Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,091 กองกำลังศัตรูในพายุ
ในอุโมงค์ของภูเขาสีม่วง หลินหมิงกระแทกใส่ผนังสีม่วง ด้วยเสียงดัง
เพียงเล็กน้อยหินได้พังทลายลง ชิ้นส่วนสีดำเล็กๆได้หลุดออกมาและตก
ลง
หลินหมิงเอื้อมมือออกไปและคว้าชิ้นส่วนสีดำนี้ไว้ แม้ว่าชิ้นส่วนนี้จะ
ดูเรียบง่าย แต่เมื่อเขาส่งสัมผัสรับรู้ไปยังมันแล้ว เขาก็รู้สึกถึงความเย็น
แปลกๆรอบๆมัน
“มันคืออะไรกัน?” หลินหมิงสงสัย เขารู้สึกว่านี่เป็นเศษชิ้นส่วนจาก
อาวุธบางอย่าง แต่มันก็ยากที่จะจินตนาการได้ว่าชิ้นส่วนของอาวุธใด จะ
ยังคงมีความผันผวนอยู่แม้เพียงเล็กน้อยหลังจากผ่านเวลามานานถึงเพียง
นี้
“มันเป็นชิ้นส่วนของสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณที่มีคุณภาพสูง
มาก” เสียงของมู่เชียนเสวียได้สะท้อนออกมาในใจของหลินหมิง
มันมีม่านพลังกั้นระหว่างแดนเร้นลับแปลกแยกและแดนเทวะ และ
ยิ่งมีความแข็งแกร่งมาก ยิ่งยากที่จะทะลวงผ่านม่านพลังนี้ไปได้
แม้กระทั่งหุ่นเชิดต่อสู้และร่างจำแลงก็ไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรก็ตาม กล่อง
ปัญญาแห่งพระเจ้าและมิติภายในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าไม่อยู่ภายใต้
ข้อจำกัดนี้
เมื่อหลินหมิงเข้าไปในแดนเร้นลับสัตว์อสูรเทวะ กล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้าก็ไม่ได้ถูกจำกัดเช่นกัน นอกจากนี้ ในทวีปนภารินไหล ราชัน
สวรรค์บรรพกาลได้ปิดผนึกทั้งดาวเคราะห์ของทวีป ด้วยพลังเหนือ
ธรรมชาติที่น่าทึ่งของเขา นอกจากนักสู้ที่นั่นแล้ว นักสู้จากอาณาจักรใดที่
อยู่เหนือขั้นเทพสมุทร จะไม่สามารถเข้าไปได้ นี่คือหนึ่งในการป้องกันที่
ราชันสวรรค์บรรพกาลได้ทิ้งไว้เพื่อปกป้องมรดกของเขา
แต่กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ก็ยังคงสามารถผ่านม่านพลังนี้ไปกับ
พร้อมกับวิญญาณของมู่เชียนเสวียภายในได้
ถึงจุดนี้ หลินหมิงก็ยอมรับว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้า ไม่ได้ถูก
ผูกมัดด้วยกฎของแดนเร้นลับแปลกแยกเหล่านี้
มู่เชียนเสวียตรวจสอบชิ้นส่วนนี้ด้วยสัมผัสรับรู้ของนางและกล่าวว่า
“ชิ้นส่วนนี้คงอยู่มานับหลายร้อยล้านปีแล้ว เหตุผลเดียวที่มันสามารถ
ยังคงอยู่ได้ก็เพราะเหมืองหินตะวันม่วงที่นี่ พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
ที่หนาแน่นที่นี่ได้หล่อเลี้ยงมันตลอดเวลา มิเช่นนั้นมันคงจะกลายเป็นฝุ่น
ไปแล้ว
“สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณชั้นยอด ข้าสงสัยยิ่งนักว่าพลังความ
แข็งแกร่งแบบใดที่ทำลายมันได้ เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในแดนเร้นลับแปลก
แยกนี้กันแน่?”
