Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 1,103 การโจมตีฉับพลัน
ภายใต้คำกล่าวของไป่หมิงอวี้และผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา เย่ฉุ่ยถง
และคนอื่นๆทั้งหมดได้แสดงออกอย่างไม่พอใจบนใบหน้า หลินหมิงเค้น
เสียงเย็นชา เขาหยิบแหวนมิติของกงหยางกู่ต่าและหุนเชียนหลี่ออกจาก
แหวนม่วงพยัคฆ์ของเขา จากนั้นเขาก็หยิบวงหนึ่งกลับมาและกล่าวว่า
“ข้ารู้ว่าเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง เนื่องจากเป็นกรณีนั้น แหวนมิติ 2 วง ข้า
จะเอาหนึ่งและอีกหนึ่งให้กับเจ้า”
ขณะที่หลินหมิงกล่าวออกมา ศิษย์ที่อยู่รอบไป่หมิงอวี้ก็โกรธเกรี้ยว
“เจ้าไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับตนเอง ศิษย์พี่ไป่ไม่ได้มีการเจรจาต่อรองกับเจ้า
และเจ้ากำลังพยายามที่จะทำเช่นนั้น! เจ้าต้องการที่จะเอาไปวงหนึ่งหรือ?
แม้ว่าหุนเชียนหลี่ที่บาดเจ็บหนักและกงหยางกู่ต่าจะถูกฆ่าโดยเจ้า แต่เจ้า
ยังต้องพึ่งพาทั้งหน่วยเพื่อฆ่าพวกเขา เจ้าจะมีสิทธิคนเดียวได้อย่างไร?”
“ศิษย์พี่ไป่ เจ้าคนขี้ขลาดนี้ไม่รู้ว่าความตายเป็นอย่างไร ท่านควรจะ
จัดการกับเขาตามกฎของนิกาย ด้วยความแข็งแกร่งของท่าน การจัดการ
กับเขาย่อมทำได้อย่างง่ายดาย! ถ้าใครกล้าขัดคำสั่งในแดนเร้นลับ นั่นถือ
เป็นอาชญากรรมตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว! สภาผู้อาวุโสจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับ
เรื่องนี้”
ศิษย์หลายคนบ่น ส่วนไป่หมิงอวี้ เขามองไปยังหลินหมิงอย่างมืดมน
เขาสามารถจัดการกับหลินหมิงโดยใช้ข้อแก้ตัวที่หลินหมิงไม่เชื่อฟังคำสั่ง
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับการต่อสู้ หนึ่งคือ เขาไม่ได้พ้นภัยอย่างสิ้นเชิง
และเขาก็ไม่รู้ว่าหลินหมิงมีพลังซ่อนอยู่มากเพียงใด
“เอาเถอะ ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน แล้วหลังจากที่ออกจากแดนเร้น
ลับทะเลทรายโลหิตเดียวดาย ข้าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้อาวุโสสูงสุด
ข้าสงสัยว่าเจ้าจะทำอย่างไรในเวลานั้น”
ไป่หมิงอวี้คิดเช่นนี้ขณะที่เขาเอื้อมมือออกไปหาแหวนมิติในมือของ
หลินหมิง แต่ในขณะที่เขากำลังจะสัมผัสกับแหวนมิติ ดวงตาของหลินห
มิงก็ได้สาดประกายขึ้น
ในขณะนั้น หลินหมิงได้กลายเป็นดั่งระเบิดมนุษย์ ออร่าของเขา
ระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน!
8 ประตูเร้นลับภายใน, 6 ประตูแรก – เปิด!
โลหิตฟีนิกซ์โบราณ – เผาผลาญ!
ปราณเทพทรราชคลั่ง – เปิด!
บึมมมมมมมมมมมม!
ด้วยเสียงระเบิด ศิษย์หลายคนรอบๆไป่หมิงอวี้ถูกส่งกระเด็นไปข้าง
หลังด้วยพลังคลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัว!
ในเวลาเพียงพริบตา หลินหมิงดึงเอาหอกโลหิตฟีนิกซ์ที่เขาเตรียมไว้
พุ่งออกไป 999 หอกโลหิตหลั่งไหลออกมา ปราณแท้ธาตุจำเพาะอัคคี
ทะลักเข้าสู่หอกโลหิตฟีนิกซ์
ระบำบัวครามอัคคี!
