ! วูซ!
ด้านหน้าของหลินหมิง มันมีลำแสงหลายสิบพุ่งมายังเขา สิ่งเหล่านี้
คือลำแสงจากค่ายกลสังหารที่ยิงออกมา ถ้าเขาโดนพวกมันเข้า แม้ว่าจะ
ไม่ทำให้เขาบาดเจ็บได้ แต่ก็ยังจะทำให้ผลาญปราณแท้ปกป้องร่างอย่าง
มาก
หลินหมิงเปิดใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม ร่างของเขาหายไปทันที่
และลำแสงเหล่านี้ก็ปะทะเข้ากับอากาศที่ว่างเปล่า แต่ในขณะนั้น ด้วย
เสียงคำราม หุ่นเชิดยักษ์หลายสิบตัววิ่งมายังเขา ตลอดจนสัตว์อสูรดุร้าย
ต่างๆของแดนเร้นลับ สัตว์อสูรดุร้ายเหล่านี้ได้ตายไปแล้ว แต่ภายใต้การ
จัดการของรูปแบบค่ายกล พวกมันก็สามารถสร้างความแข็งแกร่งส่วน
หนึ่งของพวกมัน เมื่อยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมาได้
“มิติอนุภาคแรกกำเนิด!”
หลินหมิงไม่ได้ยั้งมือใดๆ ด้วยทักษะเร้นลับที่มู่เชียนเสวียสอนให้เขา
ตอนนี้เขาจึงสามารถซ่อนความผันผวนของพลังงานทั้งหมด จากทักษะ
การต่อสู้ และทำให้เขาสามารถใช้มิติอนุภาคแรกกำเนิด โดยไม่ต้องหลบ
ซ่อนอีกต่อไป
วูป!
มิติอนุภาคแรกกำเนิดสีเทาแผ่ขยายออกไปทันที่ มันได้ห่อหุ้มหุ่นเชิด
เหล่านั้น
กฎอนุภาคแรกกำเนิดมีพลังในการทำลายล้างทุกอย่าง สสารเริ่ม
ย่อยสลายพลังงานภายในร่างกายของพวกมันไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวก
มันจะมีพลังป้องกันที่สูงมาก มันเหมือนกับว่าพวกมันได้ตกลงสู่บึงโคลน
และปฏิกิริยาการตอบสนองก็เชื่องช้าลง
“ตาย!”
หลินหมิงกวาดหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกไป และพลังเพลิงสำแดงบน
ขอบหอก ที่ใดก็ตามที่หอกนี้ผ่านไป หุ่นเชิดจะถูกระเบิดออกอย่าง
สมบูรณ์ เศษซากของมันที่แตกสลายเหล่านี้ แตกออกเป็นส่วนหนึ่งของ
มิติอนุภาคแรกกำเนิด และกลายเป็นพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดขั้น
พื้นฐาน
หลินหมิงสังหารหมู่หุ่นเชิดนับสิบในคราวเดียว ซึ่งแต่ละตัวเทียบเท่า
นักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วงต้น แต่เขาไม่ได้รู้สึกเหมือนว่าได้ใช้พลังงานใดๆเลย
หลังจากที่ดูดซับไขกระดูกมังกร ความทนทานของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นถึง
ระดับที่ไม่น่าเชื่อ ก่อนหน้านี้เขามีปัญหา ในการแสดงมิติอนุภาคแรก
กำเนิดออกมาได้เพียงช่วงสั้นๆ แต่ตอนนี้เขาสามารถใช้งานมันได้เป็น
เวลานานพอสมควร ถือได้ว่าเป็นทักษะติดตัว
สายฟ้าล่าสังหาร!
ฟู่วว!
