Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,099 นั่งลงและรอ
การรอคอย 4 ชั่วโมงค่อนข้างเป็นเรื่องที่สบายสำหรับหลินหมิง
และคนอื่นๆ พวกเขาทุกคนพักผ่อนฟื้นฟูความแข็งแกร่งของตนให้ไปถึง
จุดสูงสุด
ส่วนหลินหมิง เขาสำรวจผ่านแหวนมิติที่ได้มาจากศิษย์ขุนเขาเสี้ยว
วิญญาณและศิษย์ของเผ่ากระดูกเวท แต่น่าเสียดายที่แหวนมิติของพวก
เขาไม่ได้มีทรัพยากรมากนัก กลุ่มนี้เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆที่ถูกส่งมาเพื่อ
กำจัดหลินหมิง
“คนเหล่านี้ค่อนข้างยากจน”
หลินหมิงส่ายหัว สำหรับคนเช่นเขาที่ได้เห็นวัสดุสวรรค์มามากมาย
ความมั่งคั่งของศิษย์เหล่านี้จึงไม่สามารถถือได้ว่ามาก สำหรับแผ่นหยก
เคล็ดบ่มเพาะของพวกเขาก็ยังไร้ประโยชน์ ขุนเขาเสี้ยววิญญาณได้ฝึกฝน
วิธีการโจมตีทางจิตวิญญาณและเผ่ากระดูกเวทได้ฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะ
ทางเพศผ่านกฎแห่งชีวิต
สำหรับเคล็ดบ่มเพาะ หลินหมิงย่อมไม่ขาดแคลนพวกมันในขณะนี้
กล่องปัญญาแห่งพระเจ้ามีเสี้ยววิญญาณจำนวนมากที่มีเคล็ดบ่มเพาะ
บรรจุอยู่
และทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงก็มีความจุที่จำกัด ถ้าเขาต้อง
ดูดซับความทรงจำของผู้ทรงพลังชั้นยอด พวกมันจะต้องเป็นพลัง
ศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ หรืออย่างน้อยที่สุดคือเคล็ดบ่มเพาะระดับสวรรค์ชั้น
สูงสุด สำหรับบรรดานักสู้ที่ไม่สามารถเป็นขั้นผู้ปกครองเทวะ หลินหมิ
งย่อมไม่สนใจเคล็ดบ่มเพาะของพวกเขา
ขณะที่หลินหมิงและคนอื่นๆกำลังพักผ่อน ห่างออกไป เหล่าศิษย์
ของเกาะวิญญาณสัญจรและไป่หมิงอวี้ก็เริ่มย่ำแย่
ถึงแม้ว่ารูปแบบค่ายกลการต่อสู้จะสามารถให้การคุ้มครองศิษย์ที่
อ่อนแอได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรักษาพวกมันไว้ตลอดไป ครึ่งชั่วโมง
ต่อมา รูปแบบค่ายกลก็ได้พังลง
อีก 40 นาทีต่อมา เหล่าศิษย์ก็ได้ตกตายไปกว่าครึ่ง
สองชั่วโมงต่อมา เหล่าศิษย์ส่วนใหญ่ก็ได้ตกตาย แม้ว่าไป่หมิงอวี้จะ
มีไข่มุกสายฟ้า แต่เขาก็ไม่ได้มีไม่สิ้นสุด ในเวลานี้ เขาใช้พวกมันทั้ง
หมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ไป่หมิงอวี้แข็งแกร่งมากตั้งแต่แรก และยิ่งเขาต่อสู้มาก
เท่าไหร่มันก็ยิ่งรุนแรงขึ้น หลังจาก 2 ชั่วโมงของการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง
เขาก็ยังคงรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ได้ สำหรับกงหยางกู่ต่าของเผ่า
กระดูกเวท และหุนเชียนหลี่ของขุนเขาเสี้ยววิญญาณ ทั้งคู่ต่างรู้สึกว่าเป็น
การยากหากต่อสู้เช่นนี้ต่อไป!
“เจ้าสารเลวนั่น มันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร!” หุนเชียนหลี่พูด
อย่างหงุดหงิด
“บัดซบ! หน่วยที่ถูกส่งไปยังภูเขายังไม่กลับมาอีกหรือ? อาจมี
อุบัติเหตุบางอย่างเกิดขึ้นหรือไม่?”