นี่คือท่าสังหารตั้งแต่เริ่ม และนี่ก็เป็นการโจมตีฉับพลัน!
สำหรับคนเช่นไป่หมิงอวี้ ความคิดแรกของหลินหมิงก็คือการฆ่าเขา
ตั้งแต่เริ่มแรก อย่างไรก็ตาม มีศิษย์ที่อยู่รอบๆไป่หมิงอวี้มากเกินไป และ
ถ้าเขาโจมตีโดยตรง เย่ฉุ่ยถงก็อาจไม่สนับสนุนเขาและอาจพยายามที่จะ
หยุดเขาด้วย ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะฆ่าด้วยการโจมตีฉับพลันในระยะใกล้
นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการฆ่าไป่หมิงอวี้โดยไม่ให้โอกาสเขาได้หนี คน
ประเภทนี้ได้สืบทอดมรดกของผู้ทรงพลังที่ไม่รู้จัก และน่าจะมีวิธีการ
ช่วยชีวิตมากมาย ดังนั้นนี่คือวิธีที่ดีที่สุด
“เจ้า!” ดวงตาของไป่หมิงอวี้เบิกกว้างขึ้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลินหมิ
งจะกระทำการอุกอาจเช่นนี้ เขาต้องการฆ่าเขาต่อหน้าทุกคน? เขาบ้าไป
แล้วหรือไม่!?
ในเสี้ยววินาที่ ไป่หมิงอวี้อาจคิดไปมากกว่านี้ได้ เขาถอยหลัง เอา
กระบี่ของเขาออกจากแหวนมิติและฟันไปยังการโจมตีของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม ไป่หมิงอวี้ไม่แข็งแกร่งกว่าหลินหมิงตั้งแต่เริ่มต้นอยู่
แล้ว และเขาก็ใช้พลังงานไปจำนวนมากและได้ยังรับบาดเจ็บ นอกจากนี้
เขายังไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ การเผชิญหน้ากับระบำบัวคราม
อัคคีของหลินหมิงเช่นนี้ ผลลัพธ์ก็สามารถจินตนาการได้!
บึมมมมมม!
กระบี่แสงแตกสลายและหอกแสงของหลินหมิงทะลวงต่อไปโดยไม่
อาจหยุดยั้งได้ ไป่หมิงอวี้กระอักโลหิตขณะที่ปราณแท้ปกป้องร่างแตก
ออก กระเด็นออกไปข้างหลัง
ชุดของไป่หมิงอวี้ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เผยให้เห็นเสื้อคลุมสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอด อย่างไรก็ตาม เสื้อคลุมสามารถรองรับการป้องกันได้
เพียง 60-70% ของพลังโจมตีจากหอกโลหิตฟีนิกซ์เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก
30-40% กวาดเข้าสู่เส้นชีพจรของไป่หมิงอวี้ ทั้งร่างของไป่หมิงอวี้เกิด
ความเจ็บปวดและนัยน์ตาของเขาหดลง
“หลินหมิง เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
“คนที่ตายก่อนจะเป็นเจ้า!”
หลินหมิงกล่าวอย่างเย็นชา เขาเปิดใช้ประตูแห่งความพิศวงและเปิด
ใช้เงาสายฟ้าเร้นลับ ในทันที่ ร่างของเขากลายเป็นภาพติดตาในขณะที่พุ่ง
ตรงไปยังไป่หมิงอวี้ ตั้งใจสังหารอย่างแท้จริง!
เย่ฉุ่ยถง, เสี่ยวฉุ่ยจวิ้นและคนอื่นๆต่างกำลังตะลึง พวกเขาไม่เคยคิด
เลยว่าหลินหมิงจะโจมตีฉับพลันนี้!