แสงสีม่วงสาดประกายขึ้น และสัตว์อสูรดุร้ายสองตัวถูกเผาด้วยพลัง
แห่งสายฟ้า สำหรับหลินหมิงเขาได้ใช้ประโยชน์จากความเร็วสูงสุดของ
สายฟ้า และพุ่งไปไกลกว่าสิบไมล์ แสงศักดิ์สิทธิ์หลายสายของค่ายกล
สังหารปรากฏขึ้น แต่หลินหมิงก็พุ่งผ่านช่องแคบระหว่างพวกมันราวกับ
ปลาเล็กในน้ำ!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่คาดหวังก็คือหลังจากผ่านช่องเหล่านี้ไป มีด
หลายร้อยเล่มจะยิงออกจากรูปแบบค่ายกลที่ซ่อนอยู่ด้วย มีดเหล่านี้
กระจัดกระจายอยู่ในช่วงกว้างและแม่นยำมาก พวกมันปิดกั้นทุกทิศทาง
ที่เป็นไปได้สำหรับหลินหมิงในการหลบเลี่ยง!
“หืม? ไม่สามารถหลบได้!”
หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ วิถีการโจมตีที่ยุ่งยากและละเอียดอ่อนนี้
เป็นความงดงามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ มีดเหล่านี้ยังถูกทำให้คมขึ้นด้วยพลัง
รูปแบบค่ายกล หากมีดเหล่านี้โดนเข้ากับปราณแท้ปกป้องร่างของนักสู้
ทั่วไป พวกมันก็อาจจะถูกฉีกขาดเหมือนกระดาษเปล่า ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่าเหตุใดศิษย์เหล่านั้นจึงหน้าซีดเมื่อได้ยินถึงระดับความยาก 30
แต่สำหรับหลินหมิงมันล้วนไม่มีปัญหาใดๆ เขามีหลายวิธีในการ
รับมือกับมีดเหล่านี้
ขณะที่มีดหลายร้อยเล่มกำลังจะโจมตีหลินหมิง จิตวิญญาณต่อสู้
ระดับทองภายในทะเลทางจิตวิญญาณของเขาก็กู่ร้องออกมา จิตวิญญาณ
ต่อสู้ได้แบ่งตัวเองออกเป็นหลายสายเท่ากับจำนวนมีดและหยุดยั้งพวกมัน
ไว้
จากนั้น เหมือนกระต่ายที่หลบหนี หลินหมิงรอดผ่านช่องเปิดของมีด
เหล่านี้
ด้วยเสียงกระแทกของโลหะ มีดโลหะเหล่านั้นได้บิดเบี้ยวขณะที่เขา
พุ่งผ่านไป
หลินหมิงไม่ได้หยุดลง เขายังคงไปต่อ ส่งสัมผัสกวาดออกไป ในเวลา
เดียวกันเพื่อตรวจสอบถึงสภาพแวดล้อมของเขา
สมบัติในแดนเร้นลับจำลองอาจปรากฏขึ้นที่ใดก็ได้ ไม่มีตำแหน่งคงที่
และตำแหน่งนี้ก็จะถูกซ่อนไว้ นี่คือการทำซ้ำสถานการณ์ภายในแดนเร้น
ลับแปลกแยก เพราะเมื่อเข้าสู่ดินแดนเร้นลับ มันก็จะไม่มีใครสามารถ
คาดเดาสถานที่ของสมบัติได้เช่นกัน
หลังจากหนึ่งชั่วธูปผ่านไป หลินหมิงได้แทงหอกออกไปนับไม่ถ้วน ใน
การสังหารหุ่นเชิดตามเส้นทาง ในเกาะวิญญาณสัญจร แม้ว่าจะมีซากศพ
ยักษ์ทะเลทรายจำนวนมากจากดินแดนเร้นลับ แต่หุ่นเชิดขั้นเทพสมุทร
ช่วงต้นก็ยังถือว่าล้ำค่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดใช้การทดสอบเช่นครั้งนี้ได้
ทุกครั้ง
และในเวลาเดียวกัน ในพื้นที่คู่ขนานที่แตกต่างกัน หลิวอวิ๋นกำลัง