“เป็นไปไม่ได้ หน่วยย่อยของเกาะวิญญาณสัญจรไม่ควรเป็นคู่มือของ
พวกเขาได้ และเราได้ตรวจสอบข้อมูลก่อนแล้วมันจึงไม่ควรผิดพลาด”
ตามแผนแล้ว หน่วยอื่นๆของขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูก
เวท ควรจะเสร็จสิ้นภารกิจและรีบมายังที่นี่โดยเร็วที่สุด และการต่อสู้ยัง
กลับกลายเป็นน่าสังเวชเช่นนี้แล้ว แต่ยังไม่มีแม้แต่เงาของพวกเขาปรากฏ
ขึ้นหรือยันต์สื่อสารแม้แต่ใบเดียวที่ส่งมา
“ในตอนนี้เราได้สูญเสียศิษย์ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้าเราไม่สามารถคว้าชัย
ชนะในตอนท้าย มันจะไม่มีทางใดที่เราจะชดเชยได้ นิกายจะลงโทษเรา
เมื่อเรากลับไป! เพราะเรามีคนมากมายกว่าเกาะวิญญาณสัญจร และเรา
ยังไม่สามารถเอาชนะได้อีก!”
ตอนนี้ หุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่าได้ผ่านพ้นจุดที่จะยอมถอยแล้ว
พวกเขาไม่คิดว่าไป่หมิงอวี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
“ตั้งสมาธิเพื่อดึงความแข็งแกร่งของเจ้าออกมา! ฆ่าไป่หมิงอวี้ก่อน!
เมื่อเราฆ่าไป่หมิงอวี้ได้แล้ว ส่วนที่เหลือก็ไม่อาจต้านเราได้!”
หุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่ามีความคิดเช่นเดียวกัน แต่ไป่หมิงอวี้ก็
คิดในลักษณะคล้ายกัน ทุกกระบวนท่าที่เขาใช้ทำล้วนทำให้หุนเชียนหลี่
และกงหยางกู่ต่าลำบาก
อีก 15 นาทีผ่านไป กว่า 75% ของเหล่าศิษย์ได้ตกตายไปแล้ว!
หุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่าต่างเหลือปราณแท้ไม่ถึง 20% พวกเขา
จะทนอยู่ได้อีกไม่นาน
เอือก!
หุนเชียนหลี่กระอักโลหิตออกมา
แสงเย็นชาสาดประกายอยู่ในดวงตาของไป่หมิงอวี้ “ตาย!”
ไป่หมิงอวี้เองก็ได้ใช้พลังงานไปอย่างมากจนถึงตอนนี้ แต่เมื่อ
เปรียบเทียบกับหุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่า เขายังดีกว่ามาก เขากำลัง
รอเวลาและโอกาสเช่นนี้ ในตอนนี้ เขาพร้อมที่จะเปิดไพใบสุดท้ายของตน
แล้ว สิ่งที่ผนึกอยู่ภายในกระบี่ของเขาเป็นแหล่งพลังของผู้อาวุโสสูงสุด
โบราณ
ปราณโลหิตนี้สามารถใช้เผาผลาญได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมัน
ผ่านเวลามาเนินนาน และไม่ได้เป็นพลังของไป่หมิงอวี้ตั้งแต่แรก พลังของ
มันจะไม่ดีนัก แต่ในช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายใกล้หมดแรงแล้ว สิ่งนี้ก็เพียง
พอที่จะใช้เป็นการโจมตีสุดท้ายได้
ในขณะนั้น กระบี่แสงของไป่หมิงอวี้ได้เพิ่มพลังขึ้นสองเท่า!
“อะไรกัน!?”
‘ไม่ดีแล้ว!’
หุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่าตื่นตระหนก ในเวลานี้ พวกเขาทั้งสอง
เลือกที่จะเผาผลาญปราณโลหิตของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ต้น
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งวิกฤตและความตาย พวกเขาก็
ไม่ต้องการที่จะเผาผลาญปราณโลหิตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม พวกเขา
ไม่ได้มีทางเลือกอีกต่อไป
ทั้งสองคนได้ตัดสิ้นใจเผาผลาญปราณโลหิต ความแข็งแกร่งของพวก
เขาจึงได้เพิ่มขึ้นทันที่
บึม!
หินบนพื้นระเบิดขึ้น ด้วยการปะทะ ร่างกายของหุนเชียนหลี่ลอย
กระเด็นออกไป และกงหยางกู่ต่าก็อยู่ในสภาพที่น่าสังเวชมากยิ่งกว่า
แขนข้างหนึ่งของเขาถูกตัดขาด
อย่างไรก็ตาม ไป่หมิงอวี้ก็ไม่ดีไปกว่ากันนัก เผชิญหน้ากับศัตรูสอง
คนที่เผาผลาญปราณโลหิตพร้อมกัน และเขาจึงได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก
ในทางกลับกันด้วย
“เราจะถอยกลับ!”