สำหรับพวกศิษย์ที่อยู่รอบๆไป่หมิงอวี้ พวกเขาทั้งหมดตกใจยิ่งกว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นรวดเร็วจนพวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้อย่าง
ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
ในช่วงก่อนหน้านี้ ไป่หมิงอวี้เคยเป็นตัวตนที่ไม่อาจเอื้อม แต่ตอนนี้
เขากลับถูกทุบตีจนกระอักโลหิตโดยหลินหมิงที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 8
ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจก็ตาม นักสู้ระดับสูงต่าง
ตอบสนองได้รวดเร็ว แม้จะเป็นการฉับพลันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร
มากนัก เพราะเป็นไปไม่ได้ที่หลินหมิงจะมีเวลารวบรวมศักยภาพ และใช้
การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดได้ตามใจ
“ศิษย์พี่ไป่!”
“ปกป้องศิษย์พี่ไป่!”
ขณะที่ศิษย์เหล่านี้กำลังจะตอบสนอง หลินหมิงก็พุ่งไปหาไป่หมิงอวี้
เป็นครั้งที่สองแล้ว ในเวลานี้ ปราณแท้ธาตุจำเพาะอัคคีกำลังแผ่ซ่านไป
ทั่วร่างของไป่หมิงอวี้ หลินหมิงสามารถหลอมรวมวิถีแห่งเพลิงสามระดับ
แรกได้ และตอนนี้พลังพวกมันยิ่งมากขึ้น
“หลินหมิง! สายตาของไป่หมิงอวี้สาดประกายด้วยแสงที่น่าหวาดกลัว
เจ้าต้องการที่จะพินาศไปกับข้าหรือ!?”
“อย่าโง่ไปหน่อยเลย มีเพียงเจ้าคนเดียวที่จะจบสิ้น!”
หลินหมิงฟาดหอกลงไป ร่างกายส่งเสียงดังลั่น นี่เป็นพลังของ 6
ประตูแรก!
เผชิญหน้ากับหอกนี้ ไป่หมิงอวี้พยายามยืนหยัดต่อสู้ เขาส่งปราณ
กระบี่จำนวนมากออกไปเพื่อปัดป้องการโจมตีของหลินหมิง แต่หลินหมิง
ก็คิดเรื่องนี้ไว้แล้ว หลินหมิงฟาดหอกลงมาครั้งแล้วครั้งเล่า ความเร็วของ
เขาอยู่ในระดับที่ไม่น่าเชื่อ แต่ละหอกมีพลังมากกว่าก่อนหน้า!
กระบี่ของไป่หมิงอวี้ก็ไม่ช้าลง แต่ทุกครั้งที่เขาป้องกันหอกของหลินห
มิง มันทำให้โลหิตในร่างสั่นสะเทือน มันไม่มีเวลาที่จะกำราบปราณแท้
ธาตุจำเพาะอัคคีที่แล่นพล่านในร่างกายของเขา
“บัดซบ!”
ไป่หมิงอวี้โกรธมาก หลินหมิงดูเหมือนจะคำนวณทุกอย่างไว้แล้ว เขา
ได้รับประโยชน์จากการโจมตีครั้งแรก และทำให้เขาไม่สามารถตั้งตัวได้!
เขาได้ค้นพบว่าหอกของหลินหมิงแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ และเขากำลัง
พบว่ามันยากที่จะต้านทานต่อไปด้วย!
“บัดซบ! หลินหมิง เจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
ในเวลานี้ สมุนของไป่หมิงอวี้เริ่มจะลงมือ สภาพของพวกเขายังไม่ดี
ขึ้นมากนัก และแต่ละคนไม่มีปราณแท้เหลืออยู่ถึง 50% และอีกหลายคน
ก็ได้รับบาดเจ็บด้วย
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา ด้วยเพียงความคิด ดอกบัวสีแดงเริ่มเบ่ง
บานขึ้นอย่างช้าๆที่ด้านหลังเขา
สนามพลังปีศาจสวรรค์ – มิติอนุภาคแรกกำเนิด!
วูปปป!
นักสู้ในบริเวณโดยรอบได้ถูกครอบคลุมอยู่ในมิติอนุภาคแรกกำเนิด
พวกเขารู้สึกว่าพลังของตนกำลังถูกสลายไปจากร่างกายอยู่ตลอดเวลา
ในเวลาเดียวกัน จิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองของหลินหมิงก็สร้างโลก
แห่งเจตจำนงประจักษ์ขึ้น จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาแสดงพลังเจตจำนงพุ่ง
ไปยังสมุนของไป่หมิงอวี้
ปุ! ปุ! ปุ!