ต่อสู้อย่างขมขื่นกับหุ่นเชิดยักษ์ ถ้าผู้หนึ่งไม่ได้ฆ่าหุ่นเหล่านี้ได้อย่าง
รวดเร็วพอแล้ว ความผันผวนของพลังงานจากการต่อสู้ก็จะยิ่งดึงดูดพวก
มันมา ในท้ายที่สุด ผู้ท้าชิงจะตกอยู่ในวงล้อมหุ่นเชิดและล้มเหลว
“บัดซบ เพิ่งผ่านไปเพียง 15 นาทีเอง แต่แดนเร้นลับจำลองนี้จะคง
อยู่ทั้งชั่วโมง! ถ้าข้าไม่สามารถหาสมบัติได้ในช่วงเวลานี้แล้ว มันก็จะถือว่า
เป็นความพ่ายแพ้ แต่ข้ายอมแพ้ต่อความคิดการหาสมบัติไปแล้ว สิ่งที่ข้า
ต้องทำคือ ทนอยู่ให้ได้ 15 นาทีแทน”
หลิวอวิ๋นคาดการณ์ถึงเวลาที่เขาจะทนอยู่ได้ ในอัตราการใช้พลังงาน
เช่นนี้ และใบหน้าของเขาก็ดูน่าเกลียด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในความ
ยากระดับ 30 และเขาค้นพบว่าได้ประเมินมันต่ำไป
“ดี ยิ่งยากเท่าไหร่มันก็ยิ่งดี นี่คือการทดสอบของข้า ทดสอบขีดจำกัด
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของข้า นอกจากนี้ เจ้าหลินหมิงนั่นจะต้องอยู่
ในสภาพที่น่าสังเวชที่มากยิ่งกว่าข้าเป็นแน่!”
ขณะที่หลิวอวิ๋นคิดได้เช่นนี้ เขาใช้ปราณแท้และต่อสู้อย่างจริงจังมาก
ขึ้น หลังจากที่จัดการหุ่นเชิดได้ ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น เขาค้นพบว่ามี
ช่องว่างในวงรอบของหุ่นเชิด
“โอกาสมาถึง!”
หลิวอวิ๋นเปิดใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของเขา และพุ่งผ่านออกไปใน
ครั้งเดียว ในระหว่างการทะลวงออกไป หุ่นเชิดโจมตีที่ด้านหลังของเขา
อย่างรุนแรงด้วยกรงเล็บ ทำให้มีโลหิตไหลออกมา
ความเจ็บปวดกระจายออกไป หลิวอวิ๋นกระอักโลหิต แต่ก็บังคับให้
ตนเองออกจากวงล้อมหุ่นเชิดมาได้ แต่ในเวลานี้ มันมีคมมีดจำนวนมาก
จากค่ายกลสังหารพุ่งมายังหลิวอวิ๋น ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีทั้งหมด
“บัดซบ!”
หลิวอวิ๋นได้เข้ามาในแดนเร้นลับจำลองนี้นับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นเขาจึง
รู้ว่ามีดเหล่านี้น่ากลัวมาก มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะผ่านพวกมันไป
หลิวอวิ๋นร้องออกมาและแกว่งดาบหนักในมือปัดมีด 7-8 เล่ม
จากนั้นเขาก็ยกแขนขึ้นกันหัวของตนไว้ เขายังหดขาด้วย ให้เหลือพื้นที่
น้อยที่สุดสำหรับมีดที่เหลือในการปะทะกับร่างกาย
แม้ว่าเขาจะมีจิตวิญญาณต่อสู้ แต่ก็ยังห่างไกลจากระดับทอง ดังนั้น
เขาก็ไม่สามารถสร้างโลกแห่งการประจักษ์ขึ้นมาได้ มันไม่ใช่ปัญหา
สำหรับเขาที่จะถ่ายเทจิตวิญญาณต่อสู้เข้าไปในวัตถุที่ไม่มีเจ้าของ แต่
สำหรับเขาที่จะควบคุมมีดเหล่านี้ย่อมเป็นไปไม่ได้
ปรุ ปรุ ปรุ!
