Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,090 ภูเขาสีม่วง
จากทั้งสองหน่วย หน่วยหลักประกอบด้วยกองกำลัง 90% ของกลุ่ม
เดิม ขณะที่หน่วยสำรองมีเพียง 10% เท่านั้น ทั้งสองหน่วยต่างผู้มี
เชี่ยวชาญระดับสูง เย่ฉุ่ยถงและไป่หมิงอวี้อยู่ในหน่วยหลัก
นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหน่วยรองเป็นสองศิษย์หญิงขั้นเทพสมุทร
ช่วงกลาง ทั้งสองคนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่น่าเชื่อถือของเย่ฉุ่ยถง
นอกจากพวกนาง ก็มีเพียงหลินหมิงเท่านั้น หลินหมิงอยู่ในขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 8 และความแข็งแกร่งของเขาก็สามารถที่จะกำราบนักสู้ขั้นเทพ
สมุทรช่วงต้นเช่นหลิวอวิ๋นได้ แต่แท้จริงแล้วขีดจำกัดความแข็งแกร่งของ
เขาเป็นอย่างไรนั้น มันก็ไม่มีใครรู้นอกจากหลินหมิง
เย่ฉุ่ยถงไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการกระจายกองกำลังดังกล่าวอย่าง
สิ้นเชิง
“ข้าจะบอกให้พวกเขาใช้อุโมงค์ใต้ดิน มันมีชั้นหินที่สามารถป้องกัน
สัมผัสรับรู้ขอบพวกเขาได้ มันจะทำหน้าที่ในการซ่อนตำแหน่ง ดังนั้นพวก
เขาจะไม่เป็นอันตรายใดๆ ในทางกลับกัน หน่วยหลักที่อยู่ด้านนอก เรามี
คนนับพันและเป็นเป้าหมายใหญ่ ตราบเท่าที่ขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่า
กระดูกเวทไม่ตาบอด พวกเขาก็จะค้นพบเราอยู่ดี เจ้าต้องการให้ข้าส่ง
กองกำลังหลักเข้าไปในอุโมงค์เหมืองแร่ และปล่อยให้พวกที่เหลือกระจาย
อยู่ในทะเลทราย? ไม่เพียงแค่นั้น การเข้าไปในอุโมงค์ก็เป็นเพียงชั่วคราว
เท่านั้น ไม่ว่าอุโมงค์จะมีแหล่งทรัพยากรหรือไม่มี เจ้าก็ต้องกลับมาหาเรา
ในอีก 80 ชั่วโมงนับจากนี้ และช่วยต่อสู้ในศึกช่วง 16 ชั่วโมงสุดท้าย
ขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวทจะต้องต่อสู้กับเราอย่างแน่นอน!”
ข้อแก้ตัวของไป่หมิงอวี้ถือว่าเหมาะสม เย่ฉุ่ยถงลังเลใจ อุโมงค์
ปลอดภัยมากและไม่จำเป็นต้องใช้กำลังคนมากนักจริงๆ ไม่ว่าใครก็ไม่
อยากถูกแยกออกจากคนที่พวกเขาไว้วางใจ และพวกเขาก็ไม่ต้องการถูก
ส่งไปยังหน่วยอื่นด้วย นั่นเป็นธรรมชาติของมนุษย์
เย่ฉุ่ยถงคิดชั่วครู่แล้วก็พูดว่า “ก็ได้ ข้าเห็นด้วย แต่ข้าจะเข้าไปใน
อุโมงค์กับพวกเขา” แม้ว่าเย่ฉุ่ยถงมีบุคลิกอ่อนโยนตามธรรมชาติ แต่นาง
ไม่ใช่คนที่จะละทิ้งผู้อื่นได้ เมื่อไม่นานมานี้ นางตัดสินใจที่จะเข้าชิง
ตำแหน่งเจ้านิกายและได้ชนะใจศิษย์หญิงจำนวนหนึ่งเพื่อเป็น
ผู้ใต้บังคับบัญชาของนาง คนที่ถูกส่งไปยังอุโมงค์คือคนของนาง ดังนั้นจึง
เป็นธรรมดาที่นางจะต้องตามไป
“หืม?” ไป่หมิงอวี้ขมวดคิ้ว “ศิษย์น้อง ข้าคิดว่าเจ้าเข้าใจผิดบางสิ่ง
บางอย่าง ข้าเป็นหัวหน้าหน่วยกลุ่มนี้ตามคำสั่งของผู้อาวุโสสูงสุด ข้าไม่ได้
พูดคุยกับเจ้า แต่กำลังสั่งเจ้า! ถ้าเจ้าอยากจะเข้าไปในอุโมงค์ข้าก็สามารถ
ช่วยให้เจ้าไปได้ แต่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น! ถ้าเจ้ายังตั้งคำถามกับคำสั่ง
ของข้า ข้าจะจัดการกับเจ้าในฐานะคนที่ละเมิดกฎของนิกายได้!”