“ข้าไม่รู้ว่าแดนเร้นลับแปลกแยกมีความลับอันใด บางทีอาจจะเป็น
โลกที่หลงเหลืออยู่จากเมื่อจักรวาลถูกทำลาย”
การดำรงอยู่ของแดนเร้นลับแปลกแยก เป็นเรื่องลึกลับสำหรับนักสู้
ของแดนเทวะ แม้กระทั่งบุคคลที่อยู่ในระดับมู่เชียนเสวียก็ยังไม่รู้จักความ
จริงเบื้องหลังพวกมัน
“แล้วชิ้นส่วนนี้มันสามารถใช้อันใดได้?” หลินหมิงถาม
“มันไม่มีประโยชน์มากนัก ถ้ามีปรมาจารย์กลั่นสกัด เขาจะสามารถ
สร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง หรือบางทีอาจเป็นอาคมป้องกัน
บางอย่างได้ ตัวอย่างเช่น อาคมป้องกันที่เจ้าได้มาจากหอสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญ มันก็เป็นชิ้นส่วนของสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณชั้นยอด
ในอดีตมาก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีแห่งพลังสายเลือดต้นกำเนิดของ
เจ้าของเดิมอยู่ภายในด้วย ข้าจึงดูดซับมันไปแล้ว”
เมื่อมู่เชียนเสวียกล่าวเช่นนี้ออกมา หลินหมิงก็นึกไปถึงเมื่อครั้งแรกที่
เขามายังแดนเทวะ เขาก็ได้นำสองสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด จาก
หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานไป หนึ่งคือ หอก
โลหิตฟีนิกซ์ และอีกหนึ่งเป็นยันต์ที่เรียกว่า เจตจำนงแห่งนักบุญ อย่างไร
ก็ตาม ยันต์ดังกล่าวถูกดูดกลืนโดยกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าในภายหลัง
ตอนที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ ยันต์นี้ก็ควรจะได้รับการสนับสนุนบางอย่าง
สำหรับในการกระตุ้นมู่เชียนเสวียให้ตื่นขึ้น มิเช่นนั้น มู่เชียนเสวียก็อาจไม่
มีพลังพอที่จะดึงเอาแก่นไขกระดูกมังกรจากภายในกระดูกมังกรได้
หลินหมิงได้โยนชิ้นส่วนสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณชั้นยอดนี้
ให้กับศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ ในเมื่อมู่เชียนเสวียได้ตรวจสอบอย่าง
ละเอียด เขาจึงไม่ได้สนใจมันมากเกินไป เพราะไม่ว่าอย่างไร ปรมาจารย์
กลั่นสกัดฝีมือดีก็มิใช่จะหาได้ง่ายๆ
สำหรับหลินหมิง มันไม่มีอะไรในอุโมงค์ที่สามารถล่อใจเขาได้ ในแง่
ของหินตะวันม่วง มันก็ต้องมีมูลค่าหลายร้อยล้านหรือแม้แต่พันล้านจึงจะ
เป็นประโยชน์กับเขา
ศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ 200-300 คนก็ยังคงทำเหมืองแร่ใน
อุโมงค์อย่างไม่หยุด พวกเขาขุดหินตะวันม่วงได้จำนวนมาก ซึ่งนำมาเก็บ
ไว้ในแหวนมิติ
นักสู้จะไม่รู้สึกเหนื่อยแม้จะไม่หลับเป็นเวลาสิบวันสิบคืน อย่างไรก็
ตาม การรวบรวมหินตะวันม่วงก็ยังคงใช้พลังงานมาก นี่เป็นเพราะหินที่นี่
แข็งเกินไป เหล่าศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ใช้ปราณแท้สำรองหมดไป