โลหิตสาดกระเซ็นไปในสายลม แม้ว่าหลินหมิงไม่ต้องการเอาชีวิต
ของพวกเขา แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเมตตาในการโจมตี ทุกเหล็กแหลม
เจตจำนงทำลายปราณแท้ปกป้องร่างและแทงเข้าไปในอกหรือท้องของ
พวกเขา บางคนถูกมันเจาะผ่านด้วยซ้ำ! อย่างไรก็ตาม สำหรับนักสู้ตราบ
เท่าที่หัวใจ ลำคอ และสมองของพวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ มันจะไม่เป็น
อันตรายถึงชีวิต
“อ๊ากกกกก!”
ศิษย์เหล่านี้เปล่งเสียงร้องเจ็บปวดจากหัวใจ ตอนนี้พวกเขาตระหนัก
ดีถึงความแข็งแกร่งของหลินหมิงว่าเป็นอย่างไรแล้ว!
หลินหมิงไม่ได้กังวลกับพวกเขาอีกต่อไป ขณะที่เขาปลดปล่อยมิติ
อนุภาคแรกกำเนิดและโลกแห่งเจตจำนงประจักษ์ เขาก็พุ่งเข้าใส่ไป่หมิ
งอวี้ ไม่เพียง แต่การโจมตีของเขาจะไม่หยุดยั้ง แต่พวกมันยังทรงพลังขึ้น
อีกด้วย
นี่คือข้อดีของปราณแท้ที่ล้ำลึกซึ่งมาจากโลหิตไขกระดูกมังกร มันทำ
ให้เขาสามารถปล่อยมิติอนุภาคแรกกำเนิดได้อย่างต่อเนื่อง และแสดง
พลังโจมตีได้อย่างเต็มที่ กล่าวได้ว่า ปราณแท้โดยธรรมชาติของหลินหมิง
เป็นดั่งห้วงกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด แต่ในระดับพลังของเขา มันยังคงเป็น
เรื่องยากที่จะใช้มัน!
สำหรับไป่หมิงอวี้ตอนนี้ สถานการณ์ของเขาย่ำแย่มาก
เพล้ง เพล้ง เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
ในเวลานี้ หลินหมิงได้ถล่มหอกฟาดลงมา 99 ครั้งแล้ว และนี่เป็น
การโจมตีครั้งที่ 100!
“ทักษะทรราชสวรรค์คลื่นร้อยชั้น!”
การโจมตีด้วยหอก 99 ครั้งไม่ใช่การโจมตีสุ่มๆ เขาได้รับการรวบรวม
พลังขึ้นในแต่ละการโจมตี เป้าหมายคือหอกสุดท้าย จากทักษะการโจมตี
ที่บันทึกไว้ภายใน ‘เคล็ดบ่มเพาะทรราชสวรรค์’ การโจมตีนี้จะเกิดคลื่น
ร้อยชั้น เพิ่มพลังโจมตีของเขาขึ้นหลายเท่า!
ขณะที่หลินหมิงโจมตีครั้งสุดท้าย ปราณแท้ที่ถูกบีบอัดภายในต้น
อ่อนเทพทรราชก็ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์ ปราณแท้ที่น่าสะพรึงกลัวกวาด
ออกสู่ภายนอก
สมุนของไป่หมิงอวี้ทั้งหมดยังคงถูกหยุดยั้งไว้ โดยโลกแห่งเจตจำนง
ประจักษ์และมิติอนุภาคแรกกำเนิด สำหรับเย่ฉุ่ยถงและคนที่อยู่กับนาง
ทุกคนก็ยังคงเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขา
ไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไร
“หลินหมิง! ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”
ดวงตาของไป่หมิงอวี้แดงก่ำขณะที่นัยน์ตาหดลง ในช่วงเวลาแห่ง
ชีวิตและความตายนี้ เขาได้กัดลงบนลิ้นและพ่นปราณโลหิตลงบนกระบี่
ในเวลาเดียวกัน เขาได้เผาผลาญปราณโลหิตของผู้อาวุโสโบราณที่อยู่ใน
กระบี่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ไป่หมิงอวี้ก็ได้จ่ายมหาศาลโดยเผาผลาญสอง
ปราณโลหิต เพื่อฟื้นคืนความแข็งแกร่งให้กับสู่สภาพสูงสุดของตน และ
แม้แต่บางส่วนก็ยังเพิ่มสูงกว่านั้น!