เสียงของไป่หมิงอวี้แหลมคม แต่เย่ฉุ่ยถงไม่หวาดกลัวขณะที่นางมอง
เขา สถานะของนางอยู่ในระดับเดียวกับไป่หมิงอวี้ ดังนั้นนางจึงไม่
จำเป็นต้องกลัวเขา
”นังโง่ ที่ข้าปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ก็เพราะข้าต้องการฆ่าแค่เพียง
หลินหมิงเท่านั้น และทำให้เจ้าอ่อนลงเล็กน้อย แต่เจ้ากลับตัดสินใจที่จะ
รีบเร่งไปสู่ความตายด้วยตนเอง อย่าได้โทษข้าสำหรับการตัดสินใจของ
เจ้าเอง” ไป่หมิงอวี้คิดขณะที่เขาหันกลับมา ในช่วงเสี้ยวเวลานั้น แสงแห่ง
ความเย็นชาปรากฎขึ้น แน่นอนเขาไม่เปิดโอกาสให้เย่ฉุ่ยถงมีชีวิตอยู่
เพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกเสน่หานางมากมายอะไรนัก แต่เย่ฉุ่ยถงเป็นหญิง
งามที่มีพรสวรรค์น่าทึ่ง และแน่นอนว่าเขาจะไม่ใส่ใจหากได้แต่งงานกับ
นาง และให้นางกลายเป็นภรรยาของเจ้านิกาย แต่เขาก็รู้ว่าแม้นางจะ
เงียบและอ่อนโยน แต่นางก็ยังหยิ่งเข้ากระดูก นางปฏิเสธที่จะอยู่ภายใต้
บัญชาผู้ใด ดังนั้นนางจะยอมจำนนต่อเขาได้อย่างไร? นอกจากนี้ นางได้
ตัดสินใจที่จะต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งเจ้านิกายอีกด้วย พวกเขาจึงถูก
กำหนดให้เป็นศัตรู ไม่ช้าก็เร็ว ไป่หมิงอวี้จะต้องลงมือกับเย่ฉุ่ยถง!
ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะไม่ตัดสินใจฆ่าเย่ฉุ่ยถงในการเดินทางครั้งนี้
เพราะเขาไม่ได้คาดหวังว่าเผ่ากระดูกเวทหรือขุนเขาเสี้ยววิญญาณจะ
แสดงความเมตตาใดๆ เพียงเพราะเขาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ หลินหมิง ในช่วง
16 ชั่วโมงสุดท้ายที่นี่ มันจะเป็นสงครามแห่งชีวิตและความตาย ถ้าเขา
สูญเสียฐานความแข็งแกร่งของเย่ฉุ่ยถง การต่อสู้ครั้งนี้ก็จะทำได้
ยากลำบาก
‘ลืมไปเถอะ ข้าจะจัดการนางในแดนเร้นลับทะเลทรายโลหิต
เดียวดาย และทำให้นางตายไปพร้อมกับหลินหมิง’ ไป่หมิงอวี้คิดได้เช่นนี้
เขาหันไปหาศิษย์ที่อยู่ข้างหลังเขาและพูดว่า “ทุกคนในหน่วยหลักมากับ
ข้า ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้มีหน้าที่ทำเหมืองแร่ ศิษย์สายตรงไม่
จำเป็นต้องช่วย พวกเขาจะต้องรับผิดชอบในการเฝ้าดูและรักษาความ
ปลอดภัย ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก แม้ว่าขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่า
กระดูกเวทจะยังไม่ปรากฏตัว แต่เราก็ต้องคอยระวังเรื่องที่ไม่คาดคิด ไม่
ว่าอย่างไร แดนเร้นลับทะเลทรายโลหิตเดียวดายก็ยังคงมียักษ์ทะเลทราย
โลหิตเดียวดาย!”