อย่างรวดเร็ว และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหยุดพักชั่วครู่และกิน
โอสถบางตัว
สำหรับศิษย์สายตรง พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเขาประหยัด
พลังงานไว้สำหรับการต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม หลุมอุโมงค์นี้ถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดี คนเหล่านี้จึง
ทำงานได้เป็นเวลาหลายวันโดยไม่ถูกรบกวน มิต้องกล่าวถึงการโจมตีจาก
ขุนเขาเสี้ยววิญญาณหรือเผ่ากระดูกเวท แม้แต่ยักษ์ทะเลทรายโลหิต
เดียวดายก็ยังไม่มี นอกจากนี้พายุทรายแดงที่รุนแรงภายนอก ยังไม่มีผล
ใดๆกับนักสู้ที่ทำเหมืองในอุโมงค์
“ฮ่าๆ ข้าเคยคิดว่าเรามีคนน้อยเกินไปและเราจะตายถ้ามีอันตราย
ใดๆ แต่ดูเหมือนว่ากำไรของเราจะมหาศาล เราสามารถทำเหมืองได้เกือบ
สามวันเต็มโดยแทบจะไม่หยุด และแหวนมิติของข้าก็เต็มไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ไม่เพียงแต่ข้าจะมีหินตะวันม่วง แต่ข้ายังมีผลึกคริสตัลตะวันม่วงที่มีค่า
มากกว่าด้วย ถึงแม้ว่าข้าจะเหนื่อยกว่าสุนัข แต่ข้าก็ยังคงตื่นเต้นเมื่อคิดถึง
ส่วนที่ข้าจะได้รับเมื่อเราออกไป”
ในอุโมงค์ เหล่าศิษย์ขั้นหลอมรวมแก่นแท้รู้สึกเหนื่อยล้า แต่จริงๆ
แล้วพวกเขาเป็นคนที่มีจิตใจเข็มแข็ง เมื่อพวกเขาฟังเย่ฉุ่ยถงกล่าวว่า
นิกายจะคืน 2-3 ในร้อยส่วน ของการเก็บเกี่ยวสุทธิให้ พวกเขาก็ไม่ได้
ตระหนักว่ามันดีเพียงใด แต่ตอนนี้ ขณะที่พวกเขามองไปยังหินตะวันม่วง
จำนวนมากในแหวนมิติ พวกเขาก็เริ่มตระหนักว่านี่เป็นความมั่งคั่ง
มหาศาลอย่างแท้จริง
ทุกคนสามารถเก็บหินตะวันม่วงได้ประมาณ 60-70 ล้านก้อนแล้ว
เมื่อพวกเขากลับไป พวกเขาจะได้มากกว่าล้านก้อน สำหรับตระกูลเล็กๆ
นี่เป็นความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่
“ถ้าทุกคนรวมหินตะวันม่วง 60-70 ล้านก้อนเข้าด้วยดัน จะมีหิน
ตะวันม่วงมากกว่าแสนล้าน เกาะวิญญาณสัญจรใช้เพียง 2 หมื่นล้านเพื่อ
ส่งเรามาที่นี่ นั่นคือกำไร 5-6 เท่าของสิ่งที่พวกเขาจ่ายไป! แต่ยังมี
ค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ นั่นคือชีวิตของศิษย์สายตรง นั่นเพราะสงครามจะ
เกิดขึ้นในตอนท้ายของเรื่องนี้”
ในขณะที่หลินหมิงกำลังครุ่นคิด ทันใดดวงตาของเขาก็สาดประกาย
ขึ้นด้วยแสงเย็นยะเยือก เขาหันไปข้างนอกเหมืองแร่ มันมีพายุทรายสี
แดงที่น่าสะพรึงกลัวที่พัดไปรอบๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับ
นักสู้ทั่วไป ที่จะใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ส่งไปไกลได้ เพราะทรายในแดนเร้นลับ
ทะเลทรายโลหิตเดียวดายสามารถปิดกั้นสัมผัสรับรู้ได้ เมื่อทรายโลหิตใน
อากาศพัดผ่านไป มันก็จะจำกัดสัมผัสของนักสู้ให้เหลือเพียงไม่กี่ไมล์
นี่เป็นการโจมตีของข้าศึกหรือไม่?