เผชิญหน้ากับการโจมตีครั้งนี้หลินหมิงกลับไม่สนใจเลย เขายังคงพุ่ง
ไปยังกระบี่แสงของไป่หมิงอวี้ พร้อมกับพุ่งหอกโลหิตฟีนิกซ์ออกไปใน
เวลาเดียวกัน นี่เป็นการโจมตีที่ฆ่าตัวตายอย่างสมบูรณ์!
“ศิษย์น้องหลินระวัง!”
เย่ฉุ่ยถงโพล่งออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ในเวลานี้ นางไม่มีความคิดว่าจะ
ทำอย่างไรดี
ส่วนบรรดาสมุนของไป่หมิงอวี้ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตื่นตระหนก
เมื่อเผชิญหน้าของสองการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนี้ พวกเขาไม่สนใจ
บาดแผลที่รุนแรงของตนและรีบหนีไป แต่เพราะตอนนี้พวกเขาโจมตี
หลินหมิงเมื่อครู่ มันจึงทำให้อยู่ใกล้สนามรบมากเกินไป ในระยะดังกล่าว
พวกเขาจะไม่สามารถทนต่อคลื่นกระแทกได้
“นั่นคือหลินหมิงหรือ? เขาอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 จริงหรือ?
เขามีการโจมตีที่ทรงพลังเพียงนี้ได้อย่างไร?”
“มันน่าหวาดกลัวเกินไป! เขาเป็นปีศาจ! ปีศาจชัดๆ!”
ความคิดทั้งหมดเหล่านี้แล่นผ่านจิตใจสมุนของไป่หมิงอวี้ อย่างไรก็
ตาม ก่อนที่พวกเขาจะได้คิดไปไกลกว่านี้ การระเบิดอันน่าสยดสยองได้
กลืนพวกเขาทั้งหมด เกิดแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้า ดินแดนสีแดงส่วนหนึ่ง
แยกออกครึ่งซีก และทรายแดงที่ไร้สิ้นสุดก็กวาดออกไปภายนอกเหมือน
คลื่นยักษ์
สมุนของไป่หมิงอวี้หลายคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขา โดนกระแทกเข้า
ด้วยลูกเหล็กขนาดใหญ่ และถูกส่งกระเด็นออกไป โลหิตไหลออกมาทั่ว
ร่างก่อนที่จะถูกกลบด้วยคลื่นของทรายแดง
เย่ฉุ่ยถงและคนอื่นๆยืนอยู่ห่างไกล อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังถูก
บังคับให้ถอยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยคลื่นกระแทก และไม่มีทางเลือก
อื่นนอกจากต้องใช้การโจมตีของตัวเองเพื่อป้องกันคลื่นทรายแดงที่ทรง
พลังนี้
หลังจากที่ตั้งหลักได้ เย่ฉุ่ยถงก็มองไปข้างหน้าพบว่าบนสนามรบนั้น
หน้าอกของไป่หมิงอวี้ถูกกระแทกโดยหอกของหลินหมิง กระดูกซี่โครง
เกือบทั้งหมดของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ และแขนข้างหนึ่งของเขาห้อยจน
เกือบจะหลุด หอกโลหิตฟีนิกซ์ฝังลึกเข้าไปในอกของไป่หมิงอวี้ โลหิต
กระฉูดออกมาจากบาดแผล
ส่วนหลินหมิง เสื้อผ้าของเขาถูกฉีกขาดและหน้าซีด เห็นได้ชัดว่าโดน
เข้ากับกระบี่ของไป่หมิงอวี้ แต่เพราะมีชุดคลุมเกล็ดมังกรของมังกรหนึ่ง
แก่นกระดูกมังกรเทวะภายในร่างกาย และความสามารถในการป้องกันที่
ได้รับจากประตูแห่งเจตนา เขาจึงสามารถที่จะทนต่อการโจมตีได้อย่าง
สมบูรณ์ ดังนั้นเขาจึงแทบจะไม่ได้รับอันตราย ในขณะที่ไป่หมิงอวี้ถูก
ทำลายอย่างสมบูรณ์