หุนเชียนหลี่กัดฟันและตัดสินใจในขณะที่เขาเห็นสภาพของกงหยาง
กู่ต่า ถ้าพวกเขายังต่อสู้ต่อไป มันมีโอกาสที่พวกเขาจะตกตายลงที่นี่ เขา
ไม่เคยคิดเลยว่า ไป่หมิงอวี้จะกระดูกแข็งจนเคี้ยวได้ยากถึงเพียงนี้
“ไปเร็ว!”
แม้ว่าศิษย์ของขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวทจะไม่สามารถ
จัดการเกาะวิญญาณสัญจรได้ แต่ก็ยังคงมีข้อได้เปรียบ ดังนั้นการถอย
กลับไม่ได้เป็นปัญหาเลยสำหรับพวกเขา
ในเวลานี้ เกาะวิญญาณสัญจรเหลือเพียง 20 คนเท่านั้น ในขั้นต้น
พวกเขามีมากกว่า 100 คน และตอนนี้ 4 ใน 5 ตกตายไป และส่วนที่
เหลือได้รับบาดเจ็บ
3 ใน 4 ของขุนเขาเสี้ยววิญญาณและศิษย์ของเผ่ากระดูกเวทตกตาย
ไป ตอนนี้เหลือน้อยกว่า 40 คน
ขณะที่เกาะวิญญาณสัญจรเห็นเหล่าศิษย์ของขุนเขาเสี้ยววิญญาณ
และเผ่ากระดูกเวทถอยกลับ พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะหยุดหรือไล่ตามพวก
เขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความแข็งแกร่งของศัตรูโดยรวมมากกว่า
ไป่หมิงอวี้ถอนลมหายใจยาวๆแล้วหยิบโอสถฟื้นฟูออกมาจากแหวน
มิติของเขาและกลืนลงไป จิตสังหารที่หนาแน่นเริ่มจางลง “น่าเสียดาย
ยิ่ง!”
เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถฆ่าหุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่า
ได้ แต่ความจริงก็คือ สถานการณ์เช่นนี้ดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก แต่เดิม เขา
คิดว่าพวกศิษย์ทุกคนจะตาย และเขาจะต้องหนีไปด้วยตัวเอง แต่มีกว่า
20 คนรอดชีวิตมาได้ และยังมีทรัพยากรมากมายที่รวบรวมได้ นี่เป็น
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่!
“ขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวทที่แปลกประหลาดนั้น ควรมี
ผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทร ที่นอกเหนือจากหุนเชียนหลี่และกงหยางกู่ต่า
พวกเขาควรมีอีกหนึ่งหรือสองคน แต่ทำไมพวกเขาไม่ได้แสดงตัวออกมา?
เป็นไปได้หรือไม่ว่าขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูกเวท ไม่มีหินตะวัน
ม่วงพอที่จะรองรับการส่งคนจำนวนมากได้?”
ไป่หมิงอวี้คิดเช่นนี้ เขาไม่รู้ว่าขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่ากระดูก
เวทได้แยกกองกำลังสำหรับการโจมตีในอนาคตและด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่
คิดว่าทหารที่ถูกส่งไปฆ่าหลินหมิงและคนอื่นๆจะถูกทำลายแทน มันยังไม่
มีข่าวใดที่ถูกส่งกลับมา
ในขณะนี้ ห่างออกไปหนึ่งพันไมล์ในโขดหิน หลินหมิงก็ลุกขึ้นยืน เขา
พูดกับทุกคนรอบตัวว่า “ไปกันเถอะ!”
“หืม? เราไม่ได้จะรอ 4 ชั่วโมงหรอกหรือ? แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีด้วย
เช่นกัน ข้ารู้สึกไม่สบายใจที่จะรอต่อไป” เย่ฉุ่ยถงมองดูเวลาและพบว่าเพิ่ง
ผ่านไป 2 ชั่วโมง แต่นางก็รู้สึกไม่สบายใจที่นั่งรออยู่ที่นี่ นางกลัวว่าศิษย์
ของเกาะวิญญาณสัญจรจะถูกกวาดล้างอย่างสมบูรณ์
หลินหมิงยิ้ม “ไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไป มากับข้า เราจะทำตามกฎ
ปกติ ทุกคนยับยั้งสัมผัสของตนเพื่อที่จะไม่ถูกค้นพบ!”
เนื่องจากการรบสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่เขาคาดไว้ เขาจึงไม่ต้องรอนาน
หลินหมิงนำกลุ่มเหล่านี้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ในแดนเร้นลับ
ทะเลทรายโลหิตเดียวดาย พายุทรายได้หยุดช่วงลง พายุจะไม่ปรากฏ
ต่อเนื่องทันที่ ดังนั้น มู่เชียนเสวียจึงสามารถที่จะเห็นได้อย่างสมบูรณ์ ถึง
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นห่างออกไปพันไมล์
“หืม? ศิษย์พี่เย่ มิใช่ว่าสนามรบอยู่ในทิศทางนั้นหรอกหรือ? เราไป
อีกทางเพราะเหตุใด?”
เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นช่วยไม่ได้ที่จะถาม เมื่อนางสังเกตเห็นทิศทางที่หลินหมิง
กำลังไป เย่ฉุ่ยถงส่ายหัว ไม่ได้ถามหลินหมิง นางได้ยอมรับหลินหมิงเป็น
หัวหน้ากลุ่ม และนางก็มีความเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์ในตัวเขา ดังนั้นจึงไม่
จำเป็นต้องถามเขา
หลังจากบินไปหลายร้อยไมล์ กลุ่มเขาก็มาถึงอีกโขดหิน
“ทุกคนยับยั้งออร่าให้หมด เรากำลังรอคอยการซุ่มโจมตีในหินเหล่านี้
รอคำสั่งของข้า โจมตีพร้อมกัน!”
โขดหินที่หลินหมิงเลือกไว้ในครั้งนี้นั้น มันเป็นที่ซ่อนดีกว่าที่ก่อนมาก
ด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกแยกโดยทรายและหินสีแดง หากพวกเขาหลบ
ซ่อนอยู่ที่นี่ มันจะเป็นการยากที่ผู้ใดจะค้นพบได้
“ดี”
สำหรับคำสั่งของหลินหมิง แม้ว่าศิษย์ของเกาะวิญญาณสัญจรจะ
สับสน แต่พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะทำตาม แต่ละคนได้ทำตามคำสั่งของเขา
อย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ใช้เวลาในการฟื้นฟูความแข็งแกร่ง และพวกเขา
อยู่ในสภาพสูงสุดของแต่ละคน ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่กลัวกองกำลังของ
เผ่ากระดูกเวทและขุนเขาเสี้ยววิญญาณ แต่พวกเขายังมีอาการอยากที่จะ
ต่อสู้มากด้วย
หลังจากผ่านไป 15 นาที่ กลุ่มศิษย์ที่บินมายังโขดหินนี้ต่างเป็นพวก
ที่ได้รับบาดเจ็บ
คนเหล่านี้เป็นกองกำลังที่เหลืออยู่ของขุนเขาเสี้ยววิญญาณและเผ่า
กระดูกเวท
มีเพียง 36-37 คนที่เหลือและพวกเขาทั้งหมดอยู่ในสภาพแย่มาก
เส้นทางหลบหนีของพวกเขาได้ถูกมองออกโดยหลินหมิงอย่าง
สมบูรณ์ ตามทางของพวกเขาเช่นนี้ แน่นอนว่ามันจะผ่านมายังโขดหินนี้
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะวางการซุ่มโจมตีที่นี่
“ศิษย์พี่ มันมีโขดหินอยู่ข้างหน้า ไปยังที่นั่นและฟื้นฟูกันเถอะ”
บางคนจากเผ่ากระดูกเวทได้ถามกงหยางกู่ต่า
ในเวลานี้ กงหยางกู่ต่ากำลังแบกแขนที่ถูกตัดและใบหน้าซีด เขาย่อม
ต้องการที่จะหยุดที่ไหนสักแห่งและฟื้นฟูบาดแผล แต่เมื่อมองไปยังโขด
หินที่โผล่ขึ้นมา เขาก็ส่ายหัว
“ไม่! มันใกล้สนามรบมากเกินไป ไป่หมิงอวี้อาจตามเรามาทันได้ เจ้า
นั่นมีความลับที่ซ่อนอยู่มากมาย เราไม่อาจประมาทเขาได้ รีบไปต่อ
เรื่อยๆ!”
“ศิษย์พี่ระวังตัวมากเกินไป เกาะวิญญาณสัญจรห่างไกลจากเรามาก
พวกเขาโชคดีมากพอที่เราถอยกลับ ดังนั้นพวกเขาจะไล่ตามพวกเราได้
อย่างไร?” ศิษย์บางคนกระซิบ แต่จริงๆแล้วพวกเขาก็คิดว่าจะดีที่สุดถ้า
กงหยางกู่ต่าไปยังหินตรงหน้า บาดแผลของเขาน่าหวาดกลัวเกินไป และ
เขาต้องการที่จะฟื้นฟู
“หืม? พวกเขาไม่ได้หยุดลง?” หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่
ไม่สำคัญ การโจมตีในอากาศก็ไม่มีปัญหา
เมื่อหลินหมิงได้สังหารกลุ่มก่อนหน้านี้ ศัตรูไม่ได้มีทรัพยากรมากนัก
เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ที่กองกำลังหลัก
หลินหมิงเองก็ย่อมไม่อาจจะพลาดความมังคังตรงหน้าได้