หลินหมิงลุกขึ้นยืน หากมีการซุ่มโจมตีในสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
เช่นนี้ คงยากที่ผู้ใดจะตระหนักถึงเรื่องนี้ ไม่มีใครสามารถตรวจพบได้ นี่
เป็นเหมือนกับสองกองทัพในโลกมนุษย์ที่กำลังต่อสู้กันในวันที่มีหมอก
หนา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นกระทั่งมือของพวกเขาได้
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญของปัญหาคือ ในพายุทรายนี้ ถ้าพวก
เขาไม่สามารถค้นพบศัตรู ศัตรูก็ไม่ควรจะสามารถค้นพบพวกเขาได้
เช่นกัน แล้วศัตรูสามารถติดตามเส้นทางของพวกเขามาที่นี่ได้อย่างไร?
ไม่ใช่แค่นั้น แต่พวกเขายังซ่อนตัวอยู่ในหลุมขนาดยักษ์ด้วย!
“มีคนทรยศหรือไม่!?” ขณะที่หลินหมิงคิดอย่างนี้ สีหน้าของเขาก็
กลายเป็นมืดมน เขาลุกขึ้นบินไปหาเย่ฉุ่ยถงและกระซิบคำไม่กี่คำ เขา
ไม่ได้ใช้กระแสเสียงปราณแท้ นักสู้มีความสามารถในการได้ยินที่คมชัด
มาก แม้จะมีเสียงขุดเหมืองดังอยู่รอบๆ
เย่ฉุ่ยถงและศิษย์สายตรงๆหลายคนที่อยู่ใกล้ๆตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าพูดอันใด? ศัตรูกำลังจะซุ่มโจมตีเรา? เจ้าแน่ใจ
แล้วหรือ?” เย่ฉุ่ยถงมองไปยังหลินหมิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อเท่าไร
นางส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากหลุม แต่ก็สามารถส่งออกไปได้ไม่กี่ไมล์
ก่อนที่จะถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์โดยทรายโลหิตในอากาศ ในทรายโลหิต
นั้นนางมองเห็นเพียงสีแดงที่ไร้สิ้นสุด ไม่มีอะไรที่นางสามารถรู้ได้อีก!
“นี่…”
เย่ฉุ่ยถงพบว่าเรื่องนี้ยากที่จะเชื่อ นางเป็นนักสู้ขั้นเทพสมุทรช่วง
ปลาย และหลินหมิงอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เท่านั้น ผู้ที่มีระดับ
บ่มเพาะต่ำกว่านางจะสามารถมีพลังจิตวิญญาณมากกว่านางได้อย่างไร
แม้ว่าหลินหมิงจะเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พลังจิตวิญญาณ
ของเขาจะแข็งแกร่งกว่านางหรือ?
เมื่อนางมองไปยังหลินหมิง นางก็สามารถมองเห็นความคมชัดใน
สายตาของเขาได้ มันราวกับว่ามีสายฟ้าที่กำลังแล่นอยู่ภายใน อย่างไรก็
ตาม นี่เป็นพลังของจิตวิญญาณต่อสู้ และสัมผัสรับรู้ของนักสู้ก็ไม่มีส่วน
เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณต่อสู้ของพวกเขา
เมื่อคิดดูดีๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าพลังจิตวิญญาณของหลินหมิงจะ
แข็งแกร่งกว่าของนาง แต่ก็ยังไร้ประโยชน์ เพื่อที่จะค้นพบการโจมตีของ
ศัตรูในสภาพอากาศเลวร้ายดังกล่าว พลังจิตวิญญาณของเขาจะต้องมาก
ว่านาง 10-20 เท่า!