หลังจากออกคำสั่ง ไป่หมิงอวี้ก็ได้นำศิษย์ของหน่วยหลักออกไป
สำหรับเย่ฉุ่ยถง นางได้นำศิษย์หน่วยรองไปยังเหมือง
แผ่นหยกสีขาวที่ไป่หมิงอวี้ใช้ค่อนข้างลึกลับมาก แม้ว่าจะมีขนาด
เล็กมาก แต่ความจริงก็คือมันแพงอย่างยิ่ง มันสามารถที่จะสร้าง
แบบจำลองในระยะหลายร้อยไมล์ขึ้นได้ หลินหมิง, เย่ฉุ่ยถงและคนอื่นๆ
เดินไปหลายพันฟุต ในที่สุดก็เห็นภูเขาสีม่วง มีหลุมขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ
“ภูเขาสีม่วง มันมีแม้แต่หลุมที่มีอุโมงค์ที่นั่น! เราโชคดีในครั้งนี้! ทุก
คนพยายามให้มากล่ะ แม้ว่าเราจะต้องมอบทรัพยากรที่รวบรวมมาให้แก่
นิกาย แต่นิกายก็จะให้รางวัลแก่เราด้วยทรัพยากรตามความเหมาะสม
เราจะได้ทรัพยากรเท่ากับ 2-3% ของสิ่งที่เรานำกลับไป!” เย่ฉุ่ยถงกล่าวอ
อกมา พยายามที่จะสร้างแรงบันดาลใจแก่คนในหน่วย
ด้วยการมีหลุมเหมืองตามธรรมชาติที่นี่ นั่นหมายความว่าหินตะวัน
ม่วงที่อยู่ในภูเขาสีม่วงนี้มีคุณภาพสูงอย่างแน่นอน หลุมที่ว่านี้เป็นผลมา
จากพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีในภูเขาสีม่วงที่มากเกินไป มันสะสม
และปะทุขึ้นมาเช่นเดียวกับภูเขาไฟ จึงสร้างหลุมขนาดใหญ่และอุโมงค์
อย่างหยาบๆภายใน
“ทุกคน พยายามระมัดระวังตัวกันให้ดี ศิษย์สายตรงจะไปก่อนเพื่อ
สำรวจพื้นที่นี้” เมื่อแยกจากไป่หมิงอวี้แล้ว ขั้นเทพสมุทรช่วงปลายเช่นเย่
ฉุ่ยถงก็ย่อมกลายเป็นหัวหน้าหน่วยของหน่วยนี้
หน่วยรองนี้มีทั้งหมด 300 คน และมีศิษย์สายตรงเพียงสิบสองคน
เท่านั้น ที่นี่ นอกจากหลินหมิงแล้ว คนอื่นก็ยังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเย่
ฉุ่ยถง
“ศิษย์น้องหลิน ศิษย์น้องสาวเสี่ยว ศิษย์น้องสาวฉู่ และศิษย์น้องสาว
ซ่ง ให้คอยเฝ้ารอบนอก ข้าจะพาคนเข้าไปดูก่อน
ในความคิดของเย่ฉุ่ยถง นอกจากตัวเองแล้ว คนที่แข็งแกร่งที่สุดใน
กลุ่มนี้ก็คือหลินหมิง ให้หลินหมิงรักษาการอยู่ข้างนอก เขาก็จะสามารถ
จัดการกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดใดๆที่เกิดขึ้นได้
“ย่อมได้” หลินหมิงพยักหน้า
การสำรวจอุโมงค์ของหลุมเหมืองเป็นเรื่องอันตรายมากกว่าการรอที่
ด้านนอก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสนใจ แต่เขารู้สึกสบายใจมากที่เย่ฉุ่ยถง
ให้เขาอยู่ข้างนอก เย่ฉุ่ยถงไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของหลินหมิง
นางรู้เพียงว่าเขาได้ผ่านแดนเร้นลับจำลองระดับ 30 อย่างง่ายดาย
และสามคนที่อยู่กับหลินหมิง สองในนั้นก็อยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงต้น
และอีกคนหนึ่งอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 พวกนางเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา
ของเย่ฉุ่ยถงทุกคน ในแง่ของอิทธิพล เย่ฉุ่ยถงด้อยกว่าไป่หมิงอวี้เป็นอย่าง