โลหิตสาดกระเซ็น ปราณแท้ปกป้องร่างของหลิวอวิ๋นถูกเจาะผ่าน
ขณะที่มีดสามเล่มแทงเข้าที่ แขน ขา และท้องของเขา ใบหน้าของเขา
กลายเป็นซีดยิ่งกว่ากระดาษ แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็ไม่โดนจุดสำคัญใดๆ
ของเขา หลังจากผ่านมาได้เขาก็ไม่หันกลับไป
นอกจากหลิวอวิ๋น ศิษย์คนอื่นๆอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชยิ่งกว่า
ความแข็งแกร่งของพวกเขาต่ำกว่าหลิวอวิ๋นมาก ศิษย์ผู้หนึ่งที่ใช้ดาบ
ถูกโจมตีที่หน้าอกโดยสัตว์อสูรดุร้าย เขาของพวกมันทำให้ซี่โครงหลายซี่
ของเขาหัก และกระอักโลหิตจำนวนมาก เขาตกลงไปบนพื้นดิน ดวงตา
ของเขาเต็มไปด้วยดวงดาว
แต่เมื่อมองขึ้นไป เขาก็เห็นสัตว์อสูรดุร้ายตามมาหาเขาอีก
ศิษย์ผู้นั้นจึงสาปแช่งทันที่ “บัดซบ บาดแผลของข้าไม่สู้ดีแล้ว เหตุใด
ข้าจึงยังไม่ถูกส่งออกไปจากทีนี่อีกเล่า?!”
ในแดนเร้นลับจำลอง ผู้หนึ่งจะไม่สามารถยกเลิกแล้วออกไปด้วย
ตนเองได้ เฉพาะเมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือสูญเสียประสิทธิภาพในการ
ต่อสู้ส่วนใหญ่แล้วเท่านั้น พวกเขาจึงจะถูกส่งออกไป นี่คือการตัดเส้นทาง
หนีทั้งหมดของเหล่าศิษย์ และบังคับให้พวกเขาไปถึงขีดจำกัดของตนเอง
ไม่ว่าอย่างไร ในแดนเร้นลับแปลกแยกของจริงก็มีเพียงชีวิตหรือความตาย
เท่านั้น
ขณะที่ศิษย์ได้เห็นสัตว์อสูรดุร้ายวิ่งมาหา เขาก็เริ่มตกใจกลัว เขาไม่รู้
ว่าบาดแผลของตนไม่ร้ายแรงพอจนทำให้ถูกส่งออกไป
ความคิดของศิษย์สะท้าน และเช่นเดียวกับที่สัตว์อสูรดุร้ายกำลังจะ
ฉีกเขา เขาจึงได้ตะโกนเสียงดังขึ้นและโจมตีด้วยกระบี่ อย่างไรก็ตาม
กระบี่นี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปยังสัตว์อสูรดุร้าย แต่เป็นของตัวเอง ถ้าเขาต่อสู้กับ
สัตว์อสูรดุร้ายและได้รับบาดเจ็บสาหัสในจุดที่สำคัญบางอย่าง เขาก็
อาจจะต้องพักฟื้นครึ่งเดือนบนเตียง แต่ถ้าเขาทำให้ตนเองบาดเจ็บ เขาก็
จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นกว่า
เอือก!
โลหิตไหลออก ในวินาทีถัดไป แสงสาดประกายขึ้นและเขาถูกส่งออก
จากแดนเร้นลับจำลอง
ในตอนนี้ เวลาผ่านไปไม่นาน หลินหมิงทะลวงผ่านอีกกลุ่มของหุ่น
เชิด ทันใดนั้น ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้น เขาได้พบตำแหน่งของสมบัติแล้ว!
สมบัติถูกซ่อนไว้ใต้เนินเขาขนาดใหญ่ มันดูเหมือนจะเป็นโอสถระดับ
ปฐพี
“มันยังมีรูปแบบค่ายกลบนเนินเขานี้ด้วยหรือ? แต่มันไร้ประโยชน์ต่อ
หน้าข้า”
ความคิดของหลินหมิงสัมผัสกับต้นอ่อนเทพทรราช พลังเพลิงและ
สายฟ้าปะทุขึ้นขณะที่เขาพุ่งหอกออกไป
สายรุ้งทะลวงสวรรค์!
บึมมมม!
ด้วยเสียงระเบิดดังขึ้น มันทำให้เนินเขาแยกออกจากกัน ในวินาที
ต่อมา หลินหมิงก็ได้นำเอาสมบัติจำลองไป มุ่งหน้าตรงไปยังทางออกของ
แดนเร้นลับจำลอง