เย่ฉุ่ยถงไม่ใช่คนเดียวที่มีข้อสงสัยเช่นนี้ ศิษย์คนอื่นๆก็กำลังสงสัย
หลินหมิงด้วยเช่นกัน
หลินหมิงคิ้วขมวด ถ้าเขาเป็นคนเหล่านี้ เขาเองก็คงยากที่จะเชื่อ แต่
ไม่มีทางที่เขาจะสามารถอธิบายเหตุผลของตนได้ พลังจิตวิญญาณของเขา
ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเย่ฉุ่ยถง และเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามีมิติแยกอยู่
ภายในตัวเขา ซึ่งมีวิญญาณของกึ่งราชันพิภพอาศัยอยู่ที่นั่น ด้วยพลัง
วิญญาณของมู่เชียนเสวีย นางสามารถค้นพบศัตรูที่อยู่ห่างออกไปหลาย
ร้อยไมล์ ในพายุทรายแดงนี้ได้อย่างง่ายดาย
“ศิษย์น้องหลิน เจ้าสามารถค้นพบศัตรูได้อย่างไร? เจ้าจะล้อเล่นกับ
เรื่องเช่นนี้ไม่ได้ หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นและกลุ่มของเราออกไปซ่อนตัว
ตำแหน่งของเราอาจถูกเปิดเผย แม้ว่าจะไม่มีศัตรูใดๆภายนอกก็ตาม มัน
จะทำให้สิ่งต่างๆยากลำบากมาก” เบื้องหลังเย่ฉุ่ยถง ศิษย์นามว่าซ่งกล่าว
ออกมา
“ใช่แล้ว ศิษย์น้องหลิน อย่างน้อยเจ้าก็ควรให้เหตุผลสำหรับความคิด
นี้ เจ้าไม่สามารถพูดได้ว่า เพราะเพียงแค่ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของตนในการ
ค้นพบศัตรู” ศิษย์หญิงอีกคนกล่าวออกมาด้วยเช่นกัน
“ข้าได้เตือนพวกท่านแล้ว สำหรับเรื่องที่ว่าข้ารู้ได้อย่างไรนั้น ข้าไม่
สามารถอธิบายได้ อย่าลืมว่าข้าไม่ใช่ศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจร ข้าได้
ทำทุกอย่างที่ข้าทำได้แล้ว ถ้าท่านไม่เชื่อ ก็ไม่มีอะไรที่ข้าจะสามารถทำได้
เพื่อโน้มน้าว ข้าจะไปตามทางของตน ถ้าเราอยู่ที่นี่ในอุโมงค์ เราจะถูก
กักขังโดยศัตรูและถูกกวาดล้างอย่างสมบูรณ์” หลินหมิงกล่าวและหันหน้า
เตรียมที่จะจากไป
หลุมเหมืองที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อนี้ จะเป็นกับดักปิดตายที่มี
ศักยภาพ ถ้าศัตรูเปิดฉากการโจมตีที่นี่ พลังของการโจมตีเหล่านี้จะทวี
ความรุนแรงขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ปิดผนึกนี้ เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว ชะตา
กรรมของเขาจะสามารถจินตนาการได้!
“รอ…รอก่อน! ศิษย์น้องหลิน ข้าเชื่อเจ้า!” เย่ฉุ่ยถงรีบตะโกนออกมา
ทันที่ อัจฉริยะเช่นหลินหมิงมีโชคอย่างมาก นางเชื่อได้ว่าเขามีวิธีพิเศษที่
นางไม่เข้าใจ ศิษย์คนอื่นๆลังเลแต่ไม่ได้คัดค้าน
ศิษย์คนหนึ่งกล่าวว่า “ในเมื่อศิษย์พี่หญิงเห็นด้วย เราจะเข้าร่วมกับ
เจ้า เราควรรีบหนีออกจากที่นี่ เราสามารถสื่อสารกับศิษย์พี่เพื่อขอการ
สนับสนุน โดยใช้คำสั่งวิญญาณสัญจรได้ และได้แต่หวังว่าเขาจะไม่
หัวเราะเยาะพวกเรา”
ขณะที่พูดเช่นนี้ เขาดูไม่สบายใจราวกับกำลังจินตนาการถึงความ
อัปยศนี้
หลินหมิงเค้นเสียง “สนับสนุน?”
ศิษย์ผู้นั้นไม่สบายใจที่ได้เห็นการเย้ยหยันของหลินหมิง เขากล่าวว่า
“เจ้า! มีเรื่องตลกอันใด เจ้าคิดว่าเราไม่ควรทำเช่นนั้นหรือ? หากศัตรูกล้า
ที่จะเดินทางข้ามระยะทางไกลมาเพื่อโจมตีเรา ความแข็งแกร่งของพวก
เขาก็ควรมากกว่าเรา เราจะสู้กับพวกเขาได้อย่างไรหากไม่ได้รับการ
สนับสนุน?”