มาก ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นผู้หญิง ดังนั้นส่วนใหญ่ของผู้ใต้บังคับบัญชาจึง
เป็นผู้หญิงด้วย
“ศิษย์น้องหลิน ชื่อของข้าคือเสี่ยวฉุ่ยจวิ้น” ด้านข้างหลินหมิง ผู้หญิง
คนหนึ่งกระพริบตาให้เขา นางค่อนข้างมีทรวดทรงองเอว หน้าอกของนาง
ทะลักออกมาข้างนอกอย่างภาคภูมิใจ นางมีเสน่ห์อันน่าหลงใหลของหญิง
สาว
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นอายุ 75 ปี ใน
อนาคตนางจะยังสาวเช่นนี้ไปอีกหลายหมื่นปี
ด้านข้างเสี่ยวฉุ่ยจวิ้น หญิงสาวอีกคนที่ถูกเรียกว่าศิษย์น้องสาวฉู่นั้น
ดูเหมือนจะขี้อายมาก นางค่อนข้างไร้เดียงสา จากสามศิษย์สายตรงที่อยู่
ข้างนอก นางก็เป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในขั้นเทพสมุทร นางเป็นนักสู้ขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 9
แม้แต่ในบรรดาศิษย์สายตรงของเกาะวิญญาณสัญจร อัจฉริยะเก้า
วิบัติก็ยังมีเพียง 30-40% ศิษย์หลายคนก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรหลังจากถึง
แปดวิบัติเท่านั้น
จากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว นางก็โดดเด่นมากแล้ว
ขณะที่หลินหมิงเฝ้าระวังอยู่ข้างนอก เขาเห็นเมฆฝุ่นสีแดงที่เกิดขึ้น
ในระยะไกล เมฆสีแดงกลายเป็นหนาแน่นมากขึ้นจนในที่สุดก็กวาดล้าง
ท้องฟ้าและพุ่งเข้าหาพวกเขา
หลินหมิงเห็นได้ชัดว่านี่เป็นพายุทรายที่น่าสะพรึงกลัวของ
ทะเลทรายสีแดง พายุทรายนี้สูงขึ้นไปหลายพันฟุตในอากาศ เมื่อฟังจาก
เสียงที่ฉีกขาดของสายลม พวกมันก็คล้ายกับมีดกรีดลงบนกระจก ด้วย
ความเร็วสายลมนี้ที่ไม่ธรรมดา หากนักสู้ที่มีการบ่มเพาะต่ำติดอยู่ในพายุ
ทรายนั้น พวกเขาจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆและตายลงทันที่
“นั่นเป็นพายุทราย เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในแดนเร้นลับทะเลทราย
โลหิตเดียวดายนี้ น้องชายหลินไม่ต้องกังวล “เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นอธิบายด้วย
รอยยิ้มอ่อนโยน” เมื่อพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงๆแล้วผู้ที่ไปสำรวจอุโมงค์ใน
ภูเขาจะผ่อนคลายได้มากกว่าเราอีก และเหล่าคนที่เดินอยู่ในทะเลทรายก็
จะน่าสังเวชยิ่งกว่า พวกเขาจะต้องสร้างโล่ปราณแท้เพื่อป้องกันสายลม
ขณะที่เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นกล่าวจบ เสียงของเย่ฉุ่ยถงก็ดังออกมาจากภายใน
อุโมงค์ “ไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายในอุโมงค์นี้ ทุกคนสามารถเข้ามาได้”
ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ 200 คนเดินไปทางอุโมงค์ทันที่ พายุ
ทรายสีแดงที่ยิ่งใหญ่นี้ก่อให้เกิดความกดดันทางจิตใจต่อพวกเขา ถึงแม้ว่า
พวกเขาไม่จำเป็นต้องกลัวพายุทรายนี้ ด้วยระดับการบ่มเพาะของตน แต่
ผู้ใดจะรู้ว่าไม่มีอันตรายอื่นๆในพายุทรายอีก?
หลังจากเข้าสู่อุโมงค์ หลินหมิงก็รู้สึกราวกับว่าเขาเข้าสู่โลกสีม่วง มี
แสงสีม่วงสดใสและเปล่งประกายจากทั่วทุกมุม แม้แต่ฝุ่นละอองหนาก็ไม่
สามารถที่จะปิดกั้นแสงเหล่านี้ได้
นักสู้หลายคนหลงใหลในสายตาของพวกเขา ขณะที่ได้เห็นแร่หิน
ตะวันม่วงที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ ส่วนใหญ่ของพวกเขามาจากตระกูลเล็กๆ
ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่เคยเห็นความมั่งคั่งเช่นนี้มาก่อน
“ขุดเหมืองได้!” ด้วยคำสั่งของเย่ฉุ่ยถง เหล่าศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่น
แท้จึงเริ่มลงมือ ภูเขาหินตะวันม่วงไม่ใช่หินธรรมดา มันแข็งดังแก่นโลหะ
มิเช่นนั้นมันจะไม่มีวันรอดจากการโจมตีของพายุทรายแดงมาได้ ในช่วง
หลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา แม้แต่นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ก็ยังต้องใช้พลัง
อย่างมากในการขุดเหมืองแร่นี้
ขณะที่ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรกำลังขุดเหมืองแร่เต็มกำลัง ห่าง
ออกไปหลายพันไมล์ มันมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังรวบรวมทรัพยากรใน
ทะเลทรายสีแดง คนเหล่านี้ทุกคนมีหางและเขาเล็กๆบนหัว พวกเขาคือ
คนจากขุนเขาเสี้ยววิญญาณ
“อืม ตามสัญญาณที่เราได้ตกลง ไป่หมิงอวี้ได้ส่งข้อความถึงเราจริงๆ
เหยื่อของเราอยู่ในอุโมงค์ภูเขาซึ่งอยู่ห่างออกไป 3000 ไมล์ มีศิษย์สาย
ตรงสิบสองคนหรือมากกว่านั้น และคนงานเหมืองขยะอีกไม่กี่ร้อยคน ที่
แปลกใจก็คือ เย่ฉุ่ยถงอยู่กับพวกเขาด้วย”
“ฮ่าๆ เย่ฉุ่ยถง? นางค่อนข้างดี แต่นี่อาจเป็นกับดักที่วางไว้โดยเกาะ
วิญญาณสัญจรด้วยหรือไม่?”
“ข้อมูลนี้ควรจะเป็นความจริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไป่หมิงอวี้ทรยศต่อ
สหายของเขา”
“ฮ่าๆ มันมีผู้มีพรสวรรค์ที่ชื่อหลินหมิงรวมถึงเย่ฉุ่ยถงอยู่ในที่เดียวกัน
ผลกำไรของเราดีอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงเย่ฉุ่ยถง แค่เพียงหลินหมิงก็ต้องมี
สมบัติมากมายในตัวเขาแล้ว สำหรับคนที่จะเติบโตมาระดับนี้ มันก็เป็นไป
ไม่ได้ที่พวกเขาไม่มีสมบัติจำนวนมาก
“รีบรวบรวมทรัพยากรและพักผ่อน เราจะออกเดินทางเร็วๆนี้ ข้า
แทบจะรอไม่ไหวแล้